- หน้าแรก
- หนึ่งกระบี่พลิกสวรรค์ ตำนานจอมเทพเยี่ยอู๋โยว
- บทที่ 36 - เจตจำนงกระบี่ขั้นต้น
บทที่ 36 - เจตจำนงกระบี่ขั้นต้น
บทที่ 36 - เจตจำนงกระบี่ขั้นต้น
"ตายเสียเถอะ!"
"เยี่ยอู๋โยว!"
"จะโทษก็ต้องโทษที่เจ้ากล้าล่วงเกินตระกูลเสิ่นของข้า แถมยังกล้าสังหารคุณชายเสิ่นยวนต่อหน้าธารกำนัล!"
เสิ่นหยวนเหยี่ยตวาดลั่นพร้อมกับฟันดาบยาวลงมาในชั่วพริบตา
ไม่ว่าไอ้เด็กบัดซบนี่จะคิดอะไรอยู่ แต่ดาบนี้ของเขาจะต้องปลิดชีพมันได้อย่างแน่นอน
ทว่าเยี่ยอู๋โยวกลับไม่หลบไม่เลี่ยง เขาเพียงแค่ถอยหลังไปหนึ่งก้าว จากนั้นก็กำหมัดแน่นและซัดออกไป
"เพลงหมัดมังกรคชสาร!"
"มังกรคชสารผสานเป็นหนึ่ง!"
ชั่วพริบตาเดียว
บนรัศมีหมัดของเขาก็มีพลังปราณควบแน่นเข้าหากัน คล้ายกับมังกรและคชสารที่กำลังสอดประสานกัน
ทั้งแฝงไว้ด้วยความดุดันเกรียงไกรของมังกร
และแฝงไว้ด้วยความหนักแน่นมั่นคงของคชสาร
ทั้งสองสิ่งผสานเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว
พลังหมัดและคมดาบปะทะเข้าด้วยกันในพริบตา
เดิมทีตอนที่เสิ่นหยวนเหยี่ยเห็นเยี่ยอู๋โยวไม่ยอมชักอาวุธออกมา ทว่ากลับใช้เพียงหมัดเปล่าๆ มารับดาบ ภายในใจเขาก็ก่นด่าเยี่ยอู๋โยวว่าโง่เง่าสิ้นดี
ทว่าในวินาทีต่อมา
เมื่อคมดาบฟันลงบนพลังหมัด
เสิ่นหยวนเหยี่ยก็รู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังฟันดาบลงบนก้อนหินผาที่ฝังรากลึกอยู่ใต้ดิน
แรงสะท้อนกลับอันรุนแรงทำให้ง่ามมือของเขาฉีกขาดจนมีเลือดสดๆ ไหลรินออกมา
ส่วนร่างที่พุ่งเข้าสังหารของเขากลับถูกกระแทกจนต้องถอยร่นไปด้านหลังอย่างทุลักทุเล เขาต้องใช้ปลายดาบยันพื้นและไถลไปไกลหลายจั้งจึงจะสามารถหยุดยั้งร่างของตนเองเอาไว้ได้
เสิ่นหยวนเหยี่ยฝืนข่มความปั่นป่วนของพลังปราณโลหิตในร่างกาย เขามองไปที่เยี่ยอู๋โยวด้วยสีหน้าตกตะลึงพลางกล่าว "เจ้า ... เจ้าไม่ได้อยู่ขั้นหลอมกายาระดับเจ็ด แต่นี่มันระดับเก้าต่างหาก!"
"ข่าวสารของตระกูลเสิ่นช่างล้าหลังเสียจริง"
เยี่ยอู๋โยวกล่าวทันที "เมื่อคืนข้าเพิ่งจะสังหารคนของตระกูลเยี่ยไปหลายคน ดูเหมือนว่าตระกูลเสิ่นของพวกเจ้าจะยังไม่รู้เรื่องสินะ!"
เมื่อเสิ่นหยวนเหยี่ยได้ยิน สายตาของเขาก็ดูเหม่อลอยไปเล็กน้อย
"ใคร?"
"เยี่ยเจิ้ง เจ้ารู้จักใช่หรือไม่?"
เสิ่นหยวนเหยี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง
เยี่ยเจิ้ง ยอดฝีมือขั้นเบิกปราณระดับปลาย เขาย่อมต้องรู้จักเป็นธรรมดา เพราะนั่นคือคนเก่าคนแก่ที่รับใช้ตระกูลเยี่ยมาสิบกว่าปีแล้ว
"เจ้าหรือ? สังหารเขา?"
เสิ่นหยวนเหยี่ยแค่นหัวเราะ "เจ้าช่างคุยโตโอ้อวดเก่งเสียจริง!"
"ไม่เชื่อหรือ?"
เยี่ยอู๋โยวกำหมัดแน่น พลังปราณโลหิตระเบิดออกมา
ฟุ่บ ...
วินาทีต่อมา ร่างของเขาก็ก้าวทะยานออกไปพร้อมกับพัดพาสายลมเย็นยะเยือกพุ่งเข้าหาเสิ่นหยวนเหยี่ย
พลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวสาดซัดไปทั่วบริเวณ
"เพลงหมัดมังกรคชสาร!"
"มังกรคชสารผสานเป็นหนึ่ง!"
แม้จะเป็นหมัดกระบวนท่าเดิม ทว่าคราวนี้เยี่ยอู๋โยวกลับแสดงออกถึงความดุดันเหี้ยมเกรียมมากยิ่งขึ้น
"ร่อนหาที่ตาย!"
เสิ่นหยวนเหยี่ยตวาดลั่นพร้อมกับเงื้อดาบฟันออกไปอีกครั้ง
ทว่าในครั้งนี้ เยี่ยอู๋โยวกลับหลบหลีกคมดาบของเขาได้อย่างง่ายดาย หมัดทั้งสองข้างพุ่งทะลวงเข้าใส่หน้าอกของเขาอย่างจัง
"อั่ก ... "
ความเจ็บปวดแผ่ซ่าน เสิ่นหยวนเหยี่ยรู้สึกถึงความเจ็บปวดแสบร้อนที่บริเวณหน้าอกในทันที
และในเวลานี้เอง
เยี่ยอู๋โยวก็ยกมือขึ้นซัดอีกหมัดหนึ่งพุ่งตรงมาที่หน้าผากของเขา
"เสิ่นเจียง ช่วยข้าด้วย!"
สีหน้าของเสิ่นหยวนเหยี่ยซีดเผือด เขาร้องตะโกนออกมาด้วยความตื่นตระหนก
ฟุ่บ ...
สายลมเย็นยะเยือกพัดหวีดหวิวมา เยี่ยอู๋โยวสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ามีจิตสังหารอันเย็นเยียบกำลังแผ่ซ่านมาจากทางด้านหลัง
ชั่วพริบตาเดียว
เยี่ยอู๋โยวก็คว้าแขนของเสิ่นหยวนเหยี่ยเอาไว้ จากนั้นก็หมุนตัวและเหวี่ยงร่างของเสิ่นหยวนเหยี่ยออกไป
เสียงฉีกขาดดังขึ้น
เห็นเพียงร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาจากด้านหลังพร้อมกับฟันดาบในมือออกไป ดาบนั้นฟันเข้าที่หน้าอกของเสิ่นหยวนเหยี่ยอย่างจัง
เลือดสดๆ สาดกระเซ็นออกมา
ร่างของเสิ่นหยวนเหยี่ยล้มกระแทกพื้นอย่างแรง เขามองดูคนที่ลงมือด้วยน้ำเสียงตกตะลึง "เสิ่นเจียง เจ้า ... ไอ้บัดซบ ... "
ยังไม่ทันได้พูดจบประโยค
เสิ่นหยวนเหยี่ยก็สิ้นลมหายใจไปเสียแล้ว
ชายชุดดำที่ปรากฏตัวขึ้นกระชากผ้าปิดหน้าออก เขามองดูศพของเสิ่นหยวนเหยี่ยด้วยสีหน้าหงุดหงิดใจ
"ไอ้โง่เอ๊ย!"
เสิ่นเจียงสบถด่า "ประมาทเกินไปแล้ว"
พูดจบ
เสิ่นเจียงก็หันขวับมามองเยี่ยอู๋โยว จิตสังหารปะทุขึ้นมาพร้อมกับตวาดลั่น "ไอ้เด็กบัดซบ เจ้าสิที่สมควรตายที่สุด!"
สิ้นเสียง เสิ่นเจียงก็เงื้อดาบพุ่งเข้าฟันทันที
ขั้นเบิกปราณระดับสูงสุด!
เวลานี้เยี่ยอู๋โยวถอยร่นไปหนึ่งก้าวเพื่อหลบคมดาบ เขากระชับฝ่ามือแน่น กระบี่ชางหลิงก็ปรากฏขึ้นมาอย่างฉับพลัน
ทันใดนั้น
เพลงกระบี่ทลายดาราก็ถูกใช้ออกมา
"กระบี่งัดดารา!"
ทันทีที่กระบี่ถูกแทงออกไป กลิ่นอายของเยี่ยอู๋โยวก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เสียงอาวุธปะทะกันดังเคร้งคร้าง
ภายในตรอกแคบๆ คนทั้งสองผลัดกันรุกผลัดกันรับ ดาบและกระบี่ปะทะกัน พลังปราณระเบิดออกมาระลอกแล้วระลอกเล่าราวกับเกลียวคลื่น
ทว่าในไม่ช้า
เสิ่นเจียงก็พบว่า ด้วยระดับพลังขั้นเบิกปราณระดับสูงสุดของเขาที่หมั่นฝึกฝนเพลงดาบมานานกว่าสิบปี ทว่ากลับไม่อาจสะกดข่มเยี่ยอู๋โยวที่อยู่เพียงขั้นหลอมกายาระดับเก้าได้เลยแม้แต่น้อย
บัดซบเอ๊ย!
เสิ่นเจียงโกรธเกรี้ยวจนสุดจะทน
ข่าวสารที่ได้จากตระกูลระบุว่า เยี่ยอู๋โยวผู้นี้อยู่เพียงขั้นหลอมกายาระดับเจ็ด ทว่าสามารถสังหารผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเบิกปราณระดับต้นได้
ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเบิกปราณระดับกลางก็ใช่ว่าจะสามารถสังหารเขาได้อย่างง่ายดาย
ดังนั้น ท่านผู้นำตระกูลจึงได้ส่งเขากับเสิ่นหยวนเหยี่ยมาด้วยกัน
เดิมทีที่เขามาก็เพียงเพื่อเตรียมพร้อมรับมือเผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเท่านั้น
ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นว่า
เสิ่นหยวนเหยี่ยต้องมาตาย
ส่วนตัวเขาเมื่อเผชิญหน้ากับเยี่ยอู๋โยวก็ยังไม่อาจชิงความได้เปรียบมาได้เลย
ทว่าในขณะที่ความคิดของเสิ่นเจียงกำลังแปรเปลี่ยนไป ทีละน้อย เขากลับพบว่าเยี่ยอู๋โยวที่อยู่ตรงหน้านั้นยิ่งดูผิดปกติมากขึ้นทุกที
เพลงกระบี่ที่เยี่ยอู๋โยวใช้ออกมานั้นล้ำลึกยิ่งนัก เขาไม่เคยเห็นหรือได้ยินมาก่อนเลย
เคล็ดวิชาระดับสองจะล้ำลึกได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
ทว่าเมื่อทั้งสองประมือกัน กระบวนท่ากระบี่ไม่กี่กระบวนท่าของเยี่ยอู๋โยวกลับเริ่มพลิ้วไหวไร้ร่องรอยมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยังทวีความรุนแรงมากขึ้นด้วย
"บัดซบ!"
เสิ่นเจียงฟันดาบออกไปพร้อมกับก้าวถอยหลัง เขาตวาดด่าด้วยความโกรธแค้น "ไอ้เด็กบัดซบ ข้าจะจำเจ้าไว้!"
พูดจบ เสิ่นเจียงก็หมายจะเข้าไปอุ้มศพของเสิ่นหยวนเหยี่ยและหลบหนีไปจากที่นี่
ทว่าในเวลานี้เอง
เยี่ยอู๋โยวกลับกระโดดพุ่งตัวขึ้นมาขวางทางเอาไว้เสียก่อน
"ทำไม? เจ้ายากจะสังหารข้าหรือ?"
"ตอบถูกแล้ว!"
เยี่ยอู๋โยวแทงกระบี่ออกไปอีกครั้ง
"กระบี่บั่นดาราสวรรค์!"
ทันทีที่กระบี่ถูกแทงออกไป ปราณกระบี่หลายสายก็หมุนวนรอบตัวกระบี่และกระจายออกไปราวกับแสงดาวที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า แม้จะกระจัดกระจายแต่กลับมีรูปแบบและทิศทางที่ชัดเจน
เสิ่นเจียงจำต้องทิ้งศพของเสิ่นหยวนเหยี่ยลงและทุ่มกำลังทั้งหมดเพื่อรับกระบี่นี้
"เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะเป็นตัวไร้ค่าเหมือนเสิ่นหยวนเหยี่ย?"
เสิ่นเจียงตวาดลั่น พลังดาบระเบิดออกในพริบตา ราวกับพยัคฆ์ร้ายที่เผยเขี้ยวเล็บออกมาอย่างกะทันหัน
เคร้ง ...
ดาบและกระบี่ปะทะกัน พลังปราณระเบิดกึกก้อง
ทว่าวินาทีต่อมา
สีหน้าของเสิ่นเจียงก็พลันเปลี่ยนไป
พลังกระบี่อันมหาศาลนั้นกวาดซัดเข้ามา มันกระแทกดาบวิเศษในมือของเขาจนหลุดกระเด็นไปในชั่วพริบตา
จากนั้น เงากระบี่ก็พุ่งทะยานราวกับสายลมพุ่งตรงเข้ามา
เสียงฉีกขาดดังขึ้น
เสิ่นเจียงรู้สึกเย็นวาบที่ลำคอ เลือดสดๆ ไหลหยดลงมาไม่ขาดสาย
เมื่อก้มหน้าลงมอง
กระบี่ของเยี่ยอู๋โยวก็ได้ทะลวงลำคอของเขาไปเสียแล้ว
"เป็น ... เป็นไปได้อย่างไร ... "
เสิ่นเจียงมีสีหน้าเหม่อลอย
"ทำไมจะเป็นไปไม่ได้เล่า?"
เยี่ยอู๋โยวชักกระบี่กลับ ร่างของเสิ่นเจียงก็ล้มทรุดคุกเข่าลงกับพื้นดังตุ้บ สองมือกุมลำคอเอาไว้ ทว่าไม่อาจห้ามเลือดที่ไหลทะลักออกมาได้เลย
"เจตจำนง ... กระบี่ ... "
เสิ่นเจียงกระอักเลือดออกมาจากลำคอ เขาพึมพำเสียงแผ่ว "เจ้า ... เป็นไปได้อย่างไร ... "
เยี่ยอู๋โยวเก็บกระบี่ เขายืนนิ่งเพื่อซึมซับความรู้สึกเมื่อครู่นี้อย่างละเอียด
ไม่ผิดแน่
เจตจำนงกระบี่
พูดให้ชัดเจนก็คือ เจตจำนงกระบี่ขั้นต้น!
เฉกเช่นเดียวกับระดับการฝึกยุทธ์ของผู้ฝึกยุทธ์ที่แบ่งจากต่ำไปสูง
เจตจำนงแห่งวิถีกระบี่ของผู้ฝึกกระบี่ก็ย่อมมีการพัฒนาขึ้นไปทีละขั้นเช่นกัน
และก้าวแรกของมันก็คือ เจตจำนงกระบี่
ซึ่งเจตจำนงกระบี่ยังแบ่งความเปลี่ยนแปลงออกเป็นหกระดับ
ระดับที่หนึ่งก็คือ เจตจำนงกระบี่ขั้นต้น
ผู้ฝึกกระบี่ในระดับนี้ ร่างกายและกระบี่จะหลอมรวมเป็นหนึ่ง เมื่อใช้ออกด้วยเพลงกระบี่ก็จะสามารถดึงเอาเจตจำนงกระบี่ออกมาใช้ได้ ซึ่งมันจะช่วยเพิ่มพลังทำลายล้างของตนเองและกระบี่ได้อย่างน้อยหนึ่งเท่าตัว!
บรรดาผู้ฝึกยุทธ์ทั่วหล้า
ในสิบคนจะต้องมีอย่างน้อยหกคนที่เลือกฝึกกระบี่
ทว่าผู้ฝึกกระบี่ที่สามารถเข้าถึงเจตจำนงกระบี่ได้อย่างแท้จริงนั้น ในพันคนจะหาได้สักคนก็ยากยิ่ง หรือแม้แต่ในหมื่นคนจะหาได้สักคนก็ยังยากเลย
เยี่ยอู๋โยวหยัดยืนอยู่ข้างร่างไร้วิญญาณทั้งสอง เขาอดไม่ได้ที่จะร่ายรำกระบี่ชางหลิงเพื่อสัมผัสถึงความรู้สึกกระจ่างแจ้งในจิตใจอย่างละเอียด
"เจ้าสามารถเข้าถึงเจตจำนงกระบี่ได้แล้วงั้นหรือ?"
ทว่าในเวลานี้เอง
ภายใต้ความมืดมิด
ร่างสายหนึ่งก็ก้าวเดินออกมา เขามองไปที่เยี่ยอู๋โยวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและเหม่อลอย
ผู้มาเยือนดูมีอายุราวๆ สี่สิบกว่าปี สวมชุดรัดกุมสีเทาอ่อน สวมกวานประดับอัญมณีบนศีรษะ ในมือถือกระบี่ เวลานี้ดวงตาทั้งสองข้างของเขากำลังจ้องมองเยี่ยอู๋โยว
"เมื่อสองปีก่อน เจ้ามีพรสวรรค์โดดเด่นถึงเพียงนั้นแต่ก็ยังไม่อาจเข้าถึงเจตจำนงกระบี่ได้ คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะมาบรรลุได้ในที่แห่งนี้!"
ชายผู้นั้นยังคงรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ
เยี่ยอู๋โยวมองไปตามเสียง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน
"เยี่ยปิ่งชวน!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
ชายวัยกลางคนก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มขื่นพลางกล่าว "อะไรกัน นี่เจ้าไม่ยอมเรียกข้าว่าท่านอาหกแล้วหรือ?"
เยี่ยปิ่งชวนไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ ของเยี่ยซานไห่ แต่เป็นลูกพี่ลูกน้องที่เกิดจากญาติผู้พี่ผู้น้อง เขาเป็นลูกคนที่หก ซึ่งในอดีต เยี่ยอู๋โยวก็มักจะเรียกเขาว่าท่านอาหกมาโดยตลอด
ทว่าตอนนี้ ...
เยี่ยอู๋โยวถือกระบี่ยืนนิ่ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
"ท่านอาหกงั้นหรือ?"
"มีท่านอาหกที่ไหนมาตามฆ่าหลานชายแท้ๆ ของตัวเองกันล่ะ?"
[จบแล้ว]