เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 153 มอบบ้านให้อีกหลัง

ตอนที่ 153 มอบบ้านให้อีกหลัง

ตอนที่ 153 มอบบ้านให้อีกหลัง


ความเยือกเย็นของซูข่านทำให้สาวๆรอบตกใจ

"ป่ะ ไปร้านอาหารวังหลวงกัน"

ซูข่านพูดเสร็จก็เดินไปที่ประตูหน้าบ้านทันที

"ค่ะ"

หวางรุยพยักหน้าของเธอ เธอไม่กล้าที่จะพูดอะไรต่อ

"อืม"

จ้าวชิงชิงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

หลี่ชิงเยว่ที่มองทุกอย่างอยู่ เธออุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ

พี่สามนี่น่าทึ่งจริงๆ เขาสามารถทำให้สองคนนี้หยุดทะเลาะกันได้เพียงไม่คำพูดไม่กี่คำ

"ยอดไปเลย"

เธอแอบยกนิ้วโป้งใหักับซูข่าน

ซูข่านเดินออกไปที่หน้าบ้าน เขาไม่ได้เรียกเฒ่าหลี่หรือคนอื่นๆให้ไปด้วย

ดูเหมือนว่าสาวๆที่สนามหญ้าแค่นี้ก็ทำให้เขาปวดหัวแล้ว

ถ้าหากว่ามีเฒ่าหลี่เพิ่มมาอีกคนละก็…..

โลกใบนี้คงไม่สงบสุขสำหรับฉันแน่ๆ

ซูข่านส่ายหัวอย่างรวดเร็วขณะที่คิดถึงเรื่องที่เฒ่าหลี่อาจจะทำกับสาวๆสองคนนี้

ซูข่าน จ้าวชิงชิง หวางรุย และหลี่ชิงเยว่ ได้เดินตามซูข่านออกไปที่ถนน

ในหนานจิงตอนนี้บนถนนยังมีรถวิ่งอยู่ไม่มาก ซูข่านก็ยังอยากได้รถไว้สักคัน

มันเหมาะสำหรับการเดินทางไปไหนมาไหน ตอนนี้เขายังไม่ได้เดินทางบ่อยขนาดนั้น เอาแต่มอเตอร์ไซค์สักคันหรือจักรยานก็น่าจะเพียงพอแล้ว

หากว่าซูข่านซื้อรถแล้วมาจอดที่สนามหญ้าหน้าบ้าน เกรงว่าลุงๆป้าๆแถวบ้านจะนินทราซูข่านหนักกว่าเดิมแน่ๆ

ถ้าเป็นอย่างงั้นซูข่านคงไม่อยากออกจากบ้านไปไหนมาไหน เดี๋ยวจะมีคนมองเขาด้วยสายตาแปลกๆอีก

ตอนนี้เขามีเงินนับล้านๆหยวนในเซียงเจียง หากว่าเขาจะซื้อรถเมล์ให้มาวิ่งประจำที่หน้าบ้านของเขาก็ยังได้

แต่ดูเหมือนว่ามันจะยุ่งวุ่นวายเกินไปหน่อย

ทั้งหมดได้เดินออกจากซอยและไปขึ้นรถเมล์ ไม่นานพวกเขาก็ได้ลงรถเมล์ที่ถนนไทเชียนหมิน

พวกเขาได้เดินต่ออีกประมาณ 2-3 ร้อยเมตร แล้วก็เห็นป้ายร้านอาหารวังหลวง

ตอนนี้ใกล้ถึงมื้ออาหารแล้ว ที่หน้าร้านวังหลวงมีรถจักรยานยนต์และรถยนต์จอดเรียงรายเต็มหน้าร้าน และแน่นอนรถทุกคันเป็นรถหรูนำเข้าแบบพิเศษ

ซูข่านได้เปิดประตูเข้าไปก่อน สาวๆทั้งสามคนได้เดินตามเข้ามาที่หลัง

พนักงานเสิร์ฟในร้านเห็นซูข่านเดินเข้ามาก็รีบวิ่งเข้ามาทักทายซูข่านอย่างเร็ว

"ยินดีต้อนรับครับคุณซู"

ซูข่านขมวดคิ้วเล็กน้อย คุณซูงั้นเหรอ?

นี่คือคำที่เฒ่าจางเรียกเราเพียงคนเดียวในหนานจิง

"อาจารย์จางได้บอกให้ทุกคนในร้านเรียกคุณว่าคุณซูครับ เขาได้ย้ำกับพวกผมว่าหากว่าคุณมา ให้พาคุณไปยังห้องรับรองที่ใหญ่ที่สุดทันที แล้วเขาจะเป็นคนปรุงอาหารให้กับคุณด้วยตัวเอง"

พนักงานพูดด้วยรอยยิ้ม

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย ไม่คิดว่าเลยเฒ่าจางจะอบรมพนักงานของร้านดีขนาดนี้

ทุกคนในร้านรู้จักกับเขา แล้วสามารถไปใช้ห้องรับรองไว้ได้เลย

ซูข่านรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก

ถ้าจำไม่ผิดเฒ่าจางดูเหมือนจะเป็นคนทำอาหารประจำตระกูลมาก่อน ไม่แปลกที่เขาจะรู้เรื่องพวกนี้เป็นพิเศษ

ซูข่านเหลือบมองไปที่พนักงานที่มาต้อนรับเขา ดูเหมือนว่าการแต่งตัวของพนักงานคนนี้ดูสะอาดและเรียบร้อย ไม่ใช่แค่เพียงพนักงานคนนี้คนเดียวแต่เป็นเหมือนกันทั้งร้าน ลูกค้าที่เข้ามาต้องรู้สึกถึงความสดใสของฤดูใบไม้ผลิแน่ๆ

ไม่แปลกใจเลยที่คนจะมาเต็มร้านทุกวัน

นอกจากรสชาติของอาหารที่อร่อยแล้ว การบริการของพนักงานก็จำเป็นต่อร้านอาหารเช่นกัน คนในยุคนี้ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารของรัฐ หรือว่าร้านอาหารของคนทั่วไป พวกเขาไม่สนใจลูกค้าที่มากินเลยแม้แต่น้อย เขาคิดแค่ว่าเสิร์ฟอาหารแล้วก็เสร็จหน้าที่ของพวกเขา

แต่ที่ร้านวังหลวงแห่งนี้ไม่ใช่แบบนั้น การบริการของพนักงานที่นี่ ซูข่านสามารถพูดได้เลยว่า เป็นร้านอาหารที่ดีที่สุดในประเทศจีนตอนนี้อย่างแน่นอน

ลูกค้าหน้าเดิมจึงเต็มใจที่จะมาที่ร้านนี้อีก เวลาไปร้านอาหารที่พนักงานทำหน้าเคร่งขรึม แค่เห็นหน้าพนักงานก็อารมณ์ที่จะกินแล้ว ไหนจะยังต้องมาลุ้นกับรสชาติอาหารอีก

ที่ร้านวังหลวง พนักงานทุกคนบริการลูกค้าเปรียบเสมือนกับพระเจ้า แถมยังยิ้มแย้มตลอดเวลา

ซูข่านที่กำลังคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาว่าจะให้เฒ่าจางนี่แหละจะเป็นศูนย์กลางในการสร้างแลนด์มาร์คของที่นี่ ไม่แน่เฒ่าจางอาจมีกลยุทธ์เด็ดๆในการมัดใจลูกค้าได้อีก

"ห้องใหญ่ที่สุด"

หลังจากที่พนักงานพูดจบ หวางรุยก็อุทานออกมาเสียงดัง

สำหรับหวางรุยแล้วเธอรู้สึกเหมือนว่าระยะห่างของเธอกับพี่สามได้กว้างกว่าที่เธอคิดไว้มาก

การที่มาร้านอาหารแล้วมีห้องรับรองให้เขาโดยเฉพาะ แสดงว่าพี่สามคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ

บางทีพี่สามอาจจะลงเงินไปกับร้านนี้หลายร้อยหยวนก็ได้

ดวงตาของจ้าวชิงชิงที่กระพริบถี่ขึ้น เธอมีความอยากรู้อยากเห็นมากกว่าหวางรุยอีก เธอได้ประเมินว่าซูข่านต้องมีหุ้นส่วนกับร้านแห่งนี้แน่นอน

เขาเป็นคนที่เก่งอยู่แล้ว จะมีหุ้นส่วนกับร้านนี้ก็ไม่แปลก

"ไม่เอาน่า พวกเรามากันแค่ 4 คนเอง ขอห้องเล็กๆก็พอแล้ว"

ซูข่านส่ายหัว จะให้ไปอยู่ในห้องใหญ่โดยมีคนแค่ 4 คนเนี่ยนะ บรรยากาศมันน่าจะขนลุกมากกว่าอีก

"ได้ครับคุณซู"

พนักงานเสิร์ฟได้หัวเราะเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ได้พาซูข่านและคนอื่นๆเดินไปยังด้านหลังของห้องโถง

ที่นั่นมีห้องเล็กๆห้องหนึ่งอยู่ แม้ว่าพนักงานบอกว่าเป็นห้องเล็กๆ แต่ที่นี่ก็กว้างพอที่จะสามารถนั่งทานได้ถึง 10 คน

"อยากกินอะไรก็สั่งเลย"

ซูข่านได้หยิบเมนูที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมาดู

ส่วนหวางรุยกับจ้าวชิงชิงดูเหมือนว่าจะสั่งอาหารกันอย่างบ้าคลั่ง ไม่รู้ว่าโกรธหรือว่าหิวกันแน่

ซูข่านเห็นแล้วก็พูดไม่ออก

ซี่โครงหมูตุ๋น ปลาแม่น้ำตุ๋น เต้าหูยัดไส้ ซุปลูกชิ้น และผัดกะหล่ำปลี

ทั้ง 4 คนได้สั่งอาหารหลัก 4 จานและซุปอีก 1 จาน อาหารที่นำมาเสิร์ฟมาขนาดใหญ่มาก และที่สำคัญคือเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว

ทั้งสี่คนได้กลิ่นอาหารตรงหน้าก็อดใจไม่ไหว ทุกคนเริ่มที่จะกินอาหารด้วยความเอร็ดอร่อย หลังจากที่ท้องเริ่มจะอิ่มแล้ว ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของหวางรุยกับจ้าวชิงชิงก็ได้ผ่อนคลายลง

ระหว่างที่กำลังจะทานอาหาร ทั้งสองคนก็ได้พูดคุยและหัวเราะกัน

เมื่อทานอาหารเสร็จ ประตูห้องก็ได้เปิดออก เฒ่าจางที่สวมผ้ากับเปื้อนสีขาวผืนใหญ่ก็ได้เดินเข้ามาแล้วพูดว่า

"คุณซูครับ ผมขออภัยที่ออกมาต้อนรับคุณสาย ผมต้องทำอาหารอีก 2-3 จานก่อน"

เฒ่าจางเดินเข้ามาขอโทษซูข่านอย่างรวดเร็ว

"รสชาติอาหารดีมาก คุณภาพของอาหารก็ยังดีเหมือนเดิม ฉันได้ตรวจสอบร้านอาหารของเฒ่าจางแล้ว ดูเหมือนคุณจะทำร้านนี้ออกมาได้ดีมากๆ"

ซูข่านพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

เฒ่าจางได้ยิน เขาได้มองดูซูข่านที่ทำทางพอใจกับร้านของเขา เฒ่าจางก็รู้สึกโล่งใจ

เฒ่าจางเป็นเจ้าของร้านที่นี่ แต่ซูข่านคือคนที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่าง ในฐานะเจ้าของที่ใหญ่ที่สุด

ตั้งแต่วันเปิดร้าน ซูข่านก็ไม่ได้มาที่ร้านนี้อีกเลย เฒ่าจางคิดว่าเขาน่าจะทำอะไรผิดพลาดจนซูข่านโกรธ

เขาได้นอนคิดมากไปหลายวัน จนเขาได้ไปขอโทษกับซูข่านเองถึงที่บ้าน แต่ทำอย่างงั้นแล้วเขาก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี

ตอนนี้หลังจากที่ได้คำชมของซูข่าน เฒ่าจางก็รู้สึกโล่งไปหมด

"ชิงชิง หวางรุย ชิงเยว่ พวกเธอไปรอฉันข้างนอกก่อน"

ซูข่านได้คิดอะไรบางอย่างออก เขาได้พูดกับทั้ง 3 สาว

จ้าวชิงชิงพยักหน้า จากนั้นทั้ง 3 คนก็ได้เดินออกจากห้องอย่างเชื่อฟัง ทิ้งให้ซูข่านอยู่กับเฒ่าจางในห้อง

"คุณซูมีอะไรจะให้ผมทำอีกไหมครับ?"

เฒ่าจางมองไปที่ซูข่านด้วยความสงสัย

ซูข่านยิ้มและพูดว่า

"เฒ่าจาง ร้านอาหารวังหลวงดูเหมือนจะไปได้สวยในการจัดการของเฒ่าจางนะ ฉันมีบ้านหลังข้างๆอยู่อีกหลังหนึ่ง"

"ถ้าเฒ่าจางต้องการที่จะขยายร้าน ฉันก็จะยกบ้านหลังข้างๆให้ เฒ่าจางสนใจไหม?"

เมื่อเฒ่าจางได้ยิน สีหน้าของเขาก็ดูดีใจมาก

จบบทที่ ตอนที่ 153 มอบบ้านให้อีกหลัง

คัดลอกลิงก์แล้ว