- หน้าแรก
- ระบบแจ้งเตือนไหกู่: สู่เส้นทางเทพเจ้าวันสิ้นโลก
- บทที่ 21 - ปลุกพรสวรรค์ระดับเทพ ผู้บ้าคลั่งการฆ่าฟัน
บทที่ 21 - ปลุกพรสวรรค์ระดับเทพ ผู้บ้าคลั่งการฆ่าฟัน
บทที่ 21 - ปลุกพรสวรรค์ระดับเทพ ผู้บ้าคลั่งการฆ่าฟัน
บทที่ 21 - ปลุกพรสวรรค์ระดับเทพ ผู้บ้าคลั่งการฆ่าฟัน
[ของรางวัลระดับสอง: ปลุกพรสวรรค์ระดับเทพ ผู้บ้าคลั่งการฆ่าฟัน]
[พรสวรรค์ระดับเทพ ผู้บ้าคลั่งการฆ่าฟัน] : คุณคือผู้ที่เกิดมาเพื่อเข่นฆ่า คุณหลงใหลการฆ่าฟัน คุณหลงใหลกลิ่นคาวเลือด ทุกครั้งที่เกิดการสังหารหมู่และการทำลายล้าง ภายในใจของคุณจะรู้สึกตื่นเต้น เร้าใจ และสั่นสะท้าน ถึงแม้ภายนอกคุณอาจจะดูนิ่งเฉยไม่สะทกสะท้าน แต่แท้จริงแล้วคุณคือปีศาจร้ายที่ฆ่าคนตาไม่กะพริบและเสพติดการฆ่าฟันอย่างหาตัวจับยาก
สกิลพรสวรรค์ที่หนึ่ง: ทุกครั้งที่ฆ่าคน จะได้รับโบนัสเพิ่มค่าสเตตัสทุกด้านของร่างกายอย่างถาวร
สกิลพรสวรรค์ที่สอง: อาณาเขตสังหาร คุณสามารถกางอาณาเขตสังหารออกมา เพื่อให้ทุกคนที่อยู่รอบตัวตกลงไปในอาณาเขตของคุณ ภายในอาณาเขตสังหาร พลังความสามารถของคุณจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาล ศัตรูจะตกอยู่ในความหวาดผวาและถูกลดทอนพลังลงอย่างหนัก
ทุกครั้งที่ฆ่าคน จะเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับอาณาเขตสังหารของคุณ
หมายเหตุ: อาณาเขตสังหารในปัจจุบันมีคูลดาวน์ยี่สิบสี่ชั่วโมง ทุกครั้งที่ใช้งานอาณาเขตสังหารเสร็จสิ้น คุณจะเข้าสู่สภาวะอ่อนแอ ซึ่งจะกินเวลานานถึงแปดชั่วโมง
เมื่ออ่านข้อมูลจบ
ภายในใจของกู้เหวินก็ยิ่งช็อกหนักกว่าเดิม
เชี่ยเอ๊ย
พรสวรรค์ระดับเทพงั้นเหรอ?!
นี่เขาได้พรสวรรค์ระดับเทพในตำนานมาครอบครองแล้วเหรอเนี่ย?
ในชาติก่อนตอนที่เขาเลื่อนเป็นระดับสอง เขาได้มาแค่พรสวรรค์ระดับสีเขียวกระจอกๆ เท่านั้น นึกไม่ถึงเลยว่าชาตินี้เขาจะได้พรสวรรค์ระดับเทพที่แกร่งไร้เทียมทานมาไว้ในมือแบบดื้อๆ
แถมพรสวรรค์นี้ มันก็ดันเข้ากับเขาได้ดีเยี่ยมซะด้วยสิ
เพียงแต่...
ฟ้าดินมันรู้ได้ยังไงวะว่าเขาชอบการฆ่าฟัน
มุมปากของกู้เหวินกระตุกยิกๆ เขาไม่น่าจะแสดงอาการออกนอกหน้าขนาดนั้นนี่นา
คงต้องยอมรับความจริงแล้วล่ะว่า ลึกๆ ในใจเขาเป็นพวกบ้าเลือดมาตลอด เพียงแต่ที่ผ่านมาเขาต้องใช้ชีวิตปะปนอยู่ในสังคมมนุษย์
ความคิดเถื่อนๆ พวกนี้ก็เลยถูกกดทับซุกซ่อนไว้ในก้นบึ้งของหัวใจเท่านั้นเอง
ส่วนในชาติก่อน...
หลังจากที่เขาบุกเดี่ยวข้ามน้ำข้ามทะเลไปเยือนตงอิ๋ง เอาเข้าจริงเขาก็เคยปลดปล่อยสันดานดิบที่ทั้งบ้าคลั่งและกระหายเลือดออกมาให้เห็นแล้ว...
ไม่อย่างนั้น
ในชาติก่อนเขาคงไม่โดนตงอิ๋งตั้งค่าหัวล่าสังหาร แถมยังเป็นใบประกาศจับระดับสูงสุดคือระดับทริปเปิลเอสด้วย
ดูจากตรงนี้ก็พอจะเดาออกแล้วล่ะว่า ในชาติก่อนเขาไปสร้างวีรกรรมอะไรไว้ที่ตงอิ๋งบ้าง
อืม...
วีรกรรมทำดีนั่นแหละ
เมื่อเสียงของฟ้าดินเงียบลง กู้เหวินก็แอบรู้สึกเซ็งนิดหน่อย
"แจกมาแค่สองรางวัลเองเหรอ ขี้งกชะมัด ทีพวกดวงดีทะลุหลอดยังเห็นฟาดไปทีละเจ็ดแปดรางวัลเลยไม่ใช่หรือไง? ทำไมฉันถึงไม่ดวงดีแบบนั้นบ้างวะเนี่ย?"
"เฮ้อ"
ถ้าใครบังเอิญมาได้ยินคำบ่นของกู้เหวินเข้าล่ะก็ รับรองว่าต้องอยากพุ่งเข้าไปบีบคอเขาให้ตายคามือแหงๆ!
การเลื่อนระดับทั้งสองครั้งของกู้เหวิน ถึงแม้จะได้รางวัลแค่ครั้งละชิ้น แต่รางวัลชิ้นเดียวของเขาน่ะ มันโคตรจะโหดและแรร์ยิ่งกว่าเอาของรางวัลที่คนอื่นได้มาเป็นพันเป็นหมื่นครั้งมารวมกันซะอีก!
"แต่ว่านะ ไอ้ของรางวัลชิ้นนี้ มันยิ่งผลักไสให้ฉันถลำลึกลงไปในเส้นทางแห่งการฆ่าฟันซะเหลือเกิน"
อุตส่าห์ได้กลับมาเกิดใหม่ทั้งที เอาจริงๆ เขาก็เคยแอบคิดอยู่เหมือนกันนะ ว่าชาตินี้จะลดละเลิกการฆ่าคนลงสักหน่อย แล้วผันตัวไปเป็นวัยรุ่นเลือดร้อนผู้ทรงธรรมและแสนดีดูบ้างดีไหม?
ถึงแม้ว่า... อืม มันจะเป็นแค่ความคิดเพ้อเจ้อที่แว้บเข้ามาตอนยืนฉี่ก็เถอะ
ก็เหมือนกับคนว่างจัดที่ชอบปล่อยใจลอยจินตนาการไปเรื่อยเปื่อยนั่นแหละ
แต่ว่า!
อย่างน้อยมันก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า กู้เหวินก็เคยมีความคิดอยากจะเป็นคนดีกะเขาอยู่บ้างเหมือนกัน
แต่ตอนนี้จบเห่แล้ว
พอมีตราประทับรับรองจากฟ้าดิน
เขาก็หมดสิทธิ์เป็นคนดีอย่างถาวร
เขาคงต้องเดินหน้าสานต่อตำนานนักฆ่าให้สุดซอยไปเลย
กู้เหวินส่ายหน้าเบาๆ จัดการเก็บกู่และวัตถุดิบทั้งหมดเข้ากรุ หลังจากนี้คงต้องหาจังหวะเหมาะๆ แฝงตัวเข้าไปในองค์กรนักทำความสะอาดสักที
ถ้าอยากเก่งขึ้นไวๆ
องค์กรนักทำความสะอาดนี่แหละคือทางออกที่ดีที่สุด
กู้เหวินชะเง้อมองท้องฟ้า ก่อนจะตัดสินใจว่าพรุ่งนี้ค่อยหาลู่ทางไปตีสนิทก็แล้วกัน
เวลาที่เหลือทั้งวัน กู้เหวินก็เอาแต่ขลุกอยู่ในห้อง คอยควบคุมและฝึกฝนการใช้กู่ของตัวเอง เพื่อมองหาคอมโบที่ลื่นไหลและทรงพลังที่สุด
กู่กับผู้ใช้กู่จำเป็นต้องทำความคุ้นเคยกัน เพื่อให้สามารถสื่อใจถึงกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ และรีดเร้นพลังต่อสู้ของกู่ออกมาได้ถึงขีดสุด
นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมตอนที่กู่วายุคลั่งของเยี่ยจื่อชิงได้รับบาดเจ็บ เธอถึงได้กระวนกระวายใจจนแทบเป็นบ้า วิ่งเต้นหาวิธีรักษามันจนสิ้นหวัง
ลำพังตัวกู่วายุคลั่งมันก็ไม่ได้แพงหูฉี่อะไรนักหรอก อย่างน้อยสำหรับผู้ใช้กู่ระดับสามอย่างเยี่ยจื่อชิง การจะเจียดเงินไปซื้อกู่วายุคลั่งตัวใหม่มาเลี้ยงก็ไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรง
แต่การจะเอาชนะใจกู่วายุคลั่งตัวใหม่ให้มันคุ้นเคยและสื่อใจถึงกันได้นั้น มันไม่หมูเหมือนตอนซื้อหรอกนะ
ล่วงเข้าสู่ยามดึกดื่น จันทร์เพ็ญลอยเด่นอยู่กลางเวหา
ขณะที่กู้เหวินกำลังเตรียมตัวล้มตัวลงนอน
จู่ๆ
ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ก๊อกๆๆ...
กู้เหวินขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณระวังภัยทำงานทันที
ใครมันจะมาเคาะประตูห้องเขาตอนนี้วะ?
เขาตัวคนเดียวโดดเดี่ยวไร้ญาติขาดมิตร แถมยังไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าเขามากบดานอยู่ที่นี่ และตอนนี้ก็ดึกดื่นป่านนี้แล้ว คงไม่ใช่พนักงานโรงแรมโผล่มาเคาะประตูห้องแน่ๆ
แต่ว่า...
ตอนนี้เขาอัปเวลเป็นผู้ใช้กู่ระดับสองแล้ว ก็ไม่เห็นต้องไปปอดแหกกลัวใครมาลอบกัดเลยนี่หว่า
กู้เหวินลุกขึ้นยืนพลางเอ่ยถาม
"ใคร?"
ทันใดนั้น เสียงหวานหยดย้อยแสนยั่วยวนของผู้หญิงก็ดังลอดมาจากนอกประตู
"สวัสดีค่ะ ฉันเอง ฉันเป็นเพื่อนบ้านห้องข้างๆ ของคุณค่ะ"
เสียงนี้มันคุ้นหูเอามากๆ
แค่กู้เหวินได้ยินปุ๊บ เขาก็นึกออกปั๊บ
นี่มันเสียงของแม่สาวผู้ใช้กู่สุดสวยหุ่นนางแบบที่ใส่ถุงน่องตาข่ายสีดำ ดูทรงแล้วน่าจะซ่อนความเร่าร้อนไว้เพียบ ที่เขาบังเอิญเจอหน้าประตูเมื่อเช้านี้ไม่ใช่หรือไง?
ก็แม่คุณเล่นแหกปากร้องลั่นห้องข้างๆ มาทั้งคืนเลยนี่นา...
กู้เหวินจำได้ฝังใจเลยล่ะ
กู้เหวินหรี่ตาลง ถ่อมาเคาะประตูห้องตอนดึกดื่นป่านนี้
คิดจะมาถกปรัชญาชีวิตกับเขางั้นเหรอ?
เป็นไปไม่ได้หรอก!
ผู้ใช้กู่มาเยือนยามวิกาลแบบนี้
ถ้าไม่ได้มาอ่อย ก็ต้องมาปล้นแน่ๆ!
พอคิดมาถึงตรงนี้ นัยน์ตาของกู้เหวินก็สาดประกายสีเลือดดุดัน มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มอันราบเรียบของเขาแฝงไปด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง
วันนี้...
เขายังไม่ได้ลงมือฆ่าใครเลยนะ
ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนดีศรีสังคม ที่ไม่เคยคิดจะเข่นฆ่าคนบริสุทธิ์แบบสุ่มสี่สุ่มห้าก็เถอะ
แต่ว่า
ถ้ามีเหยื่อเดินมาส่งถึงปากกระบอกปืน แล้วเขาดันใจดีปล่อยไป มันจะไม่ดูเป็นการเสียมารยาทไปหน่อยหรือไง?
กู้เหวินฉีกยิ้มกริ่ม เอื้อมมือไปเปิดประตูห้อง เผยให้เห็นรอยยิ้มแสนเป็นมิตร
"สวัสดีครับคุณผู้หญิงคนสวย สนใจเข้ามานั่งจิบน้ำชาข้างในก่อนไหมครับ?"