- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดบนทางหลวงกับครอบครัว เปิดเกมได้คริติคอลโชคระดับ เอส
- บทที่ 14 ภารกิจหนึ่งดาว สังหารศพหิมะ 5 ตน
บทที่ 14 ภารกิจหนึ่งดาว สังหารศพหิมะ 5 ตน
บทที่ 14 ภารกิจหนึ่งดาว สังหารศพหิมะ 5 ตน
บทที่ 14 ภารกิจหนึ่งดาว สังหารศพหิมะ 5 ตน
กู่เยว่รู้สึกชาไปทั้งหนังศีรษะเมื่อถูกระดมยิงด้วยคำบ่นราวกับปืนกลเช่นนี้ เขารีบชูมือทั้งสองข้างขึ้นในท่าทางยอมจำนน ร่องรอยของความกระอักกระอ่วนใจที่หาได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"เรื่องนี้... ให้ฉันอธิบายก่อนนะ..."
"อธิบายอะไรคะ?"
หวังเวินเซวียนเลิกคิ้วขึ้น ทรวงอกอิ่มของเธอไหวฟันตามแรงอารมณ์ที่แปรปรวน วันนี้เธอเปลี่ยนมาสวมเสื้อยืดแขนยาวสีดำรัดรูป ท่อนล่างยังคงเป็นกางเกงยีนส์ที่ขับเน้นส่วนโค้งเว้าของสะโพกและเรียวขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในตอนนี้นเธอสวมกอดอก พลางแผ่รังสี 'ไหนลองดูซิว่านายจะแต่งเรื่องอะไรมาหลอก' ออกมาอย่างเต็มที่
"พรืด!"
หวังเผิงเผิงอดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมา เธอยังสวมถุงน่องไหมสีขาว นั่งไขว้ห้างอยู่ข้างโต๊ะอาหาร เผยให้เห็นพื้นที่กึ่งกลางระหว่างถุงน่องกับชายกระโปรงสั้นแบบนักเรียนญี่ปุ่นวับๆ แวมๆ ในมือยังถือขนมปังกรอบที่กินค้างไว้ครึ่งแผ่น ท่าทางเหมือนคนรอชมเรื่องสนุก
"พี่คะ คำพูดพี่มันดูรุกรานเกินไปหน่อยนะ แต่ว่า..." เธอกัดขนมปังกรอบแล้วพูดเสียงอู้อี้ "หนูว่าเก็บของดีไว้ในครอบครัวก็ดีออกค่ะ แม่สวยระดับนางฟ้าขนาดนี้ ผู้ชายคนอื่นเห็นคงน้ำลายสอ ให้กู่เยว่ปกป้องไว้น่ะดีที่สุดแล้ว"
"อีกอย่าง แม่เป็นม่ายมาสิบกว่าปี ไม่รู้รสชาติของผู้ชายว่าเป็นยังไง การที่แม่จะมีความรักของตัวเองตอนนี้ก็เป็นเรื่องดีออกค่ะ ยังไงพี่กู่เยว่ก็เป็นคนดี และแม่ก็ยัง... แค่ก ยังมีเสน่ห์เหลือล้นไม่ใช่เหรอคะ?"
"แล้วหนูก็รู้สึกตะหงิดๆ กับแม่มาสักพักแล้วด้วย ตั้งแต่ก่อนพวกเราจะข้ามมิติมาอีก พี่ไม่รู้สึกเหรอ?"
"หวังเผิงเผิง!" หวังเวินเซวียนถลึงตาใส่
ในตอนนั้นเอง ม่านผ้าก็ถูกดึงเปิดออกอีกครั้ง น้าซูสื่อหรูเดินออกมา เธอรีบจัดแต่งเครื่องแต่งกายอย่างลนลาน กระดุมเสื้อกี่เพ้าสีฟ้าหม่นถูกกลัดไว้อย่างพิถีพิถันอีกครั้ง และผมยาวก็รวบไว้ลวกๆ อย่างไรก็ตาม รอยแดงที่ยังหลงเหลืออยู่บนแก้ม และร่องรอยแห่งความเสน่หาในแววตา... ไม่ว่าจะยังไงก็ซ่อนไม่มิด
สายตาของเธอหลุกหลิก ไม่กล้าสบตาลูกสาวทั้งสองคน นิ้วมือขยำชายเสื้อกี่เพ้าโดยไม่รู้ตัว
"เวินเซวียน เผิงเผิง..." เธอเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่เบากว่าปกติ "มันไม่ใช่อย่างที่พวกหนูคิดนะจ๊ะ..."
"แล้วมันเป็นยังไงคะ?" หวังเวินเซวียนหันกลับมา จ้องมองแม่ของเธอตรงๆ เสื้อยืดสีดำรัดรูปขับเน้นความภาคภูมิใจของท่อนบนที่กระเพื่อมไหวเล็กน้อยตามอารมณ์ เรียวขาขาที่สวมกางเกงยีนส์ยืนเหยียดตรงในท่าทีที่ดื้อรั้น แม้ใบหน้าจะเรียบเฉย แต่ลึกลงไปในดวงตามีอารมณ์ซับซ้อนตีรวนอยู่ ทั้งความตกใจ การตระหนักรู้ ร่องรอยความไม่พอใจที่ถูก 'ปิดบัง' และความรู้สึกเปรี้ยวปร่าลึกๆ ที่เธอเองก็ไม่อยากจะสำรวจมันให้ชัดเจนนัก
เธอรู้สึกขมขื่นในใจ 'กู่เยว่เจ้าบ้า! มาทำเรื่องแบบนี้กะทันหัน... ช่างเถอะ คิดไปจะมีประโยชน์อะไร ในโลกนรกแบบนี้แค่มีชีวิตอยู่ก็ดีพอแล้ว แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกไม่สบายใจแบบนี้ล่ะ?'
น้าซูสื่อหรูยิ่งทำตัวไม่ถูกภายใต้สายตาของลูกสาว แก้มของเธอแดงก่ำและส่งเสียงเบาราวกับยุง "เสี่ยวเยว่ เขา... พวกเรา..." ยิ่งพยายามอธิบายก็ยิ่งตะกุกตะกัก ดูเขินอายไปหมด เธอไม่ได้ดูเหมือนผู้ใหญ่ที่อ่อนโยนที่คอยดูแลบ้านอีกต่อไป แต่ดูเหมือนเด็กสาวที่ตกอยู่ในห้วงรักครั้งแรก
"โธ่ พี่คะ~" หวังเผิงเผิงกระโดดเข้ามา เธอหัวเราะคิกคักพลางคล้องแขนหวังเวินเซวียน "แม่น่ะขี้อายจะตาย พี่อย่าไปคาดคั้นเลย!"
"มันไม่ชัดเจนเหรอคะ? พรสวรรค์ 'เมล็ดพันธุ์แห่งรัก' ปรากฏออกมาแล้ว แถมยังเป็นพันธะผูกพันทางชีวิตด้วย หมายความว่ายังไงล่ะ? ก็หมายความว่านี่คือสวรรค์ลิขิตไงคะ!"
"มันคือพรหมลิขิต! พี่กู่เยว่กับแม่คือคู่สร้างคู่สมที่กิ่งทองใบหยกที่สุด!" ยิ่งพูดเธอก็ยิ่งตื่นเต้น ดวงตาเป็นประกายราวกับกำลังชิปคู่รักในนิยาย 'ว้าว! นี่มันเวอร์ชันชีวิตจริงของหนุ่มน้อยเลี้ยงต้อย... เอ๊ย สาวใหญ่ร่ายมนตร์เสน่ห์! ตื่นเต้นชะมัด! พี่กู่เยว่ปกติดูจริงจัง ไม่นึกเลยว่าจะรุกหนักขนาดนี้ ส่วนแม่ก็ปกติเงียบๆ แต่บทจะทำก็เรื่องใหญ่เลยแฮะ'
'แต่แบบนี้ก็ดีนะ เก็บของดีไว้ในครอบครัว พี่กู่เยว่กลายเป็น "คนกันเอง" แล้ว ต่อไปเขาจะปกป้องพวกเราได้เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น แถมแม่ยังมีที่พึ่งและดูมีความสุขขึ้นด้วย แค่พี่สาวดูจะอิจฉาหน่อยๆ? ฮิฮิ น่าสนุกจัง'
"เผิงเผิง!" ใบหน้าของน้าซูสื่อหรูแดงยิ่งกว่าเดิม เธออดไม่ได้ที่จะดุเบาๆ แต่ก็หาคำพูดมาโต้แย้งไม่ได้ ได้แต่ก้มหน้าเขินอาย นิ้วมือบิดชายเสื้อแน่นขึ้นไปอีก ภายใต้คอเสื้อกี่เพ้า ผิวขาวดั่งหิมะส่วนนั้นเริ่มแต้มไปด้วยรอยชมพูจางๆ
กู่เยว่มองดูสถานการณ์ "การพิจารณาร่วม" นี้ โดยเฉพาะสายตาของหวังเวินเซวียนที่ดูเหมือนจะสงบแต่จริงๆ แล้วสั่นคลอน และน้าซูสื่อหรูที่ดูเหมือนอยากจะแทรกแผ่นดินหนีด้วยความอับอาย เขารู้ดีว่าเขาต้องพูดอะไรสักอย่าง
เขากระแอมไอ เดินเข้าไปหาหญิงสาวทั้งสามคน และมองหวังเวินเซวียนกับหวังเผิงเผิงด้วยสายตาที่ซื่อตรง "มันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ น้าซูสื่อหรูปลุกพรสวรรค์พิเศษที่ต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดที่สุดกับฉันเพื่อให้มันส่งผล นี่เกี่ยวข้องกับศักยภาพในการอยู่รอดของพวกเราทุกคน แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลเดียวหรอกครับ"
เขาหยุดเว้นจังหวะ ชำเลืองมองซูสื่อหรูที่อยู่ข้างๆ ซึ่งเงยหน้าขึ้นอย่างเขินอายแต่มั่นคง แล้วพูดต่อ "ระหว่างน้ากับฉัน มันไม่ใช่แค่ความวูบวาบชั่วครั้งชั่วคราว การใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาสิบปี การดูแลกัน และการพึ่งพากัน ถูกกระตุ้นด้วยสภาพแวดล้อมที่บีบคั้นนี้"
คำอธิบายของเขาคือความจริงครึ่งหนึ่ง โดยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของพรสวรรค์ 'เมล็ดพันธุ์แห่งรัก' ขณะเดียวกันก็ยอมรับพื้นฐานทางอารมณ์ระหว่างกัน เขาเพียงแต่ทำให้ลำดับและความสำคัญของทั้งสองเรื่องดูพร่ามัวลง
หลังจากฟังแล้ว หวังเวินเซวียนก็นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เธอเบือนหน้ามองออกไปทางโลกที่ยังคงถูกแช่แข็งนอกหน้าต่าง นิ้วมือบีบแขนที่กอดอกแน่นขึ้นเล็กน้อย 'พันธะพรสวรรค์... ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดที่สุด...'
เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ และเมื่อหันกลับมา ใบหน้าของเธอก็ถูกแทนที่ด้วยท่าทาง "ช่างมันเถอะ" ที่ดูสบายๆ แถมยังโบกมืออย่างเกินจริง "ก็ได้ๆ อธิบายอะไรเยอะแยะล่ะ? ในเมื่อพวกนายสมยอมกัน และมันก็เพื่อการอยู่รอด พวกเราจะพูดอะไรได้อีกล่ะ?"
"ขอแค่ไม่ทำให้เรื่องสำคัญเสียงาน และไม่... เอิ่ม กระทบต่อการพักผ่อนของทุกคนในบางเวลา ก็ถือว่าโอเคค่ะ"
หวังเผิงเผิงรีบเสริมทันทีพร้อมหัวเราะคิกคัก "นั่นสิ! พี่สาวพูดแล้ว เรื่องนี้ถือเป็นอันจบ! แม่คะ พี่กู่เยว่ ยินดีด้วยนะ! เมื่อไหร่จะเลี้ยงเหล้ามงคลพวกหนูล่ะ?" เธอแกล้งขยิบตาและทำหน้าล้อเลียน
น้าซูสื่อหรูถูกลูกสาวคนเล็กเย้าแหย่จนอายม้วน และอดไม่ได้ที่จะตีเธอเบาๆ "เผิงเผิง! พูดจาให้เกียรติหน่อยลูก!"
เมื่อเห็นดังนี้ กู่เยว่ก็รู้สึกโล่งใจ เขากำลังจะพูดต่อ ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนที่ชัดเจนก็ดังขึ้นในหัวของทั้งสี่คนพร้อมกัน:
[ภารกิจรายวันรีเฟรชแล้ว]
[ประเภทภารกิจ: หนึ่งดาว]
[เนื้อหาภารกิจ: สังหาร 'ศพหิมะ' 5 ตน]
[รางวัลภารกิจ: เหรียญทางหลวง 50 เหรียญ, กล่องเสบียงสุ่มคุณภาพสีขาว 1 กล่อง]
[บทลงโทษหากล้มเหลว: ไม่มี]
[คำแนะนำ: ศพหิมะมักจะเร่ร่อนอยู่ตามสองข้างทางของดินแดนศพหิมะ พวกมันเคลื่อนที่ช้าแต่มีความกระหายในการโจมตีสูง โปรดระวังความปลอดภัย]
ภารกิจรายวันมาแล้ว! และภารกิจแรกคือการฆ่ามอนสเตอร์ สายตาของกู่เยว่คมปลาบทันที บรรยากาศที่ดูนวลเนียเมื่อครู่ถูกปัดเป่าออกไปโดยข้อความภารกิจที่เย็นชา แทนที่ด้วยความเคร่งขรึมในการเผชิญกับความท้าทายเพื่อการอยู่รอด
"ศพหิมะ 5 ตน!" หวังเผิงเผิงทิ้งท่าทีเล่นสนุก "พวกที่เดินโซเซอยู่ข้างนอกนั่นใช่ไหมคะ?"
"ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น" กู่เยว่มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นร่างที่แข็งทื่อเหล่านั้นเคลื่อนที่ผ่านหิมะอยู่ไกลๆ "รางวัลอาจจะดูธรรมดา แต่ทุกอย่างมีค่า อีกอย่างเราต้องลองสู้จริงเพื่อทำความคุ้นเคยกับมอนสเตอร์ของโลกใบนี้ด้วย"
หวังเวินเซวียนเดินเข้ามา ใบหน้าของเธอกลับเข้าสู่สภาวะสงบนิ่งเพื่อการวิเคราะห์ "ศพหิมะ? ดูจากชื่อและรูปร่างหน้าตา พวกมันน่าจะกลัวไฟหรือเปล่า? หรือการเคลื่อนที่ช้าอาจจะเป็นจุดอ่อน?"
"อาวุธนี้น่าจะพอไหว" กู่เยว่ชั่งน้ำหนักมีดทำครัวคุณภาพสีเขียวในมือ และสัมผัสถึงพลังจิตที่เพิ่งได้รับมาในหัว "นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้ทดสอบอะไรหลายๆ อย่าง"
เขามองไปที่หญิงสาวทั้งสาม "ภารกิจต้องการการฆ่า แต่ไม่ได้ระบุว่าใครต้องเป็นคนทำ พวกเราจะไปด้วยกัน เวินเซวียน ใช้เนตรจันทรารำลึกของเธอช่วยพยากรณ์ช่วงเวลาที่ศพหิมะรวมตัวกันมากที่สุด เผิงเผิง ใช้กระดานหมากดาราดูว่าเธอจะควบคุมพวกมันให้มารวมกันเป็นกองได้ไหม"
เขามองไปที่น้าซูสื่อหรู
น้าซูสื่อหรูยืดหลังตรงทันที แววตาของเธอมั่นคงขึ้นแม้แก้มจะยังแดงอยู่ "น้าก็ช่วยได้นะ! สมรรถภาพร่างกายของน้า... ดูเหมือนจะดีขึ้นนิดหน่อยเพราะเมล็ดพันธุ์แห่งรักด้วย" เสียงของเธอไม่ดังนักแต่จริงจังมาก
มุมปากของกู่เยว่ยกยิ้มขึ้น "ไม่ได้ครับน้า ตอนนี้น้ายังไม่แข็งแกร่งพอ อยู่บนรถเถอะ น้าเพิ่งจะฝากเมล็ดพันธุ์ไว้ในตัวผมและกลายเป็นผู้หญิงของผม ผมไม่อยากให้เกิดอะไรขึ้นกับน้า"
"ที่สำคัญที่สุดคือผมยังไม่แข็งแกร่งพอ ไว้หลังจากนี้พอผมเก่งขึ้น เมล็ดพันธุ์เติบโตขึ้น และความแข็งแกร่งของน้าเพิ่มขึ้นตามผมมา ตอนนั้นน้าค่อยมาช่วยผมก็ยังไม่สายครับ"