เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 40: อย่าคิดว่าฉันเป็นแค่แกะนะ!

ตอนที่ 40: อย่าคิดว่าฉันเป็นแค่แกะนะ!

ตอนที่ 40: อย่าคิดว่าฉันเป็นแค่แกะนะ!


ตอนที่ 40: อย่าคิดว่าฉันเป็นแค่แกะนะ!

แมวลายสลิดวิ่งมาคลอเคลียที่เท้าของเจียงเฟิง พอเจียงเฟิงเกาคางให้ มันก็แหงนหน้ารับและหรี่ตาลงอย่างเคลิบเคลิ้ม

“งั้นตั้งแต่นี้ไป ฉันจะเรียกนายว่าลูกพี่แมวแล้วกัน”

“ถ้าไม่ชอบชื่อมีมี่ ทำไมไม่บอกแต่แรกล่ะหืม?”

เจียงเฟิงมองมันพลางหัวเราะไปด้วย

แมวลายสลิดร้องเหมียว เหมือนจะตอบรับ

ชาวเน็ตต่างพากันขบขัน

[แมวลายสลิด: ฉันก็อยากพูดอยู่หรอก แต่ฉันพูดภาษาคนไม่ได้นี่หว่า!]

[นายมองไม่เห็นรอยยิ้มเย้ยหยันของฉันหรือไง เจ้าทาส?]

[ฉันคือราชาแมวผู้ยิ่งใหญ่แห่งทุ่งหญ้านี้ นายกล้าเรียกฉันว่ามีมี่งั้นเหรอ? ถ้าแมวสาว ๆ ตัวอื่นรู้เข้า ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะ!]

[ถ้านายเรียกฉันว่ามีมี่อีก คราวหน้าเจอหน้าฉันซัดหน้านายแน่!]

ช่องคอมเมนต์คึกคักสุด ๆ

เจียงเฟิงเอนตัวพักผ่อนพลางลูบหัวแมว คราวนี้แมวลายสลิดทำตัวว่าง่ายมาก ไม่ยอมวิ่งหนีไปไหนเลย

ดูเหมือนมันจะเป็นเพราะชื่อจริง ๆ นั่นแหละ

“เหตุผลหลักคือคนที่บ้านผมเรียกมันแบบนี้มาตลอด ผมก็เลยเรียกตาม ไม่ได้คิดอะไรมาก”

“และก็ต้องขอบคุณคุณสัตวแพทย์คนนั้นด้วยนะครับ คุณช่วยได้เยอะเลย”

เจียงเฟิงแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจ

[ไม่เป็นไรครับ ยินดีเสมอ] สัตวแพทย์ หลิวหยวน ตอบกลับ

หลิวหยวนเป็นสัตวแพทย์ใจดีที่เปิดโรงพยาบาลสัตว์และมีชื่อเสียงในหมู่เพื่อนบ้าน

ในตอนนั้นเอง ชาวเน็ตจำนวนมากก็ส่งข้อความหาเขาเพื่อสอบถามเกี่ยวกับการรักษาสัตว์เลี้ยงและที่อยู่โรงพยาบาล หวังจะพาสัตว์เลี้ยงของตัวเองไปรักษาบ้าง

ธุรกิจของหลิวหยวนเลยรุ่งเรืองขึ้นมาทันตาเห็น

เจียงเฟิงลูบแมวลายสลิดด้วยมือข้างหนึ่ง และลูบเจ้าบอร์เดอร์ คอลลี่ น้อยด้วยมืออีกข้าง รู้สึกมีความสุขสุด ๆ

เขามองดูหม่าเหอต้อนแกะเข้าคอก แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวัง

“เช่าทุ่งหญ้ากว้างขนาดนี้ ในราคา 70 หยวนต่อหมู่ ก็แอบกดดันอยู่เหมือนกันนะ”

“ทุ่งหญ้าทั่วไปเช่ากันแค่ 20-30 หยวนเอง”

“แต่ทุ่งหญ้าของผมคุณภาพดีมากครับ อย่างน้อย ๆ ก็เลี้ยงแกะได้หมื่นตัวไปอีกสิบปีสบาย ๆ เลย”

“แค่ต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะคืนทุน”

เจียงเฟิงกล่าว

ไร่ปศุสัตว์มีค่าใช้จ่ายรายวันและต้องค่อย ๆ หาเงินคืนทุน

ตอนนี้วิธีหาเงินคืนทุนก็คือขายวัวและแกะตัวเต็มวัยออกไปบ้าง

พวกเขาจะขายทีละประมาณสามสิบถึงสี่สิบตัว โดยใช้รถบรรทุกพิเศษขนส่งไป

อย่างไรก็ตาม เขาก็ต้องคำนึงถึงการพัฒนาฝูงสัตว์อย่างยั่งยืนด้วย เจียงเฟิงจึงไม่ขายออกไปเยอะนัก

อย่างน้อยที่สุด จำนวนแกะก็ต้องเพิ่มขึ้นเดือนละหนึ่งร้อยตัว

ตอนนี้มีลูกแกะเกิดใหม่หลายตัวทุกวัน เขาเลยรู้สึกดีใจมากเวลาที่ได้เห็นพวกมัน

ตราบใดที่เขายังสะสมต่อไปเรื่อย ๆ ความมั่งคั่งของเขาก็จะเพิ่มพูนขึ้น แค่อยู่ในรูปแบบของวัวและแกะเท่านั้นเอง

[เจ้าของไร่ยังต้องกังวลเรื่องคืนทุนอีกเหรอ?]

[ถึงจะเป็นคนรวยก็ยังมีความทุกข์เรื่องการหาเงินสินะ!]

[สินทรัพย์ระดับสิบล้านของเจ้าของไร่ในตอนนี้ยังถือว่ากดดันและไม่มั่นคงครับ แต่ถ้าแตะหลักร้อยล้านเมื่อไหร่ก็สบายแล้ว]

[ฉันล่ะชอบฟังชาวเน็ตขี้โม้จริง ๆ เงินเดือนแค่สามพัน แต่วิเคราะห์สินทรัพย์ระดับร้อยล้านอย่างกับผู้เชี่ยวชาญเลย]

เจียงเฟิงปล่อยมือจากหมาและแมวแล้วลุกขึ้นยืน

บ่ายคล้อยแล้ว งานของวันนี้เสร็จสิ้นลง เขากำลังรอให้ฝูงวัวและแกะกลับมา

เขามองไปรอบ ๆ ลานบ้าน

ไร่ปศุสัตว์มีพื้นที่กว้างขวางมาก และแม้จะมีสัตว์อยู่มากมาย แต่มันก็ยังดูเรียบง่ายอยู่ดี

“ในลานบ้านมีต้นไม้น้อยเกินไปครับ ทุกคนลองดูพื้นที่ว่างเปล่าข้างนอกนี่สิ”

เจียงเฟิงเดินออกไปตรงพื้นที่ริมสุดของไร่ปศุสัตว์

ตรงหน้าเขาคือพื้นที่ว่างเปล่าขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ในอาณาเขตการเช่าของเขาด้วย

“ที่ดินตรงนี้ปลูกหญ้าไม่ค่อยขึ้น แล้วก็ไม่ได้เกะกะขวางทางอะไร ปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ ก็เสียดายแย่”

“ผมวางแผนว่าจะซื้อรถแทรกเตอร์ในอีกสองสามวันข้างหน้า เพื่อเอามาไถพรวนดินตรงนี้ครับ”

“ผมจะทำแปลงผักแล้วก็ปลูกผักเอาไว้กินเอง”

เจียงเฟิงย่อตัวลงและขยำดินขึ้นมาหนึ่งกำมือ

ดินนุ่มมาก และมีปริมาณดินมากกว่าทราย ประกอบกับการได้ปุ๋ยจากมูลวัวและแกะมาอย่างยาวนาน ทำให้ที่ดินผืนนี้อุดมสมบูรณ์สุด ๆ

การทำฟาร์มเป็นพรสวรรค์ของชาวฮั่นเลยล่ะครับ

บางคนไปอยู่บ้านเดี่ยวในต่างประเทศ พอพ่อแม่ตามไปเยี่ยม พวกเขาก็จะรู้สึกอึดอัดที่เห็นที่ดินว่างเปล่า และเริ่มลงมือปลูกผักภายในเวลาไม่กี่วัน

โดยเฉพาะชาวฮั่น พรสวรรค์ด้านการทำฟาร์มของพวกเขานั้นน่าทึ่งมาก

ในเรื่องนี้ ชาวมองโกลอาจจะด้อยกว่านิดหน่อย เพราะชาวมองโกลไม่ค่อยปลูกพืชผล พวกเขายังคงเน้นไปที่การปศุสัตว์เป็นหลัก

[สตรีมเมอร์จะซื้อรถแทรกเตอร์เหรอ? รถไถเดินตามหรือเปล่า?]

[ให้ตายสิ เขาใช้ชีวิตแบบที่ฉันใฝ่ฝันเลย!]

[ซื้อรถแทรกเตอร์มาขับเล่นบนที่ดินของตัวเอง โคตรเท่เลย!]

[ในสถานที่อย่างไร่ปศุสัตว์เนี่ย การได้เห็นรถแทรกเตอร์มันน่าตื่นเต้นกว่าเห็นรถสปอร์ตซะอีก!]

ทุกคนต่างตื่นเต้นเมื่อได้ยินเจียงเฟิงพูดแบบนี้

เจียงเฟิงเห็นคอมเมนต์เหล่านั้นก็อธิบายด้วยรอยยิ้ม:

“ไร่ปศุสัตว์ยังไงก็ต้องมีรถสำหรับใช้ในฟาร์มครับ และรถแทรกเตอร์ก็ใช้งานได้อเนกประสงค์มาก”

“คุณสามารถไถพรวนดินโดยติดคันไถไว้ด้านหลัง และใช้ลากของโดยพ่วงกระบะดัมพ์เข้าไปได้ นอกจากนี้ ดินในไร่ปศุสัตว์ก็ไม่ได้ขับรถง่ายเหมือนถนนเรียบ ๆ รถแทรกเตอร์ที่มีล้อใหญ่ ๆ จึงเหมาะกว่าครับ”

“แถมยังมีถนนลูกรังสำหรับรถฟาร์มโดยเฉพาะในไร่ปศุสัตว์เหมาเติงด้วยนะ”

“ไร่ปศุสัตว์เราเพิ่งจะเริ่มต้น เลยยังไม่มีเวลาไปหาซื้อ แต่เดี๋ยวผมจะซื้อมาสักคันแน่นอนครับ”

มาถึงตอนนี้ เขาก็ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมอีก

ในสายตาของเขา ไร่ปศุสัตว์ในตอนนี้เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ยังห่างไกลจากผลลัพธ์ที่เขาต้องการอยู่มาก

ไร่ปศุสัตว์ยังต้องการการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

เจียงเฟิงรู้สึกเบื่อ ๆ เลยเดินไปที่แผนกอนุบาลวัวและแกะ แล้วอุ้มลูกแกะอายุสองสัปดาห์ออกมาเดินเล่นสองตัว

แกะมีสัญชาตญาณในการเดินตามฝูงสูงมาก พวกมันจะเดินตามแกะหรือมนุษย์ที่แข็งแกร่งกว่าพวกมันอย่างหลับหูหลับตา แทบไม่มีความคิดเป็นของตัวเองเลย

ด้วยเหตุนี้ คนถึงชอบเปรียบเทียบคนที่คอยพึ่งพาแต่คนอื่นว่าเหมือน “ลูกแกะที่เชื่องช้า”

ตอนที่ลูกแกะอยู่กับแม่ มันก็จะเดินตามแม่ตลอดเวลา

แต่หลังจากเจียงเฟิงอุ้มมันออกมา มันก็จะเดินตามเจียงเฟิงต้อย ๆ เลย

พอจินฮวาน้อยเห็นลูกแกะปรากฏตัว สัญชาตญาณการต้อนแกะของมันก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง มันคอยจับตาดูดลูกแกะสองตัวจากด้านนอกไม่ห่าง

มันคอยต้อนให้ลูกแกะเดินตามเจียงเฟิงไปตลอด

ทุกคนต่างหัวเราะกับภาพที่แสนเป็นมิตรนี้

[ลูกสมุน ลูกสมุน มันมาจากแบบนี้นี่เอง!]

[เจ้าบอร์เดอร์ คอลลี่ น้อยตัวนี้น่ารักจัง!]

[เพิ่งจะอายุเดือนเดียวก็ต้อนแกะเป็นแล้ว!]

[มันรู้ด้วยนะว่าต้องต้อนลูกแกะให้เดินตามเจ้าของไร่ ลูกสมุนตัวจริงเลย!]

เจียงเฟิงไม่มีอะไรทำ ก็เลยพาลูกแกะเดินเล่นไปรอบ ๆ ไร่ปศุสัตว์

ในสายตาของคนช่างสังเกต มองไปทางไหนก็มีแต่งานทั้งนั้นแหละครับ

“คอกหมูตรงนั้นปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ ก็เสียดายแย่”

“ผมคงต้องไปซื้อหมูมาเลี้ยงบ้างแล้วล่ะ”

เจียงเฟิงพูดเสริม

“พอมองไปรอบ ๆ ก็มีเรื่องให้ทำเยอะแยะเลยแฮะ”

“และเรื่องพวกนี้ดีแต่พูดไม่ได้หรอกครับ ต้องลงมือทำด้วย”

“พรุ่งนี้ ผมจะไปซื้อหมูมาเริ่มเลี้ยงเลย!”

เมื่อได้ยินเจียงเฟิงพูด ทุกคนก็สัมผัสได้ว่าชีวิตในไร่ปศุสัตว์นั้นเติมเต็มความรู้สึกได้ดีมากจริง ๆ

แม้จังหวะชีวิตจะดูเนิบนาบ แต่ก็มีอะไรให้ทำเยอะแยะ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเจ้าของไร่ที่มีความทะเยอทะยานแบบนี้ ยิ่งมีอะไรให้ทำเยอะเข้าไปใหญ่

ในเวลานี้ ฝูงวัวและแกะข้างนอกกำลังถูกต้อนกลับมา

เจียงเฟิงปล่อยให้โดรนถ่ายภาพทิวทัศน์ของไร่ปศุสัตว์ในระยะไกล ส่วนตัวเขาก็เดินไปดูนกอินทรีทอง

โดรนบินขึ้นสูงเพื่อถ่ายภาพ ในวิดีโอ ฝูงวัวและแกะเคลื่อนไหวเหมือนจุดเล็ก ๆ พลังชีวิตอันเปี่ยมล้นของไร่ปศุสัตว์พุ่งพล่านออกมา ทำให้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองที่เต็มไปด้วยป่าคอนกรีตได้สัมผัสถึงความอิสระเสรี

เจียงเฟิงใช้สมาร์ทโฟนของเขา เลือกเปิดเพลงแบ็คกราวด์ที่ไพเราะในห้องไลฟ์สด

“อย่าคิดว่าฉันเป็นแค่แกะนะ~”

“หญ้าสีเขียวหวานหอมยิ่งขึ้นก็เพราะฉันนี่แหละ~”

“ท้องฟ้าสีครามสวยงามยิ่งขึ้นก็เพราะฉันนี่แหละ~”

“ก้อนเมฆสีขาวนุ่มฟูยิ่งขึ้นก็เพราะฉันนี่แหละ~”

“อย่าคิดว่าฉันเป็นแค่แกะนะ~”

“สติปัญญาของแกะน่ะ นายจินตนาการไม่ถึงหรอก~”

“ไม่ว่าท้องฟ้าจะสูงแค่ไหน อารมณ์ของฉันก็ยังคงเป็นอิสระ~”

“วิ่งไล่ตามดวงอาทิตย์ทุกวันเลย~[1]

เมื่อได้ยินเพลงแบ็คกราวด์นี้ ชาวเน็ตก็ตกใจไปชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

[เทสต์การเลือกเพลงของเจ้าของไร่นี่ไม่ธรรมดาเลย!]

[หมาป่าแดงอยู่ไหนล่ะเนี่ย? ทำไมไม่มาจับแกะสี่พันตัวในไร่นี้ไปกินล่ะ?]

[ฟังแล้วเพราะดีจัง ฉันรู้สึกเหมือนกำลังกินหญ้าอยู่บนทุ่งหญ้าเลย]

[ฉันไม่คาดคิดเลยว่าจะได้ยินเพลงแบ็คกราวด์แบบนี้!]

[สตรีมเมอร์นี่มันอัจฉริยะชัด ๆ! ดนตรีที่ดังขึ้นมากะทันหันทำเอาฉันขำพรืดเลย!]

[1] เพลงประกอบการ์ตูนเรื่อง Pleasant Goat and Big Big Wolf

จบบทที่ ตอนที่ 40: อย่าคิดว่าฉันเป็นแค่แกะนะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว