เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - โยนความผิด!

บทที่ 7 - โยนความผิด!

บทที่ 7 - โยนความผิด!


บทที่ 7 - โยนความผิด!

"สองพ่อลูกตระกูลหยาง คิดไม่ถึงล่ะสิ ข้าหยางซิวจะยังยืนอยู่ตรงนี้ได้!"

หยางซิวทอดสายตามองสองพ่อลูกตระกูลหยาง นัยน์ตาเย็นชาแฝงประกายความเยือกเย็น

"หยางซิว เจ้า! เป็นไปได้อย่างไร!" หยางเทียนเจียวลุกลี้ลุกลนขึ้นมาทันที ผู้เฒ่าทัณฑ์สวรรค์ยังอยู่ที่นี่ หากปล่อยให้หยางซิวแฉความจริงออกมา ชื่อเสียงของเขาต้องป่นปี้แน่!

หยางเทียนหมิงตวาดลั่น "ไอ้เด็กบัดซบ! วันนี้เป็นวันมงคลที่ท่านบรรพบุรุษออกจากวัฏฏะ เจ้าในฐานะคนของตระกูลหยางกลับกล้าฆ่าคนต่อหน้าธารกำนัล จะรับโทษเช่นไร!"

"คนของตระกูลหยางหรือ ฮ่าฮ่าฮ่า!"

หยางซิวแหงนหน้าหัวเราะก้องฟ้า เสียงหัวเราะเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและเย้ยหยันอันไร้ที่สิ้นสุด

"ช่างเป็นคนของตระกูลหยางที่ประเสริฐแท้!"

"ตอนที่พวกเจ้าสองพ่อลูกฉวยโอกาสที่ข้าเก็บตัวฝึกซอยลอบทำร้ายข้าจนปางตาย พวกเจ้าเห็นข้าเป็นคนของตระกูลหยางหรือไม่"

"ตอนที่พวกเจ้าสองพ่อลูกทำลายตันเถียนและทำลายตบะของข้า พวกเจ้าเห็นข้าเป็นคนของตระกูลหยางหรือไม่"

"ตอนที่พวกเจ้าสองพ่อลูกควักชีพจรยุทธ์ของข้าออกไปทั้งเป็นแล้วหลอมรวมมันต่อหน้าต่อตา พวกเจ้ายังเห็นข้าเป็นคนของตระกูลหยางอยู่อีกหรือไม่!"

เสียงตวาดเย้ยหยันของหยางซิวดังกึกก้องไปทั่วยกพื้นลานกว้าง

"มาตอนนี้เจ้าหยางเทียนหมิงกลับบอกว่าข้าคือคนของตระกูลหยาง หนังหน้าของพวกเจ้าสองพ่อลูกช่างหนากว่ากำแพงเมืองเสียอีก!"

"หา! ทำลายตบะ ควักชีพจรยุทธ์งั้นหรือ"

แขกเหรื่อที่นั่งอยู่ต่างหน้าถอดสีเมื่อได้ยิน บางคนถึงกับลุกพรวดขึ้นมาด้วยความตกตะลึง

ต้องรู้ก่อนว่าสำหรับจอมยุทธ์ทุกคนแล้วการถูกทำลายตบะและถูกควักชีพจรยุทธ์นั้นเป็นเรื่องที่น่าอนาถยิ่งกว่าความตายเสียอีก!

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเรื่องพรรค์นี้เกิดขึ้นกับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง!

หลายคนหน้าซีดเผือด หากสิ่งที่หยางซิวพูดเป็นความจริง นั่นไม่ได้หมายความว่าชีพจรยุทธ์ระดับเก้าของหยางเทียนเจียวแย่งชิงมาจากหยางซิวหรอกหรือ

"ท่านพี่!"

หยางหลิงเอ๋อร์ที่อยู่ด้านหลังร้องไห้โฮจนน้ำตาอาบแก้มมานานแล้ว

ในฐานะญาติเพียงคนเดียวของหยางซิวบนโลกใบนี้ แม้ทั้งสองจะไม่มีสายเลือดเดียวกันแต่ก็ผูกพันกันยิ่งกว่าสายเลือดแท้ๆ

นางมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มด้วยความปวดร้าวใจราวกับถูกมีดกรีด จินตนาการไม่ออกเลยว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาหยางซิวต้องทนทุกข์ทรมานแสนสาหัสเพียงใด!

"อะไรนะ!"

บนลานยกพื้นสูงบรรพบุรุษหยางหย่วนหน้าซีดเผือด เขาลุกพรวดขึ้นมาด้วยความตกใจ "เจ้าบอกว่าชีพจรยุทธ์ระดับเก้าของเทียนเจียวแย่งชิงมาจากเจ้าอย่างนั้นหรือ"

ใบหน้าชราภาพของหยางหย่วนแปรเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว เขาครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ของเรื่องนี้อย่างบ้าคลั่ง!

แต่ไม่นานใบหน้าชรานั้นก็หมองคล้ำลงราวกับลูกพลับตากแห้งอันแสนอัปลักษณ์

ห่างออกไปไม่ไกลใบหน้างัวเงียของผู้เฒ่าทัณฑ์สวรรค์ก็ฉายแววประหลาดใจ หัวคิ้วขมวดเข้าหากัน ใบหน้าเริ่มเคร่งเครียดขึ้นมาทีละน้อย

"เจ้า!"

หยางเทียนเจียวลุกลี้ลุกลนไปหมดแล้ว เขาชี้นิ้วด่าหยางซิวด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

หยางเทียนหมิงที่อยู่ข้างกายก้าวพรวดออกมาพลางตวาดลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด "ไอ้เด็กเหลือขอ! พูดจาเหลวไหล! หากเจ้าถูกทำลายตบะไปแล้วจะยังมีปัญญาสังหารผู้คุ้มกันของเทียนเจียวได้อย่างไร!"

"เห็นได้ชัดว่าเจ้าผูกใจเจ็บที่ถูกไล่ออกจากตระกูลหยางถึงได้มาพูดจาพล่อยๆ!"

"ใครก็ได้! ลากตัวไอ้เด็กเดรัจฉานนี่ออกไปจากตระกูลหยางเดี๋ยวนี้!"

ขิงแก่ย่อมเผ็ดร้อนกว่า แม้จะไม่เข้าใจว่าเหตุใดหยางซิวจึงฟื้นพลังกลับมาได้ แต่ก็สามารถใช้จุดนี้มาปฏิเสธข้อกล่าวหาได้อย่างพอดิบพอดี!

ขอเพียงขับไล่หยางซิวออกไปจากตระกูลหยางได้ รอให้งานเลี้ยงจบลงเขาย่อมมีวิธีจัดการกับไอ้เด็กเดรัจฉานนี่!

สิ้นคำสั่งของหยางเทียนหมิงกลุ่มผู้คุ้มกันตระกูลหยางก็พุ่งพรวดเข้ามาทันที

"ถ้าข้าเป็นพวกเจ้า ข้าจะไม่มารนหาที่ตายหรอกนะ"

หยางซิวตวัดสายตาเย็นชาปรายมองคนเหล่านั้น กลุ่มผู้คุ้มกันต่างสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่เสียดแทงทะลุถึงกระดูกจนต้องหยุดชะงักฝีเท้าลงอย่างอดไม่ได้

"ท่านบรรพบุรุษ คำพูดของหยางซิวผู้นี้ล้วนเป็นความจริงทุกประการ"

หยางซิวทอดสายตามองไปยังหยางหย่วน "หลิวหงที่สองพ่อลูกตระกูลหยางส่งมาฆ่าข้าได้ตายตกอยู่ในคุกใต้ดินที่คุมขังข้าแล้ว หากพวกท่านส่งคนไปตรวจสอบดูก็จะรู้ว่าข้าพูดจริงหรือไม่"

"สองพ่อลูกตระกูลหยางทำลายตบะข้าช่วงชิงชีพจรยุทธ์ข้า ทำร้ายข้าจนเกือบตายอยู่ในคุกใต้ดิน!"

"หวังว่าท่านบรรพบุรุษผู้ทรงคุณธรรมจะช่วยทวงคืนความยุติธรรมให้ข้า อนุญาตให้ข้าพาน้องสาวจากไป"

สิ้นคำพูดหยางซิวก็สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วตะโกนบอกหยางหย่วนเสียงดังลั่น

เมื่อสามปีก่อนหยางหย่วนธาตุไฟแตกซ่านระหว่างการฝึกฝน เป็นหยางซิวในวัยเยาว์ที่บุกป่าฝ่าดงเข้าไปในเทือกเขาสัตว์อสูรอันตรายเพียงลำพัง เสี่ยงชีวิตตามหาสมุนไพรมารักษาจนช่วยชีวิตเขาไว้ได้

และเพื่อสมุนไพรรักษาโรคต้นนี้ หยางซิวต้องพลัดตกหน้าผาจนขาหัก ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่นานถึงครึ่งปีกว่าร่างกายจะฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติ

ดังนั้นหยางซิวจึงยังคงมีความหวังหลงเหลืออยู่บ้างกับบรรพบุรุษตระกูลหยางผู้นี้

"ท่านบรรพบุรุษ อย่าไปฟังคำแก้ตัวพล่อยๆ ของไอ้เด็กเดรัจฉานนี่นะขอรับ! ข้าหยางเทียนเจียวมีพรสวรรค์ล้ำเลิศมาแต่กำเนิด ชีพจรยุทธ์ระดับเก้านี้ข้าเป็นคนปลุกมันขึ้นมาด้วยตัวเองทั้งสิ้น!"

"แย่งชิงของหยางซิวอะไรกัน ถุย! ชีพจรยุทธ์ของไอ้ลูกไม่มีพ่ออย่างมันข้าไม่เห็นอยู่ในสายตาเลยสักนิด!"

"ข้าหมายปองหยางหลิงเอ๋อร์มานานแล้ว ท่านบรรพบุรุษห้ามปล่อยให้หยางซิวพานางไปเด็ดขาดนะขอรับ!"

วีรกรรมของหยางซิวที่ยอมเสี่ยงชีวิตบุกป่าฝ่าดงเข้าไปในเทือกเขาสัตว์อสูรเพียงลำพังเพื่อค้นหาสมุนไพรวิญญาณมารักษาบรรพบุรุษหยางหย่วนจนเกือบต้องเสียขาไปข้างหนึ่งนั้นเป็นเรื่องที่เลื่องลือไปทั่วทั้งเมืองโบราณอวิ๋นลั่ว

หยางเทียนเจียวเกรงว่าท่านบรรพบุรุษจะเห็นแก่บุญคุณช่วยชีวิตในหนนั้นแล้วยอมตกลงรับปากหยางซิว ทำให้เนื้อชิ้นโตที่กำลังจะเข้าปากต้องหลุดลอยไป

ส่วนหยางหย่วนเองเมื่อได้ยินคำพูดของหยางซิวใบหน้าชราภาพก็หมองคล้ำลง สีหน้าลังเลใจแปรปรวนไปมา

หยางหลิงเอ๋อร์โกรธจนกระทืบเท้าพร้อมกับด่าทอเสียงขุ่น "ไอ้สารเลว ข้าไม่มีวันแต่งงานกับเจ้าหรอก!"

"ท่านบรรพบุรุษ!"

จู่ๆ หยางซิวก็ส่งเสียงเรียก ดึงสติของหยางหย่วนให้หลุดออกจากภวังค์

เขาปรายตาเย็นชามองหยางซิวแล้วกล่าวเสียงเรียบ "เทียนเจียวพูดถูก ข้าไม่อาจปล่อยให้คำพูดของเจ้าเพียงคนเดียวมาทำลายเรื่องดีๆ ของตระกูลหยางได้"

"แต่ว่า..."

หยางหย่วนพยักหน้าเล็กน้อย "เห็นแก่ที่เจ้าเคยช่วยชีวิตชายชราผู้นี้ ข้าจะให้โอกาสเจ้าสักครั้งก็แล้วกัน"

"ท่านบรรพบุรุษ!"

เมื่อได้ยินดังนั้นหยางเทียนเจียวก็รีบร้อนอ้าปากจะทัดทาน ทว่าเสียงของหยางหย่วนก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อน "ข้าจะให้เทียนเจียวเลือกเด็กรุ่นเยาว์ของตระกูลหยางมาประลองกับเจ้าสักคน หากเจ้าเอาชนะได้ข้าก็จะอนุญาตให้เจ้าพาหยางหลิงเอ๋อร์ไปได้ เป็นอย่างไรเล่า"

"ฮ่าฮ่าฮ่า ได้เลย ข้าขอเลือกหยางอู่เป็นตัวแทนประลอง!"

หยางเทียนเจียวดีใจจนเนื้อเต้น เขามองจุดประสงค์ในการกระทำของท่านบรรพบุรุษออกในทันทีว่าต้องการกำจัดตัวปัญหาอย่างหยางซิวทิ้ง

เจ้าอยากพาน้องสาวไปนักใช่ไหม ได้สิ!

แต่เจ้าต้องประลองกับเด็กรุ่นเยาว์ของตระกูลหยางข้าเสียก่อน!

กระบี่ไร้ตาหมัดเท้าไร้ความปรานี หากพลาดพลั้งถึงขั้นสิ้นชื่อก็โทษใครไม่ได้!

"ขอรับ! ฮ่าฮ่าฮ่า หยางซิว มารับความตายเสียดีๆ!"

เด็กหนุ่มร่างกำยำในกลุ่มเด็กรุ่นเยาว์ตระกูลหยางเดินอาดๆ ออกมาพร้อมกับแววตาเย้ยหยัน ทันทีที่เขาปรากฏตัวฝูงชนก็เริ่มจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ ในขณะที่กลุ่มเด็กรุ่นเยาว์ของตระกูลหยางต่างพากันส่งเสียงโห่ร้องเชียร์

"ท่านพี่ อย่าตอบตกลงเขานะ!" หยางหลิงเอ๋อร์ร้องบอกด้วยความร้อนใจ

นางรู้ซึ้งถึงความแข็งแกร่งของหยางอู่ดี เมื่อครึ่งเดือนก่อนเขาเพิ่งจะก้าวเข้าสู่ระดับวิญญาณยุทธ์ขั้นที่สอง ถือเป็นหนึ่งในเด็กรุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมที่สุดของตระกูลหยางแห่งเมืองโบราณแห่งนี้ ส่วนหยางซิวอยู่เพียงระดับวังชะตาเท่านั้น ซ้ำยังเพิ่งจะหลุดพ้นจากคุกใต้ดินมาหมาดๆ จะไปเป็นคู่มือของหยางอู่ได้อย่างไร

การที่หยางหย่วนยื่นข้อเสนอนี้เห็นได้ชัดว่าต้องการยืมดาบฆ่าคน!

นางไม่อยากให้หยางซิวต้องตกอยู่ในอันตรายเพียงเพื่อตัวเอง

"หยางซิว เมื่อกี้เจ้ายังปากดีอยู่เลยไม่ใช่หรือไง ทำไมล่ะ ไม่กล้าแล้วงั้นหรือ"

กลางลานประลองหยางอู่ตะโกนเย้ยหยันเสียงดังลั่น "ว่าแล้วเชียว เจ้าก็เหมือนกับแม่ชั้นต่ำของเจ้านั่นแหละ เป็นแค่สุนัขที่ตระกูลหยางเลี้ยงเอาไว้ หากไม่กล้าสู้ก็หดหัวม้วนหางไสหัวไปซะ!"

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"

สิ้นคำพูดเด็กรุ่นเยาว์ของตระกูลหยางก็ประสานเสียงหัวเราะเยาะเย้ยกันอย่างสนุกสนาน

หยางเทียนเจียวยกแขนขึ้นกอดอกพลางแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "หยางซิว หากไม่กล้าก็ไสหัวไป ทิ้งหยางหลิงเอ๋อร์เอาไว้ซะ!"

แววตาของหยางซิวลุกโชนไปด้วยไฟแค้น เขาจ้องมองหยางอู่เขม็ง จิตสังหารสายหนึ่งลุกลามแผ่ซ่านอยู่ในดวงตา

ตอนที่ท่านแม่ยังมีชีวิตอยู่ หยางอู่ผู้นี้มักจะส่งบ่าวไพร่มากลั่นแกล้งรังแกพวกเขาสองแม่ลูกอยู่เสมอ

ท่านแม่จากไปแล้วมันยังกล้าเอ่ยปากลบหลู่อีก!

ก็ดี วันนี้ข้าจะเอาชีวิตสุนัขอย่างเจ้าหยางอู่มาล้างแค้นชำระความอัปยศในอดีต และเซ่นไหว้ดวงวิญญาณท่านแม่!

"หึ ทำไมข้าจะไม่กล้า"

หยางซิวแค่นเสียงหัวเราะเย็นชาก่อนจะก้าวเดินออกไป

"ท่านพี่!" หยางหลิงเอ๋อร์คว้าแขนของหยางซิวเอาไว้

หยางซิวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "วางใจเถอะ พี่จะไม่เป็นไร"

เด็กหนุ่มลูบแก้มเนียนนุ่มของหลิงเอ๋อร์เบาๆ ก่อนจะเดินมาถึงลานประลอง เขาปรายตามองหยางอู่ที่มีสีหน้าหยิ่งผยองด้วยท่าทีเรียบเฉยพลางเอ่ยขึ้น "ลงมือสิ"

"หา ข้าฟังไม่ผิดใช่ไหม เจ้าให้ข้าลงมือก่อนงั้นหรือ"

หยางอู่ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะกุมท้องหัวระเราะร่วน ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า

เสียงหัวเราะดังระงมเป็นระลอก เด็กรุ่นเยาว์คนอื่นๆ ของตระกูลหยางก็พลอยผสมโรงหัวเราะตามไปด้วย

แต่ละคนมองหยางซิวด้วยสายตาราวกับกำลังมองดูคนโง่เง่าเต่าตุ่น!

หยางเทียนเจียวแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "ช่างเป็นหยางซิวที่ประเสริฐแท้ ขยะระดับวังชะตาอย่างเจ้ายังกล้าอวดดีถึงเพียงนี้!"

จากนั้นเขาก็ตะโกนสั่งการ "หยางอู่ สั่งสอนมันให้หลาบจำซะ!"

"ขอรับ!"

หยางอู่หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เขาวางท่าราวกับผู้ที่อยู่เหนือกว่า "หยางซิว ยังมีคำสั่งเสียอะไรอีกไหม"

หยางซิวเอียงคอมองด้วยหางตา "คนเป็นไม่ค่อยพูด คนตายพูดจาไร้สาระ พ่นคำไร้สาระจบแล้วใช่ไหม จบแล้วก็ไปตายซะ!"

"เจ้า!"

เสียงหัวเราะหยุดชะงักลงกะทันหัน รอยยิ้มบนใบหน้าของหยางอู่แข็งค้างไปในทันที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยจิตสังหารและความโหดเหี้ยมอันไร้ที่สิ้นสุด "รนหาที่ตาย! ข้าจะสับเจ้าเป็นชิ้นๆ ให้ดู!"

เขาแผดเสียงคำรามลั่นพร้อมกับพุ่งพรวดเข้ามาประดุจลูกกระสุนปืนใหญ่!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 7 - โยนความผิด!

คัดลอกลิงก์แล้ว