- หน้าแรก
- วีรกรรมสุดแสบของศิษย์น้องหญิง วิธีจัดระเบียบยุทธภพแบบไม่เหมือนใคร
- บทที่ 24 สาหร่ายใจอัคคีในทะเลเยือกแข็ง
บทที่ 24 สาหร่ายใจอัคคีในทะเลเยือกแข็ง
บทที่ 24 สาหร่ายใจอัคคีในทะเลเยือกแข็ง
บทที่ 24 สาหร่ายใจอัคคีในทะเลเยือกแข็ง
พื้นที่สองในสามของแม่น้ำไร้หวนนั้นประกอบไปด้วยเขาวงกตบนเกาะ ในขณะที่อวิ๋นซีครองพื้นที่อีกหนึ่งในสามที่เหลือเพียงลำพัง
ตามหลักการที่ว่า ยิ่งมีตั๋วชิงโชคมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะถูกรางวัลก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
ในขณะที่คนอื่นๆ กำลังตรากตรำสำรวจเขาวงกต อย่างน้อยนางก็ตรากตรำ... ตรากตรำโต้คลื่น พายเรือ และว่ายท่ากรรเชียง... ท่ามกลางเศษซากน้ำแข็งที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วท้องทะเล อวิ๋นซีผู้ไม่มีอะไรทำจึงถือคติ "กะเทาะไข่ลุ้นโชค" ไล่ทุบเศษน้ำแข็งเหล่านั้นทีละก้อน
จะบอกว่านางไม่ทำอะไรเลยก็คงไม่ได้ อย่างน้อยนางก็รับบทเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทูตสันถวไมตรีผู้บุกเบิกเส้นทางเดินเรือน้ำแข็ง
ห้าวันผ่านไปนับตั้งแต่ที่นางเริ่มออกเดินทางรอบเกาะ
เยี่ยจินซัดคนร่วงไปแล้วสิบหกคนในช่วงห้าวันที่ผ่านมา
ฉีเจวี๋ยยังคงมุ่งหน้าไปยังชายทะเลและในที่สุดก็สามารถพบกับซูหยวนซวงได้ที่บริเวณใกล้จุดศูนย์กลาง
"..."
"..."
ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากัน แต่กลับไม่มีความปิติยินดีจากการได้พบกันอีกครั้งเลยแม้แต่น้อย
นั่นเป็นเพราะสิ่งที่พวกเขาเผชิญอยู่พร้อมกันคือ ตะขาบอสูรในขอบเขตกำเนิดใหม่
"..."
"อ๊ากกก ช่วยด้วย!" ฉีเจวี๋ยคว้าตัวซูหยวนซวงแล้วโกยแนบ
ขณะที่วิ่ง เขาก็ไม่ลืมที่จะโยนพี่ชายที่แสนดีออกไป "ตู้เอ้อ ข้าฝากเจ้าด้วยนะ"
กระบี่ตู้เอ้อ: "..."
ฉีเจวี๋ยปลอบใจซูหยวนซวง "ไม่ต้องกลัวนะศิษย์พี่ ข้าจะปกป้องท่านเอง"
ในความเป็นจริง ขาของเขาสับไวเสียจนเกิดประกายไฟ "ข้าจะพาท่านไปหาศิษย์น้องเล็ก"
"วางใจเถอะ ท่านวางใจได้เลย ข้าจะพาท่านไปหาศิษย์น้องเล็กแบบยังมีชีวิตอยู่แน่นอน"
"..." ซูหยวนซวงไม่เอ่ยคำใดเลยตั้งแต่ต้นจนจบ
หากฉีเจวี๋ยไม่มา นางคงจะจัดการกับเจ้าตะขาบนั่นด้วยตัวเองไปแล้ว
แต่ในเมื่อฉีเจวี๋ยมาถึง ผู้ฝึกตนหญิงหน้ากากผีจึงทำได้เพียงถูกลากให้หนีไปตามเขาวงกตอย่างช่วยไม่ได้
ช่วยด้วย... ซูหยวนซวงคิดขณะที่วิ่ง: ศิษย์น้องคนนี้หนวกหูชะมัดเลย~
...อวิ๋นซีนอนแผ่หลาอยู่บนชายฝั่ง
เมื่อห้าวันก่อนนางมีความทะเยอทะยานที่จะเป็นนักสำรวจมหาสมุทร แต่ตอนนี้เป็นได้เพียงคนทำความสะอาดผิวน้ำ ใช้ทักษะของนางเคลียร์เศษซากน้ำแข็งทุกชิ้นออกไปจากน้ำจนหมด... เบื้องหลังของนางคือเขาวงกต แม้จะยังไม่ได้เข้าไป แต่นางก็สัมผัสได้ถึงความครึกครื้นข้างในจากแรงสั่นสะเทือนบนพื้นดิน
อวิ๋นซีเริ่มตั้งคำถามกับชีวิต และถือโอกาสตั้งคำถามกับเจ้าวาฬที่คอยตามติดเพื่อคุมงานทำความสะอาดของนางด้วย "สหาย..."
ใบหน้าของเด็กสาวฉายแววของการสติหลุดเล็กน้อย "เจ้าอยู่รอดมาได้อย่างไร"
"ปกติเจ้าไม่กินข้าวหรือ"
ตลอดห้าวันสี่คืนที่วนรอบเกาะและเคลียร์เศษน้ำแข็งมานับไม่ถ้วน นางไม่สัมผัสถึงสิ่งมีชีวิตอื่นใดเลยนอกจากเจ้าวาฬน้อย
อย่าว่าแต่สมบัติเลย แม้แต่สัตว์อสูรก็ไม่มีสักตัว
อย่าว่าแต่สัตว์อสูรเลย แม้แต่ปลาที่จะให้สัตว์อสูรกินก็ยังหาไม่เจอ
อวิ๋นซีคิดไม่ออกจริงๆ ว่าสัตว์อสูรตัวมหึมาขนาดนี้เติบโตมาได้ด้วยการกินอะไร
เจ้าวาฬน้อยโผล่หัวโตๆ ออกมาเหนือน้ำครึ่งหนึ่ง มันดูตกใจเล็กน้อยที่ถูกเรียกว่า "สหาย"
เมื่อได้ยินคำถามถัดมาของอวิ๋นซี มันก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ โผล่หัวออกมาอีกครั้ง
มันดูเหมือนจะเห็นความเวทนาในดวงตาของอวิ๋นซี
ในจินตนาการของเด็กสาว ทะเลแถบนี้ช่างยากจนข้นแค้นเสียจนไม่มีอะไรจะกิน... เจ้าวาฬน้อยเข้าใจความหมายนั้น มันเริ่มโกรธเคืองเล็กน้อยด้วยความแง่งอน จึงหันหลังและว่ายน้ำหนีไป
อวิ๋นซี: "???"
เจ้าวาฬตัวใหญ่ตัวนี้คอยตามนางต้อยๆ เหมือนหางตั้งแต่นางก้าวเข้าสู่ดินแดนลี้ลับเมื่อห้าวันก่อน
มันไม่จากไปไหนตอนที่อวิ๋นซีโต้คลื่น ไม่จากไปตอนที่นางทุบน้ำแข็ง และยังอยู่เป็นเพื่อนตอนที่นางว่ายท่ากรรเชียงด้วย
แม้จะไม่รู้จุดประสงค์ของสัตว์อสูรตัวนี้ แต่อย่างน้อยนางก็รู้ว่ามันไม่มีเจตนาร้าย
อวิ๋นซีเพียงแต่ปฏิบัติกับมันเหมือนเป็นผู้ชมในการปฏิบัติการกะเทาะน้ำแข็งของนาง ไม่ได้ขับไล่และไม่ได้ใส่ใจนัก
เจ้าวาฬที่ตามนางมาตลอดห้าวันสี่คืนกลับถูกคำพูดเพียงประโยคเดียวทำร้ายจิตใจจนหนีไป... นางกลับรู้สึกอาลัยอาวรณ์ขึ้นมาเสียอย่างนั้น
อวิ๋นซีมองตามมันไป เมื่อต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบากระหว่างการวิ่งตามง้อเจ้าวาฬ หรือจะย่างปลาไปฝากฉีเจวี๋ย นางจึงเลือกที่จะนอนแผ่หลาอยู่ที่เดิมเพื่ออาบแดดบนชายหาด
แม้จะยังหาอะไรไม่เจอ แต่นางก็ยังรู้สึกว่ามีบางอย่างอยู่ในทะเล
นางไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี
มันคงเป็นเพียงลางสังหรณ์
แต่ในเมื่อหาไม่เจอก็คงทำอะไรไม่ได้... อวิ๋นซีถอนหายใจ พลิกตัวเตรียมลุกขึ้นเพื่อเข้าไปในเขาวงกต
นางคงจะไปปฏิบัติภารกิจในดินแดนลี้ลับร่วมกับเพื่อนร่วมสำนักไม่ได้ หากทุกคนต่างตรากตรำทำงานหนักในขณะที่นางเป็นเพียงคนเดียวที่มาพักร้อนอยู่ในทะเล 〒_〒
คลื่นซัดเข้าหาฝั่งอย่างรุนแรง
นางลุกขึ้นนั่งพรวดเมื่อเจ้าวาฬน้อยอ้วนกลมที่กำลังทำแง่งอนโผล่หัวโตๆ ออกมาเหนือน้ำอีกครั้ง
เจ้าวาฬน้อยคาบสาหร่ายทะเลกองโตมาด้วย มันสะบัดทิ้งลงข้างตัวอวิ๋นซีราวกับกำลังฮึดฮัด
ปลาตัวมหึมาขนาดนี้กลับส่งเสียงครางเครือเหมือนกำลังโอ้อวดใส่อวิ๋นซี
เห็นไหม? ทะเลของมันไม่ได้ยากจนนะ มีของกินตั้งเยอะแยะ
มันไม่ใช่วาฬน้อยที่ไม่มีปัญญาจะกินข้าวหรอกนะ ╭(╯^╰)╮
"..."
สาหร่ายทะเลกองสูงราวกับเนินเขาขนาดเล็ก
อวิ๋นซีนิ่งเงียบไป นางไม่มีทีท่าว่าจะอิจฉาเลยแม้แต่นิดเดียว ในทางกลับกัน ความเวทนาที่มีต่อเจ้าวาฬน้อยกลับเพิ่มทวีคูณ "เจ้ากินไอ้นี่ทุกวันเลยหรือ"
กินสาหร่าย? จนตัวโตขนาดนี้เนี่ยนะ?
ปกติวาฬเขาต้องกินเนื้อไม่ใช่หรือไง
ความเคลือบแคลงที่มีต่อท้องทะเลแห่งนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นความสงสารเจ้าวาฬไปเสียแล้ว
นางถึงกับรื้อค้นกระเป๋าเฉลียงเพื่อหยิบเถาโลหิตอสรพิษกองใหญ่ออกมาเทียบทรัพยากรกับเจ้าวาฬ "ข้าก็มีเหมือนกันนะ"
"???"
ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาที่สำนักหลิงเซียวที่นางแสร้งทำเป็นเหลนของเฉิงเจียงกุย อวิ๋นซีไม่ได้อยู่เฉยๆ เมื่อใดที่มีพลังเหลือเฟือ นางก็จะปลูกเถาโลหิตอสรพิษเก็บสำรองไว้เสมอ
ด้วยขอบเขตพลังที่เพิ่มขึ้น ตอนนี้นางสามารถปลูกเถาโลหิตอสรพิษที่ยาวกว่าสองเมตรได้ครั้งละมากกว่าสามสิบเส้น และเถาโลหิตอสรพิษในกระเป๋าเฉลียงของนางก็ค่อยๆ กองพูนเป็นภูเขาเลากา
เจ้าวาฬน้อยอึ้งไป สายตาของมันเลื่อนจากสาหร่ายทะเลที่มันคาบมาไปยังเถาโลหิตอสรพิษ แล้วยื่นหน้าเข้าไปดมอย่างอยากรู้อยากเห็น
มันดูเหมือน... จะหอมมากทีเดียว
อวิ๋นซีใจกว้างเป็นพิเศษ "มาๆๆ กินตามสบายเลยนะ กินให้เต็มคราบ ไม่ต้องเกรงใจข้า"
"..."
เจ้าวาฬน้อยมองนางราวกับมองคนเขลา จากนั้นก็หดหัวโตๆ กลับไปด้วยความระแวดระวัง
แต่พอกลับไปได้ครึ่งทาง มันก็ชำเลืองมองเถาโลหิตอสรพิษอีกครั้ง
เจ้าวาฬลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมอ้าปากกว้างอย่างเคอะเขิน
มันหอมกว่าสาหร่ายทะเล ไม่เหนียวหนึบ และมีรสค่อนข้างหวานเมื่อกัดลงไป... อวิ๋นซีนั่งยองๆ อยู่ข้างๆ เท้าคางมองด้วยความสงสัย
เวลาวาฬกินอาหาร มันต้องเคี้ยวหยุบหยับๆ แบบนี้ด้วยหรือ
คงจะมีแต่พวกสัตว์อสูรละมั้งที่เป็นแบบนี้!
"อร่อยใช่ไหมล่ะ"
นางยื่นมือไปตบหัวโตๆ ของเจ้าวาฬ มันทั้งนุ่มและลื่นมือ ให้ความรู้สึกค่อนข้างดีทีเดียว
อวิ๋นซีกล่าวว่า "เป็นเพราะว่าเป็นเจ้าหรอกนะ ข้าถึงให้กิน ข้าไม่ยกให้พวกปลากระจอกทั่วไปหรอก"
หลังจากทะลุมิติเข้ามาในหนังสือ นางรู้ดีว่าเถาโลหิตอสรพิษที่นางปลูกนั้นคือสุดยอดอาหารรสเลิศสำหรับสัตว์อสูรทุกชนิด
แม้จะไม่เข้าใจหลักการ แต่ขอแค่ใช้ได้ผลก็เพียงพอแล้ว
เจ้าวาฬน้อยพยักหัวโตๆ และเริ่มกินอย่างเอร็ดอร่อย แววตาที่เหมือนลูกปัดของมันกลายเป็นประกายระยิบระยับขณะจ้องมองอวิ๋นซี
พี่สาวคนนี้เป็นคนดีจริงๆ ด้วย~
เจ้าวาฬน้อย: :ஐ٩(๑´ᵕ`)۶ஐ:
อวิ๋นซีเดินไปคุ้ยกองสาหร่ายทะเล "มีพืชวิญญาณอยู่ในนี้จริงๆ ด้วย เก่งมากเจ้าวาฬของข้า~"
อันที่จริงมีพืชวิญญาณมากมายอยู่ใต้ทะเล แต่เจ้าวาฬน้อยเลือกมาเฉพาะส่วนที่มันคิดว่าอร่อยเพื่อนำมาให้นาง
พวกที่เป็นใบๆ คือหญ้าอสูร พวกที่มีสีออกน้ำเงินคือหญ้ามังกรจุติ และพวกที่สัมผัสแล้วรู้สึกร้อนโดยมีเส้นสีแดงพาดผ่านตรงกลางคือสาหร่ายใจอัคคี... หืม?
สาหร่ายใจอัคคีรึ?
อวิ๋นซีรีบเพ่งความสนใจไปที่สิ่งนี้ทันที
ตามจริงแล้ว พืชวิญญาณเหล่านี้ไม่ได้ถือว่าล้ำค่าและค่อนข้างจะพบเห็นได้ทั่วไป
แต่สิ่งเดียวที่พิเศษคือสาหร่ายใจอัคคีนี้ ตามชื่อของมันแล้ว นี่ควรจะเป็นพืชวิญญาณที่อาศัยอยู่ตามขอบภูเขาไฟ
แม่น้ำไร้หวนเนี่ยนะ?
ดินแดนลี้ลับที่เป็นธารน้ำแข็งจะมีพืชวิญญาณที่มีอยู่เฉพาะในภูเขาไฟได้อย่างไรกัน