- หน้าแรก
- ถอนพิษจอมนาง สู่วิถีผู้ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 241 สังหารให้สิ้นซาก
ตอนที่ 241 สังหารให้สิ้นซาก
ตอนที่ 241 สังหารให้สิ้นซาก
สีหน้าของบรรพชนทั้งสองแห่งตำหนักหลิงเซียวมืดมนลงทันตาราวกับก้นหม้อ คำพูดอันเย็นชาของซูหานทิ่มแทงเข้าไปในใจประดุจเหล็กแหลม ทำให้หัวใจของพวกเขาทั้งสองเต้นระรัวราวกับตีกลอง และสีหน้าก็ยิ่งดูไม่ได้มากขึ้นไปอีก
จิตสังหารอันเย็นเยียบเป็นระลอกๆ ก่อตัวและปะทะกันในอากาศอย่างไร้สุ้มเสียง
"น่าชิงชังนัก!"
บรรพชนคนหนึ่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน กวาดสายตาอันเย็นชาผ่านซูหานและบรรพชนสำนักกระบี่วิญญาณ
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"เรื่องราวในครั้งนี้ยุติลงเพียงเท่านี้ ไม่ดีหรืออย่างไร?"
เมื่อบรรพชนสำนักกระบี่วิญญาณได้ยินดังนั้น ก็แค่นเสียงหัวเราะอย่างเย็นชาด้วยความดูแคลน ทว่าสีหน้ากลับแปรเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน แววตาเปล่งประกายจิตสังหารอันเข้มข้นออกมา พร้อมกับตวาดกร้าว
"ดีกับผายลมน่ะสิ!"
ใบหน้าของเขาถมึงทึง จิตสังหารเด็ดเดี่ยว
"หากไม่ถอนรากถอนโคนตำหนักหลิงเซียวให้สิ้นซาก ภายในใจของชายชราผู้นี้ก็ยากจะสงบลงได้ ใครจะรู้ว่าในวันข้างหน้าพวกเจ้าจะม้วนดินกลับมาอีกครั้ง แล้วมาหาเรื่องสำนักกระบี่วิญญาณหรือไม่? วันนี้ ข้าจะสะสางพวกเจ้าไปพร้อมกันเสียเลย!"
ตราบใดที่ตำหนักหลิงเซียวไม่ถูกกำจัดไป ภัยคุกคามต่อสำนักกระบี่วิญญาณก็ไม่มีวันหมดไป ตอนนี้สำนักกระบี่วิญญาณมีเจ้าหนูซูหานอยู่ ในที่สุดการวางหมากของตงฮวงก็กำลังจะเริ่มต้นจัดวางใหม่อีกครั้ง
"บัดซบ"
"บัดซบเอ๊ย"
สีหน้าของทั้งสองดูไม่ได้เลย สามารถมองเห็นจิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมาจากทั่วร่างของบรรพชนสำนักกระบี่วิญญาณได้อย่างชัดเจน นี่คิดจะจัดการพวกเขาทิ้งจริงๆ
ซูหานมองไปยังบรรพชนสำนักกระบี่วิญญาณ
"ท่านบรรพชน ห้ามปล่อยเวลาให้พวกมันได้พักหายใจเด็ดขาด"
บรรพชนสำนักกระบี่วิญญาณยิ้มเย็นชาพลางกล่าว
"หึหึ ชายชราผู้นี้ย่อมเข้าใจ จะไม่ปรานีเด็ดขาด"
เคร้ง เคร้ง เคร้ง! ปราณกระบี่อันน่าทึ่งกรีดทะลวงอากาศในพริบตา เสียงฉึกฉักดังสนั่นหวั่นไหว พุ่งเข้าโจมตีบรรพชนลำดับที่สองและลำดับที่สามของตำหนักหลิงเซียว
กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวปกคลุมร่างของทั้งสองในทันที คนทั้งสองมีสีหน้ามืดครึ้มอย่างหาที่สุดไม่ได้ พวกเขาเปล่งเสียงคำรามด้วยความเดือดดาล ในฐานะบรรพชนแห่งตำหนักหลิงเซียว พวกเขาทั้งหมดล้วนมีพลังระดับขอบเขตบรรลุมรรคผลเชียวนะ
ครืนนน! สายเลือดภายในกายเดือดพล่าน ปะทุขึ้นในชั่วพริบตา พลังทำลายล้างฟ้าดิน
ผู้คนที่เหลืออยู่ไม่น้อยของตำหนักหลิงเซียวล้วนมีสีหน้าที่ดูไม่ได้ถึงขีดสุด โดยเฉพาะพวกรุ่นเยาว์บางคน ในยามนี้ พวกเขาต่างตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกไปหมดแล้ว
"พี่เอ้าเทียน พวกเราไปจากที่นี่กันเถอะ"
"สถานการณ์ในตอนนี้ไม่เป็นผลดีต่อพวกเราเอาเสียเลย"
ใบหน้างดงามของหลิวรูเยียนซีดเผือด นางสูญเสียแขนไปแล้วข้างหนึ่ง ตอนนี้ต่อให้จะแสดงพรสวรรค์ที่ปีศาจเพียงใดออกมา ก็ไม่มีใครคอยปกป้องนางอีกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าตำหนักหลิงเซียวก็ถูกสังหาร ปฐมบรรพชนก็ถูกปลิดชีพ แม้ว่าตอนนี้จะยังเหลือยอดฝีมือระดับบรรพชนอยู่อีกสองคน ทว่าสีหน้าของหลิวรูเยียนนั้นย่ำแย่จนไม่รู้จะย่ำแย่อย่างไรแล้ว
คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าซูหานจะมีพรสวรรค์เช่นนี้ ต่อให้ถูกพวกเขาร่วมมือกันช่วงชิงสายเลือดไป ก็ยังสามารถผงาดขึ้นมาได้ ในเวลานี้ เขายืนอยู่แต่ไกล สวมชุดขาว รูปงามหมดจด ท่วงท่าสง่าผ่าเผย
และข้างกายของซูหานก็ไม่มีเงาร่างของนางอีกต่อไป กลับมีสตรีโฉมงามที่งดงามล่มเมืองยิ่งกว่าเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคน
"นังแพศยา"
หากไม่ใช่เพราะเป่ยชิวเสวี่ย เกรงว่าตอนนี้คนที่ยืนอยู่เคียงข้างซูหานก็คงจะเป็นตนเอง น่าเจ็บใจนัก
สีหน้าของสวีเอ้าเทียนทะมึนทึงถึงขีดสุด ข้างกายเขายังมีอัจฉริยะอีกไม่น้อย รวมถึงจ้าวฉิง ธิดาศักดิ์สิทธิ์จากตำหนักหลิงเซียว ในยามนี้ใบหน้างดงามของนางก็กลายเป็นซีดขาวอย่างผิดปกติ นางกัดริมฝีปากบางแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
เดิมทีคิดว่าสำนักกระบี่วิญญาณครานี้ต้องพินาศอย่างแน่นอน แต่ใครจะคาดคิดว่าสำนักกระบี่วิญญาณจะตีลังกาพลิกกระดานรบกลับมาได้
"ไปเถอะ"
จ้าวฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สวีเอ้าเทียนและคนอื่นๆ พยักหน้า ทว่าเพิ่งจะก้าวเท้าจากไป...
"คิดจะไปที่ใดกัน?"
น้ำเสียงอันเย็นเยียบของซูหานดังขึ้น เหล่าผู้อาวุโสมากมายจากสำนักกระบี่วิญญาณได้เข้ามาสกัดกั้นพื้นที่บริเวณนี้ไว้ในพริบตา
พวกของสวีเอ้าเทียนมีสีหน้าย่ำแย่ลงไปอีก ไปไม่ได้แล้วหรือ?
แววตาของซูหานทอประกายเหยียดหยามและดูแคลน
"อยากจะไป ก็ต้องถามสำนักกระบี่วิญญาณก่อนว่ายินยอมหรือไม่"
นัยน์ตาของหยุนหงเฟยสาดประกายแสงสีเลือดแห่งความโกรธแค้น เต็มเปี่ยมไปด้วยความชิงชัง ภายในใจกำลังเดือดดาลคลุ้มคลั่ง เขาต่างหากที่เป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักกระบี่วิญญาณ! มีสิทธิ์อะไรมาสั่งการผู้อาวุโสของสำนักกระบี่วิญญาณได้ สถานะของเขาลดต่ำลงครั้งแล้วครั้งเล่า น่าสับแช่งนัก!
ทันใดนั้น ในมือของหยุนหงเฟยก็ปรากฏป้ายคำสั่งสีทองขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้ ด้านบนสลักอักษรคำว่า หยุน เอาไว้ จู่ๆ มันก็เปล่งประกายจุดแสงสว่างวาบขึ้นมาหลายจุด หยุนหงเฟยมีสีหน้าปิติยินดีอย่างบ้าคลั่ง ในที่สุดก็มาแล้ว
แววตาของเขาทอประกายความอาฆาตมาดร้ายขณะมองไปที่ซูหาน จากนั้นก็เบนสายตาไปทางเป่ยชิวเสวี่ยอีกครั้ง มุมปากยกยิ้มแสยะอย่างเหี้ยมเกรียม ผู้ใดที่ล่วงเกินข้า หยุนหงเฟย มันผู้นั้นล้วนต้องตกตาย หึหึ
"..."
ซูหานมองดูฝูงชนในลานกว้างอย่างเย็นชา พวกมันกำลังสอดส่ายสายตาเตรียมจะเคลื่อนไหว เขาจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
"ท่านผู้อาวุโสทุกท่าน อย่าปล่อยให้ผู้ใดออกไปจากพื้นที่นี้ได้เป็นอันขาด"
"กล้ามากระตุกหนวดเสือสำนักกระบี่วิญญาณ แล้วยังคิดจะจากไปง่ายๆ อีก คิดว่าสำนักกระบี่วิญญาณของเราเป็นตัวตนที่พวกเจ้าจะมารังแกได้ทุกเมื่อตามใจชอบงั้นหรือ"
เหล่าผู้อาวุโสสำนักกระบี่วิญญาณเมื่อได้ยินคำพูดของซูหาน แววตาก็สาดประกายเยียบเย็น ในเวลานี้พวกเขาต้องสกัดกั้นไม่ให้ขุมกำลังใดๆ หลบหนีไปได้ ไม่ว่าจะเป็นสำนักไท่สวี จวนเทียนหยวน รวมถึงคนของตระกูลเฉาและตระกูลสวีบางส่วนที่ยังไม่ตกตาย
คนเหล่านี้มีสีหน้าซีดเผือด เต็มไปด้วยความเจ็บปวด นัยน์ตาของเจียงเย่าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง อีกทั้งยังเจือไปด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ นี่แหละคือจุดจบของการเลือกข้างผิด
"โอหังนัก"
"ช่างโอหังเสียจริง"
"ตาเฒ่าสำนักกระบี่วิญญาณ รับความตายไปซะเถอะ"
ครืนนน! บรรพชนลำดับที่สองและสามมีใบหน้าเหี้ยมเกรียม กลิ่นอายทั่วร่างเดือดพล่าน พุ่งทะยานเข้าหาบรรพชนสำนักกระบี่วิญญาณในชั่วพริบตา พวกเขาเร่งเร้าสายเลือดในกายอย่างต่อเนื่อง พลังปราณรอบๆ ตัวก็ทวีความน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น ราวกับควบแน่นจนกลายเป็นรูปธรรม
ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับบรรพชนสำนักกระบี่วิญญาณ การโจมตีของพวกเขาก็แตกสลายไปในพริบตา ฉึก! ฉึก!
"อ๊าก!"
ทั้งสองกระอักเลือดคำโต สีหน้าซีดขาว นัยน์ตายังคงทอประกายแห่งความตื่นตระหนกหวาดกลัว
"ไอ้สารเลว!"
พวกเขามองไปยังบรรพชนสำนักกระบี่วิญญาณด้วยความโกรธแค้น
อีกฝ่ายเอ่ยเสียงเย็นเยียบ
"ตายซะ!"
เคร้ง! เคร้ง! เดิมทีทั้งสองคนก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่แล้ว เมื่อบรรพชนสำนักกระบี่วิญญาณตวัดกระบี่ฟาดฟันลงมา
เสียงฉึกฉักดังขึ้น บรรพชนทั้งสองแห่งตำหนักหลิงเซียวก็กระอักเลือดออกมาโดยตรง ร่วงหล่นกระแทกพื้นในทันที
ทั้งสองเบิกตากว้างมองบรรพชนสำนักกระบี่วิญญาณด้วยความหวาดหวั่น
"ไม่"
"อย่าเลย"
"ตาเฒ่า พวกเรายอมก้มหัวสวามิภักดิ์ให้แล้ว"
ทั้งสองมองบรรพชนสำนักกระบี่วิญญาณพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พวกเขาคือยอดฝีมือระดับขอบเขตบรรลุมรรคผลเชียวนะ! หากมองไปทั่วทั้งตงฮวง ย่อมถือเป็นตัวตนระดับจุดสูงสุดอย่างแท้จริง หากต้องมาถูกสังหารในตอนนี้ ย่อมไม่มีทางยินยอมพร้อมใจเป็นแน่
"ตายไปซะเถอะ"
บรรพชนสำนักกระบี่วิญญาณย่อมไม่ไว้ชีวิต นี่คือยอดฝีมือขอบเขตบรรลุมรรคผลถึงสองคน หากปล่อยให้พวกมันฟื้นฟูพลังกลับมาได้ สำหรับสำนักกระบี่วิญญาณแล้ว นั่นหมายถึงหายนะแห่งการถูกทำลายล้างเลยทีเดียว
แววตาของบรรพชนสำนักกระบี่วิญญาณฉายแววอำมหิต ชักกระบี่ฟาดฟันลงไป บรรพชนทั้งสองมีสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด ลำคอของพวกเขาถูกกระบี่ของบรรพชนสำนักกระบี่วิญญาณบดขยี้ในพริบตา ฉึก! ฉึก! ศีรษะขนาดใหญ่สองหัวปลิวลอยออกไป โลหิตสาดกระเซ็นดั่งสายฝน ทิ้งไว้เพียงดวงตาที่เบิกโพลงด้วยความตกตะลึง หวาดกลัว และไม่ยินยอม
ผู้คนในลานกว้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ต่างอดไม่ได้ที่จะร้องเสียงหลงออกมา
"บรรพชนทั้งสามของตำหนักหลิงเซียวถูกสังหารหมดแล้ว!"
"เจ้าตำหนักก็ตกตายไปแล้วด้วย"
"ตำหนักหลิงเซียวจบสิ้นลงอย่างสมบูรณ์แล้ว"
น้ำเสียงของพวกเขาสั่นสะท้าน
"เกรงว่าในอนาคต บนแผ่นดินตงฮวงแห่งนี้ จะมีเพียงสำนักกระบี่วิญญาณเท่านั้นที่เป็นใหญ่"
เจียงเย่าสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ใบหน้าดูไม่ได้เป็นอย่างยิ่ง เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและไม่ยินยอม ทว่าจู่ๆ เขาก็พบว่ามีสายตาคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและสนุกสนานกำลังจ้องมองมาที่เขา
เขามองไป ซูหานงั้นหรือ?! ชั่วพริบตานั้น ความหนาวเหน็บสายหนึ่งก็พุ่งพรวดจากฝ่าเท้าขึ้นสู่กระหม่อมในทันที เลือกข้างผิดเสียแล้ว...
"..."