เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 149 ตัวเลือกล่วงหน้า

ตอนที่ 149 ตัวเลือกล่วงหน้า

ตอนที่ 149 ตัวเลือกล่วงหน้า


ซูข่านได้หยิบสัญญาขึ้นมาอ่าน

"สัญญาระหว่างเป๊ปซี่กับเคเอฟซี"

ซูข่านอ่านชื่อข้างบนแล้วเปิดกระดาษไป 2-3 หน้า เขาเห็นเงื่อนไขของสัญญาเขียนเอาไว้ด้วย

นอกจากข้อตกลงที่หวางเอ๋อพูดมา ซูข่านได้บอกหวางเอ๋อลงนามกับข้อตกลงที่อาจจะเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าได้ด้วย เพื่อไม่ให้ทางเป๊ปซี่บีบให้เราออกจากหุ้นของพวกเขา

ข้อตกลงประเภทนี้เป็นเรื่องที่ปกติมากในบริษัทยุคหลังๆ มันคือธุรกิจเชิงร่วมลงทุน เพื่อเอาไว้ป้องกันหุ้นที่เราถือไว้ ในฐานะผู้ลงทุนก็คือการป้องกันเอาไว้ก่อน

หากว่าเป๊ปซี่ต้องการที่จะลดสัดส่วนหุ้นของซูข่าน พวกเขาก็จะต้องเสียผลประโยชน์อย่างมาก

แต่ถ้าถึงเวลานั้นบางทีซูข่านก็ไม่ลังเลที่จะฉีกสัญญาฉบับนี้ทิ้ง

"พี่สาม"

หวางเอ๋อมองดูซูข่านที่กำลังอ่านสัญญา เขาหยิบเอกสารอีกฉบับให้กับซูข่านและได้อธิบายเสริมว่า

"นี่เป็นสัญญาการถือหุ้นของเราโดยละเอียด ผมให้คนที่รู้จักกฏหมายจัดทำให้"

ซูข่านหยิบมาแล้วก็อ่าน

โดยทั่วไปแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไรตามมาอยู่แล้ว หวางเอ่อถือว่าฉลาดไม่เบาในการให้คนที่เข้าใจกฏหมายมาจัดการสัญญาฉบับนี้

ในช่วงนี้ปีนี้ของหนานจิงยังคงมีสำนักงานกฏหมายอยู่ไม่เยอะ แต่ในอนาคตที่นี่จะมีสำนักงานกฏหมายขึ้นอยู่ทุกหัวมุมของซอย

พวกทนายความฝึกหัดก็จะมีอยู่เต็มไปทั้งเมือง กว่าจะหาผู้เชี่ยวชาญมาทำงานได้ก็เสียเวลาไม่ใช่น้อย

สัญญาที่จัดทำขึ้นมาฉบับนี้เป็นสัญญาที่ถูกทำขึ้นมาโดยทนายความมากฝืมือ

มีวิธีการลงนามในสัญญาพร้อมทั้งพยานยืนยัน

ที่สหรัฐอเมริกาหากว่าต้องการซื้ออะไร พวกเขาจะต้องเขียนสัญญาลงบนกระดาษเช่นกัน

จากนั้นก็เซ็นซื่อและประทับตรา นอกจากนี้ยังต้องมีพยานยืนยันด้วยอีก 2 คน

สัญญาของหวางเอ๋อฉบับนี้เป็นมาตรฐานของอเมริกาเลยทีเดียว เราสามารถใช้ไปฟ้องเป๊ปซี่ที่นั่นได้

"เอาตรงๆนะ"

ซูข่านพยักหน้าและหันไปมองหวางเอ๋อ

"สัญญาถูกต้องครบสมบูรณ์ ไม่มีปัญหาอะไรเลย"

"มีคนแนะนำทนายความที่กลับมาจากอเมริกามา เขาเป็นคนทำสัญญานี้ให้กับผม"

"เต่าทะเลงั้นสินะ"

หวางเอ๋อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ถามว่า

"เต่าทะเล?"

หวางเอ๋อมองซูข่านอย่างประหลาดใจ เขาไม่รู้ว่าพี่สามกำลังพูดถึงอะไร

หรือว่าพี่สามจะเรียกคนที่กลับมาจากอเมริกาว่าเต่าทะเล

"มันหมายถึงคนที่เรียนต่อที่ต่างประเทศแล้วกลับมาจากทำงานในประเทศจีนน่ะ"

"คนพวกนั้นต้องเดินทางข้ามมหาสมุทรไปมา เขาใช้เวลาหลายวันในการเดินทาง"

"คนในไห่หนานเลยเรียกคนพวกนั้นว่าเต่าทะเล"

ซูข่านได้ติดคำพูดนี้มาจากชาติก่อนของเขา

ประเทศที่เปิดทุกอย่างแทบจะเสรีอย่างอเมริกา ประเทศนั้นดึงดูดผู้คนทั่วทั้งโลกให้ไปอาศัยอยู่ ซูข่านไม่คิดเลยว่าจะมีคนที่ไปเรียนแล้วยังจะกลับมาทำงานที่ประเทศจีนอีก

คนๆนั้นต้องมีเจตจำนงที่เข้มแข็งมาก ในอนาคตคนพวกนี้ต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

การไปเรียนต่อต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายในยุคนี้ และที่นั่นเป็นอเมริกาอีก ไหนจะเรื่องวีซ่า ไหนจะเรื่องค่าเทอม ไหนจะเรื่องค่ากิน ช่องว่างระหว่างจีนกับอเมริกาในปี 1980 ตอนนี้ยังกว้างอยู่มาก

ซูข่านได้ชื่นชมคนเหล่านี้ที่กลับมาจากอเมริกาเพื่อมาทำงานในประเทศบ้านเกิดของพวกเขา

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้มีการเปิดสอบเข้ามหาวิทยาลัย บางคนก็ได้ใช้ทุนของมหาวิทยาลัยในการเดินทางไปเรียนต่อ

แต่สุดท้ายทางมหาวิทยาลัยก็มีสัญญาผูกมัดไว้กับนักศึกษาที่ไปอยู่แล้ว ส่วนใหญ่มักจะกลับมาเป็นอาจารย์ที่นี่ 1-2 ปีแล้วก็เดินทางไปทำงานต่อที่อเมริกาอยู่ดี

"เป็นคำที่สุดยอดมากเลยพี่สาม"

หวางเอ๋อยกนิ้วโป้งและชูให้กับซูข่าน

พี่สามนี่มีความรู้เยอะจริงๆ แม้ว่าหวางเอ๋อจะไม่ค่อยเข้าใจในความหมายซักเท่าไหร่ แต่เขาก็รู้สึกชอบคำนี้อยู่ไม่ใช่น้อย

"แล้วตอนนี้เขามีที่ทำงานแล้วรึยัง?"

ซูข่านถามหวางเอ๋อความด้วยคาดหวัง

"มีแล้วครับพี่"

หวางเอ๋อพยักหน้า

"ดูเหมือนว่าเขาจะเพิ่งกลับมาแล้วก็ได้งานทำเลย"

"ว่าแล้ว"

ซูข่านถอนหายใจ แม้ว่าเขาจะเดาออกอยู่แล้ว คนที่นี่ต้องไม่กล้าปฏิเสธที่จะรับคนจบจากนอกมาแน่นอน

มีประสบการณ์เรียนต่อต่างประเทศ การศึกษาระดับสูงสุด พวกเขาต้องไม่พลาดที่จะรับคนแบบนี้เข้าทำงานแน่ๆ

หากว่าเขายังไม่มีงานทำ ซูข่านต้องการที่จะรับเขาเข้ามาทำงานกับซูข่านทันที ตอนนี้คนของซูข่านส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนจบปริญญาตรี

พวกเขาห่างไกลจากการศึกษาพอสมควร

คนที่นี่ส่วนใหญ่ยังยึดติดอยู่กับประเพณีเก่าของจีนมากเกินไป

เสียดายที่เขาคนนั้นได้งานทำไปก่อน ซูข่านรู้สึกเสียดายพรสรรค์ของเขามาก

การไปเรียนต่อนอกจนจบได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถและวิสัยทัศน์ที่เหนือกว่าคนธรรมดาหลายเท่า

ซูข่านแอบคิดในใจ

"ทำไมเหรอพี่สาม"

หวางเอ๋อแสดงหน้าตาที่สงสัย

"ถ้าพี่ต้องการเดี๋ยวผมไปคุยให้เขามาทำงานกับพี่ไหม"

"ไม่ต้องหวางเอ๋อ"

ซูข่านส่ายหัว

เขาคิดว่าตอนนี้มันน่าจะยังไม่สำคัญเท่าไหร่

ซูข่านได้มองหน้าหวางเอ๋อแล้วพูดว่า

"ไปเถอะ กลับไปพักได้แล้ว"

หลังจากพูดจบ ซูข่านก็ได้ทำท่าโบกมือลาหวางเอ๋อ แต่ดูเหมือนว่าหวางเอ๋อไม่ได้ลุกเดินจากไป เขายังอยู่ที่เดิมและเหมือนว่ากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง

"มีอะไรอีกไหม?"

ซูข่านถามขณะมองไปที่หวางเอ๋อ

"ถ้านายมีอะไรจะพูดอีก ก็รีบพูดมาได้แล้ว นายโดนใครทำอะไรมารึเปล่า?"

"ฮ่าๆ"

หวางเอ๋อหัวเราะออกมา

"ไม่มีหรอกพี่สาม นอกจากสัญญาแล้วผมก็มีเรื่องที่จะคุยกับพี่อีก"

"เรื่องอะไรล่ะ?"

ซูข่านยิ้มให้กับหวางเอ๋อ

หวางเอ๋อพยักหน้าของเขาและสูดหายใจเข้าลึกๆ

"พี่สาม ตอนนี้หนานจิงได้เปิด KFC 2 สาขาแล้ว ผมเห็นว่าทั้งสองสาขากำลังไปได้สวยทั้งคู่"

"ผมเลยคิดว่าจะเปิด KFC สาขาที่ 3 โดยไม่ตั้งอยู่ในหนานจิง"

"หื้ม"

ซูข่านประหลาดใจเล็กน้อย

ทำไมหวางเอ๋อถึงได้มีความคิดแบบนี้ขึ้นมา

ปล.ขออธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกิจร่วมลงทุนนะครับ หากอธิบายเพิ่มเติมผิดพลาดประการใด ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ธุรกิจร่วมลงทุนก็เหมือนกับการที่สองบริษัทได้มาลงทุนอะไรบางอย่างด้วยกัน

โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะมีบริษัทหนึ่งที่ผลิตสินค้าออกมาเป็นหลัก

ส่วนอีกบริษัทจะช่วยเหลือเรื่องเงินทุน เงินวิจัย แผนการขยายกิจการต่างๆ

พอได้กำไรก็จะแบ่งอัตราส่วนตามหุ้นที่ได้ลงกันไป

จบบทที่ ตอนที่ 149 ตัวเลือกล่วงหน้า

คัดลอกลิงก์แล้ว