เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 296 ร่องรอยสหายเก่า

บทที่ 296 ร่องรอยสหายเก่า

บทที่ 296 ร่องรอยสหายเก่า


"จี้หยกนั่นสำคัญกับเจ้ามากหรือ"

จางหยางถามขึ้นอย่างลอยๆ โดยไม่ได้คาดหวังคำตอบอะไรมากจากทาโน

แต่ไม่รู้ว่าเพราะทาโนรู้สึกท้อแท้กับการหาจี้หยกไม่เจอหรืออย่างไร เขาถึงเอ่ยปากขึ้นว่า

“หากข้ามีจี้หยกนั้น ข้าก็จะสามารถช่วยพี่ชายและพรรคพวกของข้าได้”

จางหยางขมวดคิ้วเล็กน้อย จี้หยกนั้นมีพลังอำนาจมากถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?

หรืออาจเป็นเครื่องหมายแสดงตัวตนอย่างใดอย่างหนึ่ง

ทาโนหลับตาลง เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า “ข้าขออยู่คนเดียวสักพัก”

ดูเหมือนเขาต้องการความเงียบ

จางหยางไม่พูดอะไร เพียงแต่ค่อยๆ ออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ

นอกบ้าน จางเฒ่ากำลังจัดเรียงสมุนไพรที่ตากอยู่บนชั้น

จางหยางเดินเข้าไปช่วยจัดสมุนไพร

“ท่านปู่ ข้าให้คนสืบข่าวมาแล้ว ดูเหมือนว่าทาโนจะเป็นหนึ่งในกลุ่มที่พยายามลอบสังหารองค์ชายอัน”

“ลอบสังหารองค์ชายอัน?” ผู้เฒ่าจางพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย

เรื่องการลอบสังหารองค์ชายอันนั้นเขาเคยได้ยินมาแล้ว “แล้วมีเรื่องอะไรอีกไหม?”

“นอกจากเขา ยังมีอีกหกคนที่ทหารราชองครักษ์จับได้”

“ทราบไหมว่าพวกเขาเป็นใคร?”

“ข้าให้คนสืบอยู่ แต่ยังไม่ได้ข่าวขอรับ” จางหยางส่ายหัว

หลังจากจัดสมุนไพรเรียบร้อยแล้ว จางเฒ่าก็เดินเข้าไปในห้องเล็กๆ อีกห้อง ซึ่งเต็มไปด้วยสมุนไพรที่ตากแห้งและเตรียมไว้ รวมถึงตำราแพทย์และอุปกรณ์อีกมากมายวางเรียงรายบนโต๊ะ

จางหยางมองเห็นว่าปู่ของตนเองเลือกสมุนไพรบางชนิดใส่ลงในครกหินและเริ่มบด

“ท่านปู่ ท่านจะทำยาอีกหรือขอรับ?”

เขาครุ่นคิด เพราะระยะนี้ไม่เห็นมีคนป่วยคนไหนต้องใช้ยาชนิดนี้

“ข้ากังวลว่าทาโนะจคิดทำเรื่องโง่ๆ” ผู้เฒ่าจางบดสมุนไพรต่อด้วยความสงบ

จางหยางรู้สึกแปลกใจยิ่งขึ้น จึงถามขึ้น “ท่านปู่ ทำไมท่านถึงดูแลทาโนมากขนาดนี้ขอรับ”

“เขา...อาจรู้จักสหายเก่าของข้า”

“ท่านปู่รู้ได้อย่างไรขอรับ” จางหยางถามด้วยความแปลกใจ

หากพวกเขารู้จักกันจริง ทำไมท่านปู่ไม่บอกเรื่องนี้กับทาโน

ผู้เฒ่าจางดูเหมือนไม่อยากปิดบังจางหยางอีกต่อไป เขาเดินไปที่ตู้ข้างห้อง หยิบกล่องผ้าต่วนเล็กๆ ออกมาและเปิดออก ด้านในกล่องมีจี้หยกอยู่

โดยสัญชาตญาณ จางหยางนึกถึงจี้หยกที่ทาโะกำลังตามหา

“ท่านปู่ จี้หยกนี้...”

“ข้าเห็นจี้หยกนี้อยู่กับทาโน หากไม่เช่นนั้น เจ้าว่าทำไมข้าที่แก่ปูนนี้ถึงต้องเข้าไปพัวพันเรื่องนี้อีก”

ผู้เฒ่าจางมองออกว่าจางหยางยังคงข้องใจที่เขาเลือกช่วยทาโน

“อย่างนี้นี่เอง…ท่านปู่ ทาโนบอกให้ข้าช่วยหาจี้หยกนี้ให้เขา บอกว่ามันสามารถช่วยชีวิตได้”

จางหยางเล่าคำพูดของทาโนโดยไม่ปิดบัง

ผู้เฒ่าจางลูบจี้หยกพลางครุ่นคิดชั่วครู่ แล้วจับจี้หยกไว้ในมือ “ข้าไม่รู้ว่ามันมีประโยชน์เช่นไร แต่หากทาโนบอกเช่นนั้น การคืนมันให้เขาคงจะดีกว่า”

แต่ก่อนหน้านี้ทำไมท่านปู่ถึงไม่คืนมันให้ล่ะ จางหยางครุ่นคิดในใจ

หากทาโนไม่บอกว่าจี้หยกสำคัญ ท่านปู่จะไม่คิดคืนให้เลยหรือ? เขาอดคิดไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ของท่านปู่กับ ‘สหายเก่า’ นี้จะมีความหมายมากกว่าที่เห็น ท่านปู่ไม่เคยแต่งงานหรือมีใครเลยมาตลอดชีวิตนี้

ถึงแม้จะตั้งใจคืนจี้หยก แต่ผู้เฒ่าจางก็ยังไม่รีบ เขาบดสมุนไพรจนเสร็จและจัดแต่งเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะเดินไปยังห้องของทาโน

จางหยางเดินตามหลังเขาอยู่เงียบๆ รู้สึกว่าท่านปู่เอาจริงกับจี้หยกนี้ยิ่งกว่าที่จะสนใจเรื่องของคนเสียอีก

“ผู้เฒ่าจาง ข้า…จะจากไปแน่นอน ไม่ทำให้พวกท่านเดือดร้อน!”

เมื่อเห็นผู้เฒ่าจางเข้ามาด้วยท่าทีเคร่งขรึม ทาโนก็รู้ว่าคงปิดเรื่องลอบสังหารองค์ชายอันไว้ไม่มิด และคิดว่าผู้เฒ่าจางคงจะไล่เขาออกไป

ทาโนพยายามลุกขึ้น แต่มันเกินกำลังของเขา

ผู้เฒ่าจางยื่นมือออกมาอย่างช้าๆ และเผยให้เห็นจี้หยกที่ทาโนตามหา

ทาโนหยุดการเคลื่อนไหว มองจี้หยกในมือของผู้เฒ่าจางอยู่นานเพื่อยืนยันว่าใช่ของเขาจริงๆ

“จี้หยกนี้…”

ทาโนเงยหน้ามองผู้เฒ่าจาง เขาไม่คิดว่าจางหยางจะเป็นคนหาเจอ แต่มันกลับดูเหมือนว่าเขาจะเก็บไว้ตั้งแต่ต้น

“ตอนนั้นเจ้าหมดสติ ข้าก็ไม่คิดจะสนใจเจ้า แต่พอเห็นจี้หยกนี้ มันช่างเหมือนกับของสหายเก่าของข้าไม่มีผิด”

ผู้เฒ่าจางพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงความอาลัย สหายเก่าจากไปนานแล้ว แต่ร่องรอยของนางกลับปรากฏอยู่ทุกหนแห่ง ทำให้เขารู้สึกว่าตนกับนางคงมีวาสนาต่อกัน

ผู้เฒ่าจางเอามือกุมขมับอย่างหนักใจ สีหน้าของเขาเช่นนี้ชัดเจนว่าเขารู้สึกยินดีในใจจริงๆ

หากสหายเก่าคนนี้ไม่ใช่คนที่ท่านปู่รักล่ะก็ เขาขอกินสมุนไพรแห้งที่วางอยู่ข้างนอกนั่นทั้งหมด!

ทาโนฟังคำอธิบายของจางเฒ่า ตาเบิกกว้างเล็กน้อย สหายเก่าหรือ?

จี้หยกนี้…

ทาโนมองมันอยู่นาน จี้หยกนี้พี่ฟานอวี่ให้เขา บอกว่าให้ใช้จี้หยกนี้ไปที่หอเจินเป่าก็จะได้รับการช่วยเหลือ แต่ทาโนไม่เคยรู้ว่ามันมาจากไหน

แต่เขารู้ว่ามันเป็นของคนเผ่าซี บางทีสหายเก่าของจางเฒ่าอาจจะเป็นคนเผ่าซีเช่นกัน?

เมื่อคิดได้เช่นนั้น ทาโนก็มีแววตาที่ระมัดระวัง เขารู้ว่าเรื่องเผ่าซีไม่ควรถูกเปิดเผยออกไป

“ท่านผู้เฒ่า จี้หยกนี้สำคัญกับข้ามาก ท่านช่วยคืนมันให้ข้าได้หรือไม่ เมื่อข้าหายดีแล้ว ข้าจะตอบแทนท่าน”

"หากข้าต้องการให้เจ้าตอบแทน ข้าคงไม่ช่วยเจ้าตั้งแต่แรกแล้ว"

ผู้เฒ่าจางมองออกว่าทาโนมีบางอย่างที่ปิดบังอยู่ แต่เขาไม่พูดอะไรอีก วางจี้หยกไว้ข้างหมอนของทาโน

“เก็บจี้หยกนี้ไว้ให้ดี เรื่องอื่นข้าไม่ถามอีก”

“…ขอบคุณท่านผู้เฒ่า”

ทาโนยื่นมือออกมาอย่างยากลำบากและกำจี้หยกไว้แน่น ความรู้สึกในใจเขาเริ่มสงบลง

ตราบใดที่จี้หยกยังอยู่ โอกาสก็ยังไม่หมด!

——

หลังพักเที่ยง ซุนเล่อหยุ่นอวิ๋นมุ่งหน้าไปยังบ้านตระกูลโจวเพื่อพบกับฉินซิ่ว

บ้านที่ตระกูลโจวอาศัยอยู่ตอนนี้เป็นของขวัญที่ซุนเล่อหยุ่นอวิ๋นมอบให้ แต่ที่จริงนางให้เพียงบ้านเปล่าๆ สิ่งของภายในบ้านทั้งหมดนั้นฉินซิ่วเป็นคนจัดเตรียมเอง

ฉินซิ่วเป็นภรรยาที่รู้จักจัดการบ้านเรือนดี บ้านที่เคยโล่งจึงมีชีวิตชีวามากขึ้น

“เล่อหยุ่น เจ้าคิดว่าข้าแต่งตัวแบบนี้ดีหรือไม่”

ฉินซิ่วดึงเสื้อผ้าที่สวมอยู่ด้วยความไม่มั่นใจ นี่เป็นชุดใหม่ที่นางตัดมา

ในเวลาที่ต้องออกไปพบผู้คน หากยังใส่เสื้อผ้าเก่าอยู่ คงจะโดนค่อนขอดแน่นอน

ซุนเล่อหยุ่นอวิ๋นมองไปที่ฉินซิ่ว ชุดสีน้ำตาลช่วยเสริมให้ฉินซิ่วดูภูมิฐาน เนื้อผ้าก็ดีและเหมาะสมกับงานที่ต้องไปพบผู้คน

“ดูดีมาก ชุดนี้เหมาะกับเจ้ามาก”

“อย่างนั้นก็ดีแล้ว”

น้ำเสียงจริงใจของซุนเล่อหยุ่นอวิ๋นทำให้ฉินซิ่วรู้สึกผ่อนคลาย

ฉินซิ่วหันไปให้หยาหยาสวมเครื่องประดับให้อีกเล็กน้อย และก็เตรียมตัวเสร็จเรียบร้อย

ก่อนออกจากบ้าน ฉินซิ่วก็เริ่มกังวลอีกครั้ง

“เล่อหยุ่น หากข้า…”

ซุนเล่อหยุ่นอวิ๋นจับมือฉินซิ่วที่เย็นเฉียบ ส่งผ่านความอบอุ่นไปให้

ทำให้ฉินซิ่วค่อยๆ รู้สึกผ่อนคลายลง

“ในเมื่อเจ้าเป็นภรรยาของจอหงวนแล้ว เจ้าก็ต้องเตรียมใจรับสิ่งเหล่านี้ให้ได้ อย่ากลัวไปเลย หากไม่เช่นนั้น เจ้าจะดูถูกจอหงวนของเจ้ามากไปไหม?”

คำพูดของซุนเล่อหยุ่นอวิ๋นทำให้ฉินซิ่วเข้าใจขึ้นมาเล็กน้อย แม้จะยังไม่กระจ่าง แต่ใจก็ผ่อนคลายลงอย่างมาก

จบบทที่ บทที่ 296 ร่องรอยสหายเก่า

คัดลอกลิงก์แล้ว