เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 ล่าเถียวสีเขียวผู้มีผมแตกปลาย

บทที่ 29 ล่าเถียวสีเขียวผู้มีผมแตกปลาย

บทที่ 29 ล่าเถียวสีเขียวผู้มีผมแตกปลาย


บทที่ 29 ล่าเถียวสีเขียวผู้มีผมแตกปลาย

แม้จะมีความระแวดระวังอยู่บ้าง แต่เยี่ยจินก็ยังคงได้รับคำเชิญเข้าร่วมทีม

ยามที่เขาได้รับคำเชิญนั้น เขาได้ชิงมีดพร้าเล่มโตมาจากที่ไหนสักแห่ง และกำลังไล่กวดผู้ฝึกกระบี่สองคนอย่างสำราญใจ ท่าทางของเขาดูราวกับโจรป่าใจโฉดที่กำลังไล่ล่าคนแก่ เด็ก และสตรีไม่มีผิด

นับว่ายังโชคดีที่หนึ่งวินาทีก่อนที่คมมีดจะฟาดฟันลงมา ‘คนแก่ เด็ก และสตรี’ ผู้นั้นก็ทรุดลงกับพื้นพลางยื่นตราประทับออกมาด้วยมือที่สั่นเทา “ศิษย์... ศิษย์พี่เยี่ยจินครับ ศิษย์พี่ของข้ามีเรื่องสำคัญจะเรียนให้ท่านทราบ”

ตราประทับสื่อสารอนุญาตให้พูดคุยกันได้เฉพาะคนในทีมเท่านั้น เพื่อที่จะหยุดพฤติกรรมอันป่าเถื่อนของเยี่ยจิน บรรดาทีมเหล่านั้นเรียกได้ว่าต้องทุ่มเทสรรพกำลังทั้งหมดที่มี

ในที่สุด ข้อความก็ถูกส่งต่อกันมาเป็นทอดๆ จนถึงหูของเยี่ยจิน

“แร้งกระดูกดำ ขอบเขตกำเนิดใหม่สามตัวรึ? แถมตัวหนึ่งกำลังจะรับทัณฑ์อัสนีด้วย?”

เยี่ยจินเลิกคิ้วขึ้น เขารู้สึกสนใจในข้อมูลที่ตกจากฟ้าชิ้นนี้อยู่ไม่น้อย

ไม่ว่าในกล่องนั่นจะมีสมบัติอะไร แต่มันฟังดูน่าตื่นเต้นมาก และน่าจะสนุกกว่าการที่เขาเที่ยวไล่ฟันคนไปวันๆ เป็นไหนๆ

“ก็ได้~” ชายหนุ่มค่อยๆ เก็บมีดลง แววตาฉายร่องรอยแห่งความเสียดายอยู่ลางๆ

“...”

ผู้ฝึกกระบี่ผู้นั้นรีบยัดตราประทับลงในกระเป๋าเฉลียงด้วยตัวที่สั่นงันงก ก่อนจะหันหลังโกยแนบไปอย่างสุดชีวิตด้วยท่าทางแข็งทื่อ

เขาร้องไห้โฮไปตามสายลมขณะที่วิ่งหนี

ฮือๆๆ การที่รอดพ้นจากเงื้อมมือของเยี่ยจินมาได้ กลับไปเขาจะไปกราบไหว้หลุมศพบรรพชนและจุดธูปหอมเพิ่มให้อีกสองดอกอย่างแน่นอน

ในเมื่อตัดสินใจจะเข้าร่วมแล้ว เยี่ยจินจึงครุ่นคิดและตั้งใจจะรวบรวมคนในสำนักของตนเองไปด้วย เพราะมันดูเท่กว่ากันเยอะ

ดินแดนลี้ลับเปิดมาได้เกือบครึ่งเดือนแล้ว สำนักอื่นๆ ต่างก็เริ่มรวมกลุ่มกันได้เกือบหมด แต่พวกเขายังคงต่างคนต่างอยู่ เร่ร่อนกันไปคนละทิศละทาง

เยี่ยจินหยิบตราประทับขึ้นมาติดต่อไปสั้นๆ พลางเอ่ยถามด้วยความหวังดีว่ากำลังทำอะไรกันอยู่

ซูหยวนซวงไม่ตอบเขา เรื่องนี้เขารู้อยู่แล้ว

ทว่าฉีเจวี๋ยกลับตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

น้ำเสียงของชายหนุ่มแฝงไปด้วยร่องรอยของการสติหลุดที่ยากจะควบคุม: “ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าข้ากำลังทำอะไรอยู่...”

“สิบหกรอบแล้วนะศิษย์พี่สาม...”

“ไอ้ที่เฮงซวยนี่ พวกเราเดินวนมันมาสิบหกรอบแล้ว...”

เยี่ยจิน: “? ? ?”

ผ่านไปไม่กี่วินาที ฉีเจวี๋ยก็ส่งข้อความมาอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาเข้าสู่สภาวะด้านชาไปเสียแล้ว: “รอบที่สิบเจ็ดกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วล่ะ~”

เยี่ยจิน: “...”

เยี่ยจินเข้าสำนักมาก่อนฉีเจวี๋ย ในบางแง่มุมเขาจึงเข้าใจความทะเยอทะยานและการยึดติดของซูหยวนซวงได้ดีกว่า หลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาจึงตัดสินใจล้มเลิกความตั้งใจที่จะตามหาคนทั้งสอง แล้วไปหาอวิ๋นซีก่อน

ศิษย์น้องเล็กดูจะอ่อนแอไปสักหน่อย แต่บนแผนที่นางกลับปรากฏตัวอยู่ในจุดศูนย์กลางมาเป็นเวลานานแล้ว

แม้จะไม่รู้ว่านางอยู่ที่ไหนกันแน่ หรือทำไมถึงไม่บังเอิญไปเจอพวกกลุ่มของหลินอู๋ว่าง แต่เยี่ยจินก็ยังแอบหวังในตัวยัยหนูนั่นอยู่ลึกๆ จึงพยายามเรียกตัวเด็กสาวมาหา

อวิ๋นซีตอบกลับมาหลังจากผ่านไปหลายวัน

น้ำเสียงของนางดูเกียจคร้าน ราวกับเพิ่งตื่นนอนก็ไม่ปาน: “ข้านอนอยู่ใต้ทะเลค่ะ ยังไม่ได้เข้าไปในเขาวงกตเลย~ แต่พวกท่านรอข้าก่อนก็ได้นะ”

เยี่ยจิน: “...”

เยี่ยจินแทบจะบีบตราประทับให้แหลกคามือ

ชั่วขณะนั้น เขารู้สึกว่าควรจะไปไล่ฟันคนต่อเพื่อให้สมกับความดันโลหิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน

แต่เยี่ยจินก็ไม่ได้ทำเช่นนั้น

อาจเป็นเพราะแม่น้ำไร้หวนนั้นหนาวเย็นเกินไป รากปราณธาตุไฟที่ชำรุดของเขาจึงไม่ได้แสดงข้อบกพร่องออกมามากนัก อารมณ์และพฤติกรรมของเขายังพอจะควบคุมได้ หลังจากใช้ความคิดครู่หนึ่ง เขาก็แยกตัวไปเล่นสนุกเพียงลำพังโดยไม่มีภาระทางใจใดๆ

ส่วนอวิ๋นซีนั้น นางเพิ่งจะตื่นนอนจริงๆ

นางสงสัยว่าตัวเองคงกินเห็ดมากเกินไปจนฝันว่าตัวเองกลายเป็นล่าเถียวสีเขียวที่ผมแตกปลาย

เส้นผมของล่าเถียวแตกจากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่... หลังจากแตกตัวไปหลายครั้ง มันก็กลายเป็นอาณาจักรล่าเถียว

จากนั้นก็มีไก่งวงตัวหนึ่งร่อนลงมาจากฟ้า คาบล่าเถียวขึ้นมาแล้วเริ่มสับกินอย่างบ้าคลั่ง สร้างความเสียหายอย่างหนักให้แก่อาณาจักรของนาง

แล้วนางก็สะดุ้งตื่น... ยามที่นางลืมตาขึ้น เถาโลหิตอสรพิษที่งอกเงยออกมาจากกระหม่อมของนางได้พันธนาการไปทั่วปากปล่องภูเขาไฟจนกลายเป็นก้อนเถาวัลย์ยักษ์ ราวกับสวมหมวกให้แก่ภูเขาไฟอย่างไรอย่างนั้น ตุ้นตุ้นที่เป็นนกกระจิบกำลังยืนอยู่บนก้อนเถาวัลย์ ตั้งอกตั้งใจเคี้ยวหยุบหยับกับเถาโลหิตอสรพิษที่งอกออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน

ตุ้นตุ้น: (เคี้ยวๆ) เจ้าสิ่งเล็กๆ นี่ (เคี้ยวๆ) รสชาติไม่เลวเลยแฮะ

“...” อวิ๋นซีรีบสั่งหยุดการเจริญเติบโตทันที

หลังจากได้นอนเต็มอิ่ม โลกทั้งใบก็ดูสว่างไสวขึ้นอย่างประหลาด

ภายใต้ลาวาอันมืดมิดคือทะเลสีชาดที่เต็มไปด้วยภยันตราย สาหร่ายใจอัคคีทั้งสองฝั่งขึ้นเบียดเสียดกันเป็นกลุ่มก้อน แม้แต่ไอหมอกสีขาวเหนือแมกม่าก็ดูแจ่มชัดขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ

หลังจากทำพันธสัญญากับคุณเผิง ดูเหมือนว่าประสาทสัมผัสทั้งห้าของนางจะทรงพลังขึ้นด้วย

แม้แต่เถาวัลย์ที่นางสร้างออกมาก็หนาขึ้นกว่าเดิมเกินเท่าตัว

เส้นลมปราณเปิดกว้างขึ้น ทางเดินของพลังกว้างขึ้น แม้แต่การดูดซับพลังวิญญาณก็ราบรื่นขึ้นอย่างมาก

เส้นสีแดงสีเดียวกับแมกม่าปรากฏขึ้นที่รากของเถาโลหิตอสรพิษ อักขระรูนที่นางทุ่มเทพลังวิญญาณเพื่อดูดซับมาสถิตอยู่บนนิ้วก้อยขวาของนางราวกับรอยสัก มันมีขนาดเล็กมากเหมือนจุดสีแดงเล็กๆ คนนอกแทบจะไม่สังเกตเห็น และต่อเมื่อนางรวบรวมพลังวิญญาณไว้ที่นั่นเท่านั้น นางถึงจะมองเห็นโครงสร้างภายในของมันได้ทีละนิด

ด้วยความสามารถของนาง การดูดซับอักขระเหล่านี้ได้ก็นับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

อวิ๋นซีกวักมือเรียก นกกระจิบน้อยก็สยายปีกบินลงมาซุกในอ้อมแขนของนางอย่างแม่นยำ พุงน้อยๆ ของมันกลมป่องออกมา

นางอุ้มมันขึ้นมากะน้ำหนักดูสองสามที “ดูท่าเจ้าจะกินไปเยอะเลยนะเนี่ย!”

ตุ้นตุ้นส่งเสียงครางแผ่วเบาแล้วซุกไซ้กับตัวนางอย่างสบายใจ

คุณเผิงที่ทำพันธสัญญาแล้วจะมีชีวิตและตายร่วมกับนาง อาจเป็นเพราะอวิ๋นซีนั้นอ่อนแอเกินไป พลังของคุณเผิงจึงอ่อนแรงลงตามไปด้วย ปัจจุบันจึงมีระดับพลังอยู่เพียงขอบเขตจินตานขั้นต้นเท่านั้น

แม้แต่รูปร่างของมันก็ดูจะเล็กลงกว่าเดิมนิดหน่อย

มีอักขระรูนระหว่างหัวคิ้วของนกกระจิบน้อยที่คล้ายกับบนนิ้วก้อยของนาง มันคงเป็นสิ่งที่เหยียนอวี่ทิ้งไว้ให้แก่พวกนาง

การต้องจากลานายเก่าไปทำให้มันยังคงดูหงอยเหงาอยู่บ้าง มันค่อยๆ สยายปีกออกโอบกอดแขนของอวิ๋นซีไว้ราวกับเด็กน้อย

อวิ๋นซีลูบหัวมันเบาๆ

เมื่อดูเวลาในตราประทับ แม่น้ำไร้หวนเปิดมาได้เกินครึ่งเดือนแล้ว

อวิ๋นซีเงยหน้าขึ้น “พวกเราควรจะขึ้นไปกันได้แล้ว แต่ก่อนหน้านั้น...”

นางเอ่ยอย่างอารมณ์ดี “พวกเรามาเก็บสินเดิมของเจ้าไปให้หมดก่อนดีกว่า~”

...

จบบทที่ บทที่ 29 ล่าเถียวสีเขียวผู้มีผมแตกปลาย

คัดลอกลิงก์แล้ว