- หน้าแรก
- ระบบตบหน้าเทพเซียน: ข้าคือมารร้ายที่โลกต้องจดจำ
- บทที่ 7 - โยนความผิด!
บทที่ 7 - โยนความผิด!
บทที่ 7 - โยนความผิด!
บทที่ 7 - โยนความผิด!
"สองพ่อลูกตระกูลหยาง คิดไม่ถึงล่ะสิ ข้าหยางซิวจะยังยืนอยู่ตรงนี้ได้!"
หยางซิวทอดสายตามองสองพ่อลูกตระกูลหยาง นัยน์ตาเย็นชาแฝงประกายความเยือกเย็น
"หยางซิว เจ้า! เป็นไปได้อย่างไร!" หยางเทียนเจียวลุกลี้ลุกลนขึ้นมาทันที ผู้เฒ่าทัณฑ์สวรรค์ยังอยู่ที่นี่ หากปล่อยให้หยางซิวแฉความจริงออกมา ชื่อเสียงของเขาต้องป่นปี้แน่!
หยางเทียนหมิงตวาดลั่น "ไอ้เด็กบัดซบ! วันนี้เป็นวันมงคลที่ท่านบรรพบุรุษออกจากวัฏฏะ เจ้าในฐานะคนของตระกูลหยางกลับกล้าฆ่าคนต่อหน้าธารกำนัล จะรับโทษเช่นไร!"
"คนของตระกูลหยางหรือ ฮ่าฮ่าฮ่า!"
หยางซิวแหงนหน้าหัวเราะก้องฟ้า เสียงหัวเราะเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและเย้ยหยันอันไร้ที่สิ้นสุด
"ช่างเป็นคนของตระกูลหยางที่ประเสริฐแท้!"
"ตอนที่พวกเจ้าสองพ่อลูกฉวยโอกาสที่ข้าเก็บตัวฝึกซอยลอบทำร้ายข้าจนปางตาย พวกเจ้าเห็นข้าเป็นคนของตระกูลหยางหรือไม่"
"ตอนที่พวกเจ้าสองพ่อลูกทำลายตันเถียนและทำลายตบะของข้า พวกเจ้าเห็นข้าเป็นคนของตระกูลหยางหรือไม่"
"ตอนที่พวกเจ้าสองพ่อลูกควักชีพจรยุทธ์ของข้าออกไปทั้งเป็นแล้วหลอมรวมมันต่อหน้าต่อตา พวกเจ้ายังเห็นข้าเป็นคนของตระกูลหยางอยู่อีกหรือไม่!"
เสียงตวาดเย้ยหยันของหยางซิวดังกึกก้องไปทั่วยกพื้นลานกว้าง
"มาตอนนี้เจ้าหยางเทียนหมิงกลับบอกว่าข้าคือคนของตระกูลหยาง หนังหน้าของพวกเจ้าสองพ่อลูกช่างหนากว่ากำแพงเมืองเสียอีก!"
"หา! ทำลายตบะ ควักชีพจรยุทธ์งั้นหรือ"
แขกเหรื่อที่นั่งอยู่ต่างหน้าถอดสีเมื่อได้ยิน บางคนถึงกับลุกพรวดขึ้นมาด้วยความตกตะลึง
ต้องรู้ก่อนว่าสำหรับจอมยุทธ์ทุกคนแล้วการถูกทำลายตบะและถูกควักชีพจรยุทธ์นั้นเป็นเรื่องที่น่าอนาถยิ่งกว่าความตายเสียอีก!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเรื่องพรรค์นี้เกิดขึ้นกับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง!
หลายคนหน้าซีดเผือด หากสิ่งที่หยางซิวพูดเป็นความจริง นั่นไม่ได้หมายความว่าชีพจรยุทธ์ระดับเก้าของหยางเทียนเจียวแย่งชิงมาจากหยางซิวหรอกหรือ
"ท่านพี่!"
หยางหลิงเอ๋อร์ที่อยู่ด้านหลังร้องไห้โฮจนน้ำตาอาบแก้มมานานแล้ว
ในฐานะญาติเพียงคนเดียวของหยางซิวบนโลกใบนี้ แม้ทั้งสองจะไม่มีสายเลือดเดียวกันแต่ก็ผูกพันกันยิ่งกว่าสายเลือดแท้ๆ
นางมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มด้วยความปวดร้าวใจราวกับถูกมีดกรีด จินตนาการไม่ออกเลยว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาหยางซิวต้องทนทุกข์ทรมานแสนสาหัสเพียงใด!
"อะไรนะ!"
บนลานยกพื้นสูงบรรพบุรุษหยางหย่วนหน้าซีดเผือด เขาลุกพรวดขึ้นมาด้วยความตกใจ "เจ้าบอกว่าชีพจรยุทธ์ระดับเก้าของเทียนเจียวแย่งชิงมาจากเจ้าอย่างนั้นหรือ"
ใบหน้าชราภาพของหยางหย่วนแปรเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว เขาครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ของเรื่องนี้อย่างบ้าคลั่ง!
แต่ไม่นานใบหน้าชรานั้นก็หมองคล้ำลงราวกับลูกพลับตากแห้งอันแสนอัปลักษณ์
ห่างออกไปไม่ไกลใบหน้างัวเงียของผู้เฒ่าทัณฑ์สวรรค์ก็ฉายแววประหลาดใจ หัวคิ้วขมวดเข้าหากัน ใบหน้าเริ่มเคร่งเครียดขึ้นมาทีละน้อย
"เจ้า!"
หยางเทียนเจียวลุกลี้ลุกลนไปหมดแล้ว เขาชี้นิ้วด่าหยางซิวด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
หยางเทียนหมิงที่อยู่ข้างกายก้าวพรวดออกมาพลางตวาดลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด "ไอ้เด็กเหลือขอ! พูดจาเหลวไหล! หากเจ้าถูกทำลายตบะไปแล้วจะยังมีปัญญาสังหารผู้คุ้มกันของเทียนเจียวได้อย่างไร!"
"เห็นได้ชัดว่าเจ้าผูกใจเจ็บที่ถูกไล่ออกจากตระกูลหยางถึงได้มาพูดจาพล่อยๆ!"
"ใครก็ได้! ลากตัวไอ้เด็กเดรัจฉานนี่ออกไปจากตระกูลหยางเดี๋ยวนี้!"
ขิงแก่ย่อมเผ็ดร้อนกว่า แม้จะไม่เข้าใจว่าเหตุใดหยางซิวจึงฟื้นพลังกลับมาได้ แต่ก็สามารถใช้จุดนี้มาปฏิเสธข้อกล่าวหาได้อย่างพอดิบพอดี!
ขอเพียงขับไล่หยางซิวออกไปจากตระกูลหยางได้ รอให้งานเลี้ยงจบลงเขาย่อมมีวิธีจัดการกับไอ้เด็กเดรัจฉานนี่!
สิ้นคำสั่งของหยางเทียนหมิงกลุ่มผู้คุ้มกันตระกูลหยางก็พุ่งพรวดเข้ามาทันที
"ถ้าข้าเป็นพวกเจ้า ข้าจะไม่มารนหาที่ตายหรอกนะ"
หยางซิวตวัดสายตาเย็นชาปรายมองคนเหล่านั้น กลุ่มผู้คุ้มกันต่างสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่เสียดแทงทะลุถึงกระดูกจนต้องหยุดชะงักฝีเท้าลงอย่างอดไม่ได้
"ท่านบรรพบุรุษ คำพูดของหยางซิวผู้นี้ล้วนเป็นความจริงทุกประการ"
หยางซิวทอดสายตามองไปยังหยางหย่วน "หลิวหงที่สองพ่อลูกตระกูลหยางส่งมาฆ่าข้าได้ตายตกอยู่ในคุกใต้ดินที่คุมขังข้าแล้ว หากพวกท่านส่งคนไปตรวจสอบดูก็จะรู้ว่าข้าพูดจริงหรือไม่"
"สองพ่อลูกตระกูลหยางทำลายตบะข้าช่วงชิงชีพจรยุทธ์ข้า ทำร้ายข้าจนเกือบตายอยู่ในคุกใต้ดิน!"
"หวังว่าท่านบรรพบุรุษผู้ทรงคุณธรรมจะช่วยทวงคืนความยุติธรรมให้ข้า อนุญาตให้ข้าพาน้องสาวจากไป"
สิ้นคำพูดหยางซิวก็สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วตะโกนบอกหยางหย่วนเสียงดังลั่น
เมื่อสามปีก่อนหยางหย่วนธาตุไฟแตกซ่านระหว่างการฝึกฝน เป็นหยางซิวในวัยเยาว์ที่บุกป่าฝ่าดงเข้าไปในเทือกเขาสัตว์อสูรอันตรายเพียงลำพัง เสี่ยงชีวิตตามหาสมุนไพรมารักษาจนช่วยชีวิตเขาไว้ได้
และเพื่อสมุนไพรรักษาโรคต้นนี้ หยางซิวต้องพลัดตกหน้าผาจนขาหัก ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่นานถึงครึ่งปีกว่าร่างกายจะฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติ
ดังนั้นหยางซิวจึงยังคงมีความหวังหลงเหลืออยู่บ้างกับบรรพบุรุษตระกูลหยางผู้นี้
"ท่านบรรพบุรุษ อย่าไปฟังคำแก้ตัวพล่อยๆ ของไอ้เด็กเดรัจฉานนี่นะขอรับ! ข้าหยางเทียนเจียวมีพรสวรรค์ล้ำเลิศมาแต่กำเนิด ชีพจรยุทธ์ระดับเก้านี้ข้าเป็นคนปลุกมันขึ้นมาด้วยตัวเองทั้งสิ้น!"
"แย่งชิงของหยางซิวอะไรกัน ถุย! ชีพจรยุทธ์ของไอ้ลูกไม่มีพ่ออย่างมันข้าไม่เห็นอยู่ในสายตาเลยสักนิด!"
"ข้าหมายปองหยางหลิงเอ๋อร์มานานแล้ว ท่านบรรพบุรุษห้ามปล่อยให้หยางซิวพานางไปเด็ดขาดนะขอรับ!"
วีรกรรมของหยางซิวที่ยอมเสี่ยงชีวิตบุกป่าฝ่าดงเข้าไปในเทือกเขาสัตว์อสูรเพียงลำพังเพื่อค้นหาสมุนไพรวิญญาณมารักษาบรรพบุรุษหยางหย่วนจนเกือบต้องเสียขาไปข้างหนึ่งนั้นเป็นเรื่องที่เลื่องลือไปทั่วทั้งเมืองโบราณอวิ๋นลั่ว
หยางเทียนเจียวเกรงว่าท่านบรรพบุรุษจะเห็นแก่บุญคุณช่วยชีวิตในหนนั้นแล้วยอมตกลงรับปากหยางซิว ทำให้เนื้อชิ้นโตที่กำลังจะเข้าปากต้องหลุดลอยไป
ส่วนหยางหย่วนเองเมื่อได้ยินคำพูดของหยางซิวใบหน้าชราภาพก็หมองคล้ำลง สีหน้าลังเลใจแปรปรวนไปมา
หยางหลิงเอ๋อร์โกรธจนกระทืบเท้าพร้อมกับด่าทอเสียงขุ่น "ไอ้สารเลว ข้าไม่มีวันแต่งงานกับเจ้าหรอก!"
"ท่านบรรพบุรุษ!"
จู่ๆ หยางซิวก็ส่งเสียงเรียก ดึงสติของหยางหย่วนให้หลุดออกจากภวังค์
เขาปรายตาเย็นชามองหยางซิวแล้วกล่าวเสียงเรียบ "เทียนเจียวพูดถูก ข้าไม่อาจปล่อยให้คำพูดของเจ้าเพียงคนเดียวมาทำลายเรื่องดีๆ ของตระกูลหยางได้"
"แต่ว่า..."
หยางหย่วนพยักหน้าเล็กน้อย "เห็นแก่ที่เจ้าเคยช่วยชีวิตชายชราผู้นี้ ข้าจะให้โอกาสเจ้าสักครั้งก็แล้วกัน"
"ท่านบรรพบุรุษ!"
เมื่อได้ยินดังนั้นหยางเทียนเจียวก็รีบร้อนอ้าปากจะทัดทาน ทว่าเสียงของหยางหย่วนก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อน "ข้าจะให้เทียนเจียวเลือกเด็กรุ่นเยาว์ของตระกูลหยางมาประลองกับเจ้าสักคน หากเจ้าเอาชนะได้ข้าก็จะอนุญาตให้เจ้าพาหยางหลิงเอ๋อร์ไปได้ เป็นอย่างไรเล่า"
"ฮ่าฮ่าฮ่า ได้เลย ข้าขอเลือกหยางอู่เป็นตัวแทนประลอง!"
หยางเทียนเจียวดีใจจนเนื้อเต้น เขามองจุดประสงค์ในการกระทำของท่านบรรพบุรุษออกในทันทีว่าต้องการกำจัดตัวปัญหาอย่างหยางซิวทิ้ง
เจ้าอยากพาน้องสาวไปนักใช่ไหม ได้สิ!
แต่เจ้าต้องประลองกับเด็กรุ่นเยาว์ของตระกูลหยางข้าเสียก่อน!
กระบี่ไร้ตาหมัดเท้าไร้ความปรานี หากพลาดพลั้งถึงขั้นสิ้นชื่อก็โทษใครไม่ได้!
"ขอรับ! ฮ่าฮ่าฮ่า หยางซิว มารับความตายเสียดีๆ!"
เด็กหนุ่มร่างกำยำในกลุ่มเด็กรุ่นเยาว์ตระกูลหยางเดินอาดๆ ออกมาพร้อมกับแววตาเย้ยหยัน ทันทีที่เขาปรากฏตัวฝูงชนก็เริ่มจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ ในขณะที่กลุ่มเด็กรุ่นเยาว์ของตระกูลหยางต่างพากันส่งเสียงโห่ร้องเชียร์
"ท่านพี่ อย่าตอบตกลงเขานะ!" หยางหลิงเอ๋อร์ร้องบอกด้วยความร้อนใจ
นางรู้ซึ้งถึงความแข็งแกร่งของหยางอู่ดี เมื่อครึ่งเดือนก่อนเขาเพิ่งจะก้าวเข้าสู่ระดับวิญญาณยุทธ์ขั้นที่สอง ถือเป็นหนึ่งในเด็กรุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมที่สุดของตระกูลหยางแห่งเมืองโบราณแห่งนี้ ส่วนหยางซิวอยู่เพียงระดับวังชะตาเท่านั้น ซ้ำยังเพิ่งจะหลุดพ้นจากคุกใต้ดินมาหมาดๆ จะไปเป็นคู่มือของหยางอู่ได้อย่างไร
การที่หยางหย่วนยื่นข้อเสนอนี้เห็นได้ชัดว่าต้องการยืมดาบฆ่าคน!
นางไม่อยากให้หยางซิวต้องตกอยู่ในอันตรายเพียงเพื่อตัวเอง
"หยางซิว เมื่อกี้เจ้ายังปากดีอยู่เลยไม่ใช่หรือไง ทำไมล่ะ ไม่กล้าแล้วงั้นหรือ"
กลางลานประลองหยางอู่ตะโกนเย้ยหยันเสียงดังลั่น "ว่าแล้วเชียว เจ้าก็เหมือนกับแม่ชั้นต่ำของเจ้านั่นแหละ เป็นแค่สุนัขที่ตระกูลหยางเลี้ยงเอาไว้ หากไม่กล้าสู้ก็หดหัวม้วนหางไสหัวไปซะ!"
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
สิ้นคำพูดเด็กรุ่นเยาว์ของตระกูลหยางก็ประสานเสียงหัวเราะเยาะเย้ยกันอย่างสนุกสนาน
หยางเทียนเจียวยกแขนขึ้นกอดอกพลางแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "หยางซิว หากไม่กล้าก็ไสหัวไป ทิ้งหยางหลิงเอ๋อร์เอาไว้ซะ!"
แววตาของหยางซิวลุกโชนไปด้วยไฟแค้น เขาจ้องมองหยางอู่เขม็ง จิตสังหารสายหนึ่งลุกลามแผ่ซ่านอยู่ในดวงตา
ตอนที่ท่านแม่ยังมีชีวิตอยู่ หยางอู่ผู้นี้มักจะส่งบ่าวไพร่มากลั่นแกล้งรังแกพวกเขาสองแม่ลูกอยู่เสมอ
ท่านแม่จากไปแล้วมันยังกล้าเอ่ยปากลบหลู่อีก!
ก็ดี วันนี้ข้าจะเอาชีวิตสุนัขอย่างเจ้าหยางอู่มาล้างแค้นชำระความอัปยศในอดีต และเซ่นไหว้ดวงวิญญาณท่านแม่!
"หึ ทำไมข้าจะไม่กล้า"
หยางซิวแค่นเสียงหัวเราะเย็นชาก่อนจะก้าวเดินออกไป
"ท่านพี่!" หยางหลิงเอ๋อร์คว้าแขนของหยางซิวเอาไว้
หยางซิวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "วางใจเถอะ พี่จะไม่เป็นไร"
เด็กหนุ่มลูบแก้มเนียนนุ่มของหลิงเอ๋อร์เบาๆ ก่อนจะเดินมาถึงลานประลอง เขาปรายตามองหยางอู่ที่มีสีหน้าหยิ่งผยองด้วยท่าทีเรียบเฉยพลางเอ่ยขึ้น "ลงมือสิ"
"หา ข้าฟังไม่ผิดใช่ไหม เจ้าให้ข้าลงมือก่อนงั้นหรือ"
หยางอู่ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะกุมท้องหัวระเราะร่วน ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า
เสียงหัวเราะดังระงมเป็นระลอก เด็กรุ่นเยาว์คนอื่นๆ ของตระกูลหยางก็พลอยผสมโรงหัวเราะตามไปด้วย
แต่ละคนมองหยางซิวด้วยสายตาราวกับกำลังมองดูคนโง่เง่าเต่าตุ่น!
หยางเทียนเจียวแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "ช่างเป็นหยางซิวที่ประเสริฐแท้ ขยะระดับวังชะตาอย่างเจ้ายังกล้าอวดดีถึงเพียงนี้!"
จากนั้นเขาก็ตะโกนสั่งการ "หยางอู่ สั่งสอนมันให้หลาบจำซะ!"
"ขอรับ!"
หยางอู่หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เขาวางท่าราวกับผู้ที่อยู่เหนือกว่า "หยางซิว ยังมีคำสั่งเสียอะไรอีกไหม"
หยางซิวเอียงคอมองด้วยหางตา "คนเป็นไม่ค่อยพูด คนตายพูดจาไร้สาระ พ่นคำไร้สาระจบแล้วใช่ไหม จบแล้วก็ไปตายซะ!"
"เจ้า!"
เสียงหัวเราะหยุดชะงักลงกะทันหัน รอยยิ้มบนใบหน้าของหยางอู่แข็งค้างไปในทันที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยจิตสังหารและความโหดเหี้ยมอันไร้ที่สิ้นสุด "รนหาที่ตาย! ข้าจะสับเจ้าเป็นชิ้นๆ ให้ดู!"
เขาแผดเสียงคำรามลั่นพร้อมกับพุ่งพรวดเข้ามาประดุจลูกกระสุนปืนใหญ่!
[จบแล้ว]