- หน้าแรก
- ระบบตบหน้าเทพเซียน: ข้าคือมารร้ายที่โลกต้องจดจำ
- บทที่ 6 - กล้าทำร้ายน้องสาวข้าหรือ รนหาที่ตาย!
บทที่ 6 - กล้าทำร้ายน้องสาวข้าหรือ รนหาที่ตาย!
บทที่ 6 - กล้าทำร้ายน้องสาวข้าหรือ รนหาที่ตาย!
บทที่ 6 - กล้าทำร้ายน้องสาวข้าหรือ รนหาที่ตาย!
ชีพจรยุทธ์แบ่งออกเป็นเก้าขั้น แต่ละขั้นยังแบ่งย่อยเป็นระดับต่ำ ระดับกลาง และระดับสูง
และหยางเทียนเจียวไม่เพียงแต่ครอบครองชีพจรยุทธ์ระดับเก้าอันสูงสุดเท่านั้น ทว่ายังเป็นระดับสูงของชีพจรยุทธ์ระดับเก้าที่ถือกำเนิดขึ้นน้อยแสนน้อยอีกด้วย!
ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับพิทักษ์แคว้นอย่างผู้เฒ่าทัณฑ์สวรรค์ก็ยังอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความชื่นชม
บุคคลผู้มีพรสวรรค์เยี่ยงนี้คือสิ่งที่สำนักมังกรฟ้าของพวกเขาต้องการดึงตัวมาเข้าร่วมอย่างยิ่ง
ผู้เฒ่าทัณฑ์สวรรค์จึงออกปากเชิญชวนในทันที "อีกไม่นานก็จะถึงการทดสอบศิษย์ใหม่ของสำนักแล้ว หากพวกเจ้าตกลง ชายชราผู้นี้จะพาเขาไปเข้าร่วมด้วยตัวเอง"
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ตกลง ข้าน้อยย่อมตกลงอยู่แล้วขอรับ!"
คนในตระกูลหยางต่างพากันดีใจจนแทบเนื้อเต้น หากหยางเทียนเจียวได้เข้าร่วมสำนักมังกรฟ้า นับแต่นี้ไปตระกูลหยางแห่งเมืองโบราณอวิ๋นลั่วจะต้องผงาดขึ้นอย่างแน่นอน ไม่แน่ว่าอาจจะกลายเป็นขุมกำลังที่ทัดเทียมกับห้าตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงเลยก็ได้!
ทุกคนต่างพากันประสานมือคารวะอย่างต่อเนื่อง "เช่นนั้นคงต้องรบกวนใต้เท้าทัณฑ์สวรรค์แล้วขอรับ!"
"อืม"
ผู้เฒ่าทัณฑ์สวรรค์พยักหน้ารับก่อนจะเดินไปนั่งลงที่โต๊ะสุราบนลานยกพื้นสูงภายใต้การนำของหยางหย่วน
เขาปรายตามองลงไปด้านล่างอย่างเรียบเฉย เขาไม่มีความสนใจในงานเลี้ยงรื่นเริงเช่นนี้เลยแม้แต่น้อย
การที่เขายอมมานั่งอยู่ที่นี่ก็เป็นเพราะเห็นแก่หน้าหยางเทียนเจียว เพื่อเป็นเกียรติเป็นศรีให้กับตระกูลหยางเท่านั้น
ทันทีที่นั่งลงเขาก็หลับตาลงและเข้าสู่สภาวะทำสมาธิโดยไม่สนใจผู้ใดอีก
"เทียนเจียว เจ้าคือดาวนำโชคของตระกูลหยางเราจริงๆ! อนาคตความเจริญรุ่งเรืองของตระกูลหยางคงต้องพึ่งพาเจ้าแล้ว!" ในฐานะบรรพบุรุษของตระกูล หยางหย่วนย่อมไม่อาจแสดงท่าทีกระตือรือร้นต่อลูกหลานต่อหน้าธารกำนัลมากจนเกินงามได้ เขาจึงรั้งตัวหยางเทียนเจียวให้นั่งลงพลางฉีกยิ้มกว้างจนหุบไม่ลง
"ท่านบรรพบุรุษ ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากจะขอให้ท่านช่วยส่งเสริมขอรับ" หยางเทียนเจียวเอ่ยขึ้น
หยางหย่วนโบกมือพร้อมกับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี "เรื่องอันใดกัน พูดมาได้เลย!"
หยางเทียนเจียวยิ้มกริ่มก่อนจะหันไปพยักพเยิดให้ลูกน้องที่อยู่ด้านหลัง "พานางขึ้นมาสิ"
เดิมทีวันนี้เป็นงานเลี้ยงฉลองการออกจากวัฏฏะของหยางหย่วน แต่เนื่องจากการปรากฏตัวของผู้เฒ่าทัณฑ์สวรรค์ หยางเทียนเจียวจึงกลายเป็นเป้าสายตาของทุกคนแทน
ทุกคนต่างใคร่รู้ว่าหยางเทียนเจียวกำลังจะทำอะไร
"ปล่อยข้านะ ปล่อยข้า ไอ้พวกอันธพาลชั่วช้า!"
ท่ามกลางความสงสัยของทุกคน บ่าวรับใช้ตระกูลหยางหลายคนก็คุมตัวเด็กหญิงคนหนึ่งเดินออกมา
เด็กหญิงคนนั้นอายุราวสิบสามสิบสี่ปี ใบหน้าสะสวยหมดจดและดูอ่อนเยาว์ เครื่องหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราดวงตากลมโตสุกใส เผยให้เห็นเค้าโครงของหญิงงามมาแต่ไกล
ทว่าในยามนี้ใบหน้าของนางกลับเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดิน ซ้ำยังถูกมัดไว้อย่างแน่นหนาป่าเถื่อนราวกับนางไม่ใช่คนแต่เป็นเพียงสิ่งของชิ้นหนึ่งเท่านั้น
"ท่านบรรพบุรุษ นังนี่คือหยางหลิงเอ๋อร์ บุตรบุญธรรมที่สาวใช้คนหนึ่งในตระกูลหยางของเราเก็บมาเลี้ยง หยางซิวบุตรบุญธรรมที่ท่านพ่อรับเลี้ยงไว้ก็คือพี่ชายของนางขอรับ"
เด็กหญิงวัยสิบสามสิบสี่ปีถูกมัดมือมัดเท้าและถูกคุมตัวขึ้นมาประดุจสิ่งของ การปรากฏตัวของหยางหลิงเอ๋อร์ทำให้เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที
หยางเทียนเจียวแค่นเสียงหัวเราะเย็นชาแล้วกล่าวต่อ "เมื่อหลายวันก่อนหยางซิวฝึกฝนวิชายุทธ์ผิดพลาดจนกลายเป็นคนพิการ ป่านนี้คงตายไปแล้ว น้องสาวของมันจึงกลายเป็นเด็กกำพร้าไร้คนดูแล ข้าจึงอยากขอร้องให้ท่านบรรพบุรุษประทานหยางหลิงเอ๋อร์ให้ข้า นับแต่นี้ให้นางเป็นอนุภรรยาของข้าขอรับ"
"หยางซิวหรือ"
ฝูงชนเบื้องล่างต่างตกตะลึง หยางซิวเคยเป็นถึงอัจฉริยะแห่งเมืองโบราณอวิ๋นลั่ว คิดไม่ถึงเลยว่าจะตายเสียแล้ว
หยางหย่วนพยักหน้าเล็กน้อย เมื่อได้ยินข่าวการตายของหยางซิวสีหน้าของเขากลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย ท้ายที่สุดแล้วอีกฝ่ายก็เป็นเพียงบุตรบุญธรรมของหยางเทียนหมิง ไม่นับว่าเป็นคนของตระกูลหยาง
แม้จะบอกว่ามีพรสวรรค์ไม่เลว แต่...
ตายแล้วก็คือตายไปแล้ว!
"เทียนเจียว เจ้าคือของล้ำค่าของตระกูลหยางเรา คำขอเพียงเล็กน้อยแค่นี้มีหรือที่บรรพบุรุษอย่างข้าจะไม่ยอมรับปาก" หยางหย่วนระเบิดเสียงหัวเราะลั่น "ข้าอนุญาต!"
หยางเทียนเจียวประสานมือคารวะด้วยความตื่นเต้น "ขอบพระคุณท่านบรรพบุรุษขอรับ!"
"ไอ้พวกสารเลว พวกแกมันไอ้พวกสารเลว พี่ชายข้าแข็งแรงดีจะตายกะทันหันได้อย่างไร! แล้วคนที่มีพรสวรรค์ธรรมดาดาดๆ อย่างแกหยางเทียนเจียว จู่ๆ จะไปปลุกชีพจรยุทธ์ระดับเก้าขึ้นมาได้อย่างไรกัน!"
"พวกแกต้องเป็นคนฆ่าพี่ชายข้าแน่ๆ ข้าไม่มีวันแต่งงานกับแกหรอก ไอ้คนชั่วช้าสามานย์!" ทันทีที่ได้ยินคำว่าหยางซิวตายแล้ว ดวงตากลมโตสุกใสของหยางหลิงเอ๋อร์ก็ลุกโชนไปด้วยไฟแค้น นางสบถด่าออกมาเสียงดังลั่น
"นังแพศยา กล้าพูดจาเหลวไหลปลุกปั่นผู้คนเชียวหรือ!"
นังตัวดีนี่ถึงกับกล้าพูดจาเช่นนี้ต่อหน้าผู้เฒ่าทัณฑ์สวรรค์ ทันทีที่เห็นผู้เฒ่าทัณฑ์สวรรค์ปรือตาขึ้นเล็กน้อย สีหน้าของหยางเทียนเจียวก็แปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เขารีบตะคอกสั่งการด้วยความเกรี้ยวกราด "ใครก็ได้มาอุดปากนังนี่ที"
"ตบปากนางซะ!"
"ขอรับ!"
เพียะ!
ผู้คุ้มกันตระกูลหยางที่อยู่ข้างกายหยางหลิงเอ๋อร์ก้าวฉับๆ เข้ามาพร้อมกับแสยะยิ้มอำมหิต ก่อนจะฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของหยางหลิงเอ๋อร์อย่างแรง
ใบหน้าขาวผ่องเนียนนุ่มของเด็กสาวพลันปริแตก รอยฝ่ามือปรากฏชัดเจนให้เห็นเต็มสองตา!
ผู้เฒ่าทัณฑ์สวรรค์ที่อยู่ไกลออกไปลืมตาขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับขมวดคิ้วมุ่น
"ไม่ ข้าจะพูด!"
"ไอ้พวกสารเลว พี่ชายข้ายอมอุทิศทุกสิ่งให้ตระกูลหยาง แต่กลับถูกพวกแกฆ่าตาย! ต่อให้กลายเป็นผีข้าก็จะไม่ปล่อยพวกแกไปเด็ดขาด!"
หยางหลิงเอ๋อร์กลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้า เผชิญหน้ากับสายตาอันมุ่งร้ายของคนในตระกูลหยาง นางยังคงดื้อดึงที่จะเปิดปากทวงคืนความยุติธรรมให้กับหยางซิวต่อไป
"ยังจะกล้าพูดจาเหลวไหลอีกหรือ! ตบปากนาง ตบปากนางต่อไปเรื่อยๆ! ตบจนกว่านางจะหุบปาก!"
การกระทำดังกล่าวจุดไฟแค้นในใจของหยางเทียนเจียวจนลุกโชน เขาแผดเสียงคำรามลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด หมายมั่นจะให้หยางหลิงเอ๋อร์ได้รู้ซึ้งถึงคำว่าโหดร้ายทารุณ!
เมื่อเห็นดังนั้นผู้คุ้มกันก็ยิ่งแสยะยิ้มกว้างขึ้นไปอีก เขาโปรดปรานการย่ำยีบุปผางามเช่นนี้เป็นที่สุด
เพื่อประจบสอพลอหยางเทียนเจียว เขาถึงกับง้างมือสุดแขนเตรียมจะฟาดฝ่ามือลงไปเต็มแรง!
"มึงกล้าหรือ!"
ทันใดนั้นบานประตูใหญ่ของลานกลางแจ้งก็ถูกเตะจนแตกกระจาย ผู้คุ้มกันหลายคนถูกซัดปลิวลอยละลิ่วเข้ามา ด้านหลังม่านฝุ่นควันนั้นปรากฏร่างสูงโปร่งของใครบางคนให้เห็นลางๆ
เมื่อมองผ่านประตูออกไปก็จะเห็นผู้คุ้มกันกว่ายี่สิบคนที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูลานกลางแจ้งนอนระเนระนาดเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น ส่งเสียงโอดครวญดังระงม
"ไอ้สุนัขหน้าโง่ มึงกล้าทำร้ายน้องสาวกูเชียวหรือ!"
ฟุ่บ!
ไม่รอให้ทุกคนตั้งตัวติด กลิ่นอายสังหารอันรุนแรงก็ปะทุออกจากร่างของผู้มาเยือน เขาพุ่งพรวดเข้ามาด้วยความโกรธเกรี้ยว เพียงพริบตาเดียวก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผู้คุ้มกันคนนั้นแล้ว
ผู้คุ้มกันคนนี้ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะมีใครกล้าบุกรุกเข้ามาในจวนตระกูลหยาง ขณะที่เขายังไม่ทันได้ตอบสนอง ชายผู้มาเยือนก็ซัดหมัดอันเปี่ยมไปด้วยแรงโทสะเข้าที่หน้าท้องของเขาอย่างจัง!
"อั้ก!"
พลังอันมหาศาลกระแทกอวัยวะภายในของผู้คุ้มกันจนแหลกเหลว เขาพ่นเลือดคำใหญ่ออกมาทันที!
"มึงชอบตบปากคนอื่นนักใช่ไหม หือ"
เพียะ!
ซัดหมัดเดียวทำลายผู้คุ้มกันจนหมดสภาพไปแล้ว แต่ผู้มาเยือนกลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดมือ เขาตบฉาดเข้าที่หน้าผู้คุ้มกันจนฟันหลุดร่วงหลุดออกมาพร้อมกับกองเลือด
จากนั้นก็ตบซ้ำเข้าที่แก้มอีกหลายฉาดซ้อนจนผู้คุ้มกันตกอยู่ในสภาพปางตายนอนหมอบกระแตอยู่บนพื้น!
"ตายซะ!"
ท่ามกลางสายตาอันตื่นตะลึงของฝูงชน ผู้มาเยือนกระทืบเท้าลงบนศีรษะของผู้คุ้มกันจนระเบิดแหลกละเอียด ของเหลวสีแดงปนขาวสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ!
"อ้วก!" เมื่อได้เห็นฉากอันน่าสยดสยองเช่นนี้ แขกเหรื่อหลายคนที่นั่งอยู่ก็ถึงกับอาเจียนออกมา ใบหน้าซีดเผือดขณะจ้องมองผู้มาเยือน
นั่นคือเด็กหนุ่มในชุดขาดรุ่งริ่งและเปื้อนเลือดคนหนึ่ง
เด็กหนุ่มมีคิ้วเข้มดุจกระบี่ ดวงตาเปล่งประกาย เครื่องหน้าหล่อเหลา ทว่าในแววตาของเขากลับแฝงไว้ด้วยความลึกล้ำที่ขัดกับรูปลักษณ์ภายนอก ระหว่างคิ้วยิ่งฉายแววหยิ่งทะนงและชั่วร้ายอย่างยากจะอธิบาย
เส้นผมยาวสยายถูกปล่อยปละละเลยไปด้านหลัง สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านมาพาให้เส้นผมปลิวไสว
และกลิ่นอายรอบกายเขาก็ช่างหนาวเหน็บและเย็นเยียบ ราวกับกระบี่ที่เย็นยะเยือกถึงขีดสุด!
ผู้คนทั้งหมดต่างนิ่งขึงเป็นท่อนไม้ ถูกสะกดด้วยพลังอำนาจอันแข็งแกร่งของเด็กหนุ่ม
ทันใดนั้นหยางเทียนเจียวก็เบิกตากว้าง สีหน้าของเขาราวกับเห็นผีสาง ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง "หยางซิว?!"
"เป็นไปได้อย่างไร!"
ไอ้เด็กเดรัจฉานหยางซิว มันควรจะถูกหลิวหงฆ่าตายอยู่ในคุกใต้ดินไปแล้วไม่ใช่หรือ!
ไฉนจู่ๆ ถึงมาโผล่อยู่ที่นี่ได้
ท่าทางของสองพ่อลูกตระกูลหยางยามนี้ราวกับเห็นผีจริงๆ
สิ่งที่ทำให้พวกเขาตกใจยิ่งกว่าก็คือ การที่หยางซิวสามารถสังหารผู้คุ้มกันระดับวังชะตาขั้นที่แปดได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ ย่อมหมายความว่าพลังของเขาฟื้นฟูกลับมาแล้วอย่างชัดเจน!
เป็นไปได้อย่างไร หยางซิวถูกพวกเขาทำลายตันเถียนไปแล้ว แม้แต่ชีพจรยุทธ์ก็ถูกควักออกมาแล้วนี่นา!
"หยางซิวหรือ เขาคือหยางซิวงั้นหรือ!"
"เขาตายไปแล้วไม่ใช่หรือไง!"
พรึ่บ!
แขกเหรื่อที่มาร่วมงานในลานกลางแจ้งต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอิทธิพลท้องถิ่นในเมืองโบราณอวิ๋นลั่ว ล้วนแต่เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
นั่นเป็นเพราะก่อนที่หยางเทียนเจียวจะผงาดขึ้นมา เด็กหนุ่มที่ชื่อหยางซิวผู้นี้คืออัจฉริยะอันดับหนึ่งที่ได้รับการยอมรับจากทั่วทั้งเมืองโบราณอวิ๋นลั่ว!
พรสวรรค์ของเขาทำให้แม้แต่ตระกูลมู่หรงในเมืองหลวงยังยินดีที่จะเกี่ยวดองด้วย!
ตระกูลหยางไม่ได้ประกาศว่าเขาตายแล้วหรอกหรือ
ชั่วขณะนั้นสายตาทุกคู่ล้วนจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มในชุดขาดรุ่งริ่งและเปื้อนเลือดผู้นี้
บนลานยกพื้นสูงผู้เฒ่าทัณฑ์สวรรค์ที่ทำท่าราวกับหลับใหลไปแล้วก็ปรือตาขึ้นเล็กน้อย สายตาของเขาทอดมองไปยังหยางซิวพร้อมกับเผยสีหน้าประหลาดใจ
"ท่านพี่!"
หยางหลิงเอ๋อร์โผเข้ากอดหยางซิวแน่น เด็กสาวผู้เด็ดเดี่ยวที่ไม่ยอมก้มหัวให้กับการข่มเหงของหยางเทียนเจียว บัดนี้กลับกลายเป็นเด็กหญิงตัวน้อยที่ถูกรังแกอย่างหนัก ในที่สุดนางก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป
"ฮือฮือฮือ ท่านพี่ ช่วงที่ผ่านมาท่านหายไปไหนมา หลิงเอ๋อร์เป็นห่วงท่านแทบแย่!"
หยางซิวลูบศีรษะของหยางหลิงเอ๋อร์อย่างอ่อนโยนก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "หลิงเอ๋อร์ไม่ร้องไห้นะ พี่อยู่นี่แล้ว ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว"
[จบแล้ว]