- หน้าแรก
- เทพฮีลสายป่วน
- บทที่ 929 แชมป์! แชมป์!
บทที่ 929 แชมป์! แชมป์!
บทที่ 929 แชมป์! แชมป์!
บนแพลตฟอร์มถ่ายทอดสดออนไลน์ ข้อความแชทไลฟ์สดหลุดประเด็นไปไกลจนน่ากลัว
ถ้าไม่ใช่เพราะทั้งสองคนหยุดมือลงล่ะก็ คาดว่าแชทไลฟ์สดพวกนี้คงจะหลุดโลกไปยิ่งกว่านี้แน่
"ปรากฏตัวแล้วครับ!" หลี่หลี่ตบโต๊ะด้วยความตื่นเต้น "ปรากฏตัวแล้ว! ในที่สุดทั้งสองคนก็จะพักกันสักหน่อยแล้วเหรอครับ? ผู้เข้าแข่งขันอี้ชิงเฉินเป็นอะไรไปครับเนี่ย? ดูเหมือนเธอจะเหนื่อยล้าเอามากๆ เลย? หรือว่าในระหว่างการต่อสู้เมื่อครู่ เธอจะได้รับบาดแผลฉกรรจ์? แต่บนตัวเธอไม่มีบาดแผลเลยนี่นา?"
เย่สวินยางมองดูอี้ชิงเฉินที่มีใบหน้าแดงก่ำและหอบหายใจอย่างหนักหน่วงด้วยความงุนงงเช่นกัน เธอเอ่ยว่า "การแข่งขันดำเนินมาถึงจุดนี้ได้ คนที่เหลือรอดอยู่ล้วนเป็นยอดฝีมือในหมู่ยอดฝีมือ เรื่องสมรรถภาพทางกาย ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเลยนี่คะ!
สรุปแล้วอี้ชิงเฉินเป็นอะไรไปกันแน่คะ? ทำไมถึงได้หอบหายใจหนักขนาดนั้น? ทำไมเธอถึงดูเหนื่อยล้าขนาดนี้? เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
อี้ชิงเฉินใช้มือข้างหนึ่งยันใบมีดยักษ์ที่ปักเฉียงอยู่บนพื้น เธอทอดสายตามองเจียงเสี่ยวจากที่ไกลๆ ใบหน้าที่มักจะดูอ่อนโยนและน่ารักอยู่เสมอเมื่ออยู่นอกสนาม บัดนี้กลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง จิตสังหารอันแสนเย็นยะเยือกที่เผยให้เห็นผ่านดวงตาสีดำขลับ ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความโกรธเกรี้ยวที่กำลังแผดเผาอยู่ภายในใจของเธอในเวลานี้
เจียงเสี่ยวยังคงหลับตาปี๋ ปลายทวนรบพาดวางอยู่บนพื้น เขาเอ่ยว่า "เธอทำได้แค่เลือกที่จะโยนความเงียบลงแทบเท้าเท่านั้นแหละ"
น้ำเสียงของอี้ชิงเฉินเย็นชาถึงขีดสุด "น้ำตาชำระล้างของนายมีไว้ตั้งโชว์หรือไง?"
ทำไมต้องดุขนาดนี้ด้วยเนี่ย ยัยหัวเกรียนน้อยคนนี้ พออยู่บนสนามรบแล้ว ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยแฮะ
เจียงเสี่ยวเอ่ยปากอย่างเงียบงัน "ฉันก็แค่เสนอทางเลือกให้ทางหนึ่งเท่านั้น"
"อ๊ะ! มาแล้วครับ! ภาพช้าหยุดนิ่งมาแล้วครับ!" หลี่หลี่ตะโกนลั่น เมื่อมองดูภาพรีเพลย์บนหน้าจอตรงหน้า เขาก็อดไม่ได้ที่จะแยกเขี้ยวเกร็งหน้า พลางเอ่ยว่า "ผู้เข้าแข่งขันเจียงเสี่ยวผีเล่นได้เจ้าเล่ห์เกินไปแล้วไหมครับ!?"
เย่สวินยาง: ???
ทว่าหลี่หลี่ยังคงไม่รู้ตัวเลยว่าคำพูดของตนเองมีปัญหา เขายังคงรายงานต่อไปว่า "ทุกครั้งที่ใบมีดยักษ์กับทวนปะทะกัน ออร่าแห่งความอาวรณ์บนร่างของผู้เข้าแข่งขันเจียงเสี่ยวผีก็จะสว่างวาบขึ้นมาเพียงชั่วพริบตา! ภายในช่วงเวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่สิบวินาทีเมื่อครู่นี้ อาวุธของพวกเขาทั้งสองคนปะทะกันไปหลายสิบครั้ง!
ยังไม่ต้องพูดถึงพละกำลัง เอาแค่พลังดาวก่อน! การปะทะกันหลายสิบครั้งเมื่อกี้นี้ พวกเขาทั้งสองคนเอาแต่วาร์ปไปวาร์ปมาอยู่ตลอดเวลา คุณภาพของรอยแยกแห่งกาลอวกาศนั้นสูงมาก มันสูบเอาพลังดาวรวมไปมหาศาลเลยนะครับ! ถ้าหากภายในร่างกายของพวกเขาทั้งสองคนไม่มีสัตว์เลี้ยงดาราคอยสนับสนุนพลังดาวให้อยู่ล่ะก็ คงไม่มีทางยืนหยัดรับมือไหวอย่างแน่นอน!
ให้พวกเรากลับมาพูดถึงเรื่องพละกำลังกันบ้าง! ผู้เข้าแข่งขันเจียงเสี่ยวผีอาศัยออร่าแห่งความอาวรณ์ เกรงว่าน่าจะดูดกลืนพละกำลังของผู้เข้าแข่งขันอี้ชิงเฉินไปจนเหือดแห้งแล้วล่ะครับ!"
เย่สวินยางเอ่ยขึ้น "นี่คือการดวลที่พิเศษมากจริงๆ ค่ะ ศิษย์ฮีลพิษ ดูเหมือนจะถูกสะกดข่มเอาไว้ทุกวิถีทาง ทักษะดาราสายดาวตกของเธอ เมื่ออยู่ต่อหน้าแสงแห่งพรของเสี่ยวผีแล้ว ก็แทบจะร่วงหล่นลงมาไม่ถึงตัวเลย แถมเธอยังไม่มีทักษะดาราประเภทดูดกลืนพลังดาวหรือพละกำลังของอีกฝ่าย เพื่อยืดระยะเวลาการต่อสู้ออกไปได้อีกด้วย..."
หลี่หลี่: "มีครับ! เธอมีแสงไหลย้อน ทว่ามันยากมากเลยครับที่จะเชื่อมต่อกับร่างของเสี่ยวผีได้... อ๊ะ อี้ชิงเฉินล้มลงไปแล้วครับ!"
บนสนามหญ้า หน้าอกของอี้ชิงเฉินกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง คุกเข่าลงข้างหนึ่ง เธอค้นพบมาตั้งนานแล้วว่าออร่าแห่งความอาวรณ์ของเจียงเสี่ยวกำลังดูดกลืนพละกำลังและพลังดาวของเธอ และเธอก็เริ่มรีดเร้นพลังดาวของสัตว์เลี้ยงดาราภายในร่างกายออกมาตั้งนานแล้วเช่นกัน!
เธอค้นพบมานานแล้วว่า ตนเองกำลังถูกกัดกินไปทีละน้อยๆ ราวกับกบที่ถูกต้มในน้ำอุ่น เฝ้ารอคอยความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
เธอเองก็อยากจะเปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้นี้มาตั้งนานแล้ว ทว่า... เธอสลัดเจียงเสี่ยวไม่หลุดเลยสักนิด!
ในสถานการณ์ปกติ คนที่มีรอยแยกแห่งกาลอวกาศอย่างเธอต่างหาก ที่สมควรจะเป็นฝ่ายตามพัวพันไม่เลิกรา และไล่ล่าเข่นฆ่าคนอื่น
แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเจียงเสี่ยว อี้ชิงเฉินกลับรู้สึกราวกับถูกวิญญาณอาฆาตตามพัวพัน ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็สลัดไม่หลุด
ความโกรธเกรี้ยวพลุ่งพล่านขึ้นมาในใจของอี้ชิงเฉิน ปรมาจารย์เงาที่อยู่ตรงตำแหน่งมุมธงต่างก็แตกสลายไป เธอแผดเสียงตะโกนลั่น "ฉันต้องการการแข่งขันที่แท้จริง!"
ทว่าเจียงเสี่ยวกลับยังคงหลับตาปี๋ เขาเอ่ยอย่างเนิบนาบ "ฉันให้โอกาสเธอเข้ามาต่อสู้ระยะประชิดตั้ง 78 ครั้งแล้ว แต่เธอกลับยังต้องการมากกว่านี้อีก"
สภาพของอี้ชิงเฉินในตอนนี้ช่างแตกต่างจากตอนอยู่ข้างสนามราวกับเป็นคนละคน เธอเค้นคำพูดออกมาตามไรฟัน "ฉันต้องการการต่อสู้ที่แท้จริง!"
เธอต้องการ? เธอต้องการ? เธอต้องการงั้นเหรอ?
นี่ฉันคงไม่ได้ตามใจเธอจนเคยตัวหรอกนะ?
วันข้างหน้า ความน่าเกรงขามในฐานะอาจารย์ของฉันจะเอาไปไว้ที่ไหน?
เจียงเสี่ยวแหงนหน้าขึ้น ท่ามกลางน้ำตาชำระล้างและอาณาเขตน้ำตา หยาดฝนอีกชนิดหนึ่งก็พลันหลั่งรินลงมา นั่นก็คือ น้ำตาบาดแผล!
และที่ใต้เท้าของเจียงเสี่ยว ออร่าแห่งความอาวรณ์ก็สว่างวาบขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจใคร
อี้ชิงเฉินเบิกตากว้างด้วยความโกรธเกรี้ยว กระบองทองมายาท่อนหนึ่งเคาะลงบนสมองของตนเอง ทว่าเงากระบองมายานั้นก็ดูเลือนรางเกินไป มันกะพริบวิบวับไปมา ดูเหมือนจะไม่ได้สำแดงประสิทธิภาพที่แท้จริงออกมาเลย มองออกเลยว่าพลังดาวของเธอก็แทบจะเหือดแห้งไปแล้วเช่นกัน
1 วินาที, 2 วินาที, 3 วินาที...
ผู้คนต่างก็ไม่รู้ว่า ทำไมอี้ชิงเฉินถึงไม่เลือกที่จะทุ่มสุดตัวเพื่อต่อสู้ชี้ชะตา มีเพียงตัวอี้ชิงเฉินเองเท่านั้นที่รู้ว่า ในวินาทีนี้ เธอต้องอาศัยเพียงแค่พลังใจในการค้ำจุนร่างกายของตัวเองเอาไว้แล้ว
แววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นของอี้ชิงเฉินค่อยๆ สูญเสียประกายแสงไป สีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นเหม่อลอยไร้จิตวิญญาณ มือที่กำอาวุธไว้หลุดร่วง ร่างกายที่คุกเข่าอยู่ครึ่งหนึ่งค่อยๆ ล้มฟุบลง
ตุบ! เสียงร่างล้มฟุบลงไปนอนหมอบอยู่บนสนามหญ้าสีเขียวขจี สาดกระเซ็นหยดน้ำแตกกระจาย
ในที่สุดเจียงเสี่ยวก็ลืมตาขึ้น ร่างของเขาวาร์ปหายไป พร้อมกับตัดการทำงานของทักษะดาราน้ำตา
ติ๊ง~ ติ๊ง~ ติ๊ง~
เงาร่างของเจียงเสี่ยวปรากฏขึ้นที่ข้างกายอี้ชิงเฉิน ลำแสงรักษาที่เต้นระริกพุ่งทะลุไปมาบนร่างของทั้งสองคน
เจียงเสี่ยวก้มตัวลง งอนิ้ว เคาะลงบนหัวเกรียนน้อยของอี้ชิงเฉินเบาๆ พลางเอ่ยว่า "วันหลัง ถ้าขืนดื้อรั้นไม่ฟังคำสั่งแม้แต่นิดเดียวล่ะก็ ให้ลองนึกถึงรสชาติในตอนนี้เอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน"
อี้ชิงเฉินนอนหมอบอยู่บนพื้น ใบหน้าซุกอยู่บนสนามหญ้าที่เปียกโชก มือข้างหนึ่งกำหญ้าสีเขียวเอาไว้อย่างไร้เรี่ยวแรง...
ภายใต้ความช่วยเหลือของระฆัง ถึงแม้อี้ชิงเฉินจะสงบสติอารมณ์ลงได้แล้ว แต่เธอก็ยังคงหายใจรวยรินอยู่ดี อย่างไรเสีย ระฆังก็ทำได้แค่เพียงรักษาบาดแผลและฟื้นฟูสภาพจิตใจเท่านั้น ไม่สามารถฟื้นฟูพละกำลังได้
และท่ามกลางสนามหญ้านั้น เจียงเสี่ยวก็คล้ายกับจะได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาของเธอ เจียงเสี่ยวอดไม่ได้ที่จะชะโงกตัวเข้าไปใกล้ๆ เงี่ยหูฟัง
กลับได้ยินเสียงพึมพำอู้อี้ของอี้ชิงเฉินดังแว่วมา "ไอ้ผีผีบ้าเอ๊ย..."
เจียงเสี่ยว: "..."
ตอนนั้นเจียงเสี่ยวก็อยากจะเปิดน้ำตาบาดแผลขึ้นมาอีกรอบ แล้วใช้น้ำฝนสาดรดเธอต่อไปอีกสักพัก
ครุ่นคิดอยู่นาน... อืม ช่างมันเถอะ ยังไงซะก็เป็นลูกศิษย์ของตัวเอง ลงโทษก็ลงโทษไปแล้ว ควรจะรักและเอ็นดูก็ต้องรักและเอ็นดู...
เจียงเสี่ยวยกมือขึ้น โบกมือให้กรรมการ แล้วชี้ไปทางอี้ชิงเฉินที่นอนหมอบนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนพื้น
กรรมการรีบวิ่งเข้ามาดู หลังจากยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาก็เป่านกหวีดในที่สุด
"ได้รับชัยชนะแล้วครับ! สองปีให้หลัง! ผู้เข้าแข่งขันเจียงเสี่ยวผีก็สามารถทะลวงเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเวิลด์คัพได้อีกครั้ง และคว้าตำแหน่งแชมป์ของการแข่งขันเดี่ยวไปครอง! ป้องกันแชมป์ไว้ได้สำเร็จครับ!" หลี่หลี่ตะโกนก้องด้วยความตื่นเต้น
เย่สวินยางเองก็เอ่ยด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน "ถึงแม้ความเป็นจริงจะปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้ว แต่ก็ยังคงทำให้ผู้คนรู้สึกไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี! เวิลด์คัพครั้งนี้ ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ขึ้นมามากมายเหลือเกินค่ะ!"
เย่สวินยางเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้น เธอแผดเสียงตะโกนลั่น "ในประวัติศาสตร์ของเวิลด์คัพ ผู้ที่สามารถป้องกันแชมป์ไว้ได้สำเร็จเป็นคนแรกปรากฏตัวขึ้นแล้วค่ะ! เขามาจากจีน เขาคือผู้สนับสนุนสายรักษา นามของเขาคือ: เจียงเสี่ยวผี!!!"
หลี่หลี่ทอดถอนใจเสียงดัง "ผู้คนต่างก็ตั้งตารอคอยที่จะได้ชมการปะทะกันของทักษะอันยอดเยี่ยมที่สุดของมนุษยชาติ! แต่ใครจะไปคาดคิดล่ะครับ ว่าเจียงเสี่ยวผีจะอาศัยวิธีทำให้คู่ต่อสู้ของตัวเองเหนื่อยหอบจนสิ้นแรงตายไปบนเวทีรอบชิงชนะเลิศแบบนี้!?"
เย่สวินยาง: "..."
ไม่ว่าชาวเน็ตจะดูไปงงเป็นไก่ตาแตกไปหรือไม่ก็ตาม แต่ผลลัพธ์ก็ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว ข้อความแชทแสดงความยินดีจำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาอย่างล้นหลาม:
"โอ้ แชมป์แล้วสิเนี่ย~"
"ท่าที่ผีผีเคาะหลังหัวอี้ชิงเฉินมันดูทะนุถนอมน่าเอ็นดูจังเลยนะ~ (˶‾᷄ ⁻̫ ‾᷅˵)"
"ฉันก็อยากเป็นนักรบดาราเหมือนกัน ฉันก็อยากจะลิ้มรสดูบ้างว่าพลังดาวและพละกำลังของพี่สาวคนสวยมันเป็นรสชาติยังไง..."
"นั่นแกอยากจะเป็นนักรบดาราเหรอฮะ? แกมันหิวโหยร่างกายของคนอื่นต่างหาก! แกมันชั้นต่ำ!"
บนสนามหญ้า เจียงเสี่ยวสบัดแสงไหลย้อนสายหนึ่งออกไป เชื่อมต่อเข้ากับร่างกายของอี้ชิงเฉิน แบ่งปันพลังดาวและพละกำลังให้เธอไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบตัดการเชื่อมต่ออย่างรวดเร็ว
ในที่สุดอี้ชิงเฉินก็พอจะมีเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้าง เธอค่อยๆ ตะเกียกตะกายลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น เอียงคอ ถ่มเศษหญ้าในปากออกไปด้านข้าง
เจียงเสี่ยวลุกขึ้นยืน ตบหัวเกรียนน้อยของเธอเบาๆ พลางเอ่ยว่า "ลุกขึ้นยืน แล้วโค้งคำนับขอบคุณผู้ชม"
อี้ชิงเฉินยกมือกุมหัวตัวเอง แหงนหน้าขึ้นมองเจียงเสี่ยว ดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่
เธอเองก็อยากจะมีการปะทะกันด้วยทักษะอันยอดเยี่ยมที่สุดเช่นกัน แต่กลับถูกเจียงเสี่ยวบั่นทอนพละกำลังจนหมดสภาพไปซะอย่างนั้น มันเลยทำให้เธอรู้สึกแย่มากๆ แต่ทว่าการแข่งขันก็ได้จบลงแล้ว และสภาพอารมณ์ของเธอก็กลับมาเป็นปกติแล้วเช่นกัน
หวนนึกไปถึงการประลองภายในทีมชาติครั้งก่อน เจียงเสี่ยวเห็นเธอเป็นต้นหอม จับเธอปักลงดินครั้งแล้วครั้งเล่า และในครั้งนี้...
เฮ้อ... น่าหงุดหงิดชะมัดเลย~
อี้ชิงเฉินไม่ได้ลุกขึ้นยืนเสียที เธอใช้ท่านั่งพับเพียบแบะขาออกแบบเด็กผู้หญิงอันเป็นเอกลักษณ์ นั่งคุกเข่าอยู่บนสนามหญ้าสีเขียวขจี แหงนหน้ามองเจียงเสี่ยวที่หมุนตัวโค้งคำนับขอบคุณผู้ชมรอบทิศ ภายในดวงตาเต็มไปด้วยความตัดพ้อ
ภาพฉากดังกล่าวถูกบันทึกเอาไว้ในเลนส์กล้องวิดีโอนับไม่ถ้วน ดูไปดูมาก็น่าขันไม่หยอก
การแต่งกายและทรงผมของทั้งสองคนแทบจะเหมือนกันทุกระเบียดนิ้ว ดูเหมือนกับฮีลพิษน้อยสองคนจริงๆ คนหนึ่งชนะ อีกคนหนึ่งแพ้ คนหนึ่งร่าเริงดีใจกระโดดโลดเต้น อีกคนหนึ่งเสียใจเศร้าซึมไม่พูดไม่จา
ในท้ายที่สุด ก็ยังคงเป็นพนักงานที่ต้องลงสนามมาเคลียร์พื้นที่และพาตัวพวกเขาทั้งสองคนออกไป พวกเขาจำเป็นต้องสร้างแท่นมอบรางวัลชั่วคราวขึ้นมาบนสนามแห่งนี้
สำหรับการขึ้นเวทีรับรางวัลของการแข่งขันเดี่ยว เจียงเสี่ยวเคยมีประสบการณ์มาแล้วครั้งหนึ่ง
20 นาทีต่อมา เจียงเสี่ยวก็เดินตามทีมโค้ชและเพื่อนร่วมทีมชาติ ก้าวขึ้นสู่แท่นรับรางวัลที่ถูกสร้างขึ้นอย่างเรียบง่ายใจกลางสนามหญ้า
ณ ที่แห่งนั้น มีถ้วยรางวัลสีทองส่องประกายระยิบระยับ กำลังรอคอยเจียงเสี่ยวอยู่
พิธีกรพาชายวัยกลางคนในชุดสูทเต็มยศ ยืนอยู่ด้านข้างแท่นรับรางวัล เขายังคงทำหน้าที่ปลุกเร้าบรรยากาศภายในงาน และประกาศเสียงดังฟังชัด
"ปี 2019 การแข่งขันเดี่ยวเวิลด์คัพนักรบดารา แชมป์เปี้ยน... จีน... หมายเลข 1!"
พิธีกรลากเสียงยาว เอ่ยอ่านด้วยสำเนียงแปร่งหู "เจียง! เซวีย! ผี!"
ทว่าสถานที่จัดการแข่งขันแห่งนี้ แทบจะไม่ต้องการให้เขามาช่วยปลุกเร้าบรรยากาศเลยสักนิด ท่ามกลางสนามที่ถูกอาบย้อมไปด้วยสีแดงเพลิงมาตั้งแต่ต้น บัดนี้ได้เดือดดาลพล่านขึ้นมาตั้งนานแล้ว
"จีน!"
"จีน!" คลื่นเสียงกึกก้องกัมปนาท ดังกังวานไม่ขาดสาย
ความกระตือรือร้นในการโบกธงร้องตะโกนเชียร์นั้น ยังไม่ได้จางหายไปไหนจริงๆ
ตรงหน้าเจียงเสี่ยว ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ บนอัฒจันทร์ผู้ชมได้มีธงสีแดงผืนยักษ์ถูกกางขึ้น บดบังแสงตะวันจนมิดมิด และบดบังทัศนวิสัยของผู้ชมจำนวนมาก ทว่ากลับไม่มีใครปริปากบ่นเลยแม้แต่น้อย
พวกเขาส่งต่อธงสีแดงผืนยักษ์นั้นไปทางด้านข้างแบบมือต่อมือ เจียงเสี่ยวมองดูสนามกีฬาที่เต็มไปด้วยสีแดงเพลิงละลานตา ก็อดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มกว้างออกมา
เขาก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า ใช้มือข้างหนึ่งยกถ้วยรางวัลนักรบดาราสีทองอร่ามที่หนักอึ้งขึ้นมา
เฉกเช่นเดียวกับการแข่งขันครั้งก่อน บนถ้วยรางวัลสลักลวดลายเงาร่างคนที่ดูเลือนลาง สองมือชูยกประคองลูกโลกเอาไว้ ทวีปต่างๆ บนลูกโลกสีทองถูกแกะสลักเอาไว้อย่างวิจิตรบรรจง ภูมิประเทศที่สูงต่ำลดหลั่นกันไป ได้วาดภาพบ้านเกิดเมืองนอนของผู้เข้าแข่งขันนักรบดาราทุกคนออกมาให้เห็น
เมื่อสองปีก่อน เจียงเสี่ยวยืนงงๆ อยู่บนเวที ถูกเพื่อนร่วมทีมด้านหลังดันขึ้นมา ให้ชูถ้วยรางวัลขึ้น
สองปีให้หลัง เจียงเสี่ยวเดินขึ้นมาด้วยตัวเอง เขาหันกลับไปมองเพื่อนร่วมทีมชาติของตน
ผู้คนที่อยู่เบื้องหลังเปลี่ยนไปแล้ว
โฮ่วหมิงหมิง จ้าวเหวินหลง เซี่ยเหยียน อวี้จิ้น อู๋เสี่ยวจิ้ง ซิ่นอ้ายอัน...
พวกเขากลายมาเป็น อู่ฮ่าวหยาง หลิวหยาง อี้ชิงเฉิน เพียวเหมี่ยว เจิ้งซีโย่ว...
รูปร่างหน้าตาของผู้เข้าแข่งขันทั้งสองกลุ่มนี้ไม่มีอะไรคล้ายคลึงกันเลยแม้แต่น้อย ทว่าในสายตาของเจียงเสี่ยวแล้ว คนทั้งสองกลุ่มนี้กลับดูราวกับเป็นพิมพ์เดียวกัน
นั่นก็เพราะว่าสีหน้าของผู้คนที่อยู่เบื้องหลังไม่ได้เปลี่ยนไปเลย กลิ่นอายยังคงเหมือนเดิม และอายุอานามก็ยังคงเท่าเดิม
ล้วนเป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น ทะนงตัว และมีใบหน้าที่อ่อนเยาว์เช่นเดียวกัน สองปีหลังจากนี้ พวกเขาจะไปอยู่ที่ไหนกันนะ?
"ปัง!"
"ปัง!"
ในระหว่างที่กำลังเหม่อลอยอยู่นั้น ปืนคอนเฟตติที่อยู่สองข้างแท่นรับรางวัลก็ดังสนั่นหวั่นไหว เศษกระดาษสีทองปลิวว่อนเต็มท้องฟ้า พุ่งทะยานออกมา ก่อนจะโปรยปรายลงมาราวกับสายฝน
ภายใต้การเร่งเร้าของผู้คนที่อยู่เบื้องหลัง เจียงเสี่ยวก็หันขวับกลับมา มองไปยังธงสีแดงผืนยักษ์ที่กำลังพลิ้วไหวอยู่บนอัฒจันทร์ผู้ชม
เจียงเสี่ยวจำได้ว่า
เมื่อสองปีก่อน ในช่วงเวลานี้ เขาทำตัวเหมือนเด็กที่ถูกรังแก ชูถ้วยรางวัลขึ้นสูง ภายในใจตั้งคำถามกับโลกใบนี้ว่า: ถ้าหากพวกคุณรู้จริงๆ ว่าผมต้องเผชิญกับอะไรมาบ้าง...
สองปีให้หลัง ภายในใจของเขาก็ไม่มีความคิดเช่นนั้นหลงเหลืออยู่อีกต่อไป เขาเพียงแค่หันกลับมา ตะโกนเรียกให้ทุกคนเข้ามาล้อมวง และร่วมกันชูเกียรติยศนี้ขึ้นมาด้วยกัน
สองมือนับไม่ถ้วนร่วมกันประคองถ้วยรางวัลนักรบดารา สัมผัสกับลูกโลกสีทอง ล้อมกันเป็นวงกลม ชูถ้วยเวิลด์คัพนักรบดาราขึ้นสูงเสียดฟ้า
เจียงเสี่ยวเพียงแค่หวังว่า เพื่อนร่วมทีมกลุ่มนี้ ในวันข้างหน้า จะสามารถค้นพบที่พักพิงอันเป็นของตัวเองได้ในที่สุด
เฉกเช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมในครั้งก่อนที่ต่างก็แยกย้ายกันไปตามทางของตน ไม่ว่าในวันข้างหน้าจะยังมีโอกาสได้มาพบปะกันอีกหรือไม่ ก็ขอให้ช่วงเวลาแห่งการต่อสู้ดิ้นรนนี้ กลายเป็นเรื่องราวเอาไว้เล่าแกล้มเหล้าในชีวิตของพวกเขาในอนาคตต่อไป