- หน้าแรก
- สั่งพร็อพประกอบฉาก แต่ไหงได้ลิฟต์อวกาศมาซะงั้น?!
- บทที่ 13 ออกแบบลูกบอลถุงลมนิรภัยกู้ชีพสำเร็จ!
บทที่ 13 ออกแบบลูกบอลถุงลมนิรภัยกู้ชีพสำเร็จ!
บทที่ 13 ออกแบบลูกบอลถุงลมนิรภัยกู้ชีพสำเร็จ!
บนกระดาษร่างแบบ ปรากฏภาพทรงกลมโปร่งใสที่มีแถบสีส้มเหลืองพาดผ่านอยู่สองสามเส้น ด้านบนยังมีตัวอักษรและลูกศรแจ้งเตือนระบุเอาไว้ โดยทิศทางที่ลูกศรชี้ไปก็คือทางออกของทรงกลม
ใช่แล้ว เจียงเฉินถึงกับสร้างทางออกไว้บนทรงกลมด้วย!
“เจียงเฉิน ของชิ้นนี้นายออกแบบทางออกไว้ด้วยเหรอ?” ซุนซ่างมองของบนกระดาษร่างแบบด้วยความเหลือเชื่อ แววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะเจาะทางออกบนทรงกลมตรง ๆ แบบนี้
นี่มันบ้าบิ่นเกินไปแล้ว
มีใครเขาออกแบบกันแบบนี้บ้าง?
เมื่อเสี่ยวอู๋เห็นสีหน้าของซุนซ่างดูไม่ค่อยดีนัก จึงช่วยพูดไกล่เกลี่ยว่า “พี่ซุนครับ การที่อาจารย์เสี่ยวเจียงทำแบบนี้ก็คงจะมีเหตุผลของเขานั่นแหละครับ พวกเราอย่าเพิ่งคุยกันตรงนี้เลย ผู้กำกับกัวยังรอพวกเราอยู่นะครับ รีบไปหาผู้กำกับกัวกันก่อนเถอะครับ”
พอเสี่ยวอู๋พูดถึงผู้กำกับกัว ซุนซ่างก็ดึงสติกลับมาจากความตกตะลึงได้
“เอาเถอะ ไปหาผู้กำกับกัวก่อนก็แล้วกัน เสี่ยวเจียง นายเอาแบบร่างของนายไปด้วยสิ ไม่แน่ว่าผู้กำกับกัวอาจจะชอบไอเดียหลุดโลกของนายก็ได้นะ”
ก่อนหน้านี้เป็นเพราะเรื่องหูฟัง ซุนซ่างรู้สึกว่าเจียงเฉินเรียกราคาสูงเกินไป ในใจเขาจึงอยากจะหาโอกาสหักหน้าเจียงเฉินมาตลอด
ซุนซ่างทำงานอยู่ในวงการพร็อพมาเกือบสิบปีแล้ว เขาไม่เคยทำพร็อพที่แพงขนาดนี้มาก่อน การที่ครั้งนี้ถูกเด็กหนุ่มคนหนึ่งมาแย่งซีนไป มันก็ทำให้เขารู้สึกไม่สบอารมณ์อยู่บ้าง ดังนั้นเขาจึงอยากจะสอนให้เจียงเฉินรู้จักที่ต่ำที่สูงเสียบ้าง
เหตุผลที่ครั้งนี้ซุนซ่างมั่นใจว่าจะทำให้กัวฝานพอใจได้นั้น เป็นเพราะก่อนหน้านี้เขาได้ออกแบบอุปกรณ์ลูกบอลถุงลมนิรภัยกู้ชีพ G3 มาแล้วถึงแปดเวอร์ชัน
และในทุก ๆ เวอร์ชัน เขาก็ได้พูดคุยรายละเอียดกับกัวฝานมาแล้วทั้งสิ้น
พูดอีกอย่างก็คือ แบบร่างเวอร์ชันที่เก้านั้นถูกพัฒนาต่อยอดมาจากแปดเวอร์ชันก่อนหน้านี้นั่นเอง
แล้วของที่เจียงเฉินใช้เวลานั่งเทียนออกแบบแค่สามชั่วโมง จะเอาอะไรมาสู้กับเขาได้?
แบบนั้นคงได้ขำกันฟันร่วงแน่
วันนี้ เขาในฐานะรุ่นพี่จะขอสอนให้เจียงเฉินรู้ซึ้งถึงวิธีการวางตัวและการทำงานเอง!
ด้วยความคิดนี้ ซุนซ่าง เสี่ยวอู๋ และเจียงเฉินจึงเดินไปหากัวฝาน
“มากันครบแล้ว ออกแบบเสร็จหรือยัง?” กัวฝานไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาเอ่ยถามสิ่งที่กำลังกังวลอยู่ในใจออกไปตรง ๆ
เสี่ยวอู๋ในฐานะผู้ช่วยของกัวฝาน ก้าวออกมาข้างหน้าแล้วพูดกับกัวฝานว่า “ผู้กำกับกัวครับ ทางหัวหน้าทีมซุนกับอาจารย์เสี่ยวเจียงออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้รอแค่ให้คุณตรวจดูเท่านั้นครับ”
“ออกแบบเสร็จกันหมดแล้วเหรอ?” กัวฝานชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถามขึ้นว่า “หัวหน้าทีมซุนกับเสี่ยวเจียงออกแบบมาคนละแบบงั้นเหรอ?”
เจียงเฉินโบกกระดาษร่างแบบในมือไปมา แล้วตอบกลับไปว่า “ผู้กำกับกัวครับ ตอนนั้นหลังจากฟังพี่ซุนอธิบายจบ ผมก็เกิดนึกสนุกเลยลองวาดแบบร่างออกมาดูเวอร์ชันหนึ่งน่ะครับ แต่วาดเล่น ๆ เท่านั้นแหละครับ”
เมื่อได้ยินคำอธิบายของเจียงเฉิน กัวฝานก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ
ต้องเข้าใจก่อนว่าของพรรค์นี้ตั้งแต่เริ่มคิดคอนเซปต์ไปจนถึงลงมือวาด ถ้าไม่มีเวลาสักค่อนวันก็ไม่มีทางขึ้นโครงออกมาได้หรอก คาดว่าคงจะเป็นอย่างที่เจียงเฉินบอกนั่นแหละ ว่าแค่วาดเล่น ๆ
ดังนั้นเพื่อเป็นการประหยัดเวลา กัวฝานจึงไม่ได้ซักไซ้ต่อว่าสิ่งที่เจียงเฉินวาดคืออะไรกันแน่
เสี่ยวอู๋ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตอนแรกเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ยังไม่ทันได้อ้าปาก ก็ได้ยินกัวฝานสั่งการขึ้นมาเสียก่อนว่า “เอาล่ะเสี่ยวอู๋ ไปตามอาจารย์ก้งกับอาจารย์เหยียนที่เป็นคนเขียนบทมาทีนะ ให้มาเจอกันที่ห้องประชุม”
เสี่ยวอู๋ได้ยินดังนั้นก็รีบรับคำ แล้วออกไปตามคนเขียนบททั้งสองคนทันที
เมื่อก้งเก๋อเอ่อร์และเหยียนตงมาถึงห้องประชุม พวกของกัวฝานก็เปิดเครื่องโปรเจกเตอร์รอไว้เรียบร้อยแล้ว
คนเขียนบททั้งสองเลื่อนเก้าอี้นั่งลง สายตาจับจ้องไปที่จอโปรเจกเตอร์
“คุณทั้งสองคน นี่คืออุปกรณ์ลูกบอลถุงลมนิรภัยกู้ชีพ G3 ที่หัวหน้าทีมซุนออกแบบมา ลองดูสิครับว่าเป็นยังไงบ้าง?” กัวฝานยังไม่ออกความเห็น แต่ปล่อยให้ก้งเก๋อเอ่อร์กับเหยียนตงในฐานะคนเขียนบทเป็นฝ่ายพูดสิ่งที่คิดออกมาก่อน
ก้งเก๋อเอ่อร์และเหยียนตงในฐานะคนเขียนบท ถือได้ว่าเป็นคนที่คุ้นเคยกับต้นฉบับของดาวพเนจรฝ่าสุริยะมากที่สุดแล้ว การออกแบบพร็อพชิ้นสำคัญ ๆ ของหนังเรื่องนี้ มักจะให้พวกเขาช่วยเสนอความคิดเห็นอยู่เสมอ
“ดีไซน์เวอร์ชันนี้ดูดีกว่าก่อนหน้านี้เยอะเลยครับ ค่อนข้างจะเข้ากับคาแรกเตอร์ของหลิวฉี่อยู่เหมือนกัน” หลังจากผ่านการแก้แบบมาหลายต่อหลายครั้ง เหยียนตงก็เริ่มใช้คำพูดอย่างระมัดระวังมากขึ้น เขายอมรับในงานออกแบบของซุนซ่าง แต่ก็ยังไม่ได้รู้สึกพึงพอใจร้อยเปอร์เซ็นต์
ซุนซ่างรู้สึกว่าเหยียนตงกำลังยอมรับในงานออกแบบของเขา บนใบหน้าจึงอดไม่ได้ที่จะเผยความภาคภูมิใจออกมา
กัวฝานสังเกตเห็นว่าก้งเก๋อเอ่อร์ไม่ได้พูดอะไร จึงเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน “ผมรู้สึกว่าดีไซน์เวอร์ชันนี้ถึงจะดีกว่าเมื่อก่อนเยอะ แต่ยังขาดความรู้สึกบางอย่างไป”
“ยังไงของสิ่งนี้ก็คืออุปกรณ์กู้ชีพ ไม่ใช่ของเล่นเด็กเสียหน่อย”
“นายจะทำให้ออกมาดูฉูดฉาดไปเพื่ออะไร?”
ยิ่งกัวฝานพูดก็ยิ่งโมโห น้ำเสียงของเขาจึงเริ่มหนักแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว “ซุนซ่าง นี่มันเวอร์ชันที่เก้าแล้วนะ ทำไมของที่ออกแบบมามันถึงยังดูไม่ได้เรื่องแบบนี้!”
“อุตส่าห์ให้เวลานายทำเรื่องนี้ตั้งหนึ่งอาทิตย์ แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือแค่นี้เนี่ยนะ?”
เมื่อกัวฝานนึกถึงแผนการหลังจากนี้ที่ต้องปั่นป่วนไปหมด ในใจก็เกิดความร้อนรน สีหน้าจึงดูแย่ลงถนัดตา
เสียงของกัวฝานดังก้องไปทั่วห้องประชุม ซุนซ่างที่ถูกต่อว่าจนหน้าเดี๋ยวซีดเดี๋ยวแดง รู้สึกกระอักกระอ่วนใจเป็นอย่างมาก
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวของกัวฝาน เขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะโต้เถียงกลับไป
เขารู้ดีว่ากัวฝานตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะสร้างภาพยนตร์ไซไฟสายฮาร์ดคอร์ จึงมีความต้องการสูงมากสำหรับพร็อพทุกชิ้น
ยิ่งไปกว่านั้น อุปกรณ์ลูกบอลถุงลมนิรภัยกู้ชีพ G3 ยังเป็นอุปกรณ์ของตัวเอก ซึ่งต้องแบกรับเนื้อเรื่องเอาไว้ไม่น้อย
ชั่วขณะหนึ่ง ทั่วทั้งห้องประชุมก็ไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมาอีก
บรรยากาศลดต่ำลงจนถึงจุดเยือกแข็ง
“ผู้กำกับกัวครับ ตอนนี้คงทำได้แค่ถ่ายทำฉากอื่นไปก่อน เราจะเสียเวลาไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้วนะครับ” ก้งเก๋อเอ่อร์ค่อย ๆ เอ่ยปากขึ้นมาเพื่อทำลายความเงียบ
น้ำเสียงที่ราบเรียบของก้งเก๋อเอ่อร์ ทำให้กัวฝานค่อย ๆ สงบสติอารมณ์ลงได้
“ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว งั้นก็ถ่ายฉากอื่นไปก่อนเถอะ” บนใบหน้าของกัวฝานเผยให้เห็นถึงความเหนื่อยล้า
การข้ามไปถ่ายทำฉากอื่นก่อนถือเป็นแผนการที่แย่ที่สุด แต่ตอนนี้มันก็ไม่มีวิธีอื่นแล้วจริง ๆ
“เดี๋ยวก่อนครับ! ผู้กำกับกัว หรือว่าคุณจะลองดูแบบร่างของอาจารย์เสี่ยวเจียงหน่อยไหมครับ เมื่อกี้ผมแอบดูมาแวบหนึ่ง ผมว่าแบบร่างของอาจารย์เสี่ยวเจียงดูมีความคิดสร้างสรรค์ดีนะครับ”
เสี่ยวอู๋สัมผัสได้ว่าบรรยากาศในห้องประชุมเริ่มเย็นเยียบลงเรื่อย ๆ จึงอดไม่ได้ที่จะเตือนให้กัวฝานลองดูผลงานการออกแบบของเจียงเฉิน
“งั้นเหรอ? งั้นก็ลองดูหน่อยสิ” อันที่จริงกัวฝานไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก เจียงเฉินใช้เวลาแค่สามชั่วโมง จะไปวาดอะไรออกมาได้
เจียงเฉินไม่ได้ปฏิเสธ สิ่งที่เขารออยู่ก็คือโอกาสนี้แหละ
เขาส่งกระดาษร่างแบบให้กับเสี่ยวอู๋ผู้ช่วยสนับสนุนระดับเทพ เสี่ยวอู๋นำกระดาษร่างแบบไปสแกนเข้าคอมพิวเตอร์ จากนั้นก็ฉายขึ้นจอผ่านเครื่องโปรเจกเตอร์
“นี่มัน?”
กัวฝานมองเพียงแวบเดียว ร่างกายก็เผลอโน้มไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว เขาชี้ไปที่รูปภาพบนจอโปรเจกเตอร์แล้วพูดว่า “ของชิ้นนี้มีทางออกด้วยเหรอ?”
เจียงเฉินพยักหน้า แล้วเริ่มอธิบาย “ใช่ครับผู้กำกับกัว อย่างที่คุณเพิ่งพูดไปเมื่อกี้เลยครับ ของสิ่งนี้คืออุปกรณ์กู้ชีพ ดังนั้นสิ่งที่ผมคิดเอาไว้ก็คือ หลังจากที่ทรงกลมนี้ช่วยปกป้องคนจากอันตรายภายนอกแล้ว พวกเขาก็ควรจะสามารถออกมาจากทางออกนี้ได้อย่างปลอดภัยครับ”
“ถ้าไม่มีทางออกล่ะก็ คงทำได้แค่ใช้ของมีคมเจาะทรงกลมให้แตกถึงจะออกมาได้”
“แต่นั่นก็หมายถึงปัญหาอีกสองจุด หนึ่งคือเพราะอากาศภายในลูกบอลนั้นเบาบางอยู่แล้ว คนที่อยู่ข้างในอาจจะทนอยู่ได้ไม่นานนัก”
“อีกจุดหนึ่งก็คือ ถ้าใช้ของมีคมเจาะทรงกลม ในจังหวะที่ลูกบอลแตกออก มันก็จะเกิดเศษซากจำนวนมหาศาล ซึ่งเศษซากพวกนี้ก็อาจจะทำอันตรายกับคนที่อยู่ข้างในลูกบอลถุงลมนิรภัยได้เหมือนกัน”
“ถ้าเป็นแบบนั้น ของชิ้นนี้ก็ไม่ใช่อุปกรณ์กู้ชีพแล้วล่ะครับ แต่มันคือเครื่องมือสังหารหมู่แบบไม่เลือกหน้าต่างหาก”
เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงเฉิน ในดวงตาของกัวฝานก็เปล่งประกายความสนใจอย่างแรงกล้าออกมา!
(จบบท)