เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 221 โปรดลงโทษผมด้วย

ตอนที่ 221 โปรดลงโทษผมด้วย

ตอนที่ 221 โปรดลงโทษผมด้วย


ไม่แปลกใจเลยทำไมถึงได้คุ้นหน้ากับชายวัยกลางคนคนนี้ พอยืนอยู่กับเฒ่าจางแล้วทั้งสองดูมีความคล้ายคลึงกันอยู่

หากไม่ใช่เพราะความต่างของอายุอาจจะเป็นเพียงพี่น้องก็ได้ แต่ด้วยวัยที่ห่างกันขนาดนี้ก็น่าจะเป็นพ่อกับลูกมากกว่่า

"คุณซูครับ"

เฒ่าจางวางจานพุงหมูและหมูสามชั้นไว้บนโต๊ะ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสุข

"อืม"

ซูข่านพยักหน้า

"ก่อนอื่นเลยผมต้องขอประทานอภัยต่อคุณซูด้วย"

ใบหน้าของเฒ่าจางแสดงถึงความอับอาย

"หวังว่าคุณซูจะยกโทษเรื่องนี้ให้กับผม"

"เกิดอะไรขึ้น?"

ซูข่านเอาหลังพิงเก้าอี้และมองไปที่เฒ่าจาง เขาคาดเดาสิ่งที่เฒ่าจางกำลังจะพูดไม่ออก

ปกติแล้วเฒ่าจางก็เป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมตนอยู่แล้ว แนวคิดของเฒ่าจางก็อยู่ในเกณฑ์ที่ยอดเยี่ยม เหล่าพนักงานในร้านต่างก็สรรเสริญและภักดีต่อตัวเขา แล้วตัวของเฒ่าจางทำอะไรผิด?

"นี่คือลูกชายของผมเองครับเขาชื่อจางต้า เขาเป็นชาวนาอยู่ที่บ้านเกิดของผม ตอนนี้ผลผลิตมันไม่พอสำหรับเอาไว้ซื้อข้าวกับเสื้อผ้า เขาเลยเดินทางมาที่นี่เพื่อทำงานกับผม"

"ทุกเดือนผมส่งเงินกลับไปที่บ้านแต่มันยังไม่พอ ครอบครัวของเขายังอยู่ในบ้านหลังที่ทรุดโทรมและต้องอดมื้อกินมื้ออย่างยากลำบาก"

ซูข่านมองไปที่เฒ่าจาง สายตาของเขาดูไม่มีเรื่องโกหกเลยแม้แต่เรื่องเดียว

เป็นเรื่องตามธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปกับเกษตรกรประเทศนี้ การเกิดภัยพิบัติต่างๆอาจจะทำให้พืชผลของพวกเขาเสียหายเป็นไร่ๆ หากไม่วางแผนให้ดีพอก็จะเป็นหนี้สะสมจำนวนมาก

หลายครอบครัวไม่มีเงินมื้อกระทั่งซื้อข้าวให้ลูกตัวน้อยของเขากิน ไหนจะยังเสื้อผ้าสำหรับหน้าหนาวอีก

แต่ปัญหาพวกนี้จะหมดไปในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า รัฐบาลจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรพวกนี้ ในเวลาเพียงไม่กี่ปี ปัญหาเรื่องอาหารและเครื่องนุ่มห่มสำหรับประชากรทั้งประเทศก็จะได้รับการแก้ไข

หลังจากนั้นเศรษฐกิจภายในประเทศก็จะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการจ้างงาน มีการลงทุนมากมายจากต่างประเทศ รัฐบาลมีหน้าที่แต่ช่วยเหลือเรื่องพื้นฐานเท่านั้น

"ผมจึงรับลูกชายของผมมาทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาติจากคุณซู ผมทำเหมือนว่าคุณซูไม่ได้เป็นเจ้านายของผมอยู่เลย โปรดลงโทษผมด้วยครับ"

เฒ่าจางก้มหัวของเขาลง

"เฮ้อ"

ซูข่านถอนหายใจพร้อมกับพูดกับเฒ่าจางด้วยรอยยิ้ม

"เฒ่าจาง ตอนนี้เฒ่าจางเป็นเจ้าของร้านแห่งนี้แล้ว เฒ่าจางจะจัดการคนของเฒ่าจางยังไงก็ได้ จะจ้างพนักงานเสิร์ฟเพิ่มหรือจะเพิ่มโต๊ะก็ยังได้ มันเป็นธุรกิจของเฒ่าจางแล้ว"

"เรื่องธรรมดาแค่นี้ไม่จำเป็นต้องขอโทษขอโพยอะไรฉันเลย"

"คุณซู.."

เฒ่าจางได้ยินคำพูดของซูข่าน ดวงตาที่ขุ่นมัวของเขาก็เต็มเปี่ยมไปด้วยน้ำตาและมองไปที่ซูข่านด้วยความซาบซึ้ง

หากไม่ใช่เพราะคุณซู ป่านนี้เขาคงจะอดตายอยู่ข้างถนนไปแล้ว คุณซูได้รับเลี้ยงเขาและยังเปิดร้านอาหารให้อีก แถมยังให้เขาเป็นเซฟคอยบริหารจัดการร้านนี้ด้วย

คุณซูทำแค่เพียงจ่ายเงินและรอรับปันผลจากำไรของร้านเท่านั้น เกิดมาใช้ชีวิตมานานขนาดนี้ เพิ่งจะเคยได้เจอคนแบบคุณซูนี่แหละ

"ขอบคุณมากครับคุณซู ขอบคุณมากครับ"

"ไอ้ลูกชายคนนี้ ทำไมถึงยังไม่ขอบคุณผู้มีพระคุณของเราอีก"

เฒ่าจางหันหน้าไปหาลูกชายเขาและพูดเสียงดัง

"ขอบคุณครับคุณซู"

จางต้ารีบก้มหัวขอบคุณซูข่านอย่างรวดเร็ว

"ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้"

ซูข่านโบกมือปัดและพูดด้วยรอยยิ้ม

"นี่มันร้านอาหารของเฒ่าจางนะ ทำตัวให้สมกับเป็นเซฟของที่นี่หน่อ"

"ครับ"

เฒ่าจางยิ้มออกมา เขาได้คลายความกังวลของเขาไปจนหมด คุณซูไม่ได้ตำหนิเรื่องที่เขาเอาลูกชายมาทำงานด้วย

"คุณซูครับ ผมต้องขอตัวไปจัดการเมนูที่เหลือของคุณซูก่อน ผมแนะนำให้คุณซูรีบทานอาหารพวกนี้ขณะที่มันยังร้อนอยู่นะครับ"

ที่ร้านอาหารวังหลวงแห่งนี้ นอกจากเฒ่าจางแล้วยังมีพ่อครัวอีก 2-3 คน พวกเขาสามารถปรุงอาหารฝืมือใกล้เคียงกับเฒ่าจางได้เลย แต่ถ้าสักเกตดีๆก็จะเห็นความแตกต่างเล็กน้อย

ซูข่านมาที่นี่เพื่อต้องการกินอาหารฝีมือของเฒ่าจาง เทคนิคการใช้ความร้อนและการเลือกวัตถุดิบของเฒ่าจางยังยากที่จะหาใครมาเทียบได้

เมื่อซูข่านมาที่นี่เฒ่าจางจะเป็นคนปรุงอาหารให้กับซูข่านทั้งหมด เขาไม่ให้พ่อครัวคนอื่นมายุ่งเลยแม้แต่น้อย ซูข่านต้องได้กินอาหารที่รสชาติดีที่สุดในร้าน

ซูข่านเห็นชูเฟิงจ้องมองพุงหมูและหมูสามชั้นจนตาไม่กระพริบ ซูข่านเลยพูดออกมา

"กินกันเถอะ"

ซูข่านได้หยิบตะเกียบบนโต๊ะขึ้นมาและคีบไปยังพุงหมูตุ๋น เขาคีบผักชีที่อยู่ด้านบนมาด้วยเล็กน้อย

"กร๊อบบ"

ทันทีที่พุงหมูเข้าไปในปากของซูข่าน เสียงกรอบของพุงหมูก็ได้ดังออกมา นอกจากนั้นยังมีรสชาติและกลิ่นหอมของผักชีอีกด้วย

มันเป็นรสชาติที่อัศจรยย์อย่างยิ่ง พุงหมูธรรมดาแต่รสชาติของมันสู้พวกเนื้อสัตว์ดีๆได้เลย

ชูเฟิงและซงหมิงเจียงเห็นซูข่านกิน พวกเขาทั้งสองก็เลยหยิบตะเกียบขึ้นมากินบ้าง

"น่าอร่อยจัง"

ซูเฟิงคีบพุงหมูมาคำใหญ่ เขาไม่เคยได้กลิ่นหอมแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต

ด้วยสภาพฐานะของครอบครัวของชูเฟิง เขาจะได้กินพวกเนื้อสัตว์ช่วงเทศกาลเท่านั้น และยังต้องแบ่งกันกินด้วยกันอีกตั้งหลายคน

ไม่แปลกที่ทำไมชูเฟิงถึงได้ดูผอมๆกว่าเด็กคนอื่น นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้กินเนื้อเยอะขนาดนี้

เมื่อเห็นว่าชูเฟิงได้กินพุงหมูคำใหญ่ด้วยความอร่อย ซูข่านก็ได้ยิ้มออกมาที่มุมปากของเขา

ไม่ว่าจะเป็นพุงหมูหรือจะเป็นหมูสามชั้น ร้านอาหารวังหลวงแห่งนี้ให้เนื้อสัตว์โดยไม่กลัวของหมดเลย

ถ้าหากว่าไปกินหม้อไฟที่ร้านข้างนอก เต็มที่ก็ได้เนื้อสัตว์ไม่กี่ชิ้นเท่านั้น แต่ร้านวังหลวงจะให้เต็มจานเลย

ซูข่านเห็นว่าชูเฟิงชอบกินพุงหมูตุ๋นมากๆ เขาเห็นชูเฟิงคีบคำใหญ่อีก 2-3 ชิ้นหลังจากนั้น ปากของชูเฟิงมันแผล่บไปด้วยน้ำซอส

ไม่นานซุปรากบัวกับซี่โครงหมูและผัดผักใบเขียวก็มาเสิร์ฟ ซูข่านก็ได้กินอย่างเอร็ดอร่อย

ดูเหมือนว่าชูเฟิงนั้นไม่ชอบกินผัก เขาตักเฉพาะซุปกับซี่โครงกินเท่านั้นเอง

เด็กคนนี้ได้หยิบซี่โครงมากินหลายชิ้น กองกระดูกซี่โครงได้กองเต็มหน้าของชูเฟิง

ฝีมือของเฒ่าจางนั้นไม่เปลี่ยนไปเลย อาหารทุกจานที่เข้ามาเสิร์ฟอร่อยทุกอย่าง

"คุณซูครับ ไส้หมูมาแล้วครับ"

จากนั้นเฒ่าจางก็ได้นำอาหารจานสุดท้ายมาเสิร์ฟ

จบบทที่ ตอนที่ 221 โปรดลงโทษผมด้วย

คัดลอกลิงก์แล้ว