เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 การลอบโจมตีในยามค่ำคืน

บทที่ 20 การลอบโจมตีในยามค่ำคืน

บทที่ 20 การลอบโจมตีในยามค่ำคืน


บทที่ 20 การลอบโจมตีในยามค่ำคืน

แน่นอนว่าทหารเพียงเจ็ดคนนั้นยังน้อยเกินไป

หลี่ชิงเย่ยังไม่พอใจกับจำนวนเท่านี้ เขาจำเป็นต้องเดินหน้าขยายกำลังพลต่อไป

เป้าหมายของเขานั้นชัดเจนมาก นั่นคือพวกสมาชิกแก๊งอันธพาล โดยเฉพาะพวกสวะสังคมที่ค้า "แป้ง" ซึ่งเป็นดั่งหนูสกปรกที่ผู้คนต่างรุมสาปแช่ง

ด้วยการสืบหาข้อมูลทางออนไลน์ประกอบกับข้อมูลบางส่วนที่เฉินเจี้ยนสยงจัดหามาให้ ในไม่ช้าเขาก็ล็อคเป้าหมายได้หลายแห่ง

หนึ่งในเป้าหมายนั้นคือ "แก๊งงูทะเล" ซึ่งเคยฝังรากลึกอยู่ในเขตตะวันออกเฉียงใต้ของมะนิลา

แก๊งขนาดเล็กที่มีสมาชิกกว่าสองร้อยคนแห่งนี้ ถูกดูเตอร์เต้ใช้มาตรการเด็ดขาดกวาดล้างจนหัวหน้าแก๊งถูกยิ้มส่งสวรรค์ด้วยกระสุนปืน ส่วนสมาชิกเกินครึ่งถูกจับระเบิดถังขี้อยู่ในคุก

ปัจจุบัน สมาชิกที่เหลือรอดอีกสี่สิบกว่าคนได้หนีมากบดานที่ดาเวาเพื่อหลบหลีกความวุ่นวายชั่วคราว

พวกสมาชิกแก๊งต่างถิ่นเหล่านี้จัดการได้ง่ายกว่าเจ้าถิ่นมาก เพราะพวกเขาไร้ซึ่งเครือข่ายเส้นสายที่สลับซับซ้อนเหมือนพวกเจ้าถิ่นในพื้นที่

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา หลังจากวิเคราะห์สถานการณ์ของเป้าหมายเหล่านั้นอย่างละเอียด หลี่ชิงเย่จึงตัดสินใจเลือกแก๊งงูทะเลเป็นเป้าหมายในการลงมือ

ภายใต้การปกปิดของรัตติกาล

ภายในโรงงานแปรรูปไม้ร้างทางตอนเหนือของดาเวา

ด้านนอกมีฝนตกลงมาอย่างหนัก

เหล่าเศษซากของแก๊งงูทะเลรวมตัวกันอยู่ด้านใน แบ่งกลุ่มกันกลุ่มละสามถึงห้าคนล้อมวงรอบกองไฟ ย่างอาหารและกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับฮอตดอก

"ฟิลี ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้นะ!" ชายหนุ่มหน้าเสี้ยมแหลมราวกับลิงเอ่ยขึ้นพลางซดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขณะคุยกับชายหัวล้านที่กำลังย่างปีกไก่

ชายตาเดียวอีกคนแค่นเสียงเหยียด "มีข้าวกินก็ดีแค่ไหนแล้ว ไม่รู้หรือไงว่าข้างนอกนั่นสถานการณ์เป็นยังไง ไอ้โง่..."

ชายหัวล้านกัดปีกไก่คำหนึ่ง "ตาเดียวพูดถูก อดทนไปก่อนเถอะ! อย่างน้อยเราก็ยังมีเงินติดตัว พอไอ้บ้าคุมอำนาจนั่นหมดวาระลง ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคนต่อไปจะกัดไม่ปล่อยแบบนี้"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น พวกสวะที่นั่งล้อมวงกองไฟก็เริ่มพ่นคำด่าทอออกมาสารพัด

บางคนเล่นสนุกหยอกล้อกัน บางคนก้มหน้าก้มตากิน หรือบางคนก็นั่งเหม่อลอยอย่างไม่ใส่ใจ

ในขณะเดียวกัน บนถนนสายเล็กที่ห่างออกไปจากโรงงานไม้ร้าง

รถตู้คันหนึ่งอาศัยเสียงลมและฝนอำพรางตัว จอดนิ่งสนิทอยู่ใต้ต้นสาเกข้างทาง โดยมีต้นไม้หนาทึบช่วยบดบังแสงจากไฟหน้ารถ

เมื่อดับไฟและเครื่องยนต์อย่างรวดเร็ว ทหารสามคนภายในรถก็เริ่มตรวจสอบอุปกรณ์อย่างละเอียดโดยอาศัยแสงจากไฟฉายคาดศีรษะ

หลังจากตรวจเช็คอุปกรณ์เสร็จสิ้น พวกเขาสวมชุดกันฝน สวมกล้องตรวจจับความร้อนในที่มืด และดับไฟฉายลง

พวกเขาลอบเข้าใกล้โรงงานไม้ร้างอย่างเงียบเชียบ แต่หยุดฝีเท้าลงเมื่อห่างออกไปประมาณสองร้อยเมตร

ความระแวดระวังของพวกสวะค้าแป้งเหล่านี้นับว่าสูงมาก แม้ในยามฝนตกย่อมต้องมีการติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเตือนไว้บ้าง

หากเข้าใกล้เกินไปอาจจะทำให้สัญญาณเตือนดังขึ้นได้

โปรแกรมของทหารเหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยหลี่ชิงเย่ ดังนั้นรูปแบบการปฏิบัติงานที่เน้นความรอบคอบจึงถูกนำมาใช้อย่างเคร่งครัด

ทั้งสามคนในชุดกันฝนสีดำนั่งยองๆ อยู่หลังกองไม้ผุโดยไม่ส่งเสียงใดๆ นี่คือข้อได้เปรียบของทหารกึ่งหุ่นยนต์ ต่อให้มีงูเลื้อยผ่านเท้าไปในนาทีนั้น พวกเขาก็จะไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆ ออกมาเลย

พวกเขากำลังรอ

รอจนกว่าฝนจะหยุดตก

เวลาล่วงเลยไปกว่าห้าชั่วโมง จนถึงเวลาประมาณตีสอง ฝนก็หยุดตกในที่สุด และคนส่วนใหญ่ในโรงงานไม้ร้างก็เข้าสู่ห้วงนิทรา

ทหารหมายเลข 5 เริ่มเคลื่อนไหว เขาเปิดกระเป๋าเอกสารและปล่อยยุงพิษที่เพิ่งฟื้นจากการแช่แข็งออกมา

ทหารอีกสองคนคอยระแวดระวังเหตุการณ์โดยรอบ

เวลาผ่านไปนาทีต่อนาที จนกระทั่งครึ่งชั่วโมงต่อมา พวกเขารีบสวมหน้ากากกันก๊าซพิษ และวิ่งมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวโรงงานไม้ร้างพร้อมกับปืนพกและระเบิดมือ

แกรก!

ทหารหมายเลข 6 เตะเข้ากับเส้นเอ็นประมงจนขาด ทำให้อุปกรณ์แจ้งเตือนที่คล้ายกับกับดักนกทำงาน ทันใดนั้นกระป๋องสังกะสีนับสิบใบก็หล่นลงมาส่งเสียงดังเคร้งคร้าง

คนข้างในบางส่วนได้ยินเสียงจากภายนอก

"ใครน่ะ!"

"ตื่น... ตื่นเร็ว..."

"ตำรวจหรือเปล่า"

"เฮ้ย ตื่น!"

"มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล..."

"เคฟ แกเป็นอะไรไปน่ะ"

ภายในโรงงานไม้ร้างเกิดความวุ่นวายสับสนและเสียงตะโกนดังก้อง

ในขณะเดียวกัน เหล่าทหารก็รุกคืบเข้ามาอย่างรวดเร็ว พวกเขาดึงสลักระเบิดมือแล้วขว้างเข้าไปในอาคาร ไม่นานนักควันจำนวนมากก็พวยพุ่งออกมาจากด้านใน

"ไอ้พวกระยำ! มันคือแก๊สน้ำตา..."

"แค่กๆ..."

ทหารหมายเลข 5 หยุดนิ่งอีกครั้งแล้วปล่อยยุงพิษอีกกระป๋องที่เตรียมไว้

ไม่นานนัก เสียงของหนักล้มตึงลงพื้นก็ดังขึ้นต่อเนื่องตามกันมา หลังจากผ่านไปอีกสิบนาที ภายในอาคารก็เงียบสงัดลงโดยสมบูรณ์

เมื่อเห็นว่ากลุ่มควันแก๊สน้ำตาเริ่มจางหายไป และยังคงไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ จากภายในโรงงานไม้ร้าง

ทว่าทหารทั้งสามก็ยังไม่บุ่มบามเข้าไป เพราะโปรแกรมสั่งการไม่อนุญาตให้พวกเขาเข้าไปในทันที

ทหารหมายเลข 7 หยิบกล้องตรวจจับความร้อนขนาดเล็กออกมา เดินวนรอบโรงงานไม้ร้างอย่างระมัดระวัง เขาพบผ่านช่องว่างและหน้าต่างว่าทุกคนภายในอาคารนอนล้มระเนระนาดอยู่บนพื้น

แต่ภายในโรงงานไม้ร้างนั้น ยังมีคนสองคนที่นอนอยู่ภายใต้มุ้งกันยุง ในมือถือปืนลูกซองและปืนพก ฝ่ามือของพวกเขามีเหงื่อซึมและตกอยู่ในความเครียดอย่างหนัก พยายามเงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวภายนอกอย่างใจจดใจจ่อ

สองคนนี้คือหัวหน้าแก๊งหัวโล้นและเจ้าหนุ่มตาเจ้าเล่ห์ พวกเขานอนในมุ้งจึงไม่ถูกยุงพิษเล่นงาน

หลังจากตระหนักได้ว่าทุกคนที่อยู่นอกมุ้งหมดสติไปหมดแล้ว และคนที่พยายามวิ่งหนีออกจากมุ้งก็โดนแก๊สน้ำตาจนล้มพับไปตามๆ กัน ทั้งสองจึงรีบมุดกลับเข้าในมุ้งเพื่อเลี่ยงการถูกยุงกัด

เดิมทีพวกเขาวางแผนจะนอนรอจังหวะเพื่อสวนกลับผู้บุกรุกอย่างสุดชีวิต แต่ฝ่ายผู้บุกรุกด้านนอกกลับชักช้าไม่ยอมเข้ามาเสียที และพวกเขาก็ไม่กล้าเสี่ยงออกจากมุ้ง จึงได้แต่รอคอยด้วยความกระวนกระวายใจ

ทหารหมายเลข 7 กลับมายังจุดนัดพบ

"เป้าหมายทั้งหมดล้มลงที่พื้นแล้ว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าสูญเสียความสามารถในการต่อสู้โดยสมบูรณ์หรือไม่"

"ดำเนินการตามแผนที่ 19" ทหารหมายเลข 5 สั่งการ

"ตกลง"

"ตกลง"

ไม่กี่นาทีต่อมา วัตถุรูปร่างคล้ายระเบิดมือนับสิบลูกถูกขว้างเข้าไปในโรงงานไม้ร้างอีกครั้ง

ฟู่... ฟู่... ควันหนาทึบอีกกลุ่มเริ่มแผ่กระจายออกไป

"บัดซบเอ๊ย..." ชายหัวล้านและเจ้าลิงผอมสบถในใจพร้อมกัน พวกเขาอยากจะพุ่งออกไปสู้กับผู้บุกรุก แต่กลับพบว่าร่างกายเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็ต้องหลับตาลงอย่างไม่ยินยอม

ผ่านไปอีกยี่สิบนาที

"ยาสลบเจือจางลงแล้ว"

"ดำเนินการตามแผนที่ 20"

ทหารหมายเลข 5 เดินนำเข้าไปก่อนพร้อมโล่ปราบจลาจลและปืนพก ค่อยๆ รุกคืบอย่างระมัดระวัง

ทหารหมายเลข 6 ถือกล้องตรวจจับความร้อนและปืนไรเฟิลซุ่มยิง หมอบอยู่ริมหน้าต่างที่มองเห็นภายในอาคาร พร้อมที่จะลั่นไกได้ทุกเมื่อ

ทหารหมายเลข 7 คนสุดท้ายถือกล้องตรวจจับความร้อนเช่นกัน แต่อาวุธในมือคือปืนลมที่ออกแบบมาเพื่อยิงลูกดอกยาสลบโดยเฉพาะ

ฟึ่บ... ฟึ่บ... ลูกดอกยาสลบถูกระดมยิงเข้าใส่ร่างของสมาชิกแก๊งงูทะเลที่นอนแหมะอยู่บนพื้น

หากพวกมันยังมีสติอยู่ คงอยากจะตะโกนถามว่า "มันจำเป็นขนาดนี้เลยเหรอ? พวกแกจะรอบคอบไปถึงไหนกันวะ!"

แต่โปรแกรมของทหารรับจ้างถูกตั้งค่าไว้เช่นนี้ เพื่อให้มั่นใจในความสำเร็จแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ย่อมต้องเตรียมแผนสำรองไว้หลายชั้น

อย่างไรเสีย ยุงพิษ แก๊สน้ำตา ยาสลบ และลูกดอกยาสลบจำนวนมหาศาลก็ถูกผลิตขึ้นในห้องปฏิบัติการอยู่แล้ว เหล่าทหารไม่มีความคิดที่จะช่วยหลี่ชิงเย่ประหยัดเงิน พวกเขาจะปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จด้วยวิธีที่ปลอดภัยและรัดกุมที่สุดเท่านั้น

สำหรับทหารรับจ้างซึ่งมีข้อบกพร่องบางประการ หลี่ชิงเย่เองก็กังวลเรื่องอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น เขาจึงตั้งค่าตรรกะการทำงานให้เน้นความปลอดภัยเป็นพิเศษ

พวกสมาชิกแก๊งงูทะเลผู้เคราะห์ร้าย หลังจากถูกกระหน่ำด้วยยุงพิษ แก๊สน้ำตา ยาสลบแบบควัน และลูกดอกยาสลบอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้พวกมันก็นิ่งสนิทราวกับท่อนไม้ที่ไร้ทางสู้

หลังจากยืนยันว่าทุกคนไร้สิ้นเรี่ยวแรงจะขัดขืน เหล่าทหารก็รีบมัดพวกมันไว้และอุดปากให้แน่นหนา

จากนั้น ด้วยการปฏิบัติการอย่างเร่งด่วน พวกเขาใช้เวลาห้าวันในการทยอยลักลอบขนส่งสมาชิกแก๊งงูทะเลทั้ง 43 คน มุ่งหน้าสู่ฐานวิจัยบนเกาะคาลากัวอย่างลับๆ

จบบทที่ บทที่ 20 การลอบโจมตีในยามค่ำคืน

คัดลอกลิงก์แล้ว