- หน้าแรก
- มหายุคฟื้นฟูพลังปราณ เมื่ออสูรคู่กายมอบพลังย้อนกลับ
- บทที่ 29 แม่นมอย่างนั้นหรือ?
บทที่ 29 แม่นมอย่างนั้นหรือ?
บทที่ 29 แม่นมอย่างนั้นหรือ?
บทที่ 29 แม่นมอย่างนั้นหรือ?
หลานอวิ๋นถูกแมลงปอหยกเร้นลับพาร่างบินโฉบขึ้นไปบนอากาศ ทว่าฝูงคางคกทมิฬเบื้องล่างกลับพากันกระโดดโหยงเหยงและตวัดลิ้นยาวหมายจะโจมตีเธอ
หากไม่ใช่เพราะความเร็วอันน่าเหลือเชื่อและทักษะการบินอันเป็นเลิศของแมลงปอหยกเร้นลับ ทั้งมันและหลานอวิ๋นคงถูกลากกลับลงไปในวงล้อมของฝูงคางคกทมิฬอีกครั้งเป็นแน่
"หวังหยาง ด้วยอานุภาพของทักษะเพลิงผลาญแปดทิศ นายสามารถสะกดข่มคางคกทมิฬพวกนี้ได้!" ซูเสวี่ยซึ่งคอยสังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลาสบโอกาสจึงรีบเอ่ยขึ้นทันที
หวังหยางเองก็กำลังมองหาจังหวะอยู่เช่นกัน เมื่อได้ยินคำพูดของเธอ เขาจึงไม่ลังเลที่จะปลดปล่อยทักษะเพลิงผลาญแปดทิศออกไปในทันที
"ติ๊ง! ใช้แต้มโทสะ 1,000 แต้ม พลังทำลายล้างของทักษะเพลิงผลาญแปดทิศเพิ่มขึ้นห้าเท่า และอาณาเขตครอบคลุมเพิ่มขึ้นห้าเท่า"
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้น
เพียงชั่วพริบตา ทะเลเพลิงก็แผ่ขยายครอบคลุมพื้นที่กว่าครึ่งของโถงถ้ำ
หมอกพิษที่ลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณสลายตัวลงอย่างเห็นได้ชัด คางคกทมิฬนับร้อยตัวดิ้นทุรนทุรายกระโดดไปมาในทะเลเพลิงพร้อมกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
คางคกทมิฬอีกราวๆ สองถึงสามสิบตัวที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเปลวเพลิงรีบกระโดดหนีถอยห่างออกจากบริเวณทะเลเพลิงทันที
แมลงปอหยกเร้นลับอาศัยจังหวะนี้พาหลานอวิ๋นมาส่งยังจุดที่หวังหยางและซูเสวี่ยยืนอยู่ได้อย่างปลอดภัย
"โฮก! โฮก!"
ทว่าในขณะที่ทั้งสามกำลังเตรียมจะล่าถอย เสียงเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้ก็พลันปะทุรุนแรงยิ่งขึ้น
หวังหยางใจกระตุกวาบ ทั้งสามคนที่เพิ่งจะหันหลังเตรียมตัวจากไปพลันหันขวับกลับมามองเป็นตาเดียว
พวกเขาเห็นฝูงค้างคาวเพลิงปรโลกบินโฉบไปมาอยู่กลางอากาศ ปากของพวกมันอ้ากว้างและพ่นเปลวเพลิงสีเขียวอมฟ้าอันน่าขนลุกออกมาอย่างต่อเนื่อง
ทักษะเพลิงผลาญแปดทิศทำได้เพียงแผดเผาผิวหนังของฝูงคางคกทมิฬเท่านั้น ไม่อาจสร้างบาดแผลสาหัสให้พวกมันได้เลยด้วยซ้ำ
แต่เมื่อเปลวเพลิงสีเขียวชวนขนลุกที่ค้างคาวเพลิงปรโลกพ่นออกมาสัมผัสเข้ากับตัวพวกคางคกทมิฬ ร่างของพวกมันกลับถูกเผาไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านไปในชั่วพริบตา
"ติ๊ง! สังหารสัตว์อสูรขอบเขตระดับสอง ขั้นสาม สำเร็จ 1 ตัว สะสมแต้มโทสะ 40 แต้ม!"
"ติ๊ง! สังหารสัตว์อสูรขอบเขตระดับสอง ขั้นสาม สำเร็จ 8 ตัว สะสมแต้มโทสะ 320 แต้ม!"
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังสะท้อนก้องอยู่ในหัวของหวังหยางอย่างต่อเนื่อง
"นี่มัน... ค้างคาวเพลิงปรโลกงั้นหรือ?!"
สีหน้าของหลานอวิ๋นตึงเครียดขึ้นมา เธอจ้องมองค้างคาวเพลิงปรโลกที่กำลังพ่นไฟสีเขียวแปลกประหลาดออกมาไม่หยุดด้วยความตื่นตะลึงอย่างยิ่ง
ก่อนหน้านี้เธอเอาแต่สนใจหวังหยาง ซูเสวี่ย และแมลงปอหยกเร้นลับที่บินอยู่ใกล้ๆ จนมองข้ามการมีอยู่ของค้างคาวเพลิงปรโลกไปเสียสนิท
เมื่อจู่ๆ ก็ได้มาเห็นฤทธิ์เดชของมันเช่นนี้ หนังศีรษะของเธอก็พลันชาหนึบ ความรู้สึกหวาดกลัวอย่างสุดซึ้งยังคงตกค้างอยู่ในใจ
หากแมลงปอหยกเร้นลับไม่เข้าไปช่วยเธอไว้ได้ทันเวลา เธอเองก็คงถูกเปลวเพลิงของค้างคาวเพลิงปรโลกกลืนกินไปแล้วเช่นกัน!
"ดูเหมือนพวกเราจะไม่ต้องรีบร้อนถอยแล้วล่ะ!"
เมื่อได้ฟังเสียงแจ้งเตือนของระบบในหัว แม้จะเป็นน้ำเสียงที่เย็นชาไร้อารมณ์ ทว่าสำหรับหวังหยางในตอนนี้ มันกลับไพเราะเสียยิ่งกว่าเสียงดนตรีใดๆ
เดิมทีเขาคิดว่าแต้มโทสะนับพันที่เพิ่งจะจ่ายออกไปคงสูญเปล่าและไม่อาจเรียกคืนมาได้เสียแล้ว
เขาไม่คาดคิดเลยว่าเพียงแค่ค้างคาวเพลิงปรโลกลงมือครั้งแรก มันก็จะช่วยเก็บเกี่ยวแต้มโทสะมาให้เขาได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ!
"ตอนนี้ฉันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของค้างคาวเพลิงปรโลกแน่ และในชีพจรปฐพี... เดี๋ยวก่อน ทำไมฉันถึงสัมผัสได้ว่าค้างคาวเพลิงปรโลกตัวนั้นเป็นสัตว์อสูรพันธสัญญาของหวังหยางกันล่ะ?!"
หลานอวิ๋นกำลังจะอธิบายสถานการณ์ภายในชีพจรปฐพีให้หวังหยางฟัง แต่จังหวะนั้นเองที่ค้างคาวเพลิงปรโลกบินโฉบเข้ามาใกล้ พวกเธอจึงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย
"ค้างคาวเพลิงปรโลกเป็นสัตว์อสูรของหวังหยางจริงๆ เธอรีบรักษาตัวก่อนเถอะ เดี๋ยวพวกเราค่อยอธิบายให้ฟังทีหลัง"
ซูเสวี่ยกล่าวพลางหยิบโอสถฟื้นฟูออกมาแล้วยื่นส่งให้หลานอวิ๋น
"ฉันมียารักษาอยู่ พวกเราไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอะไรขึ้นอีก เธอเก็บยาของเธอไว้ใช้ยามฉุกเฉินเถอะ!"
คลื่นความตกตะลึงลูกใหญ่ซัดกระหน่ำอยู่ภายในใจของหลานอวิ๋น แต่เมื่อได้ยินคำพูดของซูเสวี่ย เธอก็พยายามข่มความรู้สึกเหล่านั้นลง นั่งขัดสมาธิลงกับพื้นและกลืนโอสถเพื่อเริ่มรักษาอาการบาดเจ็บ
หวังหยางมองดูหลานอวิ๋นฟื้นฟูพลังร่างกาย พลางอดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุใดเธอจึงไม่เรียกสัตว์อสูรพันธสัญญาของตัวเองออกมาช่วยสู้
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงใช้ระบบตรวจสอบหน้าต่างสถานะของหลานอวิ๋น
"ชื่อ: หลานอวิ๋น"
"ระดับ: ขอบเขตระดับสอง ขั้นเจ็ด"
"ค่าพลังปราณ: 7315"
"ธาตุ: น้ำ, ไม้"
"สัตว์อสูร: ผีเสื้อวิญญาณสีคราม (ระดับสาม ขั้นเจ็ด), เถาวัลย์มรกต (ระดับสาม ขั้นห้า)"
"ทักษะยุทธ์: เคล็ดวิชาจำแลงพฤกษา (ระดับห้า ขั้นสูง), เพลงกระบี่เมฆาคราม (ระดับสี่ ขั้นสูงสุด), เคล็ดวิชาฟื้นฟูหมอกวารี (ระดับสี่ ขั้นสูงสุด)"
"อาวุธ: เกราะอ่อนไหมวิญญาณหยก (ระดับปฐพี ขั้นสุดยอด), กระบี่อ่อนทองคำเขียวเร้นลับ (ระดับปฐพี ขั้นกลาง)"
"แม่นมงั้นหรือ?"
หลังจากอ่านข้อมูลจบ คำเรียกสายอาชีพในเกมก็ผุดขึ้นมาในหัวของหวังหยางทันที
หวังหยางเคยได้ยินชื่อของทั้งผีเสื้อวิญญาณสีครามและเถาวัลย์มรกตมาก่อน สัตว์อสูรทั้งสองสายพันธุ์นี้มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นที่ต้องการอย่างมากในหมู่ผู้ฝึกยุทธ์สายรักษา
พลังรบของผีเสื้อวิญญาณสีครามนั้นอ่อนแอมาก หากต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรในระดับและขั้นเดียวกัน สิ่งเดียวที่มันทำได้ก็คือการบินหนีเอาชีวิตรอด
ขณะที่พลังรบของเถาวัลย์มรกตไม่ได้แย่จนเกินไปนัก ทว่าหากเทียบกับสัตว์อสูรในระดับเดียวกันก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปานกลางเท่านั้น
ถึงแม้หลานอวิ๋นจะฝึกฝนทักษะยุทธ์สายกระบี่ แต่เห็นได้ชัดว่าเธอเน้นหนักไปที่ทักษะสายสนับสนุนและรักษามากกว่า
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมด้วยระดับขอบเขตพลังของเธอ ถึงยังถูกฝูงคางคกทมิฬล้อมกรอบเอาไว้ได้!
"หลานอวิ๋นเป็นผู้ฝึกยุทธ์สายรักษา แต่พลังรบของเธอก็ไม่ได้อ่อนแอเสียทีเดียว ก่อนหน้าที่จะมาเจอฝูงคางคกทมิฬ เธอต้องไปเจอปัญหาอื่นมาแน่ๆ!"
ซูเสวี่ยเห็นหวังหยางเอาแต่จ้องมองหลานอวิ๋น จึงคิดว่าเขากำลังสงสัยเรื่องที่อีกฝ่ายถูกฝูงคางคกทมิฬรุมล้อม เธอเลยเอ่ยปากไขข้อข้องใจให้
"ไว้รอให้เธอรักษาตัวเสร็จแล้วค่อยถามเธอดู"
หวังหยางพยักหน้ารับเบาๆ
"อืม"
ซูเสวี่ยพยักหน้า จากนั้นจึงสั่งให้แมลงปอหยกเร้นลับบินไปข้างกายหลานอวิ๋นและร่ายทักษะแสงเทวะพิทักษ์วิญญาณ
ไอพิษที่ลอยวนเวียนอยู่รอบตัวหลานอวิ๋นถูกชำระล้างจนสลายไปสิ้นในพริบตา
"ทักษะชำระล้าง! ไม่รู้ว่าในอนาคตฉันจะมีทักษะแบบนี้บ้างไหมนะ!"
หวังหยางรู้สึกอิจฉาขึ้นมาตงิดๆ และเผลอปรายตามองไปทางค้างคาวเพลิงปรโลกโดยไม่รู้ตัว
เพียงเวลาไม่ถึงสองนาที ค้างคาวเพลิงปรโลกก็กวาดล้างฝูงคางคกทมิฬในโถงถ้ำไปจนหมดเกลี้ยง
ตัวเลขในช่องแต้มโทสะ เมื่อรวมกับแต้มที่สะสมมาจากการสังหารฝูงโคเหลืองต่างพันธุ์ก่อนหน้านี้ ตอนนี้ทะยานไปถึง 9,741 แต้มแล้ว
ค้างคาวเพลิงปรโลกไม่ได้บินกลับมา แต่มันกลับจ้องเขม็งไปยังเส้นทางที่เชื่อมต่อไปยังโถงถ้ำจุดอื่นแทน
ทว่าหลังจากเฝ้ารออยู่นานก็ไม่มีคางคกทมิฬตัวใหม่โผล่ออกมาอีก เห็นได้ชัดว่าพวกมันหวาดกลัวต่อความโกลาหลที่เกิดขึ้นเมื่อครู่จนขวัญหนีดีฝ่อกันไปหมดแล้ว
"ฟู่! ดูเหมือนว่าข่าวลือเมื่อครึ่งปีก่อนจะเป็นเรื่องจริงสินะ ถ้าตอนนั้นเธอไม่ชิงทำสัญญากับแมลงปอหยกเร้นลับไปก่อน เธอรับหวังหยางคงได้กลายเป็นตำนานในฐานะนักเรียนสอบเข้ามหาวิทยาลัยยุทธ์สายอสูรคู่ไปแล้วแน่ๆ!"
หลานอวิ๋นฟื้นฟูพลังเสร็จสิ้น เธอพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา ปรายตามองแมลงปอหยกเร้นลับที่กำลังส่องประกายเรืองรองอยู่ข้างกาย ก่อนจะหันไปมองซูเสวี่ย
"นี่ไม่ใช่แมลงปอหยกเร้นลับธรรมดาทั่วไปหรอกนะ ถ้าฉันปล่อยโอกาสหลุดมือไป ชาตินี้ก็อาจไม่มีวันทำสัญญากับมันได้สำเร็จอีกแล้ว"
ซูเสวี่ยเพียงแค่ยิ้มรับ โดยไม่มีท่าทีนึกเสียใจเลยแม้แต่น้อย
"ก็จริงนะ แมลงปอหยกเร้นลับตัวนี้ดูแตกต่างจากพวกพ้องของมันอย่างเห็นได้ชัดเลย โดยปกติแล้ว แมลงปอหยกเร้นลับในมิติหยกเร้นลับจะสามารถเติบโตไปได้ถึงขอบเขตระดับหกเมื่อโตเต็มวัย ไม่รู้ว่าตัวของเธอจะเติบโตไปได้ถึงระดับไหนกัน?"
หลานอวิ๋นพยักหน้าเบาๆ จากนั้นก็พิจารณาแมลงปอหยกเร้นลับด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"มันมีทักษะระดับเอสอยู่ถึงสามทักษะ และมีชะตาที่ถูกกำหนดมาให้ทะลวงไปถึงระดับเจ็ดได้อย่างแน่นอน"
ซูเสวี่ยตอบกลับด้วยรอยยิ้ม นี่คือเหตุผลที่ตอนนั้นเธอยอมเสี่ยงสร้างความเสียหายต่อรากฐานวิญญาณของตนเอง เพื่อดึงดันทำสัญญากับแมลงปอหยกเร้นลับตัวนี้ให้ได้
"โอ๊ะ? หรือว่าแมลงปอหยกเร้นลับตัวนี้จะมีความพิเศษอะไรซ่อนอยู่งั้นเหรอ?"
หลานอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตกตะลึง
ระดับขอบเขตพลังที่สัตว์อสูรสายเติบโตจะสามารถพัฒนาไปถึงได้นั้น มีความเกี่ยวข้องกับระดับของทักษะที่พวกมันครอบครองอยู่อย่างลึกซึ้ง
แต่ถึงแม้จะมีทักษะระดับเอสอยู่ถึงสามทักษะ โอกาสที่จะสามารถทะลวงผ่านไปสู่ระดับเจ็ดได้ก็มีเพียงแค่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น
ทว่าซูเสวี่ยกลับมั่นใจเอามากๆ ว่าแมลงปอหยกเร้นลับตัวนี้จะไปถึงระดับเจ็ดได้อย่างแน่นอน ซึ่งมันผิดปกติเอามากๆ!