- หน้าแรก
- หนึ่งกระบี่พลิกสวรรค์ ตำนานจอมเทพเยี่ยอู๋โยว
- บทที่ 7 - เจ้ากล้าตบข้าหรือ?
บทที่ 7 - เจ้ากล้าตบข้าหรือ?
บทที่ 7 - เจ้ากล้าตบข้าหรือ?
ตั้งแต่ต้นจนจบ น้ำเสียงของเยี่ยอู๋โยวล้วนราบเรียบเป็นอย่างยิ่ง
ทว่ายามนี้เมื่อได้ยินเข้าหูเสิ่นเหวินเซวียน มันกลับน่าสะพรึงกลัวราวกับเสียงทวงวิญญาณของภูตผีในนรกขุมลึก
"ข้า ข้าเป็นเศษสวะ ข้า ปล่อยมือเดี๋ยวนี้!" เสิ่นเหวินเซวียนร้องโหยหวน
"อย่างนั้นหรือ?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เยี่ยอู๋โยวก็เตะออกไปอีกครั้ง บดขยี้กระดูกหัวเข่าขวาของเสิ่นเหวินเซวียนจนแหลกละเอียด
"อ๊าก ... "
เสิ่นเหวินเซวียนคุกเข่าล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว เขาคำรามลั่น "ข้าก็บอกแล้วว่าข้าเป็นเศษสวะ เจ้ายังจะตีข้าอีกหรือ?"
เยี่ยอู๋โยวสะบัดฝ่ามือ หักแขนของเสิ่นเหวินเซวียนไปอีกข้างแล้วกล่าวช้าๆ "อืม ... ข้าพอใจ ... "
ร่างของเสิ่นเหวินเซวียนหมอบกระแตอยู่บนพื้น ร่างกายกระตุกเกร็ง เจ็บปวดจนไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะเอ่ยปากพูด
เยี่ยอู๋โยวหันไปมองชายชราและเด็กสาวข้างกาย เขาค่อยๆ ย่อตัวลงแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ข้าพอจะรู้วิชาแพทย์อยู่บ้าง ให้ข้าดูอาการเถิด"
เด็กสาวตาแดงก่ำ นางลังเลเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับ
เยี่ยอู๋โยวจึงประคองชายชราให้นั่งลง จากนั้นพลังปราณที่ปลายนิ้วก็ไหลเวียน กลายเป็นเข็มปราณทีละเล่ม ฝังลงบนจุดต่างๆ บริเวณหน้าอกของชายชรา
นี่คือวิชาแพทย์เปลี่ยนปราณเป็นเข็มที่เขาคิดค้นขึ้นเองในอดีตชาติ มีนามว่าวิชาสวรรค์เข็มทอง
โดยใช้พลังปราณของตนเปลี่ยนเป็นเข็มปราณ ควบคุมได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังสามารถสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอันละเอียดอ่อนภายในร่างกายของผู้บาดเจ็บ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าเหตุใดก่อนหน้านี้ตอนที่ซูชิงเหออยู่ในสภาวะตายเทียม บรรดาปรมาจารย์โอสถวิเศษแห่งสำนักศึกษาเทียนชิงต่างหมดหนทางและคิดว่านางตายไปแล้ว แต่เขากลับสามารถปลุกนางให้ฟื้นขึ้นมาได้
เพียงแต่
เมื่อเยี่ยอู๋โยวตรวจสอบดู สีหน้าของเขากลับกลายเป็นแปลกประหลาด
ชายชราตรงหน้าผู้นี้ พลังปราณภายในร่างเรียกได้ว่าลึกล้ำกว้างใหญ่ดุจมหาสมุทร ไม่ใช่ชายชราใกล้ลงโลงอย่างที่เห็นเลยแม้แต่น้อย
แสร้งเป็นหมูหลอกกินเสือหรือ?
คนผู้นี้คือใครกัน?
ทว่า ...
ร่างกายของชายชราผู้นี้มีปัญหาอยู่จริงๆ
"แม่นางน้อย ไม่ต้องกังวลไป ปู่ของเจ้าบาดเจ็บไม่หนักนัก ข้ามีหินวิญญาณอยู่สิบกว่าก้อน เจ้าเอาไปซื้อยาบำรุงเสียหน่อยก็ดีขึ้นแล้ว!"
เยี่ยอู๋โยวหยิบเงินเก็บอันน้อยนิดในอกเสื้อออกมาส่งให้เด็กสาว พร้อมกับกล่าวว่า "แต่ว่าร่างกายปู่ของเจ้ามีโรคซ่อนเร้นบางอย่างซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต!"
"โรคซ่อนเร้น?"
เด็กสาวมีสีหน้าตกตะลึง
ตอนที่เห็นเยี่ยอู๋โยวผู้นี้ฝังเข็มอย่างจริงจัง นางยังคิดว่าเจ้านี่มีฝีมืออยู่บ้าง คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นเพียงการเสแสร้งแกล้งทำเท่านั้น!
ในฐานะหนึ่งในสี่ผู้พิทักษ์แห่งสำนักงานใหญ่หอว่านเซี่ยง ผู้พิทักษ์เสวียนอู่ ยอดฝีมือระดับแนวหน้าของจักรวรรดิเทียนเสวียน ร่างกายของท่านปู่จะมีปัญหาอันใดได้?
ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้มีปัญหาจริงๆ ผู้ฝึกยุทธ์เพียงขั้นหลอมกายาผู้นี้จะมองออกได้อย่างไร?
เยี่ยอู๋โยวหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ท้ายที่สุดก็กล่าวต่อ "อาการบาดเจ็บภายนอกของผู้อาวุโสไม่เป็นไรมากนัก ส่วนโรคซ่อนเร้นภายใน สามารถนำหญ้าชิงหมี่มาบดเป็นน้ำทาบริเวณจุดชี่ไห่และจุดไท่ชงทุกวัน จากนั้นใช้พลังปราณทะลวงทั้งสองจุดเจ็ดสิบสองครั้ง ทำวันละสามรอบ อย่างน้อยก็สามารถบรรเทาความเจ็บปวดลงได้บ้าง!"
เยี่ยอู๋โยวไม่พูดอะไรให้มากความอีก
ชายชราผู้นี้แม้จะแข็งแกร่ง แต่ก็มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่ปีแล้ว
ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าทั้งสองคนนี้คือใคร แต่ไม่ว่าอย่างไรทั้งสองก็ยอมพูดจาออกรับแทนด้วยความยุติธรรม ในเมื่อเขาค้นพบโรคซ่อนเร้นของชายชราก็สมควรชี้แนะสักหน่อย
ส่วนชายชราจะเชื่อฟังหรือไม่ นั่นก็ไม่เกี่ยวกับเขาแล้ว!
"พวกเจ้าไปเถิด พวกมันพุ่งเป้ามาที่ข้า ไม่เกี่ยวกับพวกเจ้า!"
เด็กสาวได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไป ท้ายที่สุดนางก็พยุงชายชราเดินกะโผลกกะเผลกออกจากห้องโถงหอว่านเซี่ยงไป
จากนั้น
เยี่ยอู๋โยวก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
ผู้คนรอบด้านต่างตกตะลึงจนแข็งทื่ออยู่กับที่ไปนานแล้ว
เยี่ยอู๋โยว ... ไม่ใช่ว่ากลายเป็นคนไร้ค่าไปแล้วหรือ?
เสิ่นเหวินเซวียนจะเป็นไปได้อย่างไรที่ ... ไม่ใช่คู่มือของเขา?
ในเวลานี้เอง
ต้วนอิ้งเยว่เป็นคนแรกที่ได้สติกลับมาจากความตกตะลึง นางรีบตวาดสั่ง "พวกเจ้ามัวยืนบื้ออะไรอยู่ รีบไปช่วยคุณชายเสิ่นสิ!"
ผู้ติดตามของเสิ่นเหวินเซวียนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็พุ่งตัวออกไปทีละคน
เยี่ยอู๋โยวเห็นคนหลายคนพุ่งเข้ามาหมายเอาชีวิต รังสีฆ่าฟันในดวงตาก็ก่อตัวขึ้น
เขาไม่อยากแกว่งเท้าหาเสี้ยน
แต่เมื่อเรื่องยุ่งยากมาเยือน เขาก็จะไม่ปรานีเช่นกัน
เขากำหมัดแน่น พลังปราณในร่างระเบิดออกในชั่วพริบตา ก่อนจะฟาดฝ่ามือออกไป
ปัง ...
ชายหนุ่มขั้นหลอมกายาระดับเก้าที่พุ่งเข้ามาถูกฝ่ามือของเยี่ยอู๋โยวซัดเข้าที่หน้าอกอย่างจัง เขาพ่นเลือดสดๆ ออกมาล้มกระแทกพื้นและสิ้นใจไปในพริบตา
"ตาย ... ตายแล้ว ... "
คนอื่นๆ ที่เหลือเห็นเหตุการณ์เช่นนั้นต่างก็ขวัญหนีดีฝ่อ ร้องโหยหวนและวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไปจากที่นั่น ใครจะไปสนคำสั่งของต้วนอิ้งเยว่อีก
เวลานี้ร่างของเยี่ยอู๋โยวพุ่งทะยานขึ้นและไปปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าต้วนอิ้งเยว่
"เจ้า ... "
ต้วนอิ้งเยว่ที่บรรลุขั้นเบิกปราณมีสีหน้าหวาดผวา นางกล่าวว่า "เจ้าคิดจะทำ ... "
เพียะ!!!
เยี่ยอู๋โยวไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เขาสะบัดฝ่ามือออกไป รอยฝ่ามือประทับลงบนแก้มของต้วนอิ้งเยว่อย่างชัดเจน
ชั่วพริบตาแก้มของต้วนอิ้งเยว่ก็บวมเป่งและแดงก่ำราวกับมีเลือดคั่ง
"เจ้ากล้าตบข้าหรือ?"
ต้วนอิ้งเยว่ยืนงงเป็นไก่ตาแตก
เพียะ!!!
สิ่งที่ตอบสนองต้วนอิ้งเยว่คือฝ่ามือของเยี่ยอู๋โยวที่ตบฉาดลงไปอีกครั้ง
ต้วนอิ้งเยว่พ่นเลือดออกจากปาก แก้มอีกข้างบวมเป่งแดงก่ำอย่างสมบูรณ์
"สองฉาดนี้คือค่าเล่าเรียนที่เจ้าหน้าด้านตามติดข้าและข้าเคยชี้แนะการฝึกยุทธ์ให้เจ้าเมื่อครั้งนั้น!"
เพียะ เพียะ!!!
ระหว่างที่พูด เยี่ยอู๋โยวก็ง้างมือตบซ้ายขวาไปอีกสองฉาด
"ส่วนสองฉาดนี้คือบทเรียนที่เจ้าเที่ยวใส่ร้ายป้ายสีข้าไปทั่วเมืองไท่เสวียนตลอดสองปีที่ข้ากลายเป็นคนไร้ค่า!"
เพียะ เพียะ เพียะ เพียะ!!!
พริบตาเดียวก็ตบฉาดลงไปอีกสี่ครั้ง
แต่คราวนี้เยี่ยอู๋โยวไม่ได้เอ่ยสิ่งใด
ใบหน้าเล็กๆ อันงดงามของต้วนอิ้งเยว่บวมฉุราวกับหัวหมูในทันที นางถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "เหตุใดถึงตบข้าอีก? ตั้งสี่ฉาดเชียวนะ!"
"อ้อ! อันนี้หรือ ... "
เยี่ยอู๋โยวสะบัดข้อมือแล้วตบซ้ำไปอีกสองฉาด ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ก็แค่ตบเพลินไปหน่อย เลยแถมให้อีกสองสามฉาด!"
ตอนนี้ต้วนอิ้งเยว่รู้สึกวิงเวียนศีรษะจนแทบจะฟังคำพูดของเยี่ยอู๋โยวไม่ค่อยถนัดแล้ว
"ต้วนอิ้งเยว่ จำเอาไว้ให้ดี!"
เยี่ยอู๋โยวมีสีหน้ามืดมนพลางกล่าว "ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หากข้าได้ยินคำนินทาว่าร้ายข้าหลุดออกจากปากเจ้าในเมืองไท่เสวียนอีก ข้าขอรับรองว่าครั้งหน้าสิ่งที่เจ้าจะได้รับจะไม่ใช่แค่ฝ่ามือเช่นนี้แน่!"
เยี่ยอู๋โยวค่อยๆ หันหลังกลับและกล่าวเสียงเย็นชา "ข้าจะหักคอเจ้า ต่อให้เจ้าจะเป็นคุณหนูจวนเจ้าเมืองหน้าไหนก็ตาม!"
วินาทีนี้ทั่วทั้งห้องโถงหอว่านเซี่ยงเงียบสงัดราวกับป่าช้า
เยี่ยอู๋โยวเดินทีละก้าวเข้าไปหาเสิ่นเหวินเซวียน
เสิ่นเหวินเซวียนในยามนี้กำลังนอนดิ้นพล่านอยู่บนพื้น เมื่อเห็นเยี่ยอู๋โยวเดินเข้ามาเขาก็หวาดกลัวจนสติแตก
"ป๋ายเชียนหลิง! มารดาเจ้าตาบอดหรืออย่างไร?"
เสิ่นเหวินเซวียนแผดเสียงคำราม "เยี่ยอู๋โยวจะฆ่าคนแล้ว มันกำลังฆ่าคนในหอว่านเซี่ยงของเจ้า หอว่านเซี่ยงของเจ้าจะไม่สนเลยหรือ?"
จนถึงตอนนี้
ป๋ายเชียนหลิงเพิ่งจะได้สติกลับมาจากความตกตะลึงอย่างสมบูรณ์ นางรีบตะโกนลั่น "คนมานี่! รีบมาเร็วเข้า!"
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ ...
ทันใดนั้นองครักษ์ของหอว่านเซี่ยงก็กรูกันออกมาและตีวงล้อมเยี่ยอู๋โยวไว้อย่างแน่นหนา
"เยี่ยอู๋โยว บังอาจก่อเหตุทำร้ายผู้คนในหอว่านเซี่ยงของข้า เจ้าเห็นหอว่านเซี่ยงของข้าเป็นอะไรกัน?"
ใบหน้าอันงดงามของป๋ายเชียนหลิงซีดเผือดด้วยความโกรธ นางชี้นิ้วเรียวงามไปข้างหน้าแล้วตวาดสั่ง "จับตัวมันไว้ หากกล้าขัดขืน ฆ่าทิ้งได้ทันที!"
เมื่อสิ้นคำสั่ง
องครักษ์หอว่านเซี่ยงหลายสิบคนรอบๆ ก็กรูกันเข้าไปในทันที
"หยุดเดี๋ยวนี้!"
ในเวลานี้เอง
เสียงตวาดอันทรงพลังก็ดังก้องขึ้นอย่างกะทันหัน
[จบแล้ว]