- หน้าแรก
- คัมภีร์อสูรพิชิตฟ้า
- บทที่ 679 สยบฝูงศพ
บทที่ 679 สยบฝูงศพ
บทที่ 679 สยบฝูงศพ
"นิกายหลอมศพกำลังจัดการธุระอยู่ที่นี่ ผู้ใดตาบอด กล้าสอดมือเข้ามายุ่ง!"
ผู้ฝึกเทพยุทธ์นิกายหลอมศพที่เป็นผู้นำเบิกตากว้าง จ้องมองพวกของซูจื่อโม่ที่เดินเข้ามาโดยไม่กะพริบตา น้ำเสียงสยดสยอง ใบหน้าเผยจิตสังหาร
อีกคนหนึ่งกล่าวเสียงเย็นชา
"พวกเดรัจฉานอย่างพวกเจ้า ทางที่ดีไสหัวไปให้พ้นๆ เสีย ไม่เช่นนั้น..."
"หึหึ ด้วยวิชาลับขั้นสูงสุดของนิกายหลอมศพ ข้าสามารถนำพวกเจ้ามาหลอมเป็นศพศึกได้อย่างง่ายดาย ทำให้พวกเจ้าอยู่มิสู้ตาย!"
"งั้นหรือ?"
ซูจื่อโม่เลิกคิ้วเล็กน้อย ไม่เห็นว่าเขาเคลื่อนไหวอย่างไร ร่างก็พุ่งทะยานออกไปดุจลูกศรแหลมคม ชั่วพริบตาเดียวก็พุ่งเข้าไปท่ามกลางกลุ่มคนของนิกายหลอมศพ!
ความเร็วรวดเร็วยิ่งนัก!
ระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายเดิมทีก็ไม่ไกลอยู่แล้ว
แก่นในและขั้นแก่นทองของซูจื่อโม่ล้วนฝึกฝนจนถึงขั้นสมบูรณ์แล้ว แก่นทั้งสองหมุนวนพร้อมกัน พลังอสูรและพลังวิเศษถูกกระตุ้นขึ้นพร้อมกัน ผนวกกับพลังสายเลือด...
การปะทุพลังเช่นนี้ อย่าว่าแต่ผู้ฝึกเทพยุทธ์นิกายหลอมศพเหล่านี้เลย ต่อให้เป็นสัตว์ดุร้ายสายเลือดบริสุทธิ์ที่มีประสาทสัมผัสเฉียบคมและร่างกายเนื้อแข็งแกร่ง ก็ยังตอบสนองไม่ทัน!
ปัง! ปัง! ปัง!
ไม่มีกระบวนท่า ไม่มีวิชาวิญญาณ
เป็นการใช้ร่างกายเนื้อ พุ่งชนทะลวงไปตลอดทางอย่างสมบูรณ์!
ภายใต้สายตาที่จับจ้องของทุกคน ผู้ฝึกเทพยุทธ์นิกายหลอมศพที่ขวางอยู่เบื้องหน้าซูจื่อโม่ ราวกับแตงโมยักษ์ แต่ละลูก ถูกชนจนแหลกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทิ้งไว้เพียงกลุ่มหมอกเลือด!
นี่มันอาวุธสังหารเดินดินชัดๆ!
ท่ามกลางฝูงชน บดขยี้ไปตลอดทาง ไร้ผู้ใดสามารถต้านทานความคมกล้าของเขาได้!
ผู้ฝึกเทพยุทธ์นิกายหลอมศพเจ็ดคน เมื่อครู่ยังแสยะยิ้มเย็นชา วินาทีต่อมา กลับถูกชนตายทั้งเป็นอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ไม่เหลือแม้แต่ซากกระดูก!
ผู้ฝึกเทพยุทธ์นิกายหลอมศพผู้หนึ่งได้สติกลับมา จึงยกกระบองเหล็กปฐมธาตุในมือขึ้นขวางไว้เบื้องหน้าตามสัญชาตญาณ
ไม่คาดคิดว่า เงาดำสายหนึ่งจะพุ่งชนเข้ามา
เคร้ง!
กระบองเหล็กในมือของเขา ถูกชนจนหักเป็นสองท่อนในทันที
รอยหักนั้นแหลมคมดุจหอกยาว แทงทะลุหน้าอกของเขา ทะลวงผ่านร่างไปอย่างหมดจด!
ผู้ฝึกเทพยุทธ์นิกายหลอมศพอีกคนหนึ่งแผดเสียงคำรามลั่น หยิบโล่ที่ทอประกายสีเงินวาววับออกมาจากถุงเก็บของ อัดฉีดพลังวิเศษเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง
ชั่วพริบตานั้น แสงสว่างเจิดจ้า
โล่ใบนี้ขยายใหญ่ขึ้นต้านลม ราวกับภูเขาสีเงินลูกหนึ่ง ปกป้องคนผู้นี้ไว้เบื้องหลังอย่างแน่นหนา ถึงกับปะทุแสงวิญญาณห้าสายออกมา สว่างไสวบาดตา!
อาวุธวิญญาณป้องกันระดับสมบูรณ์แบบ!
อาวุธวิญญาณระดับสมบูรณ์แบบชิ้นหนึ่ง หากนำไปวางไว้ในโลกแห่งการฝึกเซียนของราชวงศ์โจว เกรงว่าคงจะก่อให้เกิดคลื่นลมระลอกใหญ่ไม่น้อย
แต่สีหน้าของซูจื่อโม่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ในดวงตาไม่มีแม้แต่ความผันผวนใดๆ
อาวุธเช่นนี้ เขาพบเห็นมามากเกินไปแล้ว!
ในเวลานี้ ภายในถุงเก็บของของเขา เพียงแค่อาวุธวิญญาณระดับสมบูรณ์แบบ ก็มีมากมายนับสิบชิ้นแล้ว!
ความเร็วของซูจื่อโม่ไม่เปลี่ยนแปลง สายตาเย็นชา ร่างกายกระโดดขึ้นเล็กน้อย ก้าวไปข้างหน้า ฝ่าเท้าเหยียบย่ำลงบนโล่สีเงินขนาดมหึมาใบนี้อย่างแรง!
ท่าก้าวย่างไถสวรรค์!
พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ปานพลิกฟ้าปะทุออกมาจากร่างกายของซูจื่อโม่!
อย่าว่าแต่เบื้องหน้าจะเป็นภูเขาลูกหนึ่งเลย ต่อให้เป็นท้องนภา ก็สามารถถูกฝ่าเท้าของเขาไถจนกลายเป็นรอยแยกขนาดใหญ่ได้!
ตูม!
โล่ที่ทอประกายสีเงินวาววับใบนี้ ถูกซูจื่อโม่เหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้าในทันที!
ผู้ฝึกเทพยุทธ์นิกายหลอมศพที่หลบอยู่หลังโล่ ไม่ทันได้ส่งเสียงร้องแม้แต่แอะเดียว ก็ถูกซูจื่อโม่เหยียบผ่านโล่จนกลายเป็นก้อนเลือดเนื้อ ไม่เหลือแม้แต่ซากกระดูก!
กระบวนท่าสังหารมากมายในคัมภีร์ลับสิบสองราชันอสูรมหาแดนทุรกันดาร ซูจื่อโม่ยิ่งนำมาใช้อย่างเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น
เมื่อตบะในวิถีอสูรของเขาล้ำลึกยิ่งขึ้น อานุภาพของกระบวนท่าสังหารเหล่านี้ ก็ยิ่งน่าหวาดผวามากยิ่งขึ้น!
ท่ามกลางฝูงชนเกิดเสียงฮือฮาดังอื้ออึง
อยู่ไม่ไกลนัก มีผู้ฝึกเทพยุทธ์จำนวนไม่น้อยกำลังเตรียมจะเข้าร่วมวงต่อสู้ เมื่อเห็นฉากนี้ ล้วนหยุดฝีเท้าลงตามสัญชาตญาณ สีหน้าตื่นตระหนกตกตะลึงจนตาค้าง
ดุร้ายเกินไปแล้ว!
ชั่วพริบตาเดียว นิกายหลอมศพก็มีผู้ฝึกเทพยุทธ์ถึงเก้าคนตกตายด้วยน้ำมือของผู้ฝึกตนชุดเขียวผู้นี้!
ที่น่าสะพรึงกลัวก็คือ เมื่ออยู่เบื้องหน้าผู้ฝึกตนชุดเขียวผู้นี้ คนทั้งเก้ากลับไร้ซึ่งพลังในการต่อต้านตอบโต้โดยสิ้นเชิง!
"คนผู้นี้คือใคร มีความเป็นมาอย่างไร?"
"ไม่รู้สิ สมรภูมิบรรพกาลน่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว สมแล้วที่เป็นที่ชุมนุมของเหล่ายอดคนฟ้าประทาน มีปีศาจโผล่มาไม่ขาดสาย!"
"ใช่แล้ว อย่าว่าแต่ศิษย์สืบทอดของสำนักระดับสุดยอดเหล่านั้นเลย ข้าได้ยินมาว่าในแดนเหนือมีปีศาจอีกตนหนึ่งผงาดขึ้นมา หาได้ยากยิ่งในรอบหมื่นปี"
"ข้าก็รู้จักคนผู้นี้ เล่าขานกันว่าคนผู้นี้ผูกความแค้นกับวังแก้วผลึก หลังจากเข้ามาที่นี่ ถึงกับสังหารผู้ฝึกเทพยุทธ์นับหมื่นคนในจุดรวมพลของวังแก้วผลึกจนหมดสิ้นเกลี้ยงเกลา!"
"อา โหดเหี้ยมถึงเพียงนี้!"
เสียงผู้คนดังเซ็งแซ่ วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา
ในสนามรบ
ผู้ฝึกเทพยุทธ์นิกายหลอมศพที่เหลือหน้าถอดสีด้วยความตกใจ รีบถอยร่นกลับไป ควบคุมศพศึกที่อยู่ไม่ไกลให้หันหลังกลับมา
ความสามารถทั้งมวลของผู้ฝึกเทพยุทธ์นิกายหลอมศพ แทบจะอยู่บนตัวศพศึกทั้งสิ้น
เมื่อสูญเสียการปกป้องจากศพศึก ร่างกายเนื้อของพวกเขาก็อ่อนแอ พลังฝีมือของตนเองเมื่อเทียบกับผู้ฝึกเซียนทั่วไป ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก
ผู้ฝึกเทพยุทธ์นิกายหลอมศพที่เป็นผู้นำมีสีหน้าเยียบเย็น กล่าวเสียงเย็นชา
"เจ้ารนหาที่ตายชัดๆ! ศิษย์นิกายหลอมศพอย่างพวกเราคลุกคลีอยู่กับซากศพตลอดทั้งปี บนร่างกายอาบไปด้วยพิษศพ เจ้าชนร่างกายพวกมันจนแหลกละเอียด ตัวเจ้าเองก็ยากจะหนีความตายพ้น!"
"ไม่ผิด!" ผู้ฝึกเทพยุทธ์นิกายหลอมศพอีกคนหนึ่งแสยะยิ้มเย็นชา
"ไอ้เดรัจฉาน เจ้าสัมผัสได้หรือไม่ว่าพลังสายเลือดบนร่างกายของตนเองเริ่มเสื่อมถอยลงแล้ว? หึหึ!"
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
ซูจื่อโม่แหงนหน้าหัวเราะลั่น เสียงดังกังวานกึกก้อง พลังสายเลือดในร่างกายพลุ่งพล่าน แว่วเสียงเกลียวคลื่นทะเลขจรขจายดังกึกก้องทรงพลังราวกับคลื่นสมุทรโหมกระหน่ำ!
สภาพเช่นนี้ จะมีวี่แววของการถูกพิษแม้แต่น้อยได้อย่างไร!
สายเลือดทั่วร่างของเขา เปรียบดั่งเตาหลอมขนาดใหญ่ที่ลุกโชนไปด้วยเพลิงอัคคี
แผดเผาทุกสิ่ง ระเหยทุกสรรพสิ่ง ชำระล้างทุกอย่างให้บริสุทธิ์!
อย่าว่าแต่พิษศพเลย ต่อให้เป็นพิษร้ายแรงในสำนักพิษ ก็ยังไม่อาจสร้างภัยคุกคามใดๆ ให้กับเขาได้!
"เจ้า..."
สีหน้าของผู้ฝึกเทพยุทธ์นิกายหลอมศพเหล่านี้ กลายเป็นซีดเผือดมากยิ่งขึ้น
ร่างสูงใหญ่กำยำร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาใกล้ เงื้อหมัดทั้งสองข้าง ราวกับค้อนเหล็กขนาดยักษ์คู่หนึ่ง พุ่งทะยานเข้าไปในฝูงชน บุกทะลวงซ้ายขวาอย่างดุดัน
ผู้ฝึกเทพยุทธ์นิกายหลอมศพ จะต้านทานหมัดเหล็กของวานรวิเศษได้อย่างไร
ร่างแต่ละร่างถูกทุบจนปลิวละลิ่ว
เมื่อร่วงหล่นลงบนพื้นดิน ก็กลายเป็นซากศพที่ไร้ซึ่งพลังชีวิตใดๆ ไปแล้ว
ลมร้ายพัดโชยปะทะใบหน้า!
พยัคฆ์หน้าขาวตาดุร้ายตัวหนึ่งแผ่ซ่านไอสังหารพลุ่งพล่าน ราวกับหิวโซสุดขีด กระโจนลงมาจากภูเขา ฉีกทึ้งร่างกายของผู้ฝึกเทพยุทธ์นิกายหลอมศพผู้หนึ่งจนขาดวิ่น ควักไส้พุงออกมาในทันที!
พิษศพบนซากศพเหล่านี้ เพิ่งจะสัมผัสโดนขนของพยัคฆ์วิญญาณ ก็เกิดแสงอสนีบาตสว่างวาบขึ้นมา ฟาดพิษศพเหล่านี้จนสลายกลายเป็นความว่างเปล่า
"โฮก!"
ราชสีห์ทองคำตัวหนึ่งดูน่าเกรงขามน่าหวั่นเกรง พุ่งทะยานเข้าไปในฝูงชนชั่วพริบตา แผดเสียงคำรามลั่นสะท้านฟ้าสะเทือนดิน!
ผู้ฝึกเทพยุทธ์นิกายหลอมศพหลายคนที่อยู่ใกล้ที่สุดสีหน้าแข็งค้าง หางตา รูจมูก รูหู และมุมปาก ล้วนเริ่มมีรอยเลือดสีแดงฉานซึมออกมา
ทวารทั้งเจ็ดมีเลือดไหล!
สมองของผู้ฝึกเทพยุทธ์หลายคนนี้ ล้วนถูกสั่นสะเทือนจนกลายเป็นของเหลวเละเทะไปหมดแล้ว!
ชิงชิงและจิ้งจอกน้อยไม่ได้ก้าวออกไปข้างหน้า
สำหรับผู้ฝึกเทพยุทธ์ที่เต็มไปด้วยไอวิญญาณหยินอันน่าสยดสยอง ทั่วร่างแผ่ซ่านกลิ่นเหม็นเน่าแห่งความตายเหล่านี้ พวกนางย่อมต้องหลีกหนีให้ห่างไกล
ถึงกระนั้น เพียงไม่กี่สิบลมหายใจ เพียงแค่สี่คน ซูจื่อโม่ วานรวิเศษ พยัคฆ์วิญญาณ และราชสีห์ทองคำ ก็สังหารผู้ฝึกเทพยุทธ์นิกายหลอมศพหลายสิบคนเหล่านี้จนหมดสิ้น!
ศพศึกหลายสิบกุที่เพิ่งรุมล้อมโจมตีเจ้าอ้วนน้อยและสือเจียน ยังไม่ทันได้หันกลับมาช่วยเหลือ ทุกอย่างก็จบสิ้นลงแล้ว
ในความเป็นจริง ผู้ฝึกเทพยุทธ์นิกายหลอมศพในโลกแห่งการฝึกเซียน ถือเป็นตัวตนที่รับมือได้ยากยิ่ง
หากไม่จำเป็น ศิษย์ของสำนักระดับสุดยอดมากมาย ล้วนไม่เต็มใจที่จะเป็นฝ่ายเข้าไปยุ่งเกี่ยว
ศพศึกที่พวกเขาหลอมสร้างขึ้นนั้นฟันแทงไม่เข้า น้ำไฟไม่อาจทำอันตราย ทั้งยังมีพละกำลังมหาศาล สามารถต่อกรกับอาวุธวิญญาณระดับสมบูรณ์แบบ หรือแม้กระทั่งอาวุธวิญญาณระดับก่อนนภาได้!
เมื่อให้ศพศึกยืนบังอยู่ด้านหน้า ผู้ฝึกเทพยุทธ์นิกายหลอมศพแทบจะยืนหยัดอยู่ในจุดที่ไร้พ่าย!
แต่จุดอ่อนของผู้ฝึกเทพยุทธ์นิกายหลอมศพ ก็เห็นได้อย่างชัดเจนเช่นกัน
ทันทีที่ตนเองตกตาย ศพศึกก็จะสูญเสียการควบคุม ไม่มีภัยคุกคามอีกต่อไป
พวกของซูจื่อโม่จับจุดอ่อนนี้ได้พอดี ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ฝึกเทพยุทธ์นิกายหลอมศพได้พักหายใจเลยแม้แต่น้อย ใช้พละกำลังดุจอสนีบาต สยบผู้คนนิกายหลอมศพลงได้ในเวลาเพียงไม่กี่สิบลมหายใจ!
ศพศึกหลายสิบกุเหล่านั้นล้มตึงลงไปในทันที กลายเป็นซากศพที่แท้จริง
-สองสิงห์:ผู้แปล-