เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 930 วิธีใช้ทวนฟางเทียนฮว่าที่ถูกต้อง

บทที่ 930 วิธีใช้ทวนฟางเทียนฮว่าที่ถูกต้อง

บทที่ 930 วิธีใช้ทวนฟางเทียนฮว่าที่ถูกต้อง


"ได้รับชัยชนะในการแข่งขัน! แต้มทักษะ +100!"

"คว้าแชมป์การแข่งขันเดี่ยวเวิลด์คัพ ปี 2019! แต้มทักษะ +1,000!"

"ครองแชมป์การแข่งขันเดี่ยวเวิลด์คัพต่อเนื่อง! ป้องกันแชมป์สำเร็จ! แต้มทักษะ +3,000!"

โอ๊ะโอ!?

ข้อความที่ส่งมาจากแผนภูมิดาราจิตทัศน์ ทำเอาเจียงเสี่ยวถึงกับชะงักไปเล็กน้อย

แต้มทักษะสองรายการแรกเป็นสิ่งที่เขาสมควรได้รับอยู่แล้ว แต่รายการสุดท้ายนี่สิ...

มีเรื่อง "ป้องกันแชมป์สำเร็จ" แบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย?

โธ่เอ๊ย รู้อย่างนี้น่าจะลงแข่งประเภททีมในครั้งที่แล้วด้วยก็ดีหรอก!

เจียงเสี่ยวรู้สึกเสียดายจนแทบกระอักเลือด แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงความปรารถนาอันงดงามเท่านั้น

ในการแข่งขันครั้งก่อน... เจียงเสี่ยวต้องฝ่าฟันเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาตลอดทาง กว่าจะได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันเดี่ยวมาก็ยากลำบากเลือดตาแทบกระเด็น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการลงแข่งทั้งสองประเภทเลย จีนไม่มีทางอนุญาตให้ทำแบบนั้นแน่

แต่เพราะเจียงเสี่ยวสร้างผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ การแข่งขันครั้งนี้จึงมีข้อยกเว้นพิเศษให้กับเขา เจียงเสี่ยวถือได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกคนแรกเลยก็ว่าได้

ทว่าเวิลด์คัพอนุญาตให้ผู้เข้าแข่งขันเข้าร่วมได้เพียงสองครั้งเท่านั้น ไม่ว่าคุณจะซ้ำชั้นหรือไม่ก็ตาม ก็จะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันอีกต่อไป เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับจีน แต่มันเป็นกฎของทางผู้จัดงานเวิลด์คัพที่ไม่มีวันถูกแหกได้

ประกอบกับสถานการณ์ของโลกในตอนนี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาด เวิลด์คัพครั้งนี้ ก็อาจจะกลายเป็น "เวิลด์คัพวันสิ้นโลก" อย่างแท้จริงแล้ว

ด้วยแต้มทักษะที่ได้รับมาอย่างเต็มกระเป๋า เจียงเสี่ยวจึงยื่นมือไปรับกล่องสี่เหลี่ยมใบเล็กจากชายวัยกลางคนในชุดสูทเต็มยศด้วยความเบิกบานใจ

เจียงเสี่ยวเมินเฉยต่อพนักงานต้อนรับสาวสวยไปโดยอัตโนมัติ เขาเปิดกล่องสี่เหลี่ยมใบเล็กออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือลูกแก้วดาราสีดำขลับสามลูก

สีของลูกแก้วดาราแบบนี้พบเห็นได้ไม่บ่อยนัก เจียงเสี่ยวกลับรู้สึกคุ้นตากับมันอย่างประหลาด

รางวัลของเวิลด์คัพ ย่อมต้องเป็นลูกแก้วดาราสายมิติอันล้ำค่าที่สุดอย่างแน่นอน ถ้างั้น...

เจียงเสี่ยวเอื้อมมือไปขยับลูกแก้วดารา ภายในแผนภูมิดาราจิตทัศน์ก็ปรากฏข้อความที่เกี่ยวข้องขึ้นมา:

"ลูกแก้วดาราสิ้นสุดห้วงทมิฬ (คุณภาพแพลทินัม)

มีทักษะดารา:

1. พันธนาการห้วงทมิฬ: พันธนาการพื้นที่หนึ่งแห่ง ในพื้นที่แห่งนี้ ห้ามใช้ทักษะดาราสายมิติทุกชนิด การเปิดใช้งานและคงสภาพพื้นที่ห้วงทมิฬ จำเป็นต้องใช้พลังดาวจำนวนมหาศาลอย่างต่อเนื่อง (คุณภาพแพลทินัม)

2. พิทักษ์ห้วงทมิฬ: ผลาญพลังดาวจำนวนมหาศาล เพื่อกางเกราะมิติขนาดใหญ่ สามารถเทเลพอร์ตเป้าหมายที่กำหนดภายในเกราะมิติ ไปยังสถานที่ที่ระบุได้ เกราะมิติมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งยิ่ง (คุณภาพแพลทินัม)"

ตามคาด เจียงเสี่ยวจำได้ว่า หานเจียงเสว่ทะลวงผ่านขอบเขตพลังดาวขั้นเล็กๆ ได้ ก็ตอนที่ดูดซับลูกแก้วดาราลูกนี้ที่บ้านในเป่ยเจียงนี่แหละ

ครั้งก่อนหานเจียงเสว่ไม่ได้รับ "พันธนาการห้วงทมิฬ" มา คราวนี้ เธอจะดูดซับมันได้ไหมนะ?

ห้ามใช้ทักษะดาราสายมิติทุกชนิด ความสามารถนี้คล้ายคลึงกับทักษะดาราจากลูกแก้วดาราของมังกรจองจำมาก จะยกให้หานเจียงเสว่ดีไหมนะ?

เจียงเสี่ยวคิดไปพลาง ถ่ายรูปกับบรรดาบุคคลสำคัญ ถ่ายรูปกับเพื่อนร่วมทีมและทีมโค้ชไปพลาง

หลังจากเฉลิมฉลองกันอยู่นานพักใหญ่ ในที่สุดเขาก็ถือลูกแก้วดารา อุ้มถ้วยรางวัล เดินตามหัวหน้าผู้คุมทีมกงจวี่เหริน มุ่งหน้าไปยัง "งานแถลงข่าว"

การสัมภาษณ์แชมป์เปี้ยน ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะสงวนไว้ให้สื่อจีนเพียงเจ้าเดียว ทว่ามันถูกจัดขึ้นในหอประชุมเล็กๆ แห่งหนึ่งภายในสนามกีฬา

เจียงเสี่ยวคุ้นเคยกับขั้นตอนนี้เป็นอย่างดี เมื่อเขาเดินเข้าไปในหอประชุมเล็ก ก็เห็นนักข่าวจากหลากหลายประเทศเบียดเสียดยัดเยียดกันจนแน่นขนัด

ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องยินดีระลอกแล้วระลอกเล่า เจียงเสี่ยวก้าวขึ้นไปบนเวที วางถ้วยรางวัลนักรบดาราลงบนโต๊ะ มือข้างหนึ่งยกขึ้นเกาหลังศีรษะ พลางแสยะยิ้มกว้าง

แสงแฟลชวูบวาบสาดส่องเข้ามา ทำเอาเจียงเสี่ยวแทบตาบอด

"สิบคำถามครับ!" พนักงานของทีมเอ่ยขึ้น

ถึงแม้จะมีคนยกมือขึ้นมากมาย แต่พนักงานก็ยังคงเลือกนักข่าวเฮ่อฮวานจากจีนอยู่ดี

เฮ่อฮวานยืนขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส รัวคำพูดด้วยความเร็วที่น่าขนลุก "ขอแสดงความยินดีด้วยครับเจียงเสี่ยวผี! คุณสามารถป้องกันแชมป์เวิลด์คัพนักรบดาราได้สำเร็จ! ช่างเป็นความสำเร็จที่ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน และคงไม่มีใครทำได้อีกในอนาคต! ในฐานะชาวจีน ผมรู้สึกภาคภูมิใจในตัวคุณมากจริงๆ ครับ! ขอถามหน่อยครับว่าตอนนี้คุณรู้สึกยังไงบ้าง? แล้วหลังจากจบเวิลด์คัพครั้งนี้ คุณมีแผนการในอนาคตยังไงบ้างครับ?"

เจียงเสี่ยวยักไหล่ เอ่ยตอบ "อารมณ์ดีครับ ส่วนแผนการในอนาคตน่ะเหรอ..."

เจียงเสี่ยวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า "ก็คงกลับมหาวิทยาลัยนักรบดาราแห่งเมืองหลวง ไปสอบซ่อมปลายภาคของชั้นปีสามล่ะมั้งครับ พยายามอย่าให้สอบตกจนต้องซ้ำชั้นก็พอ"

เฮ่อฮวาน: "..."

เอาล่ะสิ! ฮีลพิษน้อย! หากินมุกเดิมเลยนะเนี่ย? เหมือนกับเมื่อสองปีก่อนเป๊ะๆ เลยไม่ใช่หรือไง?

เมื่อเจียงเสี่ยวให้สัมภาษณ์เสร็จ ก็อุ้มถ้วยเวิลด์คัพเดินกลับไปยังห้องแต่งตัวของตนเอง ระหว่างทางมีคนเข้ามาแสดงความยินดีไม่ขาดสาย เจียงเสี่ยวก็พยักหน้ารับคำทักทายอย่างต่อเนื่อง ทว่า...

เจียงเสี่ยวหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องแต่งตัว รู้สึกตงิดๆ ในใจ ทำไมข้างในมันถึงได้เงียบเชียบขนาดนี้ล่ะ?

นอกประตูมีกลุ่มนักข่าวแบกกล้องวิดีโอ ราวกับปืนยาวปืนสั้นที่พร้อมจะเกาะติดเจียงเสี่ยวไปจนถึงที่สุด

เจียงเสี่ยวได้แต่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา เขาเปิดประตูออก ทว่ากลับสัมผัสได้ถึงความเงียบงันที่สาดซัดเข้ามา!?

เจียงเสี่ยว: ???

เบื้องหน้า คือภาพของเหล่าเพื่อนร่วมทีมและทีมโค้ชที่กำลังส่งยิ้มแย้มแจ่มใส

วินาทีต่อมา เจียงเสี่ยวก็รู้สึกได้ว่าตนเองถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง คนผู้นั้นมีรูปร่างสูงใหญ่ พละกำลังมหาศาล ยิ่งไปกว่านั้น...

จากสัมผัสอันอ่อนนุ่มที่แนบชิดอยู่บริเวณแผ่นหลัง เจียงเสี่ยวก็รู้ได้ทันทีว่าคนที่อยู่ด้านหลังน่าจะเป็นผู้หญิง?

ในทีมชาติไม่มีผู้หญิงที่ตัวสูงขนาดนี้นี่นา? นี่มัน...

เจียงเสี่ยวเอี้ยวคอหันกลับไป แหงนหน้าขึ้นมองด้านบน ก็พบกับรอยยิ้มซุกซนของอู่เหยา

แต่เนื่องจากทั้งสองคนตกอยู่ภายใต้อาณาเขตแห่งความเงียบ จึงไม่มีใครสามารถเปล่งเสียงพูดออกมาได้ และก็ใช้ทักษะดาราไม่ได้เช่นกัน

ฟุ่บ! ลำแสงแห่งพรสาดส่องลงมา ห่างจากตรงหน้าเจียงเสี่ยวไปเพียงสองก้าว!

นัยน์ตาของเจียงเสี่ยวหดเกร็งวูบ! อี้! ชิง! เฉิน!

ยัยเด็กคนนี้คิดจะก่อกบฏจริงๆ สินะ! ไม่ใช่แค่สาดความเงียบใส่ฉัน แต่ยังจะประทานพรให้ฉันอีก!?

อู่เหยาใช้สองแขนโอบรัดร่างของเจียงเสี่ยวเอาไว้แน่นหนา ยกตัวเขาขึ้นจนลอยละลิ่ว แล้วเดินตรงดิ่งเข้าไปหาลำแสงแห่งพรนั้น

เจียงเสี่ยวมีสีหน้าตื่นตระหนก ดิ้นรนขัดขืนอย่างบ้าคลั่ง ทว่าเมื่ออยู่ภายใต้อาณาเขตแห่งความเงียบ เจียงเสี่ยวก็ไม่อาจใช้ทักษะดาราได้ และหากต้องประลองพละกำลังกันเพียวๆ เขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอู่เหยาเลยแม้แต่น้อย!

ให้ตายเถอะ~ นักรบโล่ร่างยักษ์คนนี้คงไม่ได้ก้าวเข้าสู่ระดับดาวสมุทรดาราไปแล้วหรอกนะ?

แน่นอนว่า ต่อให้ระดับพลังของเธอจะยังคงหยุดอยู่ที่ระดับดาวดาราระยะสูงสุดเหมือนเมื่อก่อน เจียงเสี่ยวก็คาดว่าตัวเองคงจะดิ้นหลุดจากการพันธนาการของเธอไม่ได้อยู่ดี

เจียงเสี่ยวอ้าปากพะงาบๆ แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา ท่อนแขนถูกอู่เหยารัดแน่นจนขยับไม่ได้ ขาทั้งสองข้างเตะถีบสะเปะสะปะ ทว่าก็ไร้ประโยชน์

ในเมื่อขัดขืนไม่ได้ งั้นก็... อืม ปล่อยจอยไปเลยแล้วกัน?

ท้ายที่สุดแล้ว เจียงเสี่ยวที่ดิ้นรนขัดขืนอย่างสุดฤทธิ์ ก็ถูกอู่เหยาอุ้มเข้าไปภายในรัศมีของลำแสงแห่งพรจนได้

อี้ชิงเฉินตัวแสบ สาดพรลงมาไม่ยอมหยุดเลยนะ!

เจียงเสี่ยวรู้สึกเพียงว่าสมองขาวโพลน รสชาติอันแสนวิเศษที่ทำให้ล่องลอยราวกับปุยนุ่นนี้ ได้กระชากเขาเข้าสู่ห้วงแห่งความฝันอันแสนหวานในทันที

แสงศักดิ์สิทธิ์ ทรยศ... ไม่สิ ลูกศิษย์ของฉัน ทรยศฉัน!

ตุบ... เจียงเสี่ยวหัวทิ่มล้มคะมำลงไปกองกับพื้น เขารู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังนอนหมอบอยู่บนสายไหมอันอ่อนนุ่ม มันช่างสบายอะไรขนาดนี้นะ...

"โอ้! โอ้! โอ้!"

"ฮ่าๆๆ!" ภายในห้องแต่งตัวอันกว้างขวาง พลันมีเสียงหัวเราะเฮฮาดังขึ้นระงม อาณาเขตแห่งความเงียบปกคลุมอยู่แค่บริเวณหน้าประตูเท่านั้น แต่ไม่ได้ปกคลุมไปถึงด้านใน

เมื่อเจียงเสี่ยวได้สติกลับมา ก็พบว่าตนเองกำลังถูกแชมเปญ "สาดกระหน่ำ" ให้อย่างบ้าคลั่ง ภายในห้องวุ่นวายเละเทะไปหมดแล้ว

เจียงเสี่ยวเองก็ยินดีที่จะเข้าร่วมวงเฉลิมฉลองด้วย อี้ชิงเฉินไม่ได้สาดความเงียบออกมาอีก เจียงเสี่ยวก็ไม่ได้วาร์ปหนีไปไหน

เขาล้มลุกคลุกคลาน ไม่มีมาดแชมป์เปี้ยนหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย รีบถอยกรูดไปหลบอยู่ตรงมุมห้อง ทว่ากลับถูกทัพหน้าทะลวงฟันอย่างอู่เหยาเขย่าขวดแชมเปญ ฉีดอัดใส่หน้าอย่างไม่ปรานี...

เจียงเสี่ยวขมขื่นใจยิ่งนัก นี่ฉันดันไปเชิญตัวอะไรมาร่วมงานเนี่ย?

ตอนที่คว้าแชมป์ครั้งก่อน อู่เหยาก็ดูเหมือนจะเป็นคนที่พุ่งเข้ามาเป็นคนแรกเหมือนกันใช่ไหมนะ?

ทัพหน้าทะลวงฟันในครั้งก่อนยังมีใครอีกนะ? อ้อ ใช่แล้ว เซี่ยเหยียนไง!

โชคดีที่เซี่ยเหยียนยังอยู่ที่เมืองมิวนิก เพื่อเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันในวันพรุ่งนี้ ไม่อย่างนั้นห้องแต่งตัวแห่งนี้คงจะวุ่นวายยิ่งกว่านี้แน่

ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวาย ในที่สุดเจียงเสี่ยวก็คว้าตัวอี้ชิงเฉินเอาไว้ได้ เขาดึงอี้ชิงเฉินมาบังหน้าตัวเองไว้ ส่วนตัวเองก็หดตัวหลบอยู่ตรงมุมห้อง

ภายใต้การเฉลิมฉลองอันแสนเบิกบานใจ วิดีโออันล้ำค่าและภาพถ่ายอันล้ำค่าหลายต่อหลายภาพก็ได้ถูกบันทึกเอาไว้

ผู้คนเฉลิมฉลองกันอยู่พักใหญ่ ก่อนจะแยกย้ายกันไป ในที่สุดเจียงเสี่ยวก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ทรุดตัวลงนั่งแหมะกับพื้น

เบื้องหน้า หัวหน้าผู้คุมทีมกงจวี่เหรินเดินส่งยิ้มเข้ามาหา เขายื่นถ้วยเวิลด์คัพนักรบดาราที่เปื้อนคราบเหล้าไปหมดส่งให้เจียงเสี่ยว "ถือไว้สิ แชมป์เปี้ยน คราวหน้าคราวหลังก็อย่าทิ้งขว้างซี้ซั้วอีกล่ะ นักข่าวเยอะแยะขนาดนี้ ใครหยิบฉวยไปก็ไม่รู้หรอก"

เจียงเสี่ยวฉีกยิ้มกว้าง รับถ้วยรางวัลนักรบดาราที่ร่วงหล่นลงพื้นตอนที่ถูกพรเล่นงานเมื่อครู่นี้กลับมา

ดูจากท่าทางยิ้มแย้มแจ่มใสของหัวหน้าผู้คุมทีมแล้ว แผนการร้ายพวกนี้ก็คงจะได้รับอนุมัติจากเขาด้วยกระมัง

เจียงเสี่ยวรับถ้วยรางวัลมา พลางใช้จมูกสูดดม

อืม ถ้วยรางวัลนี้ช่างมีความหมายลึกซึ้งจริงๆ เอากลับไปแล้ว วันไหนที่เปรี้ยวปากอยากกินเหล้า ก็ยังเอามาเลียๆ ได้...

อี้ชิงเฉินเดินเข้ามาหา ย่อตัวลงนั่งยองๆ เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง "ฉัน... ฉันเอาไปล้างให้เอาไหม?"

เจียงเสี่ยวตวัดสายตามองอี้ชิงเฉินอย่างหงุดหงิด เอ่ยว่า "เธอนี่มันตัวตั้งตัวตีเลยนะ! เดี๋ยวก็ความเงียบ เดี๋ยวก็พร คิดจะก่อกบฏหรือไง!"

อี้ชิงเฉินกลับทำหน้าน้อยอกน้อยใจ เธอทำปากยื่น ลูบหัวเกรียนน้อยที่เปียกชุ่มของตนเอง พลางเอ่ยว่า "ไม่งั้นจะจับนายให้อยู่หมัดได้ยังไงล่ะ จะฉลองกันได้ยังไงเล่า..."

อู่เหยาเดินเข้ามาหา ยื่นขวดแชมเปญให้เจียงเสี่ยวขวดหนึ่งโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง

เจียงเสี่ยวนั่งอยู่บนพื้น แผ่นหลังพิงตู้ล็อกเกอร์ มือซ้ายถือถ้วยรางวัลนักรบดารา มือขวารับขวดแชมเปญมา

เขาเคยพูดเอาไว้ว่าจะดวดแชมเปญกับอู่เหยาสักขวด ก็ไม่จำเป็นต้องตระบัดสัตย์

ใครจะไปคิดล่ะว่า อู่เหยาจะเปลี่ยนกติกาหน้าตาเฉย เธอเอ่ยว่า "รวดเดียวหมดขวด ที่เหลือก็ให้ราดรดหัวตัวเองซะ"

เจียงเสี่ยว: "หา?"

กริ๊ง~

อู่เหยาถือขวดแชมเปญ นำไปชนกับขวดในมือของเจียงเสี่ยวเบาๆ เธอหมุนตัวหันหลังพิงตู้ล็อกเกอร์ นั่งลงเคียงข้างเจียงเสี่ยว "อูร่า!"

เจียงเสี่ยว: "..."

อู่เหยาแหงนหน้าขึ้นกระดกเหล้าเข้าปากทันที!

เจียงเสี่ยวชูขวดแชมเปญขึ้น ราดรดลงบนหัวของตัวเองโดยตรง...

"พรวด..." หางตาของอู่เหยาเหลือบไปเห็นการกระทำของเจียงเสี่ยวเข้าพอดี จึงสำลักพ่นเหล้าออกมาในทันที "นาย แค่กๆ นายทำบ้า แค่กๆ ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย?"

เจียงเสี่ยวเทเหล้าราดหัวไปพลาง สะบัดหัวไปพลาง สาดกระเซ็นหยาดน้ำเมาไปโดนตัวอู่เหยา พลางเอ่ยว่า "ฉันเปียกปอนไปทั้งตัวตั้งนานแล้วนี่นา"

อู่เหยารีบห้ามปราม แย่งขวดเหล้ามาจากมือเขาดื้อๆ ด้านในยังเหลือเหล้าอยู่อีกครึ่งขวด เธอเอ่ยว่า "อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน รีบดื่มเข้าไปเลย"

"ก็ได้ๆ" เจียงเสี่ยวเลียริมฝีปาก มองดูเหล้าครึ่งขวดที่เหลือ ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นกระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียว!

อืม เจียงเสี่ยวได้ตระหนักถึงสัจธรรมข้อหนึ่ง แชมเปญมีไว้สาดเล่นเท่านั้นแหละ ถ้าจะให้ดื่มล่ะก็ เบียร์เสวี่ยฮวายังอร่อยกว่าตั้งเยอะ...

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา การพบพานย่อมมีวันจากลา

อู่เหยาที่เปียกปอนไปทั้งตัวก็ไม่ได้จัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อย เธอใช้มือข้างหนึ่งยันไหล่ของเจียงเสี่ยวเอาไว้ ก่อนจะค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นยืน พลางเอ่ยว่า "รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในหน้าประวัติศาสตร์นี้ ฉันไปล่ะนะ"

พูดจบ เธอก็ก้าวเดินออกไปด้านนอก โดยมีกลิ่นเหล้าคลุ้งไปทั้งตัว

เจียงเสี่ยวมองตามแผ่นหลังอันสูงตระหง่านนั้นไป พลางเอ่ยถาม "ฉันจะได้เจอเธออีกไหม?"

อู่เหยาไม่ได้หันกลับมา เพียงแค่โบกมือไปมา

ช่างสง่างามอะไรเช่นนี้

เจียงเสี่ยวรู้สึกไม่ชินกับฉากการจากลาแบบนี้เอาเสียเลย ในสถานการณ์ปกติ การจากลาส่วนใหญ่ในชีวิตคนเรา ล้วนเป็นการกล่าวคำอำลาแบบเรียบง่าย ไม่ค่อยมีพิธีรีตองอะไรมากนัก

แต่ในกรณีแบบนี้ น่าจะเป็นการบอกลาอย่างเป็นทางการเสียมากกว่า

หากไม่มีอะไรผิดพลาด สำหรับนักรบโล่ร่างยักษ์ผู้ท่องโลกกว้างคนนี้ เจียงเสี่ยวคงจะไม่มีโอกาสได้พบเธออีกเป็นแน่

เจียงเสี่ยวเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง "ฉันพูดจริงนะ"

ฝีเท้าของอู่เหยาที่กำลังก้าวเดินไปที่ประตูหยุดชะงักลงเล็กน้อย เธอหันกลับมา มองไปยังเจียงเสี่ยวที่นั่งพิงตู้ล็อกเกอร์อยู่ พลางเอ่ยว่า "พรุ่งนี้ฉันยังต้องไปดูการแข่งขันประเภททีมอยู่นะ"

"อ้อ" บนใบหน้าของเจียงเสี่ยวพลันปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาจางๆ เขารีบเอ่ยเร่งเร้า "งั้นเธอก็ไปเถอะ รีบไปๆ อย่าหันกลับมามองล่ะ"

"หึ" อู่เหยาปรายตามองเจียงเสี่ยวแวบหนึ่ง ก่อนจะพาเรือนร่างที่โชยกลิ่นเหล้าคลุ้งหายลับออกไปทางประตู

บ่ายวันนั้น ขณะที่เจียงเสี่ยวกำลังนั่งเครื่องบินมุ่งหน้าไปยังเมืองมิวนิก เขาก็ไถเวยปั๋วดูไปพลาง และก็ได้เห็นข่าวคราวการคว้าแชมป์ของตนเองปรากฏขึ้นมาไม่ขาดสาย

เจียงเสี่ยวเซฟรูปภาพมาสองรูป รูปหนึ่งเป็นรูปหมู่ที่ทุกคนในทีมยืนชูถ้วยรางวัลอยู่บนเวที ส่วนอีกรูปเป็นรูปที่ทุกคนกำลังเฉลิมฉลองกันอย่างบ้าคลั่งในห้องแต่งตัว ท่ามกลางแชมเปญที่สาดกระเซ็นไปทั่ว

เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโพสต์เวยปั๋วด้วยข้อความสั้นๆ ง่ายๆ เพียงสี่คำ:

"เจียงเสี่ยวผีไม่ผี

เพิ่งโพสต์จากหัวเว่ย P10 Plus

พรุ่งนี้ลุยต่อ

(รูปภาพ) (รูปภาพ)"

เหล่าชาวเน็ตที่เฝ้ารอคอยโพสต์ของเจียงเสี่ยวอยู่ตลอดเวลา พอได้เห็นเวยปั๋วแบบนี้ ก็ถึงกับพูดไม่ออกบอกไม่ถูกจริงๆ

"เทพผีครับ ขอถามหน่อยเถอะครับว่า ทำยังไงผมถึงจะมีความเท่ระดับคุณได้บ้าง?"

"นี่มันลูกเต้าเหล่าใครวะเนี่ย? เมาปลิ้นแล้วล่ะสิ? ยังคิดจะคว้าแชมป์ทุกวัน ฉลองทุกวันอีกเหรอ? หืม? นี่มันเจียงเสี่ยวผีเหรอ? ขอโทษทีครับ ขอโทษที..."

"ตอนที่คว้าแชมป์คราวก่อน นายบอกว่าจะกลับไปสอบซ่อมที่มหาวิทยาลัยนักรบดาราแห่งเมืองหลวง! คว้าแชมป์คราวนี้ นายก็ยังจะกลับไปสอบซ่อมอีก! ฉันอยากรู้จริงๆ เลยว่า ตกลงแล้วมหาวิทยาลัยนักรบดาราแห่งเมืองหลวงมันเป็นสถาบันแบบไหนกันแน่? มีหน้าที่จัดสอบอย่างเดียวงั้นเหรอ?"

มหาวิทยาลัยนักรบดาราแห่งเมืองหลวง-ซิงอวิ๋น: "ผีเป่า แม่รักลูกนะจ๊ะ"

นิ้วของเจียงเสี่ยวที่กำลังเลื่อนดูคอมเมนต์หยุดชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าก็แข็งทื่อไปเช่นกัน

สถานการณ์อะไรกันเนี่ย?

ฟางซิงอวิ๋นที่ตั้งท้องได้หกเดือนคนนี้ สัญชาตญาณความเป็นแม่คงจะพลุ่งพล่านล่ะสิ?

ฉันไม่ได้เป็นแค่พ่อสื่อนะ แต่ยังเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวด้วย ทำไมจู่ๆ ถึงได้ถูกลดสถานะกลายมาเป็นลูกชายไปได้ล่ะ?

จีน เมืองหลวง ชุมชนป้านซานเฟิงหลิน

ฟางซิงอวิ๋นที่กำลังอุ้มท้องโต ใบหน้าแดงระเรื่อเล็กน้อย เธอเพิ่งจะพิมพ์คอมเมนต์เสร็จไปหมาดๆ ก็รู้สึกว่ามันดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่นัก จึงรีบเตรียมจะลบทิ้ง

ไห่เทียนชิงที่อยู่ด้านข้างรีบห้ามปรามทันที "ไม่ต้องลบๆ!"

ไห่เทียนชิงหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมา พิมพ์ข้อความลงบนหน้าจออย่างรวดเร็ว

เทียนชิง: "ผีเป่า พ่อก็รักลูกเหมือนกันนะ"

เจียงเสี่ยว: ???

ฉันอุตส่าห์เห็นแกเป็นพี่เป็นน้อง แต่แกกลับอยากจะเป็นพ่อฉันเนี่ยนะ?

เจียงเสี่ยวโกรธจัดจนรัวนิ้วพิมพ์ลงบนหน้าจออย่างบ้าคลั่ง ผู้ช่วยสอนที่อยู่ด้านข้างถึงกับตกใจสะดุ้ง ไม่เข้าใจเลยว่าแชมป์เก่าคนนี้ไปกินรังแตนที่ไหนมา ถึงได้โมโหเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้

เจียงเสี่ยวไม่ได้ตอบกลับคอมเมนต์นั้น แต่กลับส่งข้อความส่วนตัวไปหาไห่เทียนชิงแทน "วันนี้ฉันเพิ่งจะเข้าใจ ว่าทำไมจีนถึงมีอาวุธโบราณเป็นร้อยเป็นพันชนิด แต่ฉันกลับเลือกใช้ทวนฟางเทียนฮว่า รอฉันก่อนเถอะ! ฉันรู้ว่าบ้านแกอยู่ที่ไหน กลับเมืองหลวงคราวนี้ เจียงเฟิ่งเซียนจะไปเยี่ยมเยือนถึงหน้าประตูบ้านแกแน่!"

ฟางซิงอวิ๋นมองดูใบหน้าที่แข็งทื่อของไห่เทียนชิงด้วยความอยากรู้อยากเห็น พลางเอ่ยถาม "เขาส่งข้อความมาหาคุณเหรอ? ว่ายังไงบ้างล่ะ?"

ไห่เทียนชิงลุกลี้ลุกลนเล็กน้อย รีบลบข้อความส่วนตัวนั้นทิ้งทันที ก่อนจะเอ่ยว่า "ไม่มีอะไรๆ"

พูดจบ ไห่เทียนชิงก็ก้มตัวลง แนบหูเข้ากับหน้าท้องที่นูนป่องของฟางซิงอวิ๋น เงี่ยหูฟังเสียงจากด้านในอย่างตั้งใจ

ฟางซิงอวิ๋นก็ใช้มือข้างหนึ่งลูบไล้ไปตามหน้าท้องของตนเองเช่นกัน เธอแย้มยิ้มพลางเอ่ยเสียงเบา คล้ายกับกำลังพูดคุยกับเด็กในท้อง "ผีผีจ๊ะ อีกสองสามเดือน เราก็จะได้เจอกันแล้วนะ~"

จบบทที่ บทที่ 930 วิธีใช้ทวนฟางเทียนฮว่าที่ถูกต้อง

คัดลอกลิงก์แล้ว