เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 ราวกับย่างกรายในแดนร้าง!

บทที่ 32 ราวกับย่างกรายในแดนร้าง!

บทที่ 32 ราวกับย่างกรายในแดนร้าง!


หยวนจ้งปา หรือที่รู้จักกันในนาม แปดเย่ ชื่อนี้ในเคเมืองไม่มีใครไม่รู้จัก เขาคือผู้ยิ่งใหญ่ที่มีชื่อเสียงบารมีไม่ด้อยไปกว่าโฉ่วเยี่ยนเลยแม้แต่น้อย ตระกูลใหญ่มากมายในเคเมืองต่างได้ยินชื่อแล้วหน้าถอดสี ไม่กล้าตอแยด้วย

แม้แต่สี่ตระกูลใหญ่แห่งเคเมืองในอดีต ก็ยังต้องให้เกียรติหยวนจ้งปาถึงสามส่วน!

เมื่อหวูเสียเอ่ยคำว่า "แปดเย่" ออกมา ทุกคนพลันได้สติ ที่แท้ผู้อยู่เบื้องหลังเจ๊เสียก็คือหยวนแปดเย่นี่เอง มิน่าเล่าคาร์นิวัลแห่งนี้ถึงได้กร่างนักในเคเมือง

เดิมทีทุกคนคิดว่า เมื่อหวูเสียอ้างชื่อหยวนจ้งปา หลิงเซวียนจะต้องตกใจจนหน้าซีดเป็นไก่ต้มและยอมจำนนทันที

แต่คำพูดที่หลิงเซวียนกล่าวออกมา กลับทำให้ทุกคนอึ้งกิมกี่ไปตามๆ กัน

หลิงเซวียนถึงกับบอกว่า หยวนจ้งปาไม่กล้ามายุ่งเรื่องของเขา?

นี่ไม่ใช่แค่ความโอหังแล้ว แต่มันคือคนบ้าชัดๆ!

หยวนจ้งปาหยั่งรากฝังลึกในเคเมือง ได้ยินว่าภายใต้บริวารยังเลี้ยงดูพวกนอกกฎหมายที่โหดเหี้ยมไว้กลุ่มหนึ่ง ซึ่งแต่ละคนมีความสามารถถึงขั้นล่มสลายตระกูลฝ่ายตรงข้ามได้ แม้ยิ่งใหญ่อย่างสี่ตระกูลใหญ่แห่งเคเมืองก็ยังต้องเกรงใจและทำอะไรไม่ถูก

หลิงเซวียนเป็นเพียงคุณชายเสเพลจากตระกูลหลิงที่ล่มสลายไปแล้ว จะเอาอะไรไปเปรียบกับหยวนจ้งปาได้?

"หึๆ!"

หวงหมิงเซิงเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา ในใจเขารู้สึกเหมือนถือไพ่เหนือกว่า

ลงมือทำร้ายคนในคาร์นิวัล พูดดูถูกคาร์นิวัลต่อหน้าเจ๊เสีย แถมยังไม่เห็นแปดเย่ผู้เกียรติยศเกรียงไกรอยู่ในสายตา

ในสามข้อนี้ ใครโดนข้อเดียวเข้าไป จุดจบก็อนาถสุดขีดแล้ว!

แต่หลิงเซวียนคนเดียวฟาดไปครบทั้งสามข้อ นี่มันหาที่ตายชัดๆ

"หมอนี่ ตายแน่!"

คนอื่นๆ ก็คิดเช่นเดียวกัน

ซูหว่านถิงลอบทอดถอนใจในอก อดไม่ได้ที่จะหลับตาลง

เดิมทีเธอตั้งใจว่า ก่อนที่เรื่องราวจะเลวร้ายไปกว่านี้ จะหาทางเจรจากับหวูเสียให้ชัดเจน เพื่อให้หวูเสียไว้ชีวิตหลิงเซวียนสักครั้ง

แต่ตอนนี้ ทุกอย่างสายไปเสียแล้ว!

ในวินาทีที่หลิงเซวียนลบหลู่หยวนจ้งปา หวูเสียย่อมไม่มีวันปล่อยหลิงเซวียนไปเด็ดขาด

บารมีของหยวนจ้งปา ทั่วทั้งเคเมืองไม่มีใครกล้าย่ำยีเช่นนี้!

หากไม่เอาหลิงเซวียนมาสังเวยเพื่อประกาศศักดา ต่อไปใครต่อใครมิเหิมเกริมลามปามไปถึงหัวของหยวนจ้งปาหรอกหรือ?

ในขณะที่ทุกคนกำลังรอคอยให้เจ๊เสียเรียกคนมาบดขยี้หลิงเซวียนอยู่นั้น แววตาที่หม่นหมองของเจ๊เสียกลับแปรเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน

เพราะคำพูดของหลิงเซวียน ทำให้เธอตระหนกตกใจอย่างยิ่ง

เธอคือผู้หญิงของหยวนจ้งปา และเพราะเหตุนี้เองเธอที่เพิ่งย้ายมาใหม่ถึงสามารถหยั่งรากในเคเมืองได้อย่างมั่นคง และเปิดคาร์นิวัลเคทีวีแห่งนี้จนมีชื่อเสียงโด่งดัง

เรื่องของหยวนจ้งปา เธอเกือบจะรู้หมดทุกอย่าง และเมื่อวานนี้ หลังจากหยวนจ้งปา กลับมาจากจุนหวงคลับ เขาก็มีท่าทางขวัญหนีดีฝ่อและหดหู่ใจอย่างเห็นได้ชัด

ตอนนั้นเธอรู้สึกแปลกใจจึงเอ่ยถามสาเหตุ

หยวนจ้งปาไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแต่ทิ้งท้ายไว้คำหนึ่งว่า

"วันหน้าหากเจอคนที่ชื่อ หลิงเซวียน ห้ามไปตอแยเด็ดขาด!"

"ไม่อย่างนั้น ต่อให้เรามีสิบหัว ก็ไม่พอให้เขาตัด!"

ตอนนั้นเธอไม่ได้เก็บมาใส่ใจจริงๆ คิดเพียงว่าคุณชายรองตระกูลหลิงที่ว่านี้อาจจะเป็นลูกหลานตระกูลมหาเศรษฐีจากเมืองอื่นในมณฑลกุ้ยโจว ไม่ได้นึกเชื่อมโยงมาถึงคนในเคเมืองเลย

และวันนี้เมื่อได้ยินชื่อหลิงเซวียน เธอก็คิดว่าเป็นเพียงเรื่องบังเอิญที่ชื่อซ้ำกัน เพราะยังไงเสีย ชายหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ จะมีความสามารถสักแค่ไหน ขนาดหวงหมิงเซิงแห่งตระกูลหวงยังต้องเกรงใจเธอถึงสามส่วน แล้วนับประสาอะไรกับคุณชายเสเพลจากตระกูลหลิงที่ตกอับ?

ทว่าเมื่อหลิงเซวียนกล่าวประโยคที่ว่า "คุณลองถามหยวนจ้งปาดูสิ ว่าเขากล้ามายุ่งเรื่องของผมไหม" ออกมา เธอถึงได้รับรู้ถึงความผิดปกติอย่างรุนแรง!

หลิงเซวียนในฐานะคนเคเมือง ย่อมไม่มีทางไม่รู้จักชื่อเสียงอันโด่งดังของหยวนจ้งปา แต่เขากลับแสดงท่าทีดูแคลนหยวนจ้งปาได้ถึงเพียงนี้ มีเพียงความเป็นไปได้เดียวเท่านั้น!

หลิงเซวียนที่อยู่ตรงหน้า คือหลิงเซวียนคนเดียวกับที่หยวนจ้งปาพูดถึงเมื่อคืนนี้!

ในชั่วพริบตานั้น หวูเสียรู้สึกราวกับว่าฤทธิ์เหล้าที่ดื่มไปเมื่อครู่สร่างหายไปเกินครึ่ง แววตาฉายชัดถึงความตื่นตระหนกอย่างล้ำลึก

"คุณ... ไม่สิ ท่าน... ท่านคือคุณชายหลิงหรือคะ?"

พอคำพูดนี้หลุดออกมา คนอื่นๆ ในห้องต่างก็เปลี่ยนสีหน้าและแสดงความประหลาดใจออกมาพร้อมกัน

หลิงเซวียนเอ่ยถึงหยวนจ้งปาอย่างดูหมิ่น ตามสถานการณ์ปกติ หวูเสียควรจะลุกขึ้นมากระทำการอย่างรุนแรงและระเบิดโทสะใส่หลิงเซวียนไปแล้ว

ทำไมตอนนี้ หวูเสียถึงเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ แถมยังเรียกหลิงเซวียนอย่างยกย่องว่า "คุณชายหลิง" อีกด้วย?

นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?

ในขณะที่ทุกคนกำลังสงสัย หลิงเซวียนกลับเพียงแค่ชายตามองอย่างราบเรียบ

"ดูเหมือนหยวนจ้งปาจะเคยพูดถึงผมให้คุณฟังบ้าง"

"คราวนี้ ผมยังต้องทำตามกฎของคาร์นิวัลของคุณอยู่อีกไหม?"

หวูเสียสลัดภาพลักษณ์ที่ทรงพลังก่อนหน้านี้ทิ้งไปจนหมดสิ้น ตอนนี้รอยยิ้มค้างอยู่บนใบหน้าของเธอ และเธอก็รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน

"คุณชายหลิงล้อเล่นแล้วค่ะ เมื่อครู่ฉันไม่ทราบว่าเป็นท่านที่ให้เกียรติมาเยือน ต้องขออภัยที่ล่วงเกินจริงๆ ค่ะ!"

"หากท่านต้องการความช่วยเหลืออะไร เพียงแค่สั่งมาคำเดียว ฉันจะจัดการให้ท่านอย่างเรียบร้อยที่สุดเลยค่ะ!"

จะล้อเล่นหรือไง เมื่อวานความหวาดกลัวอย่างรุนแรงบนใบหน้าของหยวนจ้งปา เธอยังจำได้ติดตาจนถึงตอนนี้

ถ้าหากหลิงเซวียนคือคนเดียวกันกับที่หยวนจ้งปาพูดถึง ต่อให้หลิงเซวียนรื้อคาร์นิวัลทิ้งทั้งหลัง เธอก็ไม่กล้าพูดคำว่า "ไม่" ออกมาแม้แต่คำเดียว

ในวินาทีนี้ หวงหมิงเซิงที่นั่งนิ่งอย่างมั่นคงในตอนแรก ในที่สุดก็เริ่มอยู่ไม่สุข

เขามองไปที่หวูเสียแล้วเอ่ยอย่างประหลาดใจว่า "เจ๊เสีย หลิงเซวียนก่อเรื่องในคาร์นิวัลอย่างเปิดเผย ทำลายกฎของคาร์นิวัล เจ๊จะไม่จัดการหน่อยเหรอ?"

"นี่มัน..."

หวูเสียไม่รอให้เขาพูดจบ ก็เอ่ยขัดขึ้นด้วยเสียงเย็นชา "คุณชายหลิงอยากจะทำอะไรก็ทำไป ฉันเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ จะกล้าล่วงเกินต่อหน้าคุณชายหลิงได้อย่างไร?"

"หวงหมิงเซิง นายกล้าล่วงเกินคุณชายหลิง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คาร์นิวัลของเราจะไม่ต้อนรับนายอีก เดี๋ยวฉันจะคืนเงินคงเหลือทั้งหมดในบัตรของนายให้ และวันหน้าอย่ามาปรากฏตัวในคาร์นิวัลของฉันอีก!"

ประโยคนี้ของเธอ ทำเอาหวงหมิงเซิงถึงกับอึ้งไปเลย

ต้องรู้ก่อนว่า หวงหมิงเซิงคือลูกค้ารายใหญ่คนหนึ่งของคาร์นิวัล ยอดใช้จ่ายต่อปีเกือบหนึ่งล้านหยวน

แต่หวูเสียกลับไม่แยแสเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย เธอเลือกที่จะตัดขาดความสัมพันธ์กับหวงหมิงเซิง ถึงขั้นยอมคืนเงินคงเหลือให้ เพียงเพื่อจะประกาศกร้าวไม่ต้อนรับเขาอีก ช่างเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อจริงๆ

คนอื่นๆ ก็งงเป็นไก่ตาแตกเช่นกัน ก่อนหน้านี้หวูเสียยังต้อนรับหวงหมิงเซิงอย่างสุภาพและมาชนแก้วเหล้าด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้กลับเย็นชาใส่ประหนึ่งคนละคน ความแตกต่างก่อนหลังนี้มันช่างมหาศาลเกินไปไหม?

ทุกคนอดไม่ได้ที่จะหันมองไปทางหลิงเซวียน พวกเขาตระหนักได้ว่า ที่หวูเสียทำเช่นนี้ เป็นเพราะหลิงเซวียน

แต่ทำไมล่ะ?

คุณชายเสเพลจากตระกูลที่ล่มสลายไปแล้ว มีดีอะไรถึงทำให้หวูเสียยอมแตกหักกับคุณชายใหญ่ตระกูลหวงได้ขนาดนี้?

หวงหมิงเซิงถูกฉีกหน้าต่อหน้าผู้คนมากมาย เขารู้สึกโกรธจัดและกำลังจะเข้าไปทวงถามเหตุผลกับหวูเสีย แต่สายตาของหลิงเซวียนกลับกวาดมามองเสียก่อน

"หวงหมิงเซิง มัวแต่อืดอาดยืดยาดอยู่ที่นี่ตั้งนาน ดูเหมือนคุณจะไม่คิดจะตามผมไปดีๆ สินะ"

"ในเมื่อเป็นแบบนั้น ผมจะช่วยคุณเอง!"

ในขณะที่พูด หลิงเซวียนก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว มือข้างหนึ่งจับเข้าที่โต๊ะกระจก

จากนั้น เขาก็ใช้มือเพียงข้างเดียวขยับ โต๊ะกระจกหนักหลายร้อยชั่งพลันลอยพลิกขึ้นมา และกระแทกเข้าที่ศีรษะของหวงหมิงเซิงอย่างแรง

"โครม!"

แก้วน้ำกระจายเกลื่อนพื้น หวงหมิงเซิงแผดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เลือดไหลอาบหน้าผาก และเขาก็สลบเหมือดไปในทันที

"กรี๊ด!"

ทุกคนต่างกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ หลิงเซวียนกล้าตีโม่เสี่ยวจงพวกเขายังพอเข้าใจได้ แต่ไม่มีใครคาดคิดว่า หลิงเซวียนจะกล้าลงมืออย่างโหดเหี้ยมกับทายาทของตระกูลหวงเช่นนี้?

ซูหว่านถิงมองดูหลิงเซวียนที่มีสีหน้าเฉยเมย พลางรู้สึกสับสนในใจครู่หนึ่ง เธอเริ่มแยกไม่ออกแล้วว่า หลิงเซวียนที่อยู่ตรงหน้า ยังใช่หลิงเซวียนคนเดิมที่เธอรู้จักหรือไม่?

หลิงเซวียนไม่ได้สนใจสีหน้าของคนอื่นๆ เขาเพียงเดินเข้าไปหาหวงหมิงเซิงที่สลบอยู่ ใช้มือข้างหนึ่งคว้าคอเสื้อของเขาไว้ แล้วหิ้วขึ้นมาเหมือนหิ้วลูกไก่

"คนคนนี้ผมพาตัวไปแล้ว งานเลี้ยงวันเกิดของคุณ ดำเนินต่อได้เลย!"

พูดจบ หลิงเซวียนก็หิ้วหวงหมิงเซิงเดินออกจากประตูห้องไป ราวกับเดินย่างกรายในแดนร้างที่ไม่มีใครกล้าขวางทาง!

จบบทที่ บทที่ 32 ราวกับย่างกรายในแดนร้าง!

คัดลอกลิงก์แล้ว