- หน้าแรก
- วันนี้มันบรรลุเซียนแล้วหรือยังเนี่ย
- บทที่ 32 ฝีมือสะท้านเวที
บทที่ 32 ฝีมือสะท้านเวที
บทที่ 32 ฝีมือสะท้านเวที
บทที่ 32 ฝีมือสะท้านเวที
ภายในห้องสังเกตการณ์ จ้าวซิงเอ๋อร์ถามด้วยความอยากรู้ "สำนักชื่อเทียนนี่เก่งมากเลยเหรอ?"
เหอไฉ่ฮวาปรายตามองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบ "วิชาสืบทอดของสำนักชื่อเทียนน่ะเก่งกาจมากจริงๆ ก่อนหน้านี้ที่เงียบๆ ไป ก็เพราะไม่ค่อยคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมในมณฑลเทียนตงน่ะ พอได้มาเผยแพร่วิชาในมณฑลเทียนเป่ยแค่สองรุ่น ก็ผงาดขึ้นมาเป็นสำนักใหญ่ติดท็อปทรีของเมืองเจียงเฉิงได้แล้ว แค่นี้ก็พอจะบอกอะไรได้หลายอย่างแล้วล่ะ"
วิชาที่ต้องสักลวดลายเทพลงบนตัวถึงจะแสดงอิทธิฤทธิ์ออกมาได้แบบนี้ สำหรับคนในมณฑลเทียนตงแล้ว มันก็ดูไม่ต่างอะไรกับพวกผู้บำเพ็ญเพียรสายมารหรอก
แต่มณฑลเทียนเป่ยไม่ได้เคร่งครัดเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าเรื่องสอบเป็นข้าราชการไม่สำคัญนะ แต่ที่นี่เขาไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการสอบต่างหากล่ะ
ที่นี่เขาให้ความสำคัญกับการสืบทอดสายเลือดมากกว่า
เฉินฮ่าวเบ่งกล้ามแขนจนเสื้อแจ็กเก็ตขาดกระจุย เผยให้เห็นรอยสักมังกรเขียวขดตัวอยู่ที่แขนซ้าย และเสือโคร่งดุร้ายกระโจนลงเขาที่แขนขวา ทันทีที่เขาเดินพลัง รอยสักทั้งสองข้างก็สว่างวาบ เปล่งประกายเจิดจ้า!
มังกรเขียวที่แขนซ้ายเลื้อยพันเกี่ยวกัน ก่อนจะพุ่งทะยานขึ้นฟ้ากลายเป็นมังกรตัวเขื่องยาวกว่าสิบเมตร! ส่วนเสือโคร่งที่แขนขวาก็กระโจนลงพื้น กรงเล็บแหลมคมดูน่าเกรงขามสุดๆ!
เฉินฮ่าวตวาดลั่น มังกรฟ้าและพยัคฆ์ดินก็พุ่งกระโจนเข้าใส่เยว่เหวินพร้อมกัน ต่างก็มีไอพลังสีเขียวคล้ำแผ่กระจายออกมา สร้างแรงกดดันมหาศาล!
เยว่เหวินรีบชักกระบี่ออกมา ใช้วิชาควบคุมกระบี่ ปล่อยให้มันลอยวนเวียนป้องกันตัวอยู่กลางอากาศทันที
ถึงไอ้หมอนี่จะเปิดตัวได้กวนโอ๊ยสุดๆ แต่ก็ยอมรับว่ามันมีฝีมือดีพอจะอวดดีได้จริงๆ แค่ท่าเปิดตัวของมัน ก็ดูทรงพลังกว่าคู่ก่อนหน้านี้ตั้งเยอะ
ขณะที่มังกรและพยัคฆ์กำลังพุ่งเข้ามา เยว่เหวินอาศัยจังหวะเสี้ยววินาที ปล่อยกระบี่บินพุ่งสวนกลับไป เป็นเส้นแสงวาบเดียวทะลวงเข้ากลางหัวมังกรที่กำลังอ้าปากกว้าง!
ตูม!
หัวมังกรระเบิดกระจาย รอยสักมังกรเขียวสลายวับไปในพริบตา
แต่เสือโคร่งก็กระโจนเข้ามาถึงตัวแล้ว ดูเหมือนเยว่เหวินกำลังจะตกเป็นเหยื่ออันโอชะของมัน
ขณะที่เฉินฮ่าวกำลังจะแสยะยิ้มเยาะ เยว่เหวินก็พุ่งสวนกลับไปแทนที่จะถอยหนี ย่อตัวต่ำ แล้วใช้ท่าสไลด์สอดใต้ท้องเสือโคร่งไปอย่างสวยงาม!
เยว่เหวินมีประสบการณ์สู้กับเสือมาอย่างโชกโชน ท่านี้เขาเคยใช้หลบการโจมตีในถ้ำเสือมาแล้ว ถือเป็นท่าไม้ตายที่มีประโยชน์และใช้ได้จริงสุดๆ
หลังจากสไลด์ลอดใต้ท้องเสือมาได้ เขาก็บิดตัว ชี้สองนิ้วลงพื้น กระบี่บินที่เพิ่งแทงหัวมังกรทะลุก็พุ่งเปลี่ยนทิศทางแทงฉึกเข้าที่สันหลังเสือทันที!
ฉัวะ—
กระบี่เล่มนี้คมกริบไร้เทียมทาน
รอยสักเสือโคร่งแตกสลายไปในพริบตา
"อ๊าก..." เฉินฮ่าวผงะถอยหลังไปสองก้าว รอยสักมังกรและเสือกลับมาปรากฏบนแขนทั้งสองข้างอีกครั้ง แต่แสงสว่างหม่นหมองลงไปเยอะ ดูเหมือนจะต้องใช้เวลาฟื้นฟูสักพักถึงจะเรียกใช้งานได้อีก
"ฝีมือไม่เบานี่หว่า" เขาโดนพลังสะท้อนกลับจนเลือดลมปั่นป่วนนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เสียขวัญ กลับตะโกนลั่น "มังกรเขียวพยัคฆ์ขาวทำอะไรแกไม่ได้ งั้นลองเจอนี่หน่อยเป็นไง — อสูรชูร่าร้อยวิญญาณ!"
พูดจบเขาก็เบ่งกล้ามอีกครั้ง เสื้อกล้ามบนตัวก็ขาดดังแควก เผยให้เห็นรอยสักอสูรชูร่าร้อยวิญญาณเต็มแผ่นหลังและหน้าอก!
บนรอยสักมีภูตผีปีศาจหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว เขี้ยวโง้งยาว กำลังพัวพันกันอยู่ในนรกขุมลึกสีดำทมิฬ
"โฮก—"
เฉินฮ่าวคำรามก้อง ไอหมอกสีเขียวคล้ำพวยพุ่งออกมาจากร่าง ภูตผีนับไม่ถ้วนพุ่งทะลักออกมา เปลี่ยนลานประลองให้กลายเป็นนรกชูร่าในพริบตา!
เยอะเกินไปแล้ว
เยว่เหวินตกวงล้อมของฝูงผีสีเขียวคล้ำ หมอกสีดำปกคลุมจนมองไม่เห็นอะไรไกลเกินสามเมตรเลย เขาทำได้แค่ตั้งรับ ทุกครั้งที่มีหัวผีโผล่มา เขาก็จะใช้กระบี่ฟันขาดกระจุย
แต่ถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ผีเป็นร้อยเป็นพันตัวนี่ เขาจะฟันไปถึงเมื่อไหร่กันล่ะ?
เยว่เหวินรวบรวมลมปราณทั้งหมดในร่าง ปล่อยกระบี่บินพุ่งออกไปอีกครั้ง!
พุ่งทะยานฝ่าอากาศดังกึกก้อง!
ตูม—
เมื่อใช้กระบี่บินป้องกันตัวไปเป็นฝ่ายรุก ตัวเขาเองก็ตกอยู่ในดงภูตผี ทันใดนั้นก็เห็นว่าเขากำลังจะถูกฝูงผีรุมกินโต๊ะ เขาก็ผลักสองมือออกไปด้านหน้า เกิดเสียงฟ้าร้องดังสนั่นหวั่นไหว!
เสียงฟ้าร้องคือสิ่งที่พวกภูตผีกลัวที่สุด รอยสักพวกนี้ไม่ได้เป็นปีศาจจริงๆ ด้วยซ้ำ เป็นแค่ภาพมายาที่เกิดจากพลังวิญญาณ
เสียงฟ้าร้องเพียงครั้งเดียว ก็พัดเป่าเอาเงาผีรอบตัวให้แตกกระจายไปจนหมด!
นี่ก็คือวิชาเสียงอสนีบาตที่เขาเรียนมาจากสำนักหลินเจียงนั่นแหละ
เพียงแต่ว่าพอมาอยู่ในมือเขา อานุภาพของเสียงฟ้าร้องมันรุนแรงกว่าตอนที่ฉีเตี่ยนใช้อยู่มากนัก ไม่ได้มีดีแค่ความเท่ตอนเปิดตัว แต่สามารถข่มขวัญภูตผีปีศาจได้จริงๆ!
เยว่เหวินจงใจใช้วิชาควบคุมกระบี่นำหน้า แล้วตามด้วยวิชาเสียงอสนีบาต อาศัยจังหวะที่เฉินฮ่าวเผลอ ปล่อยกระบี่บินออกไปจัดการ
วิชาควบคุมกระบี่ครั้งนี้มาพร้อมกับเสียงลมและฟ้าร้องดังกึกก้อง พุ่งทะลวงฝ่าม่านหมอกภูตผีเข้าไปถึงตัวเฉินฮ่าวในพริบตา ทำเอาเฉินฮ่าวถึงกับใจหายวาบ เห็นกระบี่บินกำลังจะทะลวงร่างในอีกไม่กี่อึดใจ เขาก็กัดฟันตะโกนลั่น "ปีกค้ำสวรรค์!"
แควก!
เสื้อผ้าขาดกระจุยอีกครั้ง กางเกงขายาวของเขาระเบิดออก! เผยให้เห็นรอยสักขนนกที่ต้นขาทั้งสองข้าง กลายเป็นปีกขนาดยักษ์สองข้าง!
ท่อนบนกับท่อนล่างเปลือยเปล่า เหลือแค่กางเกงในจีสตริงสีชมพูแปร๋นตัวเดียว
ปีกทั้งสองข้างกลายเป็นสีเขียวคล้ำ ไหลไปรวมกันที่แผ่นหลังของเฉินฮ่าว กลายเป็นปีกนกสีดำขนาดยักษ์ เขากระพือปีกบินหลบกระบี่บินไปได้อย่างหวุดหวิด
...
ฟิ้ว
กระบี่บินพลาดเป้า เยว่เหวินแหงนหน้ามองขึ้นไป ก็เห็นเฉินฮ่าวกางปีกยักษ์ลอยอยู่กลางอากาศ มีเมฆดำลอยวนรอบตัว ทั้งร่างเหลือแค่กางเกงในจีสตริงสีชมพูตัวเดียว ดูโรคจิตพิลึก
เขาอดไม่ได้ที่จะใจสั่น คิดในใจว่าไอ้หมอนี่คงไม่มีรอยสักเทพอะไรโผล่มาอีกหรอกนะ? เขาเลยรีบกระโดดขึ้นไปเหยียบบนกระบี่บิน พุ่งทะยานขึ้นไปหา
ภายในห้องสังเกตการณ์ เงียบกริบเป็นเป่าสาก
อาเม่ยเอามือปิดหน้า แอบดูผ่านง่ามนิ้ว ปากก็พึมพำ "บ้าจริง ทำไมหมอนี่มันทุเรศแบบนี้นะ"
หลิวหยวนจวินเอามือปิดตาหลี่เฟยเซี่ยศิษย์น้องของเขา แล้วพูดเสียงเครียด "วิชาแบบนี้ ต่อให้ชนะ ก็คงเอาไปออกอากาศไม่ได้หรอกมั้ง?"
"แค่นี้ก็ถือว่าอนาจารแล้วล่ะ กลัวแต่ว่า..." เหอไฉ่ฮวาพูดอึกอัก
กลัวแต่ว่าหมอนี่จะมีไม้ตายอะไรอีกล่ะสิ
ไอ้หนุ่มผมแดงก็กลอกตาไปมา แอบกระซิบถาม "สำนักชื่อเทียนมีศิษย์ผู้หญิงบ้างไหมเนี่ย?"
"คิดบ้าอะไรของแก?" สาวผมยาวที่เตี้ยกว่าเขาเอาปลอกดาบเคาะหัวเขาทีหนึ่งดังปั้ก
ไอ้หนุ่มผมแดงร้อง "โอ๊ย" ลูบหัวตัวเองป้อยๆ ไม่กล้าพูดอะไรอีก
"แกบีบให้ข้าต้องทำแบบนี้เองนะไอ้ผู้ฝึกปราณไร้สังกัด!" เฉินฮ่าวลอยตัวอยู่กลางอากาศ แสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย "ทีแรกข้ากะจะเก็บวิชานี้ไว้ใช้ในงานชุมนุมผู้ฝึกปราณรุ่นเยาว์แท้ๆ วันนี้จะสงเคราะห์ให้พวกแกได้เห็นรอยสักเทพท่าไม้ตายของข้า กระบองแดงคู่บุปผา—"
พอได้ยินแบบนั้น ทุกคนในห้องสังเกตการณ์ก็ถึงกับใจหายวาบ ทำหน้าเหมือนไม่อยากจะดูเลยทีเดียว
สีหน้าของทุกคนบ่งบอกชัดเจนว่า อย่านะโว้ย...
นี่สิ ถึงจะเรียกว่าฝีมือสะท้านเวทีของจริง!
"พอแค่นี้แหละไอ้โรคจิต!"
ทันใดนั้นก็มีแสงสว่างวาบพุ่งเข้าหาเขาด้วยความเร็วแสง ร่างของเยว่เหวินปรากฏตัวขึ้นรวมเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่ พุ่งทะยานดั่งดาวตก!
ก่อนที่เฉินฮ่าวจะระเบิดกางเกงในจีสตริง เพื่อโชว์รอยสักเทพลายสุดท้ายบนร่างกายเพียง 0.01 วินาที หมัดเหล็กของเยว่เหวินก็กระแทกเข้าที่หน้าของเขาอย่างจัง
ปัง—
ฝ่ามือมังกรล่องลอยที่อัดแน่นไปด้วยพลังเต็มเปี่ยม เฉินฮ่าวไม่คิดเลยว่าหมัดๆ เดียวจะรุนแรงขนาดนี้ หน้าของเขายุบลงไปทันที สลบเหมือดกลางอากาศ ปีกสีดำสลายหายไป ร่างร่วงหล่นกระแทกพื้นดังสนั่น
ตูม!
ฝุ่นคลุ้งกระจายไปทั่ว
"ฟู่—"
หมัดนี้ทำเอาทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก
ในใจทุกคนต่างก็คิดตรงกันว่า ขอบใจนะ เยว่เหวิน
"รวมเป็นหนึ่งกับกระบี่..." หลิวหยวนจวินพึมพำเสียงเบา
ทุกคนมัวแต่ไปสนใจกางเกงในจีสตริงที่กำลังจะขาดกระจุยของเฉินฮ่าว จนลืมไปเลยว่าตอนแรกที่เยว่เหวินเหยียบกระบี่บินขึ้นมาน่ะ เขาพุ่งมาขัดจังหวะเฉินฮ่าวไม่ทันหรอก
แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น เขาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นแสงกระบี่ ผสานร่างเข้ากับกระบี่บิน ถึงได้เร่งความเร็วพุ่งมาถึงตัวเฉินฮ่าวได้ในพริบตา ถ้าเขาอยากจะฆ่าให้ตาย ก็แค่บังคับกระบี่บินให้ทะลวงหน้าเฉินฮ่าวไปเลยก็ได้
วิชาควบคุมกระบี่ของเขาเรียกได้ว่าบรรลุถึงขั้นสุดยอดแล้ว
วิชาควบคุมกระบี่ไม่ใช่วิชาที่หาดูยากในวงการผู้ฝึกปราณ คนฝึกกันเยอะแยะ แต่คนที่ใช้วิชานี้ได้ทรงพลังขนาดเยว่เหวิน ในระดับพลังที่เท่ากันถือว่าแทบไม่มีเลย ยิ่งคนที่ฝึกจนถึงขั้น "เปลี่ยนร่างเป็นแสงกระบี่ รวมเป็นหนึ่งกับกระบี่" ในระดับสามขั้นแรก ยิ่งหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก
หลิวหยวนจวินมองเยว่เหวินที่ร่อนลงพื้นอย่างสง่างามหลังจากได้รับชัยชนะ พึมพำว่า "ไม่นึกเลยว่าเมืองเจียงเฉิงจะมีคนเก่งขนาดนี้ซ่อนอยู่ด้วย"
"ศิษย์พี่ เขาเก่งมากเลยเหรอ?" หลี่เฟยเซี่ยที่อยู่ใกล้เขาที่สุดได้ยินเข้า ก็เงยหน้าขึ้นถาม
"อืม" หลิวหยวนจวินพยักหน้าเบาๆ
"ลากคอไอ้โรคจิตโชว์ของสงวนนี่ออกไปให้พ้นหน้าฉันเลยนะ ต่อไปนี้วั่งโยว มีเดีย แบนหมอนี่ถาวร" เหอไฉ่ฮวานวดขมับ เดินเข้ามาใกล้ๆ ชี้ไปที่เฉินฮ่าวที่สลบเหมือดอยู่อย่างหัวเสีย "ไม่สิ แบนสำนักชื่อเทียนทั้งสำนักไปเลย!"
จากนั้นเธอก็เงยหน้ามองเยว่เหวิน "โชคดีนะที่เธอชนะ"
"ใจหายใจคว่ำหมดเลย" เยว่เหวินพยักหน้าอย่างยังไม่หายตกใจ
ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าเฉินฮ่าวโชว์รอยสักกระบองแดงคู่บุปผาออกมา จะสร้างความบอบช้ำทางจิตใจให้ทุกคนที่นี่ขนาดไหน
น่ากลัวจริงๆ
"ไอ้หมอนี่ตอนแรกเห็นใส่สูทผูกไทดูดีเชียว ที่แท้ก็เป็นไอ้โรคจิตหรอกเหรอเนี่ย" จ้าวซิงเอ๋อร์เดินเข้ามาขมวดคิ้ว "ข้าเกือบจะของขึ้นแล้วเชียว"
"งั้นข้าก็ช่วยชีวิตเจ้าไว้เลยนะเนี่ย" เยว่เหวินมองเฉินฮ่าวที่ถูกหามออกไป พึมพำเบาๆ
ขืนปล่อยให้จ้าวซิงเอ๋อร์โมโหขึ้นมา คงไม่ใช่แค่ต่อยหน้าหมัดเดียวหรอก ดีไม่ดีอาจจะแถมลูกเตะเสริมพลังแสงสีแดงแห่งจิตวิญญาณแห่งวรยุทธ์เข้าไปด้วย ทำเอากระบองแดงคู่บุปผาของหมอนั่นกลายเป็นกระบองสามท่อนไปเลยก็ได้