เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 - กระบี่หักเล่มนี้ ข้าซื้อแล้ว!

บทที่ 5 - กระบี่หักเล่มนี้ ข้าซื้อแล้ว!

บทที่ 5 - กระบี่หักเล่มนี้ ข้าซื้อแล้ว!


"ได้รับแล้ว ได้รับแล้ว ... "

ซูเทียนสยงเอ่ยอย่างสงสัย "พ่อไม่ได้ตอบจดหมายเจ้ากลับไปหรอกหรือ?"

"แล้วจดหมายที่ข้าฝากท่านไปมอบให้อู๋โยวล่ะ?"

น้ำเสียงของซูชิงเหอเปลี่ยนไป แววตาของนางแฝงไปด้วยความตัดพ้อ

เมื่อเผชิญกับคำถามของลูกสาว ซูเทียนสยงก็ชะงักไป จากนั้นก็มีสีหน้ากระอักกระอ่วนแล้วเอ่ยว่า "เรื่องนี้ ... พ่อ ... พ่อซ่อนมันไว้เอง ... ลูกเอ๋ย เจ้าก็รู้ว่าเยี่ยอู๋โยวเขากลายเป็นคนไร้ค่าไปแล้ว ... "

ซูชิงเหอทำหน้าเหมือนรู้อยู่แล้ว นางถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเอ่ยถาม "แล้วโอสถวิเศษที่ข้าฝากท่านอาจารย์นำกลับมาเล่า? ท่านก็เก็บซ่อนไว้ด้วยใช่หรือไม่?"

"โอสถวิเศษอะไรกัน?"

"โอสถวิเศษสำหรับรักษาอาการบาดเจ็บของอู๋โยวอย่างไรเล่า!" ซูชิงเหอเอ่ยอย่างประหลาดใจ "มีทั้งหมดเจ็ดชนิด ยี่สิบเอ็ดเม็ด ล้วนเป็นโอสถล้ำค่าที่มีสรรพคุณยอดเยี่ยมในการฟื้นฟูเส้นลมปราณและกระดูกทั้งสิ้น!"

"พ่อไม่เคยเห็นเลยนะ!"

ซูเทียนสยงนิ่งอึ้งไปก่อนจะเอ่ย "สองปีมานี้พ่อได้รับแค่จดหมายของเจ้า กับโอสถวิเศษบางส่วนที่เจ้าส่งมาให้ตระกูลเท่านั้นนะ!"

เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา

ดวงตาของซูชิงเหอก็สั่นไหว "มิน่าล่ะ ... "

"มิน่าอะไรหรือ?"

ซูเทียนสยงรีบพูดขึ้น "ลูกเอ๋ย เยี่ยอู๋โยวสามารถรักษาเจ้าได้และไม่ได้มาตามตื๊อเจ้า นี่ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีหรอกหรือ? พ่อก็พอมองออกนะว่าตอนนี้เขาฟื้นฟูพลังมาได้บ้างแล้ว แต่ก็ยังห่างชั้นกับเจ้ามากเกินไป!"

"การเสียเวลาไปถึงสองปี สำหรับพวกอัจฉริยะอย่างพวกเจ้า ช่องว่างนั้นมันมหาศาลมาก เขาไม่คู่ควรกับเจ้าแล้ว!"

"ท่านพ่อ!!!"

น้ำเสียงของซูชิงเหอแฝงไปด้วยความเหนื่อยใจ นางจึงกล่าวต่อ "ข้าเหนื่อยแล้ว อยากไปพักผ่อนแล้ว ... "

"ได้ๆๆ พ่อไม่พูดแล้ว รอให้เขาช่วยแก้ปัญหาดวงตาเทวะหยินหยางของเจ้าให้เสร็จแล้วยกเลิกสัญญาหมั้น เขาอยากจะไปที่ใดก็ปล่อยเขาไปเถิด"

ซูชิงเหอหันไปมองผู้เป็นบิดาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "เขาคือบุรุษที่ข้าเลือก ชาตินี้ข้าจะแต่งงานกับเขาเพียงคนเดียว!"

พูดจบซูชิงเหอก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ซูเทียนสยงยืนหน้าเหวออยู่เพียงลำพัง

ในเวลาเดียวกัน เยี่ยอู๋โยวได้เดินทางมาถึงหอว่านเซี่ยงในเมืองไท่เสวียนเพียงลำพัง

หอว่านเซี่ยงคือสถานที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากในจักรวรรดิเทียนเสวียน

ในหมู่ผู้ฝึกยุทธ์ที่อาศัยอยู่ในจักรวรรดิเทียนเสวียนต่างมีคำกล่าวที่ส่งต่อกันมาว่า ในหอว่านเซี่ยงมีเพียงของที่เจ้าไม่มีปัญญาซื้อ แต่ไม่มีของที่เจ้าหาซื้อไม่ได้!

สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองหลวงของจักรวรรดิเทียนเสวียน และมีสาขาย่อยกระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ทั่วทั้งจักรวรรดิ

ประตูใหญ่สไตล์โบราณเปิดกว้าง ภายในห้องโถงนั้นเรียกได้ว่าหรูหราอลังการและดูมีสง่าราศีเป็นอย่างยิ่ง

ทันทีที่เยี่ยอู๋โยวเดินเข้ามาในห้องโถง สาวใช้หน้าตาจิ้มลิ้มรูปร่างอรชรในชุดกี่เพ้าผ่าข้างก็เดินเข้ามาต้อนรับ

สาวใช้เผยรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ที่มุมปากพลางเอ่ยถาม "คุณชาย ไม่ทราบว่าท่านต้องการสิ่งใดหรือเจ้าคะ?"

"ข้าต้องการซื้อสมุนไพรสักหน่อย"

"เชิญท่านตามข้ามาทางนี้เจ้าค่ะ!"

เมื่อมาถึงหน้าโต๊ะต้อนรับ เยี่ยอู๋โยวรับกระดาษกับพู่กันมาเขียนรายชื่อสมุนไพรทั้งหมดที่ต้องการลงไป

ผู้ดูแลโต๊ะต้อนรับรับกระดาษไปดูก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวเตือนด้วยความระมัดระวัง "ผลหลิวอวี้สามผล น้ำค้างหนิงหลิงหนึ่งปิง หญ้าจื่อเสอสามต้น ... คุณชาย สิ่งที่ท่านต้องการเหล่านี้ราคาไม่ถูกเลยนะขอรับ!"

เยี่ยอู๋โยวหยิบบัตรผลึกออกมาแล้วยื่นให้ผู้ดูแล

เมื่อเห็นบัตรผลึกสีทองอ่อนใบนั้น ผู้ดูแลก็ตาเป็นประกาย เขารีบฉีกยิ้มประจบประแจงทันที "คุณชาย นี่คือบัตรทองที่หอว่านเซี่ยงของเราออกให้ ซึ่งมีระดับรองจากบัตรดำที่ล้ำค่าที่สุดขอรับ"

"สมุนไพรที่ท่านซื้อในครั้งนี้สามารถลดราคาได้สองส่วน ท่านจ่ายเพียงหนึ่งหมื่นแปดสิบก้อนเท่านั้น ข้าจะปัดเศษทิ้งให้ เหลือเพียงหนึ่งหมื่นก้อนก็พอขอรับ!"

"อืม"

"คุณชายโปรดรอสักครู่ การจัดเตรียมสมุนไพรให้ครบถ้วนต้องใช้เวลาสักหน่อย ท่านลองเดินชมรอบๆ ดูก่อน เผื่อว่าจะมีสิ่งใดที่ท่านสนใจนะขอรับ!" ผู้ดูแลกล่าวด้วยความกระตือรือร้น

"ก็ดีเหมือนกัน!" เยี่ยอู๋โยวพยักหน้ารับ

ตอนนี้พลังฝึกตนของเขาฟื้นฟูมาได้บ้างแล้ว การมาที่หอว่านเซี่ยงไม่ใช่เพื่อมาซื้อสมุนไพรให้ซูชิงเหอเพียงอย่างเดียว แต่เขาอยากจะมาดูว่ามีของชิ้นใดที่เหมาะกับตัวเองบ้างหรือไม่

อีกอย่าง บัตรผลึกของซูชิงเหอใบนี้มีอยู่ก็ต้องใช้! ถือเสียว่าเป็นค่ารักษาที่เขาเรียกเก็บก็แล้วกัน!

ไม่นานนักเยี่ยอู๋โยวก็มาหยุดยืนอยู่หน้าตู้จัดแสดงสินค้าตู้หนึ่ง

ภายในตู้จัดแสดงมีทั้งค้อนทองแดงที่พังยับเยิน กระจกโบราณที่บิ่นร้าว ดาบขึ้นสนิมที่หักครึ่ง และสิ่งของรูปร่างแปลกประหลาดอีกมากมาย

สาวใช้ที่ยืนอยู่ข้างตู้จัดแสดงเอ่ยแนะนำอย่างกระตือรือร้น "คุณชาย ที่นี่คือโซนล่าสมบัติที่หอว่านเซี่ยงทุกสาขาจะจัดพื้นที่ไว้ให้เจ้าค่ะ!"

"ของที่อยู่ในนี้ ชิ้นที่ถูกที่สุดก็แค่หินวิญญาณไม่กี่ก้อน ส่วนชิ้นที่แพงที่สุดก็มีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันเจ้าค่ะ"

เยี่ยอู๋โยวพิจารณาดูของเก่าหลากหลายชนิดภายในตู้จัดแสดง ในที่สุดสายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับกระบี่หักเล่มหนึ่งที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งฉื่อ

กระบี่หักเล่มนั้นเต็มไปด้วยสนิมเกรอะกรัง บนพื้นผิวมีรอยร้าวอยู่มากมาย ดูแล้วไม่มีความพิเศษอันใดเลยแม้แต่น้อย

แต่ทว่าเยี่ยอู๋โยวกลับสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าภายในกระบี่เล่มนั้นมีจิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ที่ซ่อนเร้นอยู่และปรากฏขึ้นมาเป็นระยะ

เยี่ยอู๋โยวจึงเอ่ยถามทันที "กระบี่หักเล่มนี้ราคาหินวิญญาณเท่าใด?"

"สามร้อยเจ้าค่ะ!"

เยี่ยอู๋โยวตอบกลับอย่างไม่ลังเล "ห่อให้ข้าด้วย ข้าซื้อแล้ว"

"ได้เจ้าค่ะ!"

เมื่อสาวใช้ได้ยินดังนั้นก็นึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง นางอดคิดในใจไม่ได้ว่าคุณชายผู้นี้ดูมีสง่าราศีไม่เบา คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นคนโง่เขลาให้หลอกเอาเงินได้ง่ายๆ

กระบี่หักเล่มนี้วางอยู่ที่นี่มาหลายเดือนแล้ว ไม่เคยมีนักล่าสมบัติคนใดเหลียวแลเลยสักนิด ต้องเป็นของไร้ค่าอย่างแน่นอน

"ช้าก่อน!"

ทันใดนั้นก็มีน้ำเสียงเยาะเย้ยดังขึ้น ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าวด้วยท่าทีได้ใจ "กระบี่หักเล่มนี้ ข้าขอซื้อเอง!"

เมื่อเยี่ยอู๋โยวได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นหู เขาก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมอง

เขามองเห็นชายหนุ่มและหญิงสาวคู่หนึ่งกำลังพาคนรับใช้เดินเข้ามาด้วยท่าทางสบายอารมณ์

"เสิ่นเหวินเซวียน!"

เมื่อเห็นรูปลักษณ์ของชายหนุ่มผู้นั้น เยี่ยอู๋โยวก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน

เมื่อสองปีก่อน ตอนที่เขายังเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเมืองไท่เสวียน

คุณชายตระกูลเสิ่นผู้นี้ที่มีอายุมากกว่าเขาสองปี มักจะคอยเดินตามหลังเขาต้อยๆ ประเดี๋ยวก็เรียกพี่อู๋โยว ประเดี๋ยวก็เรียกพี่อู๋โยว เรียกได้ว่าประจบสอพลอจนถึงที่สุด

แต่หลังจากที่เขาสูญเสียพลังไป เขาก็แทบจะไม่เคยเดินออกจากจวนตระกูลเยี่ยเลย

ส่วนเสิ่นเหวินเซวียนมาเยี่ยมเขาเพียงไม่กี่ครั้งแรก หลังจากแสร้งทำเป็นถามไถ่ด้วยความห่วงใยและมั่นใจแล้วว่าเขากลายเป็นคนไร้ค่าจริงๆ อีกฝ่ายก็เปลี่ยนท่าทีมาเป็นพูดจาถากถางเยาะเย้ยทันที

ผู้ที่อยู่ข้างกายเสิ่นเหวินเซวียนก็คือต้วนอิ้งเยว่ คุณหนูแห่งจวนเจ้าเมือง

นับตั้งแต่เยี่ยอู๋โยวในวัยสิบสามปีก้าวเข้าสู่ขั้นเบิกปราณและมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมืองไท่เสวียน ต้วนอิ้งเยว่ผู้นี้ก็ยอมลดตัวลงมาแสดงความรักต่อเขาอย่างเปิดเผยอยู่ทุกวี่ทุกวัน

ถึงแม้จะรู้ว่าเขาหมั้นหมายกับซูชิงเหอแล้ว ต้วนอิ้งเยว่ก็ยังคงมีความกระตือรือร้นไม่ลดละ

จนกระทั่งเขากลายเป็นคนไร้ค่า ต้วนอิ้งเยว่ก็พลิกหน้ามือเป็นหลังมือทันที

นางป่าวประกาศในที่สาธารณะอยู่หลายครั้งว่าไม่เคยชอบเยี่ยอู๋โยวเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังมักจะนำเรื่องที่อ้างว่าเป็นความลับของเยี่ยอู๋โยวไปพูดคุยสนุกปาก

นางกล่าวหาว่าเยี่ยอู๋โยวดูเหมือนจะเป็นคนเข้ากับคนง่าย แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นคนหยิ่งยโสโอหัง ไม่เห็นหัวใคร และมักจะดุด่าทุบตีน้องชายตัวเองอยู่บ่อยครั้ง

ยิ่งไปกว่านั้นนางยังใส่ร้ายว่าเขาเคยลวนลามนางและพยายามมอมเหล้านางหลายต่อหลายครั้งเพื่อจะทำมิดีมิร้าย

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อป้ายสีเยี่ยอู๋โยวและทำให้นางดูเป็นสตรีผู้สูงส่งที่หลุดพ้นจากโคลนตมมาได้

ไม่ได้เจอกันเกือบสองปี คิดไม่ถึงเลยว่าสองคนนี้จะมาเดินควงคู่กันเสียแล้ว

ผีเน่ากับโลงผุ ช่างเหมาะสมกันดียิ่งนัก!

เสิ่นเหวินเซวียนเดินก้าวเข้ามา เขามองไปที่สาวใช้แล้วสั่งการด้วยท่าทีอวดดี "ไอ้เศษสวะนี่ถูกใจกระบี่หักเล่มนี้ใช่หรือไม่? ข้าต้องการมัน สามร้อยหินวิญญาณ ห่อให้ข้าที!"

"เอ่อ ... " สาวใช้มีสีหน้าลำบากใจ

"เหตุใดทำหน้าเช่นนั้น? เจ้าคงไม่ได้คิดว่าเขามีปัญญาจ่ายหรอกกระมัง?"

เสิ่นเหวินเซวียนปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนเสื้อผ้าไหมสีขาวของตน พลางเผยรอยยิ้มเย้ยหยันแล้วกล่าวว่า "เจ้ารู้หรือไม่ว่าเขาคือใคร?"

"เขาคือเยี่ยอู๋โยว เศษสวะอันโด่งดังแห่งเมืองไท่เสวียนของเรา คนในตระกูลเยี่ยต่างก็มองเขาเป็นเพียงหมากที่ถูกทิ้งและไม่สนใจไยดีเขาแล้ว เขาจะไปมีหินวิญญาณมาซื้อได้อย่างไร?"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 5 - กระบี่หักเล่มนี้ ข้าซื้อแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว