- หน้าแรก
- สั่งพร็อพประกอบฉาก แต่ไหงได้ลิฟต์อวกาศมาซะงั้น?!
- บทที่ 36 เพื่อประหยัดเงิน ก็เลยต้องทำของจริงออกมาซะเลย!
บทที่ 36 เพื่อประหยัดเงิน ก็เลยต้องทำของจริงออกมาซะเลย!
บทที่ 36 เพื่อประหยัดเงิน ก็เลยต้องทำของจริงออกมาซะเลย!
"เสี่ยวเจียง สิ่งที่นายทำออกมานี่มันคืออะไร?"
เมื่อเผชิญกับคำถามของกัวฝาน เจียงเฉินก็ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
เอ๊ะ?
หรือว่าผู้กำกับกัวจะดูไม่ออกว่าสิ่งที่ผมทำคือเอ็กโซสเกเลตันเครื่องกล?
เจียงเฉินอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหงุดหงิดอยู่ในใจ นึกสงสัยว่าดีไซน์ของตัวเองมันดูไม่เหมือนเอ็กโซสเกเลตันตรงไหน?
ไม่น่าจะใช่นะ รูปทรงพื้นฐานก็อ้างอิงมาจากต้นแบบในภาพยนตร์ของชาติก่อน แถมยังเอามาปรับปรุงใหม่ในแบบของตัวเองแล้วด้วย ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนี่นา
เมื่อเจียงเฉินเห็นสีหน้าที่ถามอย่างจริงใจของผู้กำกับกัว เขาก็ทำได้เพียงอธิบายไปว่า "ผู้กำกับกัว นี่คือเอ็กโซสเกเลตันเครื่องกลที่เพิ่งทำเสร็จครับ"
"ถึงรูปลักษณ์มันจะดูมืดมนไปหน่อย แต่มันเข้ากับสไตล์ของทีมกู้ภัยในโลกของดาวพเนจรฝ่าสุริยะมากเลยนะครับ"
"โลกในภาพยนตร์เดิมทีก็ตกอยู่ในสภาพอากาศสุดขั้วที่ติดลบ 80°C ดังนั้นรูปลักษณ์โดยรวมจะให้ดูเรียบง่ายบางเบาเหมือนในหนังเรื่อง Elysium ไม่ได้หรอกครับ"
"ผมเคยศึกษาเอ็กโซสเกเลตันในเรื่อง Elysium ดูแล้ว หลักๆ คือตั้งค่าให้มันแนบสนิทไปกับกระดูกสันหลังและเส้นประสาทของมนุษย์ ก็เลยเลือกสไตล์ที่ดูเบาบางครับ"
"ส่วนเอ็กโซสเกเลตันชุดนี้ของเราก็ทำให้ดูเทอะทะเหมือนในหนังเรื่อง Edge of Tomorrow ไม่ได้เหมือนกัน ชุดนั้นเขาจงใจทำให้ดูหนาเตอะเพื่อสะท้อนถึงความโหดร้ายและดุเดือดของสงครามครับ"
"แต่ในภาพยนตร์เรื่องดาวพเนจรฝ่าสุริยะ สิ่งที่พวกเราต้องต่อกรด้วยคือภัยธรรมชาติ ผมก็เลยออกแบบมันให้ออกมาเป็นสไตล์ไซไฟอุตสาหกรรมหนักที่ดูดุดันครับ"
"เห็นกระบอกสูบไฮดรอลิกนี่ไหมครับ..."
เจียงเฉินกำลังพูดติดลม อยากจะอธิบายต่อ แต่ในตอนนั้นเองเขาก็สังเกตเห็นว่าสีหน้าของกัวฝานและคนอื่นๆ ดูซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
เจียงเฉินคิดว่าพวกเขาคงจะอดหลับอดนอนกันจนร่างกายมีปัญหา จึงรีบหยุดพูดแล้วถามว่า
"ผู้กำกับกัว พวกคุณเป็นอะไรกันไปหมดครับ? ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?"
กัวฝานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามปรับจังหวะการหายใจที่เริ่มปั่นป่วนของตัวเอง แล้วพูดว่า "เสี่ยวเจียง นายบอกว่าเจ้านี่คือเอ็กโซสเกเลตันเครื่องกลจริงๆ งั้นเหรอ? นายอย่าบอกนะว่ามันคือของจริง"
ประโยคสุดท้ายกัวฝานพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วลงมาก ราวกับตัวเขาเองก็ไม่มีความมั่นใจเอาเสียเลย
"ความจริงแล้วมันมีฟังก์ชันการใช้งานจริงติดมาด้วยเยอะเลยนะครับผู้กำกับกัว นี่ผมก็ทำไปเพื่อประหยัดเงิน จะได้ไม่ต้องไปทำสเปเชียลเอฟเฟกต์ไงครับ"
เจียงเฉินไม่ได้ตอบคำถามของกัวฝานตรงๆ ว่ามันเป็นของจริงหรือไม่ สำหรับกัวฝานแล้ว แค่รู้ว่าฟังก์ชันที่อยู่ในเอ็กโซสเกเลตันใช้งานได้จริงก็พอแล้ว
"คุณดูสิครับ แค่กดปุ่มสีแดงนี้ เครื่องกำเนิดพลังงานหลักของเอ็กโซสเกเลตันชุดนี้ก็จะเริ่มทำงาน"
"พี่จิงครับ ตอนนี้พี่ว่างไหม? รบกวนพี่มาลองใส่ให้ดูหน่อยได้ไหมครับ"
อู๋จิงที่จู่ๆ ก็โดนเจียงเฉินเรียกชื่อ เห็นได้ชัดว่าเขายังไม่ได้สติจากความตกตะลึง จนกระทั่งสบเข้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเจียงเฉิน เขาถึงตอบกลับไปอย่างเชื่องช้าว่า
"ดะ... ได้สิ ได้แน่นอน"
ล้อเล่นหรือไง
มีเอ็กโซสเกเลตันที่โคตรจะเจ๋งวางอยู่ตรงหน้าแล้วจะไม่ลองได้ยังไง? แบบนั้นก็โง่เต็มทีแล้ว
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเอ็กโซสเกเลตันเครื่องกลที่เจียงเฉินพูดถึงจะเป็นของจริงหรือเปล่า แต่สำหรับอู๋จิงแล้ว การได้ลองใส่โมเดลเอ็กโซสเกเลตันสักครั้งก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว
"ขอบคุณครับพี่จิง ตัวเอ็กโซสเกเลตันค่อนข้างมีน้ำหนักนะครับ เพราะงั้นตอนที่จะสวมใส่ ต้องใช้โครงเครน (Gantry crane) ช่วยยกชุดเอ็กโซสเกเลตันขึ้นมาทั้งชุดก่อน จากนั้นก็ให้คนใส่ชุดป้องกันเดินเข้าไปสวมเข้ากับเอ็กโซสเกเลตันครับ"
"ค่อนข้างมีน้ำหนัก? หนักแค่ไหนล่ะ?" ตอนนี้หวงคุนค่อนข้างเซนซิทีฟกับเรื่องน้ำหนักมาก พอได้ยินเจียงเฉินบอกว่าหนัก เขาก็เริ่มกังวลขึ้นมาทันที
"รวมทั้งตัวบวกกับส่วนกระดูกนิ้วด้วยก็ประมาณ 30 กิโลกรัมครับ" เจียงเฉินยืนอยู่ข้างเอ็กโซสเกเลตันแล้วพูดด้วยความภาคภูมิใจ
นี่คือน้ำหนักที่เหมาะสมที่สุดหลังจากที่เขาปรับแต่งมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว หากหนักไปกว่านี้ก็จะไม่สามารถรับประกันความยืดหยุ่นของชุดได้ แต่ถ้าเบากว่านี้ก็จะไม่สามารถรองรับปัญหาเรื่องระยะเวลาการใช้งานของพลังงานได้
ตอนที่เจียงเฉินปรับแต่ง เขาต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจไปไม่น้อย แต่น่าเสียดายที่หวงคุนไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้เลยแม้แต่นิดเดียว
ตอนนี้ความสนใจทั้งหมดของเขาพุ่งเป้าไปที่คำว่า "30 กิโลกรัม" เท่านั้น
"ล้อเล่นน่า ของหนักขนาดนี้พวกเราใส่แล้วจะยังขยับตัวได้อีกเหรอ?" หวงคุนไม่เคยเจอสถานการณ์ที่หลุดโลกขนาดนี้มาก่อนเลย มาแสดงหนังแท้ๆ แต่ต้องมาใส่ของหนักตั้ง 30 กิโลกรัม
นี่จะให้แสดงอะไร? นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นไปเลยดีกว่ามั้ง
พอหวงคุนเปิดปาก นักแสดงทีมกู้ภัยคนอื่นๆ ก็เริ่มพยักหน้าเห็นด้วย ในกลุ่มนั้นมีนักแสดงหญิงคนหนึ่งชื่อ ว่านฉีฉี รูปร่างของเธอค่อนข้างผอมบางอยู่แล้ว พอได้ยินว่าอาจจะต้องใส่เอ็กโซสเกเลตันหนัก 30 กิโลกรัมแสดงหนัง ใบหน้าเล็กๆ ของเธอก็ซีดเผือดลงทันที
"ความจริงไม่ถึงแค่ 30 กิโลกรัมหรอกครับ ถ้ารวมน้ำหนักของชุดป้องกันเพื่อการยังชีพเข้าไปด้วยก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 110 จิน (55 กิโลกรัม) ครับ" เจียงเฉินเหมือนจะยังขู่พวกเขาไม่พอ จึงจงใจพูดเสริมขึ้นมาอีกประโยค
"แต่ว่า ทุกอย่างรอลองใส่ดูก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที ดีไหมครับผู้กำกับกัว?" เจียงเฉินไม่ได้มองหวงคุนที่ทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรต่อ แต่หันไปหากัวฝานแทน
กัวฝานมองดูชายหนุ่มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจตรงหน้า แล้วโพล่งออกไปว่า "เอาตามที่เสี่ยวเจียงบอก ลองดูก่อนแล้วค่อยว่ากัน"
อันที่จริงตอนที่กัวฝานพูดประโยคนี้ ลึกๆ ในใจเขาก็ไม่ได้มีความมั่นใจเลยสักนิด
เขาแค่รู้สึกว่า คนหนุ่มที่กล้าคิดกล้าทำอย่างเจียงเฉิน ต้องการใครสักคนที่จะยอมรับในตัวเขา เจียงเฉินจะได้กล้าลงมือทำพร็อพที่เขาต้องการต่อไป ถ้าแม้แต่ตัวเขาที่เป็นผู้กำกับยังสงสัยในตัวอีกฝ่าย ต่อไปเวลาเจียงเฉินทำพร็อพก็คงจะกล้าๆ กลัวๆ เป็นแน่
กัวฝานเองก็เคยผ่านช่วงวัยแบบเจียงเฉินมาเหมือนกัน เขารู้ดีว่ากำลังใจมีความสำคัญต่อเด็กใหม่มากแค่ไหน
ต่อให้ใส่เอ็กโซสเกเลตันแล้วจะขยับตัวไม่ได้จริงๆ ก็ยังสามารถนำไปดัดแปลงต่อยอดจากโครงสร้างเดิมได้
เมื่อได้ยินกัวฝานพูดแบบนั้น อู๋จิงก็ส่งสัญญาณให้คนรอบข้างเข้ามาช่วยเขาสวมชุดป้องกันและเอ็กโซสเกเลตัน
ทันทีที่สวมชุดป้องกันสีดำ บุคลิกของอู๋จิงก็ดูน่าเกรงขามขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
"หลังจากใส่ชุดป้องกันแล้ว ต้องเปิดสวิตช์ชุดป้องกันด้วยนะครับ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าระบบสนับสนุนกำลังทำงานปกติ แล้วค่อยสวมเอ็กโซสเกเลตันทับเข้าไปครับ"
เจียงเฉินยืนดูอยู่ข้างๆ พร้อมกับเอ่ยกำชับ
หลังจากทำตามที่เขาบอกเสร็จ คนรอบข้างก็ให้อู๋จิงเดินไปยืนอยู่ใต้โครงเครน จากนั้นภายใต้การแนะนำของเจียงเฉิน ทีมงานก็ช่วยปรับขนาดของเอ็กโซสเกเลตัน ก่อนจะช่วยอู๋จิงสวมใส่มันเข้าไป
เมื่ออู๋จิงสวมเอ็กโซสเกเลตันปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าทุกคน ทุกคนต่างก็ใจตรงกันโดยไม่ได้นัดหมาย ใช้คำสั้นๆ ง่ายๆ เพื่อแสดงความรู้สึกในใจออกมา
เชี่ยเอ๊ย!
อู๋จิงที่อยู่ตรงหน้าดูไม่เหมือนมนุษย์ในยุคปัจจุบันเลยสักนิด เขาดูราวกับเป็นนักรบจักรกลที่หลงยุคมาจากโลกอนาคต!
เมื่อเจียงเฉินเปิดสวิตช์เอ็กโซสเกเลตันอีกครั้ง
บริเวณไหล่ แขน และกระเป๋าเป้ของอู๋จิงก็เปล่งแสง LED สีส้มอ่อนๆ ออกมา แสงไฟที่สลัวๆ นั้นดูราวกับดวงตาของหมาป่าที่หิวโหยใต้แสงจันทร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความทรงพลังและอันตรายในทุกย่างก้าว
ส่วนอู๋จิงในเวลานี้ก็ยิ่งเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เขาลองขยับนิ้วมือที่ถูกห่อหุ้มด้วยกระดูกนิ้วกลไกดู ก็พบว่าเอ็กโซสเกเลตันนั้นตอบสนองราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขา ไม่มีความรู้สึกหน่วงหรือถูกจำกัดการเคลื่อนไหวเลยแม้แต่นิดเดียว
และที่สำคัญที่สุดคือ อู๋จิงไม่รู้สึกถึงน้ำหนักของมันที่กดทับลงมาบนตัวเลยสักนิด!
"เสี่ยวเจียง เอ็กโซสเกเลตันนี่มันโคตรเจ๋งเลย! ฉันรู้สึกตัวเบาสบายมาก ไม่รู้สึกถึงแรงกดทับอะไรเลย!"
เจียงเฉินคาดการณ์เอาไว้อยู่แล้ว "พี่จิง พี่ลองยกหินไฟก้อนนี้ดูสิครับ"
อู๋จิงทำตามคำแนะนำของเจียงเฉิน เขาเดินไปที่หินไฟน้ำหนัก 220 จิน (110 กิโลกรัม) แล้วใช้สองมือลองขยับหินไฟดู แต่กลับคาดไม่ถึงเลยว่า...
อู๋จิงจะสามารถยกหินไฟขึ้นมาไว้ที่ระดับหน้าอกได้อย่างง่ายดาย!
(จบบท)