เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 220 หน้าคุ้นๆ

ตอนที่ 220 หน้าคุ้นๆ

ตอนที่ 220 หน้าคุ้นๆ


ซูข่านได้บอกเสี่ยวผิงไม่ต้องทำอาหารเผื่อเขาและซงหมิงเจียง ให้ทำแค่กินกับเฒ่าหลี่สองคนก็พอ

วันนี้จ้าวชิงชิงน่าจะยุ่งกับงานที่มหาวิทยาลัย เธอเลยไม่ได้มาที่บ้านของซูข่าน

ทั้งสามคนได้เดินออกจากซอยไปยังถนนใหญ่ จากนั้นพวกเขาก็มาที่ป้ายรถเมล์เพื่อรอรถ

ไม่นานรถเมล์ก็ได้มาถึง พวกเขาทั้งสามได้มุ่งหน้าไปยังถนนไทเซียนเหมินที่อยู่ไม่ไกล

ตอนนี้บุคคลที่มีทรัพย์สินเป็นพันๆจนถึงหมื่นล้านได้นั่งรถเมล์อยู่ ถ้ามีคนรู้เรื่องพวกนี้มันจะเป็นยังไงกัน คนทั้งโลกจะต้องตกใจกับการกระทำของซูข่านแน่ๆ

มีเงินเป็นหมื่นล้านแต่ไม่ยอมซื้อรถมาขับ กลับขึ้นรถเมล์แทนซะงั้น

ที่จริงแล้วคนมีรถส่วนตัวในหนานจิงมีน้อยมาก บนท้องถนนก็เต็มไปด้วยจักรยานซะส่วนใหญ่ นานๆจะเห็นรถยนต์ไม่ก็แท๊กซี่ผ่านมาถึงสักคัน กว่ารถยนต์จะเริ่มนิยมก็ใช้เวลาอีกหลายปี

ไม่นานรถเมล์ก็ได้มาถึงถนนไทเซียนเหมิน ป้ายรถเมล์ที่ถนนไทเซียนเหมินมีคนลงเยอะมาก รถเมล์เป็นคมนาคมเดียวที่รวดเร็วและถูกที่สุดสำหรับคนยุคนี้แล้ว

ระหว่างที่เดินไปบนถนนไทเซียนเหมิน ตอนนี้ก็ใกล้ถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว มีคนจำนวนมากอยู่ที่ถนนแห่งนี้ นอกจากนั้นยังมีแผงลอยและร้านอาหารเล็กๆ 2-3 ร้านเปิดอยู่ระหว่างทาง และยังมีร้านขายของชำอีก

ธุรกิจการท่องเที่ยวในหนานจิงก็ไม่ได้แย่ซะที่เดียว มีนักท่องเที่ยวแห่กันมาดูเมืองเก่ามากมาย ร้านค้าพวกนี้เลยขายนักท่องเที่ยวได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะขายคนท้องถิ่นเป็นหลัก

หลังจากนี้ไม่นานร้านค้าต่างๆก็จะเริ่มขายดีมากขึ้นเรื่อยๆ จนร้านเริ่มมีชื่อเสียง มันก็ดูเป็นเรื่องที่ดีนะ แต่มันก็มีปัญหาอยู่เล็กน้อย

พอร้านไหนที่มีชื่อเสียงและมีฐานลูกค้าอยู่มาก ราคาของที่ดินหรือบ้านหลังนั้นก็จะสูงตาม เมื่อพวกเขาเห็นว่ามีลูกค้าเข้าร้านตลอดก็ไม่อยากจะขายให้กับคนอื่น

ถึงแม้จะขายก็จะขายราคาสูงกว่าตลาดเช่นกัน แต่สำหรับซูข่านแล้วเขาไม่ได้ปัญหาเรื่องเงินแต่อย่างใด

ตราบใดที่พวกเขาขาย ซูข่านก็พร้อมที่จะซื้อเช่นกัน แต่ก็ไม่ใช่จะโก่งราคาเท่าไหร่ก็ได้ ซูข่านก็ได้ตั้งขอบเขตของราคาที่รับได้อยู่

ถึงซื้อบ้านหรือที่ดินมาแล้วไม่ได้ใช้งานก็ตาม แต่ทิ้งไว้นานๆเดี๋ยวมูลค่าของมันก็จะขึ้นเอง เป็นการเกร็งกำไรที่ดีที่สุดแล้ว

"นั่นร้านวังหลวงนิ"

ไม่นานทั้งสามคนก็ได้เดินมาถึงร้านวังหลวง พวกเขาเห็นป้ายขนาดใหญ่ด้านหน้า ชูเฟิงเลยชี้ไปทันทีและพูดด้วยความตื่นเต้น

ข้างๆร้านอาหารวังหลวงมีรถจักรยานจอดเรียงรายเต็มหน้าร้าน ถัดไปอีกไม่ไกลก็มีรถยนต์ยุโรปจอดอยู่อีกหลายต่อหลายคัน

"ว้าว..มีมอเตอร์ไซต์ด้วย"

ชูเฟิงจ้องมองรถมอเตอร์ไซค์ด้วยท่าทางอิจฉา

นอกจากรถจักรยานแล้ว ก็ยังมีมอเตอร์ไซค์ที่จอดรวมอยู่ด้วยอีก

สมัยนี้คนมีรถหาได้ยากมาก ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะเป็นพวกนักธุรกิจไม่ก็พวกคนรวยๆเท่านั้น

ซูข่านได้มองดูป้ายทะเบียนรถยนต์คันหนึ่ง เขาเห็นว่ามันเป็นรถของสถานทูตที่ประจำอยู่ในเมืองนี้

เขาไม่ได้คิดมาก่อนเลยว่าร้านอาหารนี้จะดึงดูดชาวต่างชาติมากินด้วย ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่รสชาติของร้านอาหารวังหลวงถูกปากพวกเขา

รถยุโรปต่างๆที่มาจอดก็ล้วนแล้วแต่เป็นรถที่มีระดับทั้งนั้น

"เข้าไปข้างในกันเถอะ"

ซูข่านได้เดินนำชูเฟิงและซงหมิงเจียงเข้าไปในร้าน

"สองท่านกับเด็กหนึ่งคนใช่ไหมครับ"

ทันทีที่พวกเขาทั้งสามเข้ามาในร้าน อยู่ๆก็มีผู้ชายวัยประมาณ 40 ได้มาต้อนรับพวกเขา ซูข่านรู้สึกคุ้นๆหน้าของชายคนนี้อยู่เล็กน้อย

ร้านอาหารวังหลวงแห่งนี้ซูข่านไม่ได้เป็นคนคัดเลือกพนักงานมาทำซักหน่อย แต่ทำไมมันถึงได้คุ้นๆหน้าของเขาจังเลย

เหมือนว่าเคยเจอกับเขาที่ไหนสักแห่งมาก่อน หรือว่าชาติที่แล้วของเรา? ซูข่านคิดไปก็พบว่าไม่เคยมีใบหน้านี้อยู่ในความทรงจำของเขาเลย มันทำให้ซูข่านรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย

"อ้าวคุณซู"

จากนั้นก็มีพนักงานเสิร์ฟอีกคนได้มาเดินมาแล้วก็รีบพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

"อะไรนะ"

ชายวัยกลางคนหันหน้าไปมองพนักงานอีกคนและหันกลับมาซูข่านอย่างรวดเร็ว

"พี่จางนี่คือคุณซูที่เจ้านายพูดถึงไงครับ"

ชายวัยกลางคนได้มองไปที่ซูข่านด้วยสายตาที่ประหลาดใจ จากนั้นเขาก็เปลี่ยนท่าทางของเขาที่แสดงออกให้เห็นถึงการเคารพต่อตัวซูข่านมาก

"เชิญครับคุณซู"

ชายวัยกลางคนได้พูดกับซูข่านอย่างสุภาพ ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะรู้จักซูข่านแค่ไหน แต่ซูข่านก็ได้แต่คุ้นๆหน้าของเขาเท่านั้น

"อืม"

ซูข่านเลิกคิดเกี่ยวกับชายคนดังกล่าวและพยักหน้าตอบรับ

ชายวัยกลางคนได้เดินนำซูข่านไปยังบ้านหลังข้างๆที่อยู่ติดกัน โดยบ้านทั้งสองหลังมีประตูเชื่อมต่ออยู่ตรงกลาง บริเวณขอบของประตูได้มีการแกะสลักตัวอักษรจีนโบราณไว้ มันสวยงามมาก

เมื่อเห็นภายในร้านที่ถูกตกแต่งสไตล์จีนโบราณและพนักงานที่ให้ความเคารพต่อซูข่าน หัวใจของชูเฟิงก็พองฟูออกมา

ทุกๆที่ที่พี่สามไปจะมีคนคนเคารพนับถือเสมอ ขนาดลุงคนนั้นยังให้ความเคารพต่อพี่สามเลย

เมื่อซูข่านได้เดินมายังอีกส่วนหนึ่งของร้าน มันก็กลายเป็นมุมส่วนตัวที่เงียบสงบทันที ก่อนหน้าภายในร้านวังหลวงตอนแรกจะเป็นห้องโถงที่มีหลายโต๊ะรวมกัน

แต่ส่วนที่ต่อเติมจากร้านเดิมนั้น เป็นโซนที่เงียบสงบ มีเพียงพนักงานเสิร์ฟและลูกค้าจำนวนไม่มากเดินเข้าออกเท่านั้น

ในช่วงเวลาสั้นๆเฒ่าจางสามารถจัดการบ้านหลังนี้รวมกับร้านเดิมของเขาได้อย่างไร้ที่ติ เขาสมควรที่จะเป็นเซฟประจำร้านนี้จริงๆ

"เชิญครับคุณซู"

ชายวัยกลางคนได้เปิดประตูห้องหนึ่งให้กับซูข่าน ภายในห้องมีการตกแต่งที่ดีไม่ต่างไปจากข้างนอก มีแจกันที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในราชวังประดับอยู่หลายใบ

สไตล์การแต่งร้านที่นี่ถือว่าไม่แพ้กับนักออกแบบเลย มันต้องเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนในอนาคตแน่ๆ

"จะกินอะไรก็สั่งเลย"

ซูข่านหยิบเมนูและยื่นให้ชูเฟิง

"เอิ่ม…เอ่อ…อ่า…"

ชูเฟิงเปล่งเสียงประหลาดใจออกมา เขาไม่เคยเห็นอาหารที่หลากหลายและน่ากินแบบนี้มาก่อน ชูเฟิงเลยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์และยื่นเมนูอาหารคืนให้กับซูข่าน

"ผมให้พี่สามสั่งให้ดีกว่าครับ ผมสามารถกินได้ทุกอย่างเลย"

ซูข่านกลอกตาอย่างช่วยไม่ได้แล้วก็สั่งอาหารไป 2-3 จาน โดยเขาได้สั่งที่เป็นจานที่มีโปรตีนเป็นหลักมา เนื่องจากชูเฟิงอยู่ในวัยที่กำลังเติบโต การได้รับโปรตีนที่เหมาะสมจะทำให้เขาเติบโตไปตามวัยได้ดี

ซูข่านได้สั่งจานเนื้อ 2-3 จาน จานผักอีก 1 จาน ตบท้ายด้วยซุป

"รอสักครู่ครับ"

ชายวัยกลางคนรับเมนูที่ซูข่านสั่งก่อนจะเดินออกจากห้องไป

ในเวลาไม่ถึง 5 นาทีอาหารสองจานแรกก็ได้มาเสิร์ฟ จานแรกเป็นหมูสามชั้น ส่วนจานสองเป็นพุงหมูที่เอาไปตุ๋น

โดยคนที่นำอาหารมาเสิร์ฟเป็นตัวของเฒ่าจางเอง

"คุณซู คุณกลับมาอีกแล้ว"

เฒ่าจางยังคงสวมชุดเซฟและถือจานอาหารของซูข่านอยู่ ตามมาด้วยชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านหลัง

หื้ม?

ทันใดนั้นเองซูข่านก็นึกออกขึ้นมาทันทีว่าคุ้นหน้าของชายวัยกลางคนนี้มาจากที่ไหน เขาหน้าตาคล้ายกับเฒ่าจางมาก รึว่าเขาเป็นลูกชายของเฒ่าจาง?

จบบทที่ ตอนที่ 220 หน้าคุ้นๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว