- หน้าแรก
- ชีวิตสโลว์ไลฟ์กลางทุ่งหญ้า : ผมมีทุ่งหญ้าหมื่นหมู่
- ตอนที่ 40: อย่าคิดว่าฉันเป็นแค่แกะนะ!
ตอนที่ 40: อย่าคิดว่าฉันเป็นแค่แกะนะ!
ตอนที่ 40: อย่าคิดว่าฉันเป็นแค่แกะนะ!
ตอนที่ 40: อย่าคิดว่าฉันเป็นแค่แกะนะ!
แมวลายสลิดวิ่งมาคลอเคลียที่เท้าของเจียงเฟิง พอเจียงเฟิงเกาคางให้ มันก็แหงนหน้ารับและหรี่ตาลงอย่างเคลิบเคลิ้ม
“งั้นตั้งแต่นี้ไป ฉันจะเรียกนายว่าลูกพี่แมวแล้วกัน”
“ถ้าไม่ชอบชื่อมีมี่ ทำไมไม่บอกแต่แรกล่ะหืม?”
เจียงเฟิงมองมันพลางหัวเราะไปด้วย
แมวลายสลิดร้องเหมียว เหมือนจะตอบรับ
ชาวเน็ตต่างพากันขบขัน
[แมวลายสลิด: ฉันก็อยากพูดอยู่หรอก แต่ฉันพูดภาษาคนไม่ได้นี่หว่า!]
[นายมองไม่เห็นรอยยิ้มเย้ยหยันของฉันหรือไง เจ้าทาส?]
[ฉันคือราชาแมวผู้ยิ่งใหญ่แห่งทุ่งหญ้านี้ นายกล้าเรียกฉันว่ามีมี่งั้นเหรอ? ถ้าแมวสาว ๆ ตัวอื่นรู้เข้า ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะ!]
[ถ้านายเรียกฉันว่ามีมี่อีก คราวหน้าเจอหน้าฉันซัดหน้านายแน่!]
ช่องคอมเมนต์คึกคักสุด ๆ
เจียงเฟิงเอนตัวพักผ่อนพลางลูบหัวแมว คราวนี้แมวลายสลิดทำตัวว่าง่ายมาก ไม่ยอมวิ่งหนีไปไหนเลย
ดูเหมือนมันจะเป็นเพราะชื่อจริง ๆ นั่นแหละ
“เหตุผลหลักคือคนที่บ้านผมเรียกมันแบบนี้มาตลอด ผมก็เลยเรียกตาม ไม่ได้คิดอะไรมาก”
“และก็ต้องขอบคุณคุณสัตวแพทย์คนนั้นด้วยนะครับ คุณช่วยได้เยอะเลย”
เจียงเฟิงแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจ
[ไม่เป็นไรครับ ยินดีเสมอ] สัตวแพทย์ หลิวหยวน ตอบกลับ
หลิวหยวนเป็นสัตวแพทย์ใจดีที่เปิดโรงพยาบาลสัตว์และมีชื่อเสียงในหมู่เพื่อนบ้าน
ในตอนนั้นเอง ชาวเน็ตจำนวนมากก็ส่งข้อความหาเขาเพื่อสอบถามเกี่ยวกับการรักษาสัตว์เลี้ยงและที่อยู่โรงพยาบาล หวังจะพาสัตว์เลี้ยงของตัวเองไปรักษาบ้าง
ธุรกิจของหลิวหยวนเลยรุ่งเรืองขึ้นมาทันตาเห็น
เจียงเฟิงลูบแมวลายสลิดด้วยมือข้างหนึ่ง และลูบเจ้าบอร์เดอร์ คอลลี่ น้อยด้วยมืออีกข้าง รู้สึกมีความสุขสุด ๆ
เขามองดูหม่าเหอต้อนแกะเข้าคอก แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวัง
“เช่าทุ่งหญ้ากว้างขนาดนี้ ในราคา 70 หยวนต่อหมู่ ก็แอบกดดันอยู่เหมือนกันนะ”
“ทุ่งหญ้าทั่วไปเช่ากันแค่ 20-30 หยวนเอง”
“แต่ทุ่งหญ้าของผมคุณภาพดีมากครับ อย่างน้อย ๆ ก็เลี้ยงแกะได้หมื่นตัวไปอีกสิบปีสบาย ๆ เลย”
“แค่ต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะคืนทุน”
เจียงเฟิงกล่าว
ไร่ปศุสัตว์มีค่าใช้จ่ายรายวันและต้องค่อย ๆ หาเงินคืนทุน
ตอนนี้วิธีหาเงินคืนทุนก็คือขายวัวและแกะตัวเต็มวัยออกไปบ้าง
พวกเขาจะขายทีละประมาณสามสิบถึงสี่สิบตัว โดยใช้รถบรรทุกพิเศษขนส่งไป
อย่างไรก็ตาม เขาก็ต้องคำนึงถึงการพัฒนาฝูงสัตว์อย่างยั่งยืนด้วย เจียงเฟิงจึงไม่ขายออกไปเยอะนัก
อย่างน้อยที่สุด จำนวนแกะก็ต้องเพิ่มขึ้นเดือนละหนึ่งร้อยตัว
ตอนนี้มีลูกแกะเกิดใหม่หลายตัวทุกวัน เขาเลยรู้สึกดีใจมากเวลาที่ได้เห็นพวกมัน
ตราบใดที่เขายังสะสมต่อไปเรื่อย ๆ ความมั่งคั่งของเขาก็จะเพิ่มพูนขึ้น แค่อยู่ในรูปแบบของวัวและแกะเท่านั้นเอง
[เจ้าของไร่ยังต้องกังวลเรื่องคืนทุนอีกเหรอ?]
[ถึงจะเป็นคนรวยก็ยังมีความทุกข์เรื่องการหาเงินสินะ!]
[สินทรัพย์ระดับสิบล้านของเจ้าของไร่ในตอนนี้ยังถือว่ากดดันและไม่มั่นคงครับ แต่ถ้าแตะหลักร้อยล้านเมื่อไหร่ก็สบายแล้ว]
[ฉันล่ะชอบฟังชาวเน็ตขี้โม้จริง ๆ เงินเดือนแค่สามพัน แต่วิเคราะห์สินทรัพย์ระดับร้อยล้านอย่างกับผู้เชี่ยวชาญเลย]
เจียงเฟิงปล่อยมือจากหมาและแมวแล้วลุกขึ้นยืน
บ่ายคล้อยแล้ว งานของวันนี้เสร็จสิ้นลง เขากำลังรอให้ฝูงวัวและแกะกลับมา
เขามองไปรอบ ๆ ลานบ้าน
ไร่ปศุสัตว์มีพื้นที่กว้างขวางมาก และแม้จะมีสัตว์อยู่มากมาย แต่มันก็ยังดูเรียบง่ายอยู่ดี
“ในลานบ้านมีต้นไม้น้อยเกินไปครับ ทุกคนลองดูพื้นที่ว่างเปล่าข้างนอกนี่สิ”
เจียงเฟิงเดินออกไปตรงพื้นที่ริมสุดของไร่ปศุสัตว์
ตรงหน้าเขาคือพื้นที่ว่างเปล่าขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ในอาณาเขตการเช่าของเขาด้วย
“ที่ดินตรงนี้ปลูกหญ้าไม่ค่อยขึ้น แล้วก็ไม่ได้เกะกะขวางทางอะไร ปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ ก็เสียดายแย่”
“ผมวางแผนว่าจะซื้อรถแทรกเตอร์ในอีกสองสามวันข้างหน้า เพื่อเอามาไถพรวนดินตรงนี้ครับ”
“ผมจะทำแปลงผักแล้วก็ปลูกผักเอาไว้กินเอง”
เจียงเฟิงย่อตัวลงและขยำดินขึ้นมาหนึ่งกำมือ
ดินนุ่มมาก และมีปริมาณดินมากกว่าทราย ประกอบกับการได้ปุ๋ยจากมูลวัวและแกะมาอย่างยาวนาน ทำให้ที่ดินผืนนี้อุดมสมบูรณ์สุด ๆ
การทำฟาร์มเป็นพรสวรรค์ของชาวฮั่นเลยล่ะครับ
บางคนไปอยู่บ้านเดี่ยวในต่างประเทศ พอพ่อแม่ตามไปเยี่ยม พวกเขาก็จะรู้สึกอึดอัดที่เห็นที่ดินว่างเปล่า และเริ่มลงมือปลูกผักภายในเวลาไม่กี่วัน
โดยเฉพาะชาวฮั่น พรสวรรค์ด้านการทำฟาร์มของพวกเขานั้นน่าทึ่งมาก
ในเรื่องนี้ ชาวมองโกลอาจจะด้อยกว่านิดหน่อย เพราะชาวมองโกลไม่ค่อยปลูกพืชผล พวกเขายังคงเน้นไปที่การปศุสัตว์เป็นหลัก
[สตรีมเมอร์จะซื้อรถแทรกเตอร์เหรอ? รถไถเดินตามหรือเปล่า?]
[ให้ตายสิ เขาใช้ชีวิตแบบที่ฉันใฝ่ฝันเลย!]
[ซื้อรถแทรกเตอร์มาขับเล่นบนที่ดินของตัวเอง โคตรเท่เลย!]
[ในสถานที่อย่างไร่ปศุสัตว์เนี่ย การได้เห็นรถแทรกเตอร์มันน่าตื่นเต้นกว่าเห็นรถสปอร์ตซะอีก!]
ทุกคนต่างตื่นเต้นเมื่อได้ยินเจียงเฟิงพูดแบบนี้
เจียงเฟิงเห็นคอมเมนต์เหล่านั้นก็อธิบายด้วยรอยยิ้ม:
“ไร่ปศุสัตว์ยังไงก็ต้องมีรถสำหรับใช้ในฟาร์มครับ และรถแทรกเตอร์ก็ใช้งานได้อเนกประสงค์มาก”
“คุณสามารถไถพรวนดินโดยติดคันไถไว้ด้านหลัง และใช้ลากของโดยพ่วงกระบะดัมพ์เข้าไปได้ นอกจากนี้ ดินในไร่ปศุสัตว์ก็ไม่ได้ขับรถง่ายเหมือนถนนเรียบ ๆ รถแทรกเตอร์ที่มีล้อใหญ่ ๆ จึงเหมาะกว่าครับ”
“แถมยังมีถนนลูกรังสำหรับรถฟาร์มโดยเฉพาะในไร่ปศุสัตว์เหมาเติงด้วยนะ”
“ไร่ปศุสัตว์เราเพิ่งจะเริ่มต้น เลยยังไม่มีเวลาไปหาซื้อ แต่เดี๋ยวผมจะซื้อมาสักคันแน่นอนครับ”
มาถึงตอนนี้ เขาก็ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมอีก
ในสายตาของเขา ไร่ปศุสัตว์ในตอนนี้เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ยังห่างไกลจากผลลัพธ์ที่เขาต้องการอยู่มาก
ไร่ปศุสัตว์ยังต้องการการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
เจียงเฟิงรู้สึกเบื่อ ๆ เลยเดินไปที่แผนกอนุบาลวัวและแกะ แล้วอุ้มลูกแกะอายุสองสัปดาห์ออกมาเดินเล่นสองตัว
แกะมีสัญชาตญาณในการเดินตามฝูงสูงมาก พวกมันจะเดินตามแกะหรือมนุษย์ที่แข็งแกร่งกว่าพวกมันอย่างหลับหูหลับตา แทบไม่มีความคิดเป็นของตัวเองเลย
ด้วยเหตุนี้ คนถึงชอบเปรียบเทียบคนที่คอยพึ่งพาแต่คนอื่นว่าเหมือน “ลูกแกะที่เชื่องช้า”
ตอนที่ลูกแกะอยู่กับแม่ มันก็จะเดินตามแม่ตลอดเวลา
แต่หลังจากเจียงเฟิงอุ้มมันออกมา มันก็จะเดินตามเจียงเฟิงต้อย ๆ เลย
พอจินฮวาน้อยเห็นลูกแกะปรากฏตัว สัญชาตญาณการต้อนแกะของมันก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง มันคอยจับตาดูดลูกแกะสองตัวจากด้านนอกไม่ห่าง
มันคอยต้อนให้ลูกแกะเดินตามเจียงเฟิงไปตลอด
ทุกคนต่างหัวเราะกับภาพที่แสนเป็นมิตรนี้
[ลูกสมุน ลูกสมุน มันมาจากแบบนี้นี่เอง!]
[เจ้าบอร์เดอร์ คอลลี่ น้อยตัวนี้น่ารักจัง!]
[เพิ่งจะอายุเดือนเดียวก็ต้อนแกะเป็นแล้ว!]
[มันรู้ด้วยนะว่าต้องต้อนลูกแกะให้เดินตามเจ้าของไร่ ลูกสมุนตัวจริงเลย!]
เจียงเฟิงไม่มีอะไรทำ ก็เลยพาลูกแกะเดินเล่นไปรอบ ๆ ไร่ปศุสัตว์
ในสายตาของคนช่างสังเกต มองไปทางไหนก็มีแต่งานทั้งนั้นแหละครับ
“คอกหมูตรงนั้นปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ ก็เสียดายแย่”
“ผมคงต้องไปซื้อหมูมาเลี้ยงบ้างแล้วล่ะ”
เจียงเฟิงพูดเสริม
“พอมองไปรอบ ๆ ก็มีเรื่องให้ทำเยอะแยะเลยแฮะ”
“และเรื่องพวกนี้ดีแต่พูดไม่ได้หรอกครับ ต้องลงมือทำด้วย”
“พรุ่งนี้ ผมจะไปซื้อหมูมาเริ่มเลี้ยงเลย!”
เมื่อได้ยินเจียงเฟิงพูด ทุกคนก็สัมผัสได้ว่าชีวิตในไร่ปศุสัตว์นั้นเติมเต็มความรู้สึกได้ดีมากจริง ๆ
แม้จังหวะชีวิตจะดูเนิบนาบ แต่ก็มีอะไรให้ทำเยอะแยะ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเจ้าของไร่ที่มีความทะเยอทะยานแบบนี้ ยิ่งมีอะไรให้ทำเยอะเข้าไปใหญ่
ในเวลานี้ ฝูงวัวและแกะข้างนอกกำลังถูกต้อนกลับมา
เจียงเฟิงปล่อยให้โดรนถ่ายภาพทิวทัศน์ของไร่ปศุสัตว์ในระยะไกล ส่วนตัวเขาก็เดินไปดูนกอินทรีทอง
โดรนบินขึ้นสูงเพื่อถ่ายภาพ ในวิดีโอ ฝูงวัวและแกะเคลื่อนไหวเหมือนจุดเล็ก ๆ พลังชีวิตอันเปี่ยมล้นของไร่ปศุสัตว์พุ่งพล่านออกมา ทำให้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองที่เต็มไปด้วยป่าคอนกรีตได้สัมผัสถึงความอิสระเสรี
เจียงเฟิงใช้สมาร์ทโฟนของเขา เลือกเปิดเพลงแบ็คกราวด์ที่ไพเราะในห้องไลฟ์สด
“อย่าคิดว่าฉันเป็นแค่แกะนะ~”
“หญ้าสีเขียวหวานหอมยิ่งขึ้นก็เพราะฉันนี่แหละ~”
“ท้องฟ้าสีครามสวยงามยิ่งขึ้นก็เพราะฉันนี่แหละ~”
“ก้อนเมฆสีขาวนุ่มฟูยิ่งขึ้นก็เพราะฉันนี่แหละ~”
“อย่าคิดว่าฉันเป็นแค่แกะนะ~”
“สติปัญญาของแกะน่ะ นายจินตนาการไม่ถึงหรอก~”
“ไม่ว่าท้องฟ้าจะสูงแค่ไหน อารมณ์ของฉันก็ยังคงเป็นอิสระ~”
“วิ่งไล่ตามดวงอาทิตย์ทุกวันเลย~[1]”
เมื่อได้ยินเพลงแบ็คกราวด์นี้ ชาวเน็ตก็ตกใจไปชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
[เทสต์การเลือกเพลงของเจ้าของไร่นี่ไม่ธรรมดาเลย!]
[หมาป่าแดงอยู่ไหนล่ะเนี่ย? ทำไมไม่มาจับแกะสี่พันตัวในไร่นี้ไปกินล่ะ?]
[ฟังแล้วเพราะดีจัง ฉันรู้สึกเหมือนกำลังกินหญ้าอยู่บนทุ่งหญ้าเลย]
[ฉันไม่คาดคิดเลยว่าจะได้ยินเพลงแบ็คกราวด์แบบนี้!]
[สตรีมเมอร์นี่มันอัจฉริยะชัด ๆ! ดนตรีที่ดังขึ้นมากะทันหันทำเอาฉันขำพรืดเลย!]
[1] เพลงประกอบการ์ตูนเรื่อง Pleasant Goat and Big Big Wolf