เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 48 คุกเข่าขอให้ท่านอภัยโทษ!

บทที่ 48 คุกเข่าขอให้ท่านอภัยโทษ!

บทที่ 48 คุกเข่าขอให้ท่านอภัยโทษ!


เมื่อสิ้นเสียงของหลิงเซวียน หลินชิงหว่านถึงกับคิดว่าตัวเองหูฝาดไป

หลิงเซวียนนึกอย่างไรถึงอยากจะใช้การ์ดกระดาษเพียงใบเดียว มาตัดต่างหูของเธอให้ขาด?

นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน?

ต่างหูคู่นี้ของเธอทำจากทองคำบริสุทธิ์ แม้ข้างในจะโปร่งแต่ก็แข็งแกร่งอย่างยิ่ง ต่อให้ใช้ค้อนทุบยังต้องใช้เวลานานกว่าจะเสียรูปทรง ใช้มีดฟันก็ใช่ว่าจะตัดขาดได้ง่ายๆ

แต่หลิงเซวียนกลับบอกว่าจะใช้การ์ดเพียงใบเดียวตัดมันให้ขาด ช่างเป็นเรื่องเพ้อฝันสิ้นดี

"นายบอกว่า จะใช้การ์ดใบนี้ตัดต่างหูของฉันงั้นเหรอ?"

หลินชิงหว่านแสดงสีหน้าประหลาดใจพลางเอ่ยถามเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง

ทว่าหลิงเซวียนยังคงมีท่าทีสงบนิ่งเช่นเดิม

"ถูกต้อง!"

"เป็นไงล่ะ กล้าพนันไหม?"

พูดกันตามตรง หลิงเซวียนไม่ได้ใส่ใจเลยว่าหลินชิงหว่านจะมองเขาอย่างไร และไม่มีความสนใจที่จะพิสูจน์ตัวเองต่อหน้าเธอด้วย

สิ่งที่เขาให้ความสำคัญจริงๆ คือหยกสีม่วงที่สลักลวดลายประหลาดซึ่งแขวนอยู่บนหน้าอกของหลินชิงหว่านต่างหาก

ทันทีที่ก้าวเข้ามา เขาก็สัมผัสได้ว่าบนหยกสีม่วงชิ้นนั้นแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายที่ไม่ธรรมดา มันคือแรงสั่นสะเทือนที่เป็นเอกลักษณ์ของ "อาวุธเวท"

สิ่งที่เรียกว่าอาวุธเวท คือสิ่งของที่ผู้บำเพ็ญเพียรใช้พลังจิตหรือพลังเทวะของตนเองหล่อเลี้ยงและกลั่นสร้างขึ้นมา ของพวกนี้มักจะมีอานุภาพที่วัตถุธรรมดาทั่วไปไม่มี

หากเป็นในโลกแห่งการบำเพ็ญเซียนตามความทรงจำของหลิงเซวียน ของพรรค์นี้เรียกได้ว่ามีอยู่เกลื่อนกราด ขอเพียงผู้ฝึกตนมีระดับพลังถึงขั้นที่กำหนดก็มักจะมีอาวุธเวทไว้ในครอบครองกันทั้งนั้น

แต่ในโลกที่พลังปราณเบาบางอย่างโลกมนุษย์ ของแบบนี้กลับหาดูได้ยากยิ่ง ครั้งล่าสุดที่เขาเคยเห็นก็คือตอนที่ต้องรับมือกับพวก "เสียเยว่"

เขาไม่คาดคิดเลยว่าบุตรสาวสายตรงของตระกูลที่มีอิทธิพลทั้งในกองทัพและการเมืองจะพกพามันติดตัวไว้ชิ้นหนึ่ง แม้ว่ากลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาจะอ่อนกำลังลงมาก ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานจนสูญเสียพลังส่วนใหญ่ไป

แต่ถ้าหากมันมาอยู่ในมือเขา ผ่านการหล่อเลี้ยงด้วยพลังเทวะและการกลั่นสร้างใหม่ เขาสามารถสร้างมันให้กลายเป็น "อาวุธเวทมิติ" ที่สามารถบรรจุสิ่งของมากมายได้ทันที

ด้วยเหตุนี้เขาจึงถือโอกาสหาเรื่องท้าพนันกับหลินชิงหว่าน

ไป๋ซานซือดูเหมือนจะเข้าใจเจตนาของหลิงเซวียน เขาไม่พูดอะไรสักคำ เพียงแต่ยืนมองอยู่ข้างๆ อย่างเงียบเชียบ

"ฮ่าๆ!"

หลินชิงหว่านถึงกับหลุดขำออกมาด้วยความดูแคลน

"หลิงเซวียนเอ๋ยหลิงเซวียน เคยได้ยินแต่ว่านายเป็นพวกขี้เหล้าเจ้าชู้ ไม่นึกเลยว่านายยังเชี่ยวชาญด้านการคุยโวโอ้อวดหลอกลวงคนอื่นอีกด้วย!"

"นายคิดจะใช้การ์ดใบเดียวตัดต่างหูของฉัน ใครเป็นคนสอนให้นายพูดจาเพ้อเจ้อแบบนี้กัน?"

"ตกลง ฉันจะพนันกับนาย ถ้าแพ้ขึ้นมาก็อย่าลืมสิ่งที่พูดไว้เมื่อกี้ล่ะ!"

"หนี้ของหลินชิงหว่านคนนี้ ไม่มีใครเบี้ยวได้หรอกนะ!"

ระหว่างที่พูด เธอขยับมือเตรียมจะถอดต่างหูออกมา

แต่หลิงเซวียนกลับโบกมือห้ามไว้

"ไม่ต้องยุ่งยากหรอก ใส่ไว้อย่างนั้นแหละ!"

หลินชิงหว่านรู้สึกฉงนใจอย่างมาก: "ใส่ไว้?"

เธอไม่เข้าใจ ในเมื่อตอนนี้เธอยังสวมต่างหูอยู่ หลิงเซวียนคิดจะลงมือทั้งอย่างนี้เลยหรือ?

และในขณะที่เธอกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น หลิงเซวียนก็เคลื่อนไหว

เห็นเพียงหลิงเซวียนยกมือขึ้นเล็กน้อย การ์ดที่วางอยู่บนโต๊ะกลับขยับเองโดยไม่มีลมพัด มันลอยมาตกลงบนฝ่ามือของหลิงเซวียน และถูกคีบไว้ระหว่างนิ้วทั้งสองของเขา

จากนั้นหลิงเซวียนก็สะบัดข้อมือ เสียงแหวกอากาศอย่างรุนแรงดังสนั่นไปทั่วห้องสูท

"ฟึ่บ!"

หลินชิงหว่านมองไม่ทันเลยว่าเกิดอะไรขึ้น เธอเห็นเพียงแสงสายหนึ่งวาบผ่านไปต่อหน้าต่อตา สัมผัสได้ถึงกระแสลมแรงที่พัดผ่านใต้ใบหูซ้าย เฉียดเส้นผมและลำคอไป

ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา หลินชิงหว่านยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ได้ยินเสียงโลหะตกลงบนพื้นดังเคร้ง

เธอก้มลงมอง และสีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรงทันที

"นี่มัน..."

บนพื้นห้อง มีครึ่งซีกของต่างหูทองคำตกอยู่ รอยตัดนั้นเรียบเนียนราวกับกระจก บนชิ้นส่วนนั้นยังมีไข่มุกประดับอยู่ด้วย

เธอตกใจจนขวัญเสีย รีบยื่นมือไปคลำที่หูซ้าย แล้วเธอก็พบว่าต่างหูที่หูข้างซ้ายของเธอเหลือเพียงวงโค้งครึ่งเดียวที่ยังคล้องติดอยู่กับรูหู

ในตอนนั้นเอง ที่ลำคอของเธอมีความรู้สึกคันยิบๆ เธอจึงลองเอามือลูบดู และพบรอยแผลเล็กบางราวกับเส้นผม โดยมีเลือดติดอยู่ที่ปลายนิ้วเพียงเล็กน้อย

"เป็นเพราะการ์ดใบนั้นเหรอ?"

หลินชิงหว่านได้สติกลับมาทันที เธอรีบหันไปมองด้านหลัง และเพียงแค่แวบแรกที่เห็น สายตาของเธอก็แข็งค้างจนพูดไม่ออก

ที่ผนังซึ่งห่างออกไปหลายเมตร มีการ์ดใบหนึ่งปักแน่นอยู่ในนั้น ลึกเข้าไปถึงสองนิ้ว ราวกับถูกฝังเอาไว้นานแล้ว

และการ์ดใบนี้ ก็คือใบเดียวกับที่วางอยู่บนโต๊ะเมื่อครู่!

"พลังของท่านเทียนมิ่ง ช่างล้ำลึกจนยากจะหยั่งถึงจริงๆ!"

ไป๋ซานซือที่ยืนอยู่ข้างๆ รำพึงอยู่ในใจ

แม้เขาจะเคยเห็นความสามารถของหลิงเซวียนมาแล้ว แต่ในตอนนี้เขาก็ยังอดที่จะทึ่งไม่ได้

ส่วนหลินชิงหว่านนั้นไม่ต้องพูดถึง เธอจ้องมองการ์ดบนผนังใบนั้นอยู่นานโดยที่วิญญาณยังไม่กลับเข้าร่าง ในสมองสับสนวุ่นวายไปหมด

"เป็นไปได้ยังไง?"

"เรื่องแบบนี้มันเป็นไปได้ยังไง?"

เธอคำรามอยู่ในใจจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่อยากจะเชื่อ

ต้องรู้ก่อนว่านั่นเป็นเพียงการ์ดกระดาษใบเล็กๆ ถ้าไปโดนของที่แข็งกว่านิดหน่อยมันก็ควรจะงอหรือพับไปทันที

แต่หลิงเซวียนกลับแค่เหวี่ยงออกไปสบายๆ การ์ดใบนี้กลับพุ่งออกไปราวกับกระสุนปืน เริ่มจากตัดต่างหู เส้นผม และยังเชือดลำคอของเธอให้เป็นแผล ก่อนจะปักเข้าไปในผนังที่แข็งแกร่งซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายเมตร

นี่มันแรงขับเคลื่อนที่น่ากลัวขนาดไหนกัน?

ต่อให้เป็นอาจารย์ของเธออย่างไป๋ซานซือ ก็คงเทียบไม่ติดฝุ่นเลยกระมัง?

หลิงเซวียน... คุณชายเสเพลผู้ถูกทุกคนดูแคลนและมีชื่อเสียงฉาวโฉ่คนนี้ กลับมีความสามารถระดับนี้เชียวหรือ?

ในเวลานี้ เธอถึงกับมีความรู้สึกอยากจะควักลูกตาตัวเองออกมาทิ้ง เพราะไม่อยากจะยอมรับว่าสิ่งที่เห็นคือความจริง

ส่วนหลิงเซวียนนั้น ใบหน้ายังคงราบเรียบสงบนิ่ง ราวกับว่าเขาเพิ่งทำเรื่องเล็กน้อยที่ไม่มีความสำคัญอะไรลงไปเท่านั้น

เขายกน้ำชาขึ้นจิบคำหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามอย่างสบายอารมณ์

"เป็นอย่างไร?"

"การพนันครั้งนี้ เธอคิดว่าใครเป็นฝ่ายชนะ?"

เมื่อได้ยินคำพูดของหลิงเซวียน หลินชิงหว่านถึงได้รู้สึกตัวราวกับเพิ่งตื่นจากความฝัน เธอหันกลับมาอย่างช้าๆ ราวกับเครื่องจักร

เธอจ้องมองหลิงเซวียน พยายามจะมองหาเงื่อนงำหรืออุปกรณ์กลไกบางอย่างจากตัวเขา แต่เธอก็รู้ดีว่านั่นเป็นเพียงความหวังลมๆ แล้งๆ ที่ไม่เป็นความจริงเลย

ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ชนิดใด ก็ไม่มีทางทำให้อผ่นกระดาษบางๆ พุ่งออกไปได้ด้วยอานุภาพราวกับกระสุนปืนแบบนี้

นี่มันคือวิถีแห่งยอดฝีมือบู๊ในระดับสูงสุด!

เธอรู้ตัวแล้วว่าตัวเองเข้าใจผิดมาตั้งแต่ต้น ผิดที่เชื่อข่าวลือ และยิ่งผิดมหันต์ที่ประเมินความสามารถของหลิงเซวียนต่ำไป!

ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านี้ คือยอดฝีมือที่เร้นกายจากโลกภายนอกและมีวิชาอันแก่กล้าอย่างแท้จริง

เมื่อคิดได้ดังนั้น ริมฝีปากของเธอก็สั่นระริก ก่อนจะเค้นคำสามคำออกมาอย่างยากลำบาก

"ฉันแพ้แล้ว!"

หลิงเซวียนไม่ได้แม้แต่จะปรายตามามองเธอ เพียงแต่พูดเรียบๆ ว่า

"ในเมื่อแพ้แล้ว ยังจำเงินเดิมพันของเราได้ไหม?"

หลินชิงหว่านสะดุ้งสุดตัว ม่านตาหดเล็กลง

เธอคือบุตรสาวสายตรงของตระกูลหลินแห่งเฉียนหนาน การจะให้เธอคุกเข่านั้น ไม่เพียงแต่จะเป็นการเสียหน้าอย่างย่อยยับ แต่มันยังเท่ากับการเหยียบย่ำตระกูลหลินทั้งตระกูลอีกด้วย

แต่เธอลังเลอยู่เพียงครู่เดียว ก่อนจะปลดหยกออกจากหน้าอก แล้วคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าหลิงเซวียน พร้อมกับยื่นหยกส่งให้อย่างนอบน้อมด้วยมือทั้งสองข้าง

ในครั้งนี้ ในดวงตาของเธอไม่มีความถือดีหรือความไม่ยินยอมหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเคารพและความยำเกรงเท่านั้น

ไม่ว่าในปากของคนอื่น หลิงเซวียนจะดูแย่แค่ไหน แต่พลังนั้นหลอกกันไม่ได้ กระบวนท่าของหลิงเซวียนเมื่อครู่ ได้ก้าวข้ามทุกคนที่เธอเคยพบเจอมาตลอดกว่ายี่สิบปีไปแล้ว

"หลินชิงหว่าน แห่งตระกูลหลินในเฉียนหนาน ไม่ทราบถึงอานุภาพอันศักดิ์สิทธิ์ของท่านหลิง ก่อนหน้านี้ได้ล่วงเกินท่านไปหลายประการ!"

"ขอคุกเข่าอ้อนวอนให้ท่านโปรดอภัยโทษด้วย!"

จบบทที่ บทที่ 48 คุกเข่าขอให้ท่านอภัยโทษ!

คัดลอกลิงก์แล้ว