เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 152 สมรภูมิสนามหญ้า

ตอนที่ 152 สมรภูมิสนามหญ้า

ตอนที่ 152 สมรภูมิสนามหญ้า


ทันทีซูข่านได้หันหน้ามามองที่หวางรุย ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างรวดเร็ว

ไหนบอกว่าชิงชิงกับชิงเยว่ไม่ว่าง

แล้วเสียงที่อยู่หน้าบ้านนี่เรียกว่าอะไร

"พี่สามอยู่บ้านหลังนี้จริงเหรอ?"

เสียงของหลี่ชิงเยว่เบาลง เธอยื่นหัวของเธอมาในประตู ใบหน้าที่กลมของเธอได้มองอะไรบางอย่างในบ้านแล้วก็รีบยื่นหัวกลับไปอย่างรวดเร็ว

"ชิงชิง นี่บ้านของพี่สามจริงอ่ะ?"

หลี่ชิงเยว่รีบหันกลับมามองที่จ้าวชิงชิงที่ได้วิ่งตามมาที่หลัง เธอทำหน้าประหลาดใจอย่างมาก

"รอฉันด้วยสิ…."

หลี่ชิงเยว่ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ขณะมองที่ร่างของจ้าวชิงชิง จากนั้นเธอได้พูดขึ้นมาว่า

"ชิงชิง ตะกี้ฉันยื่นหน้าเข้าไปดูเหมือนจะเห็นพี่สามด้วย แต่เขาอยู่กับอีกคนหนึ่งซึ่งมันดูคุ้นมากๆ"

"คุ้นๆเหรอ?"

จ้าวชิงชิงพิงประตูด้วยความเหนื่อย ใครกันที่หลี่ชิงเยว่พูดถึง

ตอนที่ได้เจอกับพี่สามครั้งล่าสุดที่ร้านวังหลวง ดูเหมือนว่าเขาก็มีคนรู้จักอยู่ไม่น้อย

ไม่แปลกหรอกที่หลี่ชิงเยว่จะคุ้นหน้าคนในบ้าน คงเป็นใครสักคนที่ร้านวันนั้นแหละ

"ใช่"

หลี่ชิงเยว่ส่ายหัวของเธอแล้วพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

"เหมือนหวางรุยเลย"

"อะไรนะ!!"

จ้าวชิงชิงตกใจกับคำพูดของหลี่ชิงเยว่มาก เธอได้ก้าวเข้าในบ้านและมองไปที่สนามหญ้าหน้าบ้าน

เธอเห็นร่างกายของผู้ชายคนหนึ่งยืนคู่กับหญิงสาวที่มีลักษณะสูงกว่าปกติ

นั่นมันหวางรุย!!

เธอมาที่นี่ได้ยังไง?

จ้าวชิงชิงรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ที่เห็นหวางรุย

ทำไมหวางรุยถึงได้มาอยู่ที่บ้านของพี่สาม

ถึงว่าตอนเช้าไม่เห็นเธอ ตอนแรกว่าจะไปตามหาเธอซะแล้ว แต่คิดว่าเธอคงอยากจะนอนตื่นสายสักวัน

จ้าวชิงชิงจำได้ว่าหวางรุยดูสนใจในตัวซูข่านมาก เธอได้เห็นภาพที่ทั้งสองคนอยู่ด้วนกันที่สนามหญ้าแล้ว หัวใจของเธอก็ดูเหมือนจะเคว้งๆอย่างบอกไม่ถูก

จากนั้นทั้งสองคนก็ได้เดินเข้าไปหาซูข่านในบ้าน

"สวัสดีค่ะพี่สาม"

จ้าวชิงชิงกัดฟันของเธอแล้วกล่าวทักทายซูข่าน เหงื่อของเธอเริ่มออกเยอะกว่าปกติ

"สวัสดีชิงชิง ชิงเยว่"

ซูข่านพยักหน้าให้กับทั้งสองคน จ้าวชิงชิงและหลี่ชิงเยว่ได้เดินเข้ามาในบ้านของซูข่าน ใบหน้าของเธอทั้งสองได้บ่งบอกถึงความประหลาดใจ

จ้าวชิงชิงสบตากับหวางรุย ดูเหมือนว่าจะมีความรู้สึกที่ร้อนๆออกมาจากตัวเธอทั้งสอง

ตอนแรกอากาศค่อนข้างเย็นสบาย มีแดดอุ่นๆเล็กน้อย

แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าสนามหญ้าของบ้านซูข่านจะกลายเป็นสมรภูมิเดือดซะแล้ว

ซูข่านไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ออกมาดี สถานการณ์ตอนนี้ของเขาไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี

มันเหมือนกับว่ารถไฟมาชนกัน แต่ว่าซูข่านไม่ได้อยู่บนรถไฟซักหน่อย เขากำลังพักผ่อนอยู่ในบ้านของตัวเองแท้ๆ

"ใช่สิ หมิงเจียง"

ซูข่านได้อุทานออกมา เขาหันหน้าไปมองที่ด้านหลังของเขา แต่ว่าตอนนี้มีเพียงแค่ต้นไม้ใหญ่เท่านั้น

แล้วซงหมิงเจียงที่กำลังฝึกอะไรบางอย่างอยู่ ตอนนี้เขาหายไปไหนแล้ว?

ซูข่านมองเข้าไปในบ้าน เขาเห็นหลังของซงหมิงเจียงที่กำลังวิ่งอย่างรวดเร็วราวกับฟ้าแล่บไปที่ห้องของเขา

"ปัง"

เสียงปิดประตูเสียงดังออกมา ซูข่านพูดอะไรไม่ออก

ซงหมิงเจียงที่อยู่ในห้อง เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่เขามีสายตาที่ดี เขาเห็นว่ามีบางอย่างเริ่มผิดปกติ เขาเลยรีบวิ่งกลับมาที่ห้องของเขา

ความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงสองคนนั้นกับพี่สามคืออะไร เขาไม่อยากที่จะรู้เลย เขาไม่กล้าที่จะเอ่ยปากถามด้วยซ้ำ

ถ้าในสองคนนั้นมีใครสักคนเป็นแฟนกับพี่สามละก็…

ต้องมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นที่สนามหน้าบ้านแน่ๆ เขาขอไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ดีกว่า

มันเป็นเรื่องระหว่างคนสองคน ไม่สิต้องบอกว่าเป็นเรื่องระหว่างคน 3-4 คนที่อยู่หน้าบ้านตอนนี้ ไม่รู้แม่สาวหน้ากลมนั่นจะเกี่ยวด้วยไหม

จ้าวชิงชิงรีบเดินมาหาซูข่านและหวางรุยอย่างรวดเร็ว เธอได้มองดูทั้งสองคนที่มีระยะห่างกันอยู่ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ยังได้มีอะไรเกี่ยวข้องกัน เธอถอนหายใจด้วยความโล่งอก

"เมื่อเช้าไม่เห็นเธอ ตอนแรกฉันคิดว่าเธอไปห้องสมุดซะอีก"

จ้าวชิงชิงพูดด้วยรอยยิ้ม

"เปล่า ฉันไม่ได้ไปห้องสมุดหรอก พี่สามได้เลี้ยงข้าวเราสองครั้งแล้ว ฉันเลยว่าจะมาชวนพี่สามไปกินข้าวซักหน่อย"

หวางรุยพูดด้วยรอยยิ้มแต่เป็นยิ้มที่มุมปากเท่านั้น

"อ้าว แล้วทำไมเธอไม่เรียกพวกฉันมาด้วยล่ะ เพิ่งเปิดเทอมแท้ๆ เธอดูมีเวลาว่างจังเลยเนอะ"

จ้าวชิงชิงเหลือบมองไปที่หวางรุย

"ก็ตอนแรกฉันคิดว่าพวกเธอยังไม่ตื่นนะสิ"

หวางรุยก็ตอบพร้อมทั้งมองที่เท้าของจ้าวชิงชิง

ซูข่านรู้สึกเหมือนว่าเขากำลังจะเป็นบ้ากับผู้หญิงสองคนที่อยู่ข้างหน้าเขาตอนนี้

เหมือนพวกเธอกำลังพูดจาหักเหลี่ยม เฉือนคมอะไรกันอยู่เลย

คำพูดของพวกเธอตอนนี้เหมือนกับมีดที่ขว้างออกไป แล้วอีกฝ่ายก็สวนกลับด้วยลูกปืน ต่างฝ่ายต่างสวนกันไปมา

"นี่มันเรื่องอะไรกัน"

ซูข่านพูดเสียงต่ำ

เมื่อได้ยินเสียงของซูข่าน หวางรุยและจ้าวชิงชิงก็หยุดพูดทันที พวกเธอยืนนิ่งๆราวกับว่าเป็นลูกสะใภ้ตัวน้อยของบ้านหลังนี้

"พี่สาม ฉันขอโทษ"

จ้าวชิงชิงพูดขึ้นมาเป็นคนแรกหลังจากเงียบได้สักพัก

หวางรุยเห็นก็ได้พูดมาต่อ

"ขอโทษค่ะพี่สาม"

เมื่อเห็นท่าทางที่สำนักผิดของหญิงสาวทั้งสองคน ซูข่านก็ไม่รู้หัวเราะหรือร้องไห้ออกมาดี

ตอนแรกพวกเธอเดือดดาลราวกับเสือที่โดนแย่งเหยื่อ แต่ตอนนี้พวกเธอนิ่งสงบเหมือนกับเป็นกระต่ายน้อยตัวเล็กๆ อยู่ดีๆก็มีมารยาทขึ้นมาเฉย

แล้วความเดือดเมื่อซักครู่นี้ล่ะ หายไปไหนแล้ว?

ซูข่านไม่รู้จะพูดอะไรออกไป ตอนนี้เขาคิดออกเพียงอย่างเดียว

"ไหนๆก็มากันครบแล้ว งั้นเดี๋ยวพวกเราไปกินข้าวกันดีกว่า ฉันเลี้ยงเอง"

"ไม่ค่ะ เดี๋ยวฉันเลี้ยง"

หวางรุยพูดขึ้นมาทันที

"พี่สามคะ วันนี้ฉันมาเชิญพี่สามก่อนนะคะ แล้วอีกอย่างพี่เลี้ยงข้าวพวกเราสองมื้อแล้ว อย่าให้มีมื้อที่สามเลย"

จ้าวชิงชิงยิ้มอย่างชั่วร้าย

เธอรู้สึกเหมือนว่าชนะหวางรุยทันทีหลังจากที่หวางรุยได้พูดจบ จากนั้นเธอก็ได้พูดขึ้นมาว่า

"โทษทีนะ แต่พี่สามได้เลี้ยงข้าวฉันไปแล้ว 3 มื้อเยอะกว่าเธอตั้ง 1 มื้อ เพราะฉะนั้นมื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง"

"อะไรกันเนี่ย"

หลี่ชิงเยว่ที่ยืนอยู่ข้างหลัง เธอรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ดูเหมือนว่าหวางรุยกับชิงชิงกำลังทะเลาะกันแย่งพี่สามอยู่เลย

ผู้หญิงสองคนกำลังแย่งผู้ชายคนเดียวเนี่ยนะ….

เสน่ห์ของพี่สามนี้แรงไม่เบาเลย

ซูข่านส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ และพูดออกมาช้าๆ

"งั้นเดี๋ยวฉันจะกินข้าวกับพวกเธอทั้งหมดนี้แหละ พวกเราไปที่ร้านอาหารวังหลวงกันเถอะ"

ซูข่านได้ตัดสินใจครั้งสุดท้ายออกไป เขาคิดว่าทั้งสองน่าจะหยุดทะเลาะกันได้แล้ว เรื่องน่าอายแบบนี้จะได้ไม่เกิดขึ้นอีก

ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรแต่ต่างคนต่างมองหน้ากัน

"ฟู่"

ซูข่านถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดูเหมือนว่าจะมีปัญหาซะแล้ว มันค่อนข้างเป็นปัญหาใหญ่เลยทีเดียวแหละ

การที่สาวๆมาทะเลาะกันต่อหน้าเขาแบบนี้

ไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาเปรียบเทียบได้เลย

มันน่ารำคาญที่สุดเลย

จบบทที่ ตอนที่ 152 สมรภูมิสนามหญ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว