เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 - เจตจำนงกระบี่ขั้นต้น

บทที่ 36 - เจตจำนงกระบี่ขั้นต้น

บทที่ 36 - เจตจำนงกระบี่ขั้นต้น


"ตายเสียเถอะ!"

"เยี่ยอู๋โยว!"

"จะโทษก็ต้องโทษที่เจ้ากล้าล่วงเกินตระกูลเสิ่นของข้า แถมยังกล้าสังหารคุณชายเสิ่นยวนต่อหน้าธารกำนัล!"

เสิ่นหยวนเหยี่ยตวาดลั่นพร้อมกับฟันดาบยาวลงมาในชั่วพริบตา

ไม่ว่าไอ้เด็กบัดซบนี่จะคิดอะไรอยู่ แต่ดาบนี้ของเขาจะต้องปลิดชีพมันได้อย่างแน่นอน

ทว่าเยี่ยอู๋โยวกลับไม่หลบไม่เลี่ยง เขาเพียงแค่ถอยหลังไปหนึ่งก้าว จากนั้นก็กำหมัดแน่นและซัดออกไป

"เพลงหมัดมังกรคชสาร!"

"มังกรคชสารผสานเป็นหนึ่ง!"

ชั่วพริบตาเดียว

บนรัศมีหมัดของเขาก็มีพลังปราณควบแน่นเข้าหากัน คล้ายกับมังกรและคชสารที่กำลังสอดประสานกัน

ทั้งแฝงไว้ด้วยความดุดันเกรียงไกรของมังกร

และแฝงไว้ด้วยความหนักแน่นมั่นคงของคชสาร

ทั้งสองสิ่งผสานเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว

พลังหมัดและคมดาบปะทะเข้าด้วยกันในพริบตา

เดิมทีตอนที่เสิ่นหยวนเหยี่ยเห็นเยี่ยอู๋โยวไม่ยอมชักอาวุธออกมา ทว่ากลับใช้เพียงหมัดเปล่าๆ มารับดาบ ภายในใจเขาก็ก่นด่าเยี่ยอู๋โยวว่าโง่เง่าสิ้นดี

ทว่าในวินาทีต่อมา

เมื่อคมดาบฟันลงบนพลังหมัด

เสิ่นหยวนเหยี่ยก็รู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังฟันดาบลงบนก้อนหินผาที่ฝังรากลึกอยู่ใต้ดิน

แรงสะท้อนกลับอันรุนแรงทำให้ง่ามมือของเขาฉีกขาดจนมีเลือดสดๆ ไหลรินออกมา

ส่วนร่างที่พุ่งเข้าสังหารของเขากลับถูกกระแทกจนต้องถอยร่นไปด้านหลังอย่างทุลักทุเล เขาต้องใช้ปลายดาบยันพื้นและไถลไปไกลหลายจั้งจึงจะสามารถหยุดยั้งร่างของตนเองเอาไว้ได้

เสิ่นหยวนเหยี่ยฝืนข่มความปั่นป่วนของพลังปราณโลหิตในร่างกาย เขามองไปที่เยี่ยอู๋โยวด้วยสีหน้าตกตะลึงพลางกล่าว "เจ้า ... เจ้าไม่ได้อยู่ขั้นหลอมกายาระดับเจ็ด แต่นี่มันระดับเก้าต่างหาก!"

"ข่าวสารของตระกูลเสิ่นช่างล้าหลังเสียจริง"

เยี่ยอู๋โยวกล่าวทันที "เมื่อคืนข้าเพิ่งจะสังหารคนของตระกูลเยี่ยไปหลายคน ดูเหมือนว่าตระกูลเสิ่นของพวกเจ้าจะยังไม่รู้เรื่องสินะ!"

เมื่อเสิ่นหยวนเหยี่ยได้ยิน สายตาของเขาก็ดูเหม่อลอยไปเล็กน้อย

"ใคร?"

"เยี่ยเจิ้ง เจ้ารู้จักใช่หรือไม่?"

เสิ่นหยวนเหยี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง

เยี่ยเจิ้ง ยอดฝีมือขั้นเบิกปราณระดับปลาย เขาย่อมต้องรู้จักเป็นธรรมดา เพราะนั่นคือคนเก่าคนแก่ที่รับใช้ตระกูลเยี่ยมาสิบกว่าปีแล้ว

"เจ้าหรือ? สังหารเขา?"

เสิ่นหยวนเหยี่ยแค่นหัวเราะ "เจ้าช่างคุยโตโอ้อวดเก่งเสียจริง!"

"ไม่เชื่อหรือ?"

เยี่ยอู๋โยวกำหมัดแน่น พลังปราณโลหิตระเบิดออกมา

ฟุ่บ ...

วินาทีต่อมา ร่างของเขาก็ก้าวทะยานออกไปพร้อมกับพัดพาสายลมเย็นยะเยือกพุ่งเข้าหาเสิ่นหยวนเหยี่ย

พลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวสาดซัดไปทั่วบริเวณ

"เพลงหมัดมังกรคชสาร!"

"มังกรคชสารผสานเป็นหนึ่ง!"

แม้จะเป็นหมัดกระบวนท่าเดิม ทว่าคราวนี้เยี่ยอู๋โยวกลับแสดงออกถึงความดุดันเหี้ยมเกรียมมากยิ่งขึ้น

"ร่อนหาที่ตาย!"

เสิ่นหยวนเหยี่ยตวาดลั่นพร้อมกับเงื้อดาบฟันออกไปอีกครั้ง

ทว่าในครั้งนี้ เยี่ยอู๋โยวกลับหลบหลีกคมดาบของเขาได้อย่างง่ายดาย หมัดทั้งสองข้างพุ่งทะลวงเข้าใส่หน้าอกของเขาอย่างจัง

"อั่ก ... "

ความเจ็บปวดแผ่ซ่าน เสิ่นหยวนเหยี่ยรู้สึกถึงความเจ็บปวดแสบร้อนที่บริเวณหน้าอกในทันที

และในเวลานี้เอง

เยี่ยอู๋โยวก็ยกมือขึ้นซัดอีกหมัดหนึ่งพุ่งตรงมาที่หน้าผากของเขา

"เสิ่นเจียง ช่วยข้าด้วย!"

สีหน้าของเสิ่นหยวนเหยี่ยซีดเผือด เขาร้องตะโกนออกมาด้วยความตื่นตระหนก

ฟุ่บ ...

สายลมเย็นยะเยือกพัดหวีดหวิวมา เยี่ยอู๋โยวสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ามีจิตสังหารอันเย็นเยียบกำลังแผ่ซ่านมาจากทางด้านหลัง

ชั่วพริบตาเดียว

เยี่ยอู๋โยวก็คว้าแขนของเสิ่นหยวนเหยี่ยเอาไว้ จากนั้นก็หมุนตัวและเหวี่ยงร่างของเสิ่นหยวนเหยี่ยออกไป

เสียงฉีกขาดดังขึ้น

เห็นเพียงร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาจากด้านหลังพร้อมกับฟันดาบในมือออกไป ดาบนั้นฟันเข้าที่หน้าอกของเสิ่นหยวนเหยี่ยอย่างจัง

เลือดสดๆ สาดกระเซ็นออกมา

ร่างของเสิ่นหยวนเหยี่ยล้มกระแทกพื้นอย่างแรง เขามองดูคนที่ลงมือด้วยน้ำเสียงตกตะลึง "เสิ่นเจียง เจ้า ... ไอ้บัดซบ ... "

ยังไม่ทันได้พูดจบประโยค

เสิ่นหยวนเหยี่ยก็สิ้นลมหายใจไปเสียแล้ว

ชายชุดดำที่ปรากฏตัวขึ้นกระชากผ้าปิดหน้าออก เขามองดูศพของเสิ่นหยวนเหยี่ยด้วยสีหน้าหงุดหงิดใจ

"ไอ้โง่เอ๊ย!"

เสิ่นเจียงสบถด่า "ประมาทเกินไปแล้ว"

พูดจบ

เสิ่นเจียงก็หันขวับมามองเยี่ยอู๋โยว จิตสังหารปะทุขึ้นมาพร้อมกับตวาดลั่น "ไอ้เด็กบัดซบ เจ้าสิที่สมควรตายที่สุด!"

สิ้นเสียง เสิ่นเจียงก็เงื้อดาบพุ่งเข้าฟันทันที

ขั้นเบิกปราณระดับสูงสุด!

เวลานี้เยี่ยอู๋โยวถอยร่นไปหนึ่งก้าวเพื่อหลบคมดาบ เขากระชับฝ่ามือแน่น กระบี่ชางหลิงก็ปรากฏขึ้นมาอย่างฉับพลัน

ทันใดนั้น

เพลงกระบี่ทลายดาราก็ถูกใช้ออกมา

"กระบี่งัดดารา!"

ทันทีที่กระบี่ถูกแทงออกไป กลิ่นอายของเยี่ยอู๋โยวก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

เสียงอาวุธปะทะกันดังเคร้งคร้าง

ภายในตรอกแคบๆ คนทั้งสองผลัดกันรุกผลัดกันรับ ดาบและกระบี่ปะทะกัน พลังปราณระเบิดออกมาระลอกแล้วระลอกเล่าราวกับเกลียวคลื่น

ทว่าในไม่ช้า

เสิ่นเจียงก็พบว่า ด้วยระดับพลังขั้นเบิกปราณระดับสูงสุดของเขาที่หมั่นฝึกฝนเพลงดาบมานานกว่าสิบปี ทว่ากลับไม่อาจสะกดข่มเยี่ยอู๋โยวที่อยู่เพียงขั้นหลอมกายาระดับเก้าได้เลยแม้แต่น้อย

บัดซบเอ๊ย!

เสิ่นเจียงโกรธเกรี้ยวจนสุดจะทน

ข่าวสารที่ได้จากตระกูลระบุว่า เยี่ยอู๋โยวผู้นี้อยู่เพียงขั้นหลอมกายาระดับเจ็ด ทว่าสามารถสังหารผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเบิกปราณระดับต้นได้

ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเบิกปราณระดับกลางก็ใช่ว่าจะสามารถสังหารเขาได้อย่างง่ายดาย

ดังนั้น ท่านผู้นำตระกูลจึงได้ส่งเขากับเสิ่นหยวนเหยี่ยมาด้วยกัน

เดิมทีที่เขามาก็เพียงเพื่อเตรียมพร้อมรับมือเผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเท่านั้น

ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นว่า

เสิ่นหยวนเหยี่ยต้องมาตาย

ส่วนตัวเขาเมื่อเผชิญหน้ากับเยี่ยอู๋โยวก็ยังไม่อาจชิงความได้เปรียบมาได้เลย

ทว่าในขณะที่ความคิดของเสิ่นเจียงกำลังแปรเปลี่ยนไป ทีละน้อย เขากลับพบว่าเยี่ยอู๋โยวที่อยู่ตรงหน้านั้นยิ่งดูผิดปกติมากขึ้นทุกที

เพลงกระบี่ที่เยี่ยอู๋โยวใช้ออกมานั้นล้ำลึกยิ่งนัก เขาไม่เคยเห็นหรือได้ยินมาก่อนเลย

เคล็ดวิชาระดับสองจะล้ำลึกได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

ทว่าเมื่อทั้งสองประมือกัน กระบวนท่ากระบี่ไม่กี่กระบวนท่าของเยี่ยอู๋โยวกลับเริ่มพลิ้วไหวไร้ร่องรอยมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยังทวีความรุนแรงมากขึ้นด้วย

"บัดซบ!"

เสิ่นเจียงฟันดาบออกไปพร้อมกับก้าวถอยหลัง เขาตวาดด่าด้วยความโกรธแค้น "ไอ้เด็กบัดซบ ข้าจะจำเจ้าไว้!"

พูดจบ เสิ่นเจียงก็หมายจะเข้าไปอุ้มศพของเสิ่นหยวนเหยี่ยและหลบหนีไปจากที่นี่

ทว่าในเวลานี้เอง

เยี่ยอู๋โยวกลับกระโดดพุ่งตัวขึ้นมาขวางทางเอาไว้เสียก่อน

"ทำไม? เจ้ายากจะสังหารข้าหรือ?"

"ตอบถูกแล้ว!"

เยี่ยอู๋โยวแทงกระบี่ออกไปอีกครั้ง

"กระบี่บั่นดาราสวรรค์!"

ทันทีที่กระบี่ถูกแทงออกไป ปราณกระบี่หลายสายก็หมุนวนรอบตัวกระบี่และกระจายออกไปราวกับแสงดาวที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า แม้จะกระจัดกระจายแต่กลับมีรูปแบบและทิศทางที่ชัดเจน

เสิ่นเจียงจำต้องทิ้งศพของเสิ่นหยวนเหยี่ยลงและทุ่มกำลังทั้งหมดเพื่อรับกระบี่นี้

"เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะเป็นตัวไร้ค่าเหมือนเสิ่นหยวนเหยี่ย?"

เสิ่นเจียงตวาดลั่น พลังดาบระเบิดออกในพริบตา ราวกับพยัคฆ์ร้ายที่เผยเขี้ยวเล็บออกมาอย่างกะทันหัน

เคร้ง ...

ดาบและกระบี่ปะทะกัน พลังปราณระเบิดกึกก้อง

ทว่าวินาทีต่อมา

สีหน้าของเสิ่นเจียงก็พลันเปลี่ยนไป

พลังกระบี่อันมหาศาลนั้นกวาดซัดเข้ามา มันกระแทกดาบวิเศษในมือของเขาจนหลุดกระเด็นไปในชั่วพริบตา

จากนั้น เงากระบี่ก็พุ่งทะยานราวกับสายลมพุ่งตรงเข้ามา

เสียงฉีกขาดดังขึ้น

เสิ่นเจียงรู้สึกเย็นวาบที่ลำคอ เลือดสดๆ ไหลหยดลงมาไม่ขาดสาย

เมื่อก้มหน้าลงมอง

กระบี่ของเยี่ยอู๋โยวก็ได้ทะลวงลำคอของเขาไปเสียแล้ว

"เป็น ... เป็นไปได้อย่างไร ... "

เสิ่นเจียงมีสีหน้าเหม่อลอย

"ทำไมจะเป็นไปไม่ได้เล่า?"

เยี่ยอู๋โยวชักกระบี่กลับ ร่างของเสิ่นเจียงก็ล้มทรุดคุกเข่าลงกับพื้นดังตุ้บ สองมือกุมลำคอเอาไว้ ทว่าไม่อาจห้ามเลือดที่ไหลทะลักออกมาได้เลย

"เจตจำนง ... กระบี่ ... "

เสิ่นเจียงกระอักเลือดออกมาจากลำคอ เขาพึมพำเสียงแผ่ว "เจ้า ... เป็นไปได้อย่างไร ... "

เยี่ยอู๋โยวเก็บกระบี่ เขายืนนิ่งเพื่อซึมซับความรู้สึกเมื่อครู่นี้อย่างละเอียด

ไม่ผิดแน่

เจตจำนงกระบี่

พูดให้ชัดเจนก็คือ เจตจำนงกระบี่ขั้นต้น!

เฉกเช่นเดียวกับระดับการฝึกยุทธ์ของผู้ฝึกยุทธ์ที่แบ่งจากต่ำไปสูง

เจตจำนงแห่งวิถีกระบี่ของผู้ฝึกกระบี่ก็ย่อมมีการพัฒนาขึ้นไปทีละขั้นเช่นกัน

และก้าวแรกของมันก็คือ เจตจำนงกระบี่

ซึ่งเจตจำนงกระบี่ยังแบ่งความเปลี่ยนแปลงออกเป็นหกระดับ

ระดับที่หนึ่งก็คือ เจตจำนงกระบี่ขั้นต้น

ผู้ฝึกกระบี่ในระดับนี้ ร่างกายและกระบี่จะหลอมรวมเป็นหนึ่ง เมื่อใช้ออกด้วยเพลงกระบี่ก็จะสามารถดึงเอาเจตจำนงกระบี่ออกมาใช้ได้ ซึ่งมันจะช่วยเพิ่มพลังทำลายล้างของตนเองและกระบี่ได้อย่างน้อยหนึ่งเท่าตัว!

บรรดาผู้ฝึกยุทธ์ทั่วหล้า

ในสิบคนจะต้องมีอย่างน้อยหกคนที่เลือกฝึกกระบี่

ทว่าผู้ฝึกกระบี่ที่สามารถเข้าถึงเจตจำนงกระบี่ได้อย่างแท้จริงนั้น ในพันคนจะหาได้สักคนก็ยากยิ่ง หรือแม้แต่ในหมื่นคนจะหาได้สักคนก็ยังยากเลย

เยี่ยอู๋โยวหยัดยืนอยู่ข้างร่างไร้วิญญาณทั้งสอง เขาอดไม่ได้ที่จะร่ายรำกระบี่ชางหลิงเพื่อสัมผัสถึงความรู้สึกกระจ่างแจ้งในจิตใจอย่างละเอียด

"เจ้าสามารถเข้าถึงเจตจำนงกระบี่ได้แล้วงั้นหรือ?"

ทว่าในเวลานี้เอง

ภายใต้ความมืดมิด

ร่างสายหนึ่งก็ก้าวเดินออกมา เขามองไปที่เยี่ยอู๋โยวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและเหม่อลอย

ผู้มาเยือนดูมีอายุราวๆ สี่สิบกว่าปี สวมชุดรัดกุมสีเทาอ่อน สวมกวานประดับอัญมณีบนศีรษะ ในมือถือกระบี่ เวลานี้ดวงตาทั้งสองข้างของเขากำลังจ้องมองเยี่ยอู๋โยว

"เมื่อสองปีก่อน เจ้ามีพรสวรรค์โดดเด่นถึงเพียงนั้นแต่ก็ยังไม่อาจเข้าถึงเจตจำนงกระบี่ได้ คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะมาบรรลุได้ในที่แห่งนี้!"

ชายผู้นั้นยังคงรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ

เยี่ยอู๋โยวมองไปตามเสียง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน

"เยี่ยปิ่งชวน!"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น

ชายวัยกลางคนก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มขื่นพลางกล่าว "อะไรกัน นี่เจ้าไม่ยอมเรียกข้าว่าท่านอาหกแล้วหรือ?"

เยี่ยปิ่งชวนไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ ของเยี่ยซานไห่ แต่เป็นลูกพี่ลูกน้องที่เกิดจากญาติผู้พี่ผู้น้อง เขาเป็นลูกคนที่หก ซึ่งในอดีต เยี่ยอู๋โยวก็มักจะเรียกเขาว่าท่านอาหกมาโดยตลอด

ทว่าตอนนี้ ...

เยี่ยอู๋โยวถือกระบี่ยืนนิ่ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน

"ท่านอาหกงั้นหรือ?"

"มีท่านอาหกที่ไหนมาตามฆ่าหลานชายแท้ๆ ของตัวเองกันล่ะ?"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 36 - เจตจำนงกระบี่ขั้นต้น

คัดลอกลิงก์แล้ว