เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 80 ผู้ร่วงหล่นพูดได้

บทที่ 80 ผู้ร่วงหล่นพูดได้

บทที่ 80 ผู้ร่วงหล่นพูดได้


ไป๋อู้ส่งยิ้มอย่างมีมารยาทและเป็นมิตรให้กับผู้ร่วงหล่น แต่รอยยิ้มของเขาก็ต้องหุบลงทันที เมื่อดวงตาของเพลเยอร์แสดงข้อมูลให้เห็น

【ในบรรดาผู้โดยสารสามร้อยห้าสิบคน เธอไม่ใช่คนที่ชีวิตรันทดที่สุดหรอกนะ แต่ความคับแค้นใจของเธอต่างหากที่รุนแรงที่สุด ตอนที่ยังเป็นมนุษย์ เธอได้พบกับศาสตราจารย์หนุ่มรูปหล่อพ่อรวยจากศูนย์วิจัย ใครบ้างล่ะจะไม่ชอบผู้ชายแบบนี้? แล้วเธอก็ตั้งท้องลูกของศาสตราจารย์คนนั้นอย่างง่ายดาย แต่แน่นอนว่าเรื่องราวมันต้องมีจุดหักมุมสิ ศาสตราจารย์คนนั้นแค่อยากทำให้ผู้หญิงสวยๆ สักคนท้อง แล้วก็ทำให้เธอกลายร่างเป็นผู้ร่วงหล่น เพื่อเฝ้าดูว่าถ้าผู้ร่วงหล่นที่ไม่สามารถให้กำเนิดบุตรได้เกิดตั้งท้องขึ้นมา จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ดูจากหน้าท้องของเธอสิ นายก็น่าจะเดาจุดจบของเธอออกแล้วล่ะนะ ผู้ร่วงหล่นกลายพันธุ์ระดับหก คุณสมบัติการกลายพันธุ์: พลังจิต*4 คุณสมบัติการกลายพันธุ์สมบูรณ์แบบ: เผยแพร่ความสิ้นหวัง】

เป็นอีกครั้งที่ไป๋อู้เผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว หน้าท้องของหญิงสาวถูกผ่าออก เขาพอจะเดาออกแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ

อู่จิ่วที่กำลังจัดการกับพวกผู้ร่วงหล่นอยู่ด้านหลัง ก็แอบมองผู้ร่วงหล่นสามตัวนี้ด้วยความประหลาดใจเป็นระยะๆ

อารมณ์ด้านลบของเขาในตอนนี้ รุนแรงพอที่จะดึงดูดผู้ร่วงหล่นทั้งห้องโดยสารได้เลยนะ แต่ผู้ร่วงหล่นทั้งสามตัวนี้กลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด

ไป๋อู้หันไปมองผู้ร่วงหล่นอีกตัว ตอนนี้เขาพอจะปะติดปะต่อความจริงบางส่วนได้แล้ว เหลือแค่รอการพิสูจน์เท่านั้น

รูปร่างหน้าตาของผู้ร่วงหล่นตัวนี้ ดูคล้ายกับแดนดิไลออนในร่างแรกมาก ทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยเนื้องอกน่าขยะแขยงปูดโปนเต็มไปหมด

【แตกต่างจากผู้โดยสารคนอื่นๆ ตรงที่เขาไม่ใช่พวกที่มีความเสี่ยงจะเป็นผู้ร่วงหล่นเพราะชีวิตรันทดหรอกนะ แต่เป็นพวกที่อิจฉาพวกผู้ร่วงหล่น และตั้งใจจะกลายร่างเป็นผู้ร่วงหล่นด้วยความสมัครใจต่างหาก พอรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของเที่ยวบินนี้ เขาก็คิดว่าที่นี่ควรจะมีผู้ชี้นำสักคน ก็เลยเสนอตัว... เลิกเป็นมนุษย์ซะเลย แต่กระบวนการกลายร่างเป็นผู้ร่วงหล่น มันเจ็บปวดทรมานกว่าที่เขาคิดไว้เยอะ หมอนี่ก็เลยแอบเสียใจอยู่หลายรอบเลยล่ะ ผู้ร่วงหล่นกลายพันธุ์ระดับหก คุณสมบัติการกลายพันธุ์สมบูรณ์แบบ: ฟื้นฟูสมบูรณ์แบบ】

ไป๋อู้ถึงบางอ้อ มิน่าล่ะถึงได้หน้าตาเหมือนแดนดิไลออนขนาดนี้ ฟื้นฟูสมบูรณ์แบบงั้นเหรอ... แสดงว่าเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกับแดนดิไลออนสินะ?

นี่ผู้ร่วงหล่นมันมีแบ่งสายพันธุ์ด้วยเหรอเนี่ย? อืม เอาไว้ค่อยไปหาคำตอบทีหลังก็แล้วกัน

ทั้งต้นตอของเรื่องและผู้ดูแลก็เจอแล้ว ไป๋อู้จึงหันไปมองผู้ร่วงหล่นตัวสุดท้าย

รูปลักษณ์ของผู้ร่วงหล่นตัวนี้ อธิบายสั้นๆ ได้สี่พยางค์เลยคือ "หน้าหมาตัวคน" หัวเป็นหมาแต่ตัวเป็นคน

【ไอ้โบ้จอมเลียแข้งเลียขาของผู้ร่วงหล่นสาวหน้าท้องโหว่นั่นเอง ศาสตราจารย์คนนั้นสวมบทเป็นหนุ่มหล่อพ่อรวยที่พรากความบริสุทธิ์ของเธอไป แต่เธอก็ยังหลงรักเขาหัวปักหัวปำ ถ้านับว่าความหลงใหลคือความแค้นรูปแบบนึงล่ะก็นะ~ และการกลายร่างเป็นผู้ร่วงหล่นก็ไม่ได้ทำให้ความสวยของเธอลดน้อยลงเลย นายคิดว่าผู้ชายจะชอบแค่สาวทรงเจ๊ สาววัยใส หรือสาวคัพโตงั้นเหรอ? ตื่นเถอะไอ้หนุ่ม ขอแค่สวย ผู้ชายก็ชอบหมดแหละ ไม่สนหรอกว่าจะเป็นหญิงหรือชาย หรือแม้กระทั่งไม่ใช่คนก็ตาม และไอ้ผู้ร่วงหล่นตัวที่นายเห็นอยู่นี่ ก็รักเธอหมดหัวใจ ต่อให้หน้าท้องของเธอจะถูกแฟนเก่าผ่าจนโหว่ หรือต่อให้เธอกลายเป็นผู้ร่วงหล่นไปแล้วก็ตาม ผู้ร่วงหล่นกลายพันธุ์ระดับหก คุณสมบัติการกลายพันธุ์สมบูรณ์แบบ: เจ็บปวดร่วมกัน】

"ที่แท้ก็ไอ้โบ้นี่เอง มิน่าล่ะถึงได้ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ข้างๆ ผู้ร่วงหล่นอีกตัว ทั้งๆ ที่มีเสี่ยวหลงเปารสเด็ดอย่างพี่เตี้ยยั่วกิเลสอยู่แท้ๆ แต่ก็ไม่ยอมพุ่งเข้าไปกิน"

"ในฐานะผู้ดูแลที่สมัครใจเป็นผู้ร่วงหล่น สภาพจิตใจก็คงจะแตกต่างจากพวกอื่น ส่วนไอ้โบ้หน้าหมาก็มีหน้าที่ปกป้องสาวหน้าท้องโหว่ แล้วทำไมสาวหน้าท้องโหว่ถึงไม่ยอมโจมตีพวกล่ะ?"

"ผู้หญิงคนนี้ต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรแน่ๆ แต่ตอนนี้ฉันไม่มีเวลามาสืบแล้ว"

เวลาเหลือน้อยเต็มทีแล้ว ไป๋อู้ยังไม่พบเบาะแสเกี่ยวกับชิ้นส่วนจิ๊กซอว์วันสิ้นโลกจากผู้ร่วงหล่นทั้งสามตัวนี้เลย

สามสิบวินาทีสุดท้าย

ไป๋อู้คำนวณดูแล้วว่า ต่อให้หัวหน้าจะเก่งกาจแค่ไหน ก็ไม่มีทางจัดการผู้ร่วงหล่นระดับหกทั้งสามตัวนี้ได้ภายในสามสิบวินาทีหรอก และการฆ่าพวกมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรด้วย

หลังจากกวาดสายตามองไปรอบๆ หมายเหตุที่ดวงตาของเพลเยอร์ให้มา ก็เป็นแค่ข้อมูลไร้สาระทั้งนั้น

ในพื้นที่ที่คับแคบขนาดนี้ เขาไม่สามารถใช้วิธีมองตรงไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง เหมือนตอนที่อยู่ทุ่งหญ้าหรือในเมืองร้างได้ เพราะในสายตาของเขา... มีแต่พวกผู้ร่วงหล่น ไม่ก็สิ่งกีดขวางอื่นๆ บังเต็มไปหมด

"ไม่ทันแล้วครับหัวหน้า พวกเราคงต้องตายกันอีกรอบแล้วล่ะ"

อู่จิ่วขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม:

"ไม่เจอเบาะแสอะไรเลยเหรอ?"

"เจอครับ แต่เวลาไม่พอแล้วล่ะ"

"ตกลง"

นับถอยหลังยี่สิบวินาที

พวกผู้ร่วงหล่นจากห้องโดยสารอื่นแห่กันมาออจนเต็มหน้าประตูห้องโดยสารหมายเลขหนึ่งแล้ว อู่จิ่วถูกขนาบหน้าหลัง ถึงแม้เขาจะรับมือได้อย่างสบายๆ แต่ก็ไม่สามารถฝ่าออกไปยังฉากต่อไปได้

หลังจากไป๋อู้มั่นใจแล้วว่าไม่มีเบาะแสอะไรให้เก็บเกี่ยวอีก จู่ๆ เขาก็พูดขึ้นว่า:

"หัวหน้าครับ สมมติว่าพวกเราหาทางออกไปจากที่นี่ไม่ได้จริงๆ ก็มีความเป็นไปได้สูงมากว่าพวกเราจะต้องกลายเป็นผู้ร่วงหล่น ติดแหง็กอยู่ในพื้นที่วนลูปแห่งนี้ไปตลอดกาล ว่าแต่ หัวหน้าพอจะมีเรื่องอะไรที่รู้สึกเสียดายหรือค้างคาใจบ้างไหมครับ?"

ในเมื่อมีอู่จิ่วอยู่ด้วย ตอนนี้ไป๋อู้ก็ไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ล่องหนในสายตาพวกผู้ร่วงหล่น เขาจงใจชวนคุยเรื่องสบายๆ เพื่อคลายความตึงเครียดให้กับอู่จิ่ว

พยายามทำให้ตัวเลขบนนาฬิกาข้อมือของอู่จิ่วในตอนที่ฟื้นขึ้นมาในรอบหน้า เพิ่มขึ้นช้าลงอีกนิด และในขณะเดียวกัน ก็ถือโอกาสทำความรู้จักกับยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งหอคอยคนนี้ให้มากขึ้นด้วย

แต่เห็นได้ชัดว่า เขาคิดว่าตัวเองกำลังล้อเล่นกับความตาย แต่อู่จิ่วกลับคิดว่าไป๋อู้กำลังท้อแท้สิ้นหวัง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนที่ร่างกายของไป๋อู้เริ่มเกิดการกลายพันธุ์เหมือนผู้ร่วงหล่น

"อย่าคิดมากไปเลย สถานการณ์ที่เลวร้ายกว่านี้ฉันก็เคยเจอมาแล้ว เราจะไม่ติดอยู่ที่นี่ไปตลอดหรอก"

เหลือเวลาอีกเจ็ดวินาทีก็จะระเบิด

ในช่วงเวลาห้าวินาทีนั้น อู่จิ่วก็ยังคงตวัดดาบฟาดฟันพวกผู้ร่วงหล่นไม่หยุดหย่อน แต่ในใจก็แอบคิดตามคำถามของไป๋อู้ไปด้วย

แน่นอนว่าเขาก็ต้องมีเรื่องที่รู้สึกเสียดายอยู่แล้ว

ก็พวกเพื่อนๆ ในสำนักงานผีโม่แป้งที่เปรียบเสมือนคนในครอบครัวไงล่ะ คนพวกนั้นถึงจะหน้าเงินไปหน่อยแต่น่ารักจะตาย ถ้าพวกเขารู้ว่าฉันต้องติดอยู่ในโลกภายนอกหอคอยไปตลอดกาล พวกเขาคงจะเสียใจน่าดู โดยเฉพาะผู้หญิงคนนั้น

แล้วก็ยังมีพวกลูกน้องของเขาอีก ทั้งอู๋โหรว เสี่ยวอี่ อิ่นซวง หวังซื่อ แล้วก็เพื่อนรักที่สุดในกองกำลังสำรวจอย่างหลิวหมู่ด้วย

ถ้าฉันตายไปจริงๆ พวกเขาจะไปก่อเรื่องวุ่นวายอะไรหรือเปล่านะ? จะโดนพวกกองกำลังรักษาการณ์กลั่นแกล้งเอาไหม?

แล้วสุดท้ายก็คือพวกชาวบ้านในชั้นล่าง เขาเติบโตมาในชั้นล่าง เขาสัมผัสได้ถึงความโหดร้ายของที่นั่นด้วยตัวเอง ถ้าเป็นไปได้ เขาก็อยากจะสร้างความสงบสุขและระเบียบแบบแผนให้กับชั้นล่างบ้าง

สามวินาทีก่อนที่ระเบิดจะทำงาน จู่ๆ ความคิดของอู่จิ่วและไป๋อู้ก็ถูกขัดจังหวะ

ผู้ร่วงหล่นหญิงที่มีรอยผ่าหน้าท้อง ยิ้มกว้างอย่างน่าสยดสยองยิ่งกว่าเดิม:

"ไว้เจอกันใหม่นะ เด็กใหม่"

ประโยคนี้ทำให้ไป๋อู้มองเห็นความหวังขึ้นมาทันที!

ผู้ร่วงหล่นพูดได้!

นั่นหมายความว่าผู้ร่วงหล่นตัวนี้ มีสติสัมปชัญญะและเหตุผลเหมือนกับแดนดิไลออน อีไลจาห์ และหงอิน

เบาะแสต้องอยู่ที่ผู้ร่วงหล่นตัวนี้อย่างแน่นอน

【อาฮ่า นักสำรวจดวงกุดต้องมาตายในกองเพลิงครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วในรอบหน้านี้ เขาจะสามารถหาผู้พิทักษ์ชิ้นส่วนจิ๊กซอว์เจอไหมน้า! ฉันขอพนันด้วยเงินห้าสิบเหมาเลยว่า ไ...】

เปลวเพลิงโหมกระหน่ำเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้ไป๋อู้รู้สึกเจ็บปวดทรมานกว่าสองครั้งแรกมาก

การกลายร่างเป็นผู้ร่วงหล่น ทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างผิดปกติ ซึ่งนั่นก็เป็นการยืดเวลาความตายให้ยาวนานขึ้นไปอีก

ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

โชคดีที่คราวนี้ไป๋อู้มาโผล่ที่ห้องโดยสารชั้นประหยัดหมายเลขหนึ่งเลย แถมยังนั่งอยู่ข้างๆ ไอ้โบ้หน้าหมาซะด้วยสิ

ปฏิกิริยาแรกของเขา ก็คือการหันไปทักทายผู้ร่วงหล่นสาวหน้าท้องโหว่

ปฏิกิริยาที่สอง คือการกวาดสายตามองการเคลื่อนไหวของพวกผู้ร่วงหล่นรอบๆ ตัว ไม่ต้องสงสัยเลย ตัวเลขความหวาดกลัวขั้นต่ำบนนาฬิกาข้อมือของอู่จิ่ว ต้องพุ่งสูงขึ้นอีกแน่ๆ

พวกผู้ร่วงหล่นเริ่มวิ่งกรูไปหาอู่จิ่วแล้ว

ปฏิกิริยาที่สาม นาฬิกาข้อมือของเขายังคงอยู่ในสภาวะสถิตวิญญาณ! ตัวเลขบนนาฬิกายังคงแกว่งไปมาอย่างไม่เป็นระเบียบ

จากการสังเกตมาสามรอบ เขาก็ได้ข้อสรุปว่า:

"ผู้ร่วงหล่นสาวไม่ได้คิดจะฆ่าฉัน และก็ไม่ได้สนใจจะกินฉันด้วย นี่คือโอกาสทอง อารมณ์ด้านลบของพี่เตี้ยรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ฉันต้องรีดเอาเบาะแสมาให้ได้ในรอบนี้"

"ดูเหมือนว่าการสถิตวิญญาณของไอเทม จะเป็นกฎเกณฑ์ที่ผูกมัดกับเส้นเวลาหลัก กฎนี้ไม่ถูกแทรกแซงโดยลูปเวลาบนเครื่องบิน... แต่สถานะชีวิตของฉัน น่าจะถูกบันทึกไว้ตั้งแต่ตอนที่ก้าวขึ้นเครื่องบินแล้วล่ะ เพราะฉะนั้น อาการกลายร่างเป็นผู้ร่วงหล่นที่เกิดจากนาฬิกาข้อมือเรือนนี้ ก็น่าจะหายไปหลังจากที่เครื่องบินระเบิด"

หลังจากจัดระเบียบความคิดในหัวเสร็จ ไป๋อู้ก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ

วินาทีนี้ เขาได้นำเบาะแสทั้งหมดที่รวบรวมมาก่อนหน้านี้ มาปะติดปะต่อเข้าด้วยกันจนเป็นรูปเป็นร่าง

ความจริงเกี่ยวกับเครื่องบินลำนี้ เขาเพิ่งจะไขปริศนาไปได้แค่ครึ่งเดียว แต่ความจริงเกี่ยวกับภารกิจอีกอย่างหนึ่ง เขาพอจะเดาทางออกแล้วล่ะ

ไป๋อู้เข้าประเด็นทันที:

"พวกเราเจอกันอีกแล้วนะ คุณรู้จักเยี่ยนจิ่วหรือเปล่า?"

รอยยิ้มอันน่าสยดสยองบนใบหน้าของผู้ร่วงหล่นสาว จางหายไปในทันที

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 80 ผู้ร่วงหล่นพูดได้

คัดลอกลิงก์แล้ว