เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9 ช้าเร็วก็ต้องฆ่าผู้สูงศักดิ์คนนี้ให้ตาย

ตอนที่ 9 ช้าเร็วก็ต้องฆ่าผู้สูงศักดิ์คนนี้ให้ตาย

ตอนที่ 9 ช้าเร็วก็ต้องฆ่าผู้สูงศักดิ์คนนี้ให้ตาย


ตอนที่ 9 ช้าเร็วก็ต้องฆ่าผู้สูงศักดิ์คนนี้ให้ตาย

"พี่เขย ผู้สูงศักดิ์คนนี้คือใครกัน? ข้าจะได้ไปขอบคุณบรรพบุรุษแปดชั่วโคตรของเขา!"

ปากฉินเส้าโหยวบอกจะขอบคุณ แต่ในใจกลับฟันธงไปแล้วว่าไอ้ผู้สูงศักดิ์คนนี้มีปัญหาชัวร์ป้าบ ต้องระวังตัวให้จงหนัก

แม้เซวียชิงซานจะรู้สึกว่าคำพูดนี้มันฟังดูแปร่งๆ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ส่ายหน้าพลางตอบว่า "ข้าจะไปรู้ชื่อแซ่ของผู้สูงศักดิ์ได้ยังไง นายกองพันจั่วไม่ได้บอก แล้วข้าก็ไม่กล้าถามด้วย"

ฉินเส้าโหยวกลอกตาบน มองเหยียดๆ :

ไม่กล้าถามเหรอ? ป๊อดต่างหากล่ะ! ดูทำหน้าเข้าสิ ทำไมท่านไม่กล้าบวกกับนายกองพันจั่วไปเลยวะ?

เซวียชิงซานสังเกตเห็นสายตาของฉินเส้าโหยว อดขมวดคิ้วไม่ได้ "เจ้าทำหน้าตาแบบนั้นหมายความว่ายังไง?"

"ไม่มีอะไรขอรับ" ฉินเส้าโหยวรีบเก็บสีหน้าเหยียดหยามทันที

พี่เขยสู้หน้านายกองพันจั่วไม่ไหว แต่ถ้าจะจัดการเขาละก็ สบายมาก

เขารีบเปลี่ยนเรื่อง "พี่เขย ข้าไม่รู้จักผู้สูงศักดิ์คนนั้นเลยด้วยซ้ำ แล้วจะไปเข้าตาเขาได้ยังไง? เขาถูกใจข้าตรงไหนกันเนี่ย?"

ถูกใจที่ข้าหล่อ? หรือถูกใจที่ลิ้นข้าพลิ้ว? คงไม่ใช่ว่าถูกใจที่ข้ากินเก่งหรอกนะ?

"น่าจะเป็นเพราะคดีก่อนหน้านี้กระมัง"

ดูเหมือนเซวียชิงซานจะรู้อะไรบางอย่างจริงๆ

ฉินเส้าโหยวรีบถาม "คดีไหนหรือขอรับ?"

"ก็คดีที่ทำให้พ่อเจ้าบาดเจ็บสาหัสจนต้องออกจากหน่วยปราบมาร แล้วก็ทำให้เจ้าต้องนอนซมติดเตียงอยู่ตั้งสามเดือนไงล่ะ"

เซวียชิงซานถอนหายใจ

"คดีนั้นทำให้หน่วยปราบมารเมืองลั่วสูญเสียคนเฝ้ายามไปตั้งร้อยกว่าคน ส่งผลกระทบใหญ่หลวงมาก พวกเจ้าไม่กี่คนที่รอดชีวิตกลับมาได้ ย่อมต้องถูกเบื้องบนจับตามองเป็นธรรมดา"

ฉินเส้าโหยวจับจุดสำคัญได้ทันที

"แล้วคนที่รอดชีวิตกลับมาอีกไม่กี่คนนั้น ก็ถูกผู้สูงศักดิ์ให้ความสำคัญด้วยเหมือนกันหรือขอรับ?"

"ใช่แล้ว"

เซวียชิงซานพยักหน้า

"ก่อนที่เจ้าจะมาหา ข้าแจ้งเรื่องนี้ให้พวกเขารู้แล้ว แต่ละคนดีอกดีใจกันใหญ่ ต่างก็ประกาศกร้าวว่าจะสร้างผลงาน เพื่อตอบแทนความเมตตาของผู้สูงศักดิ์ บางคนถึงขั้นขออาสาออกไปทำภารกิจเสี่ยงตายตั้งหลายภารกิจ บอกว่าจะโชว์ฝีมือให้ผู้สูงศักดิ์เห็น"

ฉินเส้าโหยวนึกย้อนไป ตอนที่กำลังเดินมาที่นี่ เขาเห็นเพื่อนร่วมงานสองสามคนมีท่าทีตื่นเต้นดีใจจริงๆ ด้วย

ท่าทางระริกระรี้ราวกับถูกหวยรางวัลใหญ่

ตอนแรกเขายังงงอยู่เลย ว่าไอ้พวกนี้ไปเจอเรื่องดีอะไรมา ถึงได้ตื่นเต้นกันขนาดนั้น?

นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเพราะได้รับความสำคัญจากผู้สูงศักดิ์นี่เอง

จู่ๆ ฉินเส้าโหยวก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ รีบถาม "แล้วท่านพ่อข้าล่ะขอรับ ได้รับความสำคัญจากผู้สูงศักดิ์ด้วยไหม?"

เซวียชิงซานส่ายหน้า "นายกองพันจั่วไม่ได้เอ่ยชื่อพ่อเจ้า คงไม่เข้าตาผู้สูงศักดิ์หรอก ก็เขาออกจากหน่วยปราบมารไปแล้วนี่นา"

ค่อยยังชั่ว... ฉินเส้าโหยวลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

เขาไม่ได้รู้สึกยินดีปรีดาเหมือนเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ที่คิดว่าตัวเองได้เกาะใบบุญผู้ใหญ่ เตรียมจะเจริญก้าวหน้าไปสู่จุดสูงสุดของชีวิต เพียงเพราะได้รับคำชมจากผู้สูงศักดิ์

ในทางกลับกัน เขากลับเกิดความระแวดระวังขึ้นมา รู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ชอบมาพากล

แต่ละปีมีคนเฝ้ายามรอดตายจากภารกิจตั้งมากมาย ทำไมผู้สูงศักดิ์ถึงมาเจาะจงเลือกพวกเขากลุ่มนี้ล่ะ?

"นี่คงไม่ใช่ผู้สูงศักดิ์มาให้ความสำคัญหรอก แต่เป็นผู้สูงศักดิ์มาเร่งรัดเอาชีวิตต่างหาก!"

ฉินเส้าโหยวคิดในใจ

เดิมทีเขาไม่ได้มีความคิดอะไรเกี่ยวกับคดีก่อนหน้านี้เลย

ในโลกที่เต็มไปด้วยความลี้ลับและภยันตรายแห่งนี้ การที่ข้อมูลผิดพลาดจนทำให้กองกำลังถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร

แต่ทว่าตอนนี้ การที่จู่ๆ ก็มี 'ผู้สูงศักดิ์ให้ความสำคัญ' โผล่ขึ้นมา กลับทำให้เขาเกิดความสงสัย

คดีก่อนหน้านี้ คงไม่ธรรมดาเสียแล้วล่ะมั้ง

คิดมาถึงตรงนี้ ฉินเส้าโหยวก็ลดเสียงลงกระซิบถาม "พี่เขย คดีก่อนหน้านี้มันมีตื้นลึกหนาบางยังไงกันแน่?"

เซวียชิงซานทำหน้าเหวอ "เจ้ามาถามข้าเนี่ยนะ? เจ้าเป็นคนลงพื้นที่จริงไม่ใช่หรือไง? อย่าลืมสิ ข้าถูกย้ายมาทีหลัง แฟ้มคดีที่ข้าได้อ่าน ก็เป็นบันทึกคำให้การจากพวกเจ้านั่นแหละ"

ฉินเส้าโหยวขมวดคิ้ว ความทรงจำของเขาเกี่ยวกับคดีนี้ ก็แค่ไปล้อมจับกลุ่มภูตผีปีศาจ แต่ปรากฏว่าข้อมูลผิดพลาด พลังและจำนวนของภูตผีปีศาจมีมากกว่าที่ประเมินไว้เยอะ ทำให้พวกเขาบาดเจ็บล้มตายกันระนาว แทบจะละลายทั้งกองร้อย

แต่พอดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ภายในคดีนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าจะมีความลับดำมืดบางอย่างซุกซ่อนอยู่

เพียงแต่พวกเขากลุ่มคนที่รอดชีวิตกลับมา ตำแหน่งมันต่ำต้อยเกินไป เลยไม่มีใครล่วงรู้ความจริง

ฉินเส้าโหยวถึงกับคาดเดาไปว่า แม้แต่อดีตนายกองร้อยหน่วยปราบมารเมืองลั่วคนก่อน ก็อาจจะถูกปิดหูปิดตาด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นคงไม่ตายอนาถในคดีนั้นหรอก

ทว่าก็เพราะพวกเขาไม่รู้ความจริง ไอ้คนที่เรียกตัวเองว่าผู้สูงศักดิ์นั่น ถึงไม่ได้ลงมือฆ่าปิดปากพวกเขาทันที แต่ใช้วิธีปล่อยข่าวว่า 'ให้ความสำคัญ' ออกมาแทน

ด้วยวิธีนี้ บรรดาหัวหน้าของพวกเขาก็ย่อมต้องมอบหมายภารกิจให้พวกเขาทำเยอะๆ เพื่อเป็นการขัดเกลา

ในยุคสมัยที่ภูตผีปีศาจออกอาละวาด ภัยร้ายซุ่มซ่อนอยู่ทุกแห่งหน การออกไปทำภารกิจบ่อยๆ ก็เท่ากับเพิ่มความเสี่ยงให้ตัวเอง มีโอกาสตายในหน้าที่สูงมาก

อัตราการเกิดใหม่ (ตาย) ของหน่วยปราบมารน่ะ มันพุ่งปรี๊ดติดเพดานมาตลอดอยู่แล้ว

แล้วถ้าคนพวกนี้ต้องมาตายเพราะไปทำภารกิจ ก็จะไม่มีใครไปสงสัยผู้สูงศักดิ์นั่นเลยแม้แต่น้อย

แม้แต่ตัวคนตายหรือญาติพี่น้องเอง ก็คงไม่แค้นเคืองอะไร คงคิดแค่ว่าความสามารถไม่ถึง หรือดวงไม่ดีเอง ทำให้ผู้สูงศักดิ์ต้องผิดหวังเสียเปล่าๆ

แผน 'ยืมดาบฆ่าคน' แผนนี้ ช่างเหี้ยมโหดจริงๆ!

ต่อให้พวกเขาดวงแข็ง ผ่านภารกิจเสี่ยงตายมาได้จนรอดชีวิต แถมยังสร้างผลงานได้ ผู้สูงศักดิ์ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร

เพราะคนส่วนใหญ่ที่รอดมา ย่อมต้องซาบซึ้งใจ และคิดว่าความสำเร็จและการเลื่อนขั้นของตัวเอง เป็นเพราะผู้สูงศักดิ์เห็นแววและช่วยสนับสนุน

แถมอาจจะถึงขั้นยอมถวายหัวรับใช้ผู้สูงศักดิ์ เพื่อปูทางสู่อนาคตที่สดใสกว่าเดิมด้วยซ้ำ

ดูจากไอ้พวกเพื่อนร่วมงานที่กำลังตื่นเต้นดีใจอยู่ข้างนอกนั่นก็รู้ แทบจะพุ่งเข้าไปกราบกรานเรียกผู้สูงศักดิ์ว่าพ่ออยู่แล้ว

นี่มันโดนหลอกไปขายแล้วยังมาช่วยเขานับเงินชัดๆ

"ไอ้ผู้สูงศักดิ์คนนี้ มันต้องเป็นจอมวางแผนสุดร้ายกาจหน้าไหว้หลังหลอกแน่ๆ!"

ฉินเส้าโหยวฟันธงในใจ

พร้อมกับตั้งปณิธานอย่างเงียบๆ "สักวันหนึ่ง ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าไอ้ผู้สูงศักดิ์คนนี้มันเป็นใคร แล้วมันต้องการอะไร ถ้ามันตั้งใจจะเล่นงานข้าจริงๆ ไม่ว่ายังไงก็ต้องฆ่ามันทิ้งให้ได้ ตัดไฟแต่ต้นลมให้สิ้นซาก!"

เซวียชิงซานไม่รู้ว่าฉินเส้าโหยวคิดอะไรอยู่ เขาอธิบายสถานการณ์ที่อำเภอเหมียนหยวนให้ฟังต่อ:

"คดีเด็กหายแบบนี้ แต่ก่อนก็เคยมี ส่วนใหญ่ก็ฝีมือพวกโจรลักพาตัวเด็กที่ใช้ยาสลบ ไม่ก็พวกปีศาจเฮยเซิงออกอาละวาด จัดการได้ไม่ยากหรอก

ที่ข้าให้เจ้าไปสืบคดีนี้ ก็เพราะว่าที่อำเภอเหมียนหยวน มีรองเสนาบดีจางที่ปลดเกษียณกลับไปอยู่ที่บ้านเกิดด้วย

บ้านแกก็มีเด็กเล็ก ถึงยังไม่หายไปไหน แต่แกก็ต้องเป็นกังวลแหงๆ

ถ้าเจ้าปิดคดีนี้ได้ไว ไม่แน่ว่ารองเสนาบดีจางอาจจะช่วยพูดจาสนับสนุนเจ้าบ้าง ถึงจะลงจากตำแหน่งแล้ว แต่ลูกศิษย์ลูกหาคนคุ้นเคยยังมีอีกเพียบ แค่ท่านเอ่ยปากชมสักสองสามคำ อนาคตหน้าที่การงานของเจ้าก็ฉลุยแล้ว"

ฉินเส้าโหยวถึงบางอ้อ พี่เขยจงใจเลือกคดีหมูๆ แต่ผลตอบแทนสูงลิบมาให้เขานี่เอง

ดูท่าความรักของพี่เขยจะยังไม่จืดจาง ยังคอยดูแลเอาใจใส่เขาเป็นอย่างดี

และความห่วงใยของเซวียชิงซาน ไม่ได้มีเพียงแค่นี้

เขาพูดต่อว่า "ยังไงนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เจ้าได้เป็นหัวหน้าออกทำภารกิจอย่างเป็นทางการ ข้าจะเขียนใบเบิกทางให้เจ้า เอาไปเบิกวัตถุอาถรรพ์ที่ห้องเก็บของสักสองชิ้น เผื่อเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน"

"ท่านพูดเองนะ!"

ตาของฉินเส้าโหยวลุกวาวขึ้นมาทันที

เขาเคยเห็นอานุภาพของวัตถุอาถรรพ์มาแล้ว มันช่างมหัศจรรย์นัก

หากมีวัตถุอาถรรพ์ติดตัว ความอันตรายของภารกิจครั้งนี้ก็จะลดลงไปได้มากโข

เพียงแต่ไม่รู้ว่าไอ้วัตถุอาถรรพ์พวกนี้ มันจะกินได้ไหมนะ แล้วรสชาติจะเป็นยังไง? พอกินเข้าไปแล้วจะมีประโยชน์อะไรบ้าง?

ฉินเส้าโหยวกลืนน้ำลายเอื๊อก

เซวียชิงซานเห็นภาพนั้น ก็อดเสียวสันหลังวาบไม่ได้

จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่า... ตัวเองเหมือนจะตัดสินใจอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่านะ?

จบบทที่ ตอนที่ 9 ช้าเร็วก็ต้องฆ่าผู้สูงศักดิ์คนนี้ให้ตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว