เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 61 ความลับของกองกำลังรักษาการณ์หอคอย

บทที่ 61 ความลับของกองกำลังรักษาการณ์หอคอย

บทที่ 61 ความลับของกองกำลังรักษาการณ์หอคอย


หญิงบ้าในโรงพยาบาลจิตเวช

สำหรับคำว่า "โรงพยาบาลจิตเวช" ไป๋อู้แทบจะเกิดอาการ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) อยู่แล้ว พอได้ยินคำนี้ สัญชาตญาณของเขาก็นึกถึงสถานที่ที่เต็มไปด้วยคนแปลกประหลาดทันที

ยิ่งได้ออกนอกหอคอยไปสองสามครั้ง และได้รู้ว่าคาอินอาจจะซ่อนตัวอยู่ในหอคอยนี้ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่า ถ้าในหอคอยจะมีสถานที่แบบนั้นอยู่จริงๆ ก็คงไม่แปลกอะไร

"พอจะมีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับหญิงบ้าคนนี้บ้างไหมครับ?"

"ต้องไปหลอกถามเอาจากพวกกองกำลังรักษาการณ์หอคอยนั่นแหละ" อู่จิ่วพูดด้วยน้ำเสียงจนปัญญา

นั่นก็หมายความว่า ไม่มีข้อมูลอะไรเลยนั่นแหละ

จากสีหน้าของอู่จิ่ว ไป๋อู้ก็พอจะเดาอะไรบางอย่างออก:

"แสดงว่าภายนอกพวกเราทำทีเป็นไปช่วยกองกำลังรักษาการณ์หอคอยสืบคดี แต่จริงๆ แล้วมันคือการแข่งขันกันงั้นสินะครับ?"

"ใช่แล้วล่ะ" อู่จิ่วพยักหน้ารับ

ไป๋อู้ถามต่อ:

"แล้วตอนนี้พวกเรารู้อะไรบ้างครับ?"

"ที่ตั้งของโรงพยาบาลจิตเวช แล้วก็เวลาที่เป้าหมายหายตัวไป... คือเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน"

แค่นี้เนี่ยนะ? นี่มันไม่ต่างอะไรกับตอนที่หลิวหมู่สอบปากคำเขาเลยไม่ใช่หรือไง... ไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง?

"ที่โรงพยาบาลมีกล้องวงจรปิดไหมครับ?"

"มี"

ถึงอู่จิ่วจะตอบว่ามี แต่เขากลับส่ายหน้า

ไป๋อู้ขมวดคิ้ว:

"ดูเหมือนกองกำลังรักษาการณ์จะทำลายภาพจากกล้องวงจรปิดไปแล้วสินะครับ"

"อืม เพิ่งทำลายไปเมื่อสองวันก่อน พวกเขามีไฟล์สำรองเก็บไว้ แต่คงไม่ยอมให้เราดูหรอก"

"เพียงเพราะไม่อยากให้พวกเราไขคดีได้ก่อน ก็เลยยอมเก็บเบาะแสไว้เงียบๆ ไม่ยอมเอามาแชร์กันงั้นเหรอครับ?"

"เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดูเหมือนเบื้องบนก็ตั้งใจจะกดหัวพวกเราไว้เหมือนกัน"

ไป๋อู้ยังคงถามต่อไปอย่างใจเย็น:

"ผมจำได้ว่าหัวหน้าเคยบอกว่า พวกเขามีเบาะแสบางส่วนอยู่ในมือแล้วใช่ไหมครับ?"

"ใช่"

"เป็นไปได้ไหมครับ ที่เราจะแอบขโมยเบาะแสพวกนั้นมา?"

"เป็นไปไม่ได้หรอก"

อู่จิ่วอธิบายโดยที่ไป๋อู้ยังไม่ต้องถามต่อเลยว่า:

"ข้อมูลพวกนั้นถูกเก็บไว้ที่ชั้นสี่ ซึ่งพวกเราไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะขึ้นไปเหยียบชั้นสี่ด้วยซ้ำ และส่วนใหญ่แล้ว พวกเขาก็มักจะสืบคดีกันอยู่ที่ชั้นสี่นั่นแหละ"

ตอนนี้ไป๋อู้พอจะมองภาพรวมของคดีนี้ออกแล้ว

มันไม่ต่างอะไรกับตอนที่เขาติดอยู่ในสวนสัตว์เลย เริ่มต้นมาก็เป็นโหมดฝันร้ายซะแล้ว

สถานที่เกิดเหตุผ่านมาเป็นสัปดาห์แล้ว ข้อมูลที่หาได้ก็คงมีจำกัด ส่วน "เพื่อนร่วมอาชีพ" ที่กำเบาะแสบางส่วนเอาไว้ แค่ไม่มาสร้างเรื่องให้วุ่นวายก็ถือว่าบุญโขแล้ว

แถมเป้าหมายยังเกี่ยวโยงตั้งแต่ชั้นสาม ชั้นสี่ ไปจนถึงชั้นห้า แต่พื้นที่ที่พวกเขาได้รับอนุญาตให้สืบสวนกลับมีแค่ชั้นสาม และถ้าดูจากพฤติกรรมของกองกำลังรักษาการณ์หอคอยแล้ว เบาะแสส่วนใหญ่น่าจะไปกองอยู่ที่ชั้นสี่มากกว่า

คดีแบบนี้มันจะไปสืบได้ยังไงกันล่ะ

"เกมที่รู้ว่าแพ้ชัวร์ๆ แบบนี้ พวกเราปฏิเสธไม่ได้เหรอครับ?"

"ปฏิเสธไม่ได้หรอก อีกอย่าง ฉันก็เชื่อใจนายนะ" อู่จิ่วพูดด้วยท่าทีนิ่งสงบ

ไป๋อู้มองหน้าอู่จิ่ว ในใจอยากจะสวนกลับไปเหลือเกินว่า พี่เตี้ยครับ พี่เข้าใจอะไรผมผิดไปหรือเปล่า?

แต่แววตาที่เป็นประกายด้วยความตื่นเต้นของเขา ก็ทรยศความรู้สึกที่แท้จริงในใจไปเสียแล้ว

ยิ่งสถานการณ์เสียเปรียบมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นเท่านั้น

"ผมมีอีกคำถามนึงครับ"

"ว่ามาสิ"

"ทำไมถึงต้องพาเขามาด้วยล่ะครับ? ผมว่าอิ่นซวงน่าจะหัวไวเรื่องการสืบคดีมากกว่าเขานะ?" ไป๋อู้หมายถึงหลินอู๋โหรว

หลินอู๋โหรวถลึงตาใส่ พร้อมกับพูดจาถากถางว่า:

"ไอ้หน้าใหม่หน้าโง่"

เยี่ยเว่ยหมิงทำงานเก่ง บางทีอาจจะมีประโยชน์อยู่บ้าง ส่วนหัวหน้าก็เป็นกำลังหลักสายบู๊ แต่ไป๋อู้ยังนึกไม่ออกจริงๆ ว่าหลินอู๋โหรวจะมีประโยชน์อะไร

"อู๋โหรวด่าคนเก่งมาก แล้วพวกกองกำลังรักษาการณ์ ก็สมควรโดนด่าซะบ้าง"

ไป๋อู้ถึงกับอึ้ง คำตอบของอู่จิ่วช่างซื่อตรงและจริงใจเสียจนเขาคาดไม่ถึง และก็ต้องยอมรับในเหตุผลนี้จริงๆ

เขาจำได้ว่าหัวหน้าเคยบอกว่า หลินอู๋โหรวเป็นคนปากร้าย แต่ถ้าเป็นคนกันเอง เขาก็ดูแลเป็นอย่างดี แต่ถ้าเป็นคนนอกล่ะก็ ฝีปากของเขาจะร้ายกาจกว่าเดิมเป็นสิบเท่าเลยทีเดียว

การมีเพื่อนร่วมทีมสายด่ากราดไว้สักคน ก็คงจะดีเหมือนกันนะ ถ้าคู่กรณีมันน่าหมั่นไส้พอ

"เป็นหน้าที่ที่สำคัญจริงๆ ด้วย" ไป๋อู้เริ่มจะตั้งตารอแล้วสิ

อู่จิ่วลุกขึ้นยืน:

"ดึกมากแล้ว นายรีบพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เช้าเราจะออกเดินทางกัน"

ไป๋อู้อยู่ในโลกภายนอกหอคอยมาสิบเจ็ดชั่วโมงเต็ม เขาออกไปตอนตีสี่ และตอนนี้ก็เป็นเวลาสามทุ่มแล้ว

เขาพยักหน้ารับ เดินไปส่งหลินอู๋โหรวและอู่จิ่ว จากนั้นก็ไปรับฟังสรุปรายได้ประจำวันจากหลิวเฉิงจื่อและเยี่ยเว่ยหมิง ก่อนจะเข้านอนด้วยความอิ่มเอมใจ

วันรุ่งขึ้น

ภายในลิฟต์โดยสารขนาดใหญ่ที่กำลังไต่ระดับขึ้นไปยังชั้นสามของหอคอย มีผู้คนยืนอยู่ประมาณยี่สิบกว่าคน

บางคนเป็นพ่อค้าที่กำลังจะขึ้นไปชั้นสาม พวกเขาไม่ใช่คนชั้นล่าง แต่แค่มีธุรกิจบางอย่างอยู่ที่ชั้นล่างเท่านั้น คนพวกนี้มักจะทำหน้าตาหยิ่งยโสไม่เห็นหัวใคร

ซึ่งช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับพวกทาสชั้นล่างบางคนที่นั่งยองๆ อยู่ตรงมุมลิฟต์ เอาแต่ก้มหน้าก้มตา พวกเขาได้ขึ้นไปชั้นสามด้วยสิทธิ์ที่จำกัดจำเขี่ย เพียงเพื่อไปเป็นแรงงานทำเรื่องสกปรกหรือเหนื่อยยากเท่านั้น

ส่วนไป๋อู้และคนอื่นๆ ที่สวมเครื่องแบบของกองกำลังสำรวจ ก็ดูแตกต่างจากทั้งสองกลุ่มนี้อย่างชัดเจน

"หัวหน้าครับ ผมสงสัยเรื่องนี้มาตลอดเลย"

การขึ้นลิฟต์ระยะทางเก้าร้อยเมตร ต้องใช้เวลาสักพัก ไป๋อู้จึงเปิดบทสนทนาขึ้นมา

"ว่ามาสิ"

"กองกำลังสำรวจมีหน้าที่เสี่ยงตายออกไปสำรวจโลกภายนอกหอคอย ซึ่งก็ทำให้ความแข็งแกร่งโดยรวมของพวกเราสูงกว่ากองกำลังรักษาการณ์หอคอยมาก แต่ถ้าเป็นแบบนั้น พลังอำนาจของทั้งสองกองกำลัง ก็จะเสียสมดุลสิครับ พวกกองกำลังรักษาการณ์ เขาไม่รู้สึกถึงอันตรายบ้างเลยเหรอ?"

ไป๋อู้พูดไม่หมดประโยค แต่อู่จิ่วก็เข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ กองกำลังทั้งสองฝ่ายต่างก็ขึ้นตรงต่อชั้นห้า ฝ่ายหนึ่งได้รับการปฏิบัติเหมือนชนชั้นล่าง ส่วนอีกฝ่ายได้รับการปฏิบัติเหมือนชนชั้นสูง แต่ชนชั้นล่างกลับมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งกว่า...

แล้วพวกเขาไม่กลัวว่าวันหนึ่งจะเกิดการก่อกบฏขึ้นมาหรือยังไง?

อู่จิ่วส่ายหน้า:

"เจ้าหน้าที่ระดับกลางและระดับล่างของกองกำลังรักษาการณ์ ฝีมือสู้พวกเราไม่ได้หรอก ห่างชั้นกันเยอะเลย แต่ถ้าพูดถึงขุมกำลังโดยรวม... พวกเขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากองกำลังสำรวจเลยนะ"

คำตอบนี้ทำให้ไป๋อู้งุนงง:

"หมายความว่าถ้าวัดกันที่ยอดฝีมือ พวกเราสู้พวกเขาไม่ได้งั้นเหรอครับ?"

"โครงสร้างของพวกเขาคล้ายกับเรามาก พวกเขาก็มีสิบหกหน่วยเหมือนกัน และโครงสร้างภายในของแต่ละหน่วยก็ไม่ต่างกันมากนัก ถ้าวัดกันที่ลูกหน่วย พวกเราเหนือกว่า แต่ถ้าวัดกันที่ยอดฝีมือ กองกำลังรักษาการณ์ก็เหนือกว่ากองกำลังสำรวจมาโดยตลอด"

หลังจากอู่จิ่วพูดจบ หลินอู๋โหรวก็เสริมขึ้นมาว่า:

"กองกำลังรักษาการณ์หอคอย จะจัดการประลองฝีมือกับเราทุกปี ทั้งสิบหกหน่วยจะต้องคัดเลือกคนที่เก่งที่สุดของหน่วยตัวเอง มาประลองกับคนที่เก่งที่สุดจากทั้งสิบหกหน่วยของอีกฝ่าย และผลลัพธ์ก็คือ... กองกำลังสำรวจของเราแพ้ไปถึงสิบเอ็ดหน่วยเลยล่ะ"

"หัวหน้าหน่วยของพวกนั้น แต่ละคนล้วนมีพลังแฝงอยู่ในระดับห้าถึงระดับหก และมีพรสวรรค์ลำดับอยู่ในช่วงสองร้อยถึงสามร้อย หรือบางทีอาจจะอยู่ในช่วงหนึ่งร้อยถึงสองร้อยด้วยซ้ำ คนพวกนี้แค่สุ่มเลือกมาสักคน ก็ถือว่าเป็นสัตว์ประหลาดแล้ว และที่น่ากลัวที่สุดก็คือ... พวกเราแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคนพวกนั้นเลย"

"ในการประลองฝีมือระหว่างสองกองกำลังในแต่ละปี พวกเขามักจะมีหน้าใหม่ๆ โผล่มาเสมอ และไอ้พวกหน้าใหม่พวกนี้... ก็เก่งกาจระดับสัตว์ประหลาดกันทั้งนั้น การผลัดเปลี่ยนบุคลากรของพวกเขา มันเหนือความคาดหมายยิ่งกว่ากองกำลังสำรวจของเราเสียอีก"

"ก่อนที่หัวหน้าจะเข้ามารับตำแหน่ง กองกำลังสำรวจของเราไม่เคยมีใครคว้าอันดับหนึ่งในการประลองฝีมือได้เลย แต่สองปีมานี้ หัวหน้าของเราคว้าอันดับหนึ่งมาได้ตลอด"

หลินอู๋โหรวพูดด้วยความภาคภูมิใจ หัวหน้าของเขาเก่งกาจจนแม้แต่ระดับสูงของกองกำลังรักษาการณ์ก็ไม่มีใครสามารถต่อกรได้

แต่ไป๋อู้ก็ยังสามารถจับจุดที่น่าสงสัยจากคำพูดของหลินอู๋โหรวได้หลายจุด

กองกำลังรักษาการณ์หอคอยมียอดฝีมืออยู่มากมาย

ยอดฝีมือเหล่านี้ ตามที่หลินอู๋โหรวบอก พลังแฝงของพวกเขาเริ่มต้นที่ระดับห้า หรืออาจจะถึงขั้นระดับหกเลยด้วยซ้ำ ถ้าแค่เรื่องพลังแฝง กองกำลังสำรวจก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันหรอก

แต่ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ พรสวรรค์ลำดับของพวกเขาเหนือกว่ากองกำลังสำรวจไปไกลมาก

อย่างแรกคือความสามารถในการต่อสู้พื้นฐาน อย่างหลังคือทักษะในการต่อสู้ ถ้าความแตกต่างมีมากเกินไป ผลแพ้ชนะก็ชัดเจนอยู่แล้ว

ก็ต้องพึ่งพาสัตว์ประหลาดระดับแปดขั้นสี่อย่างอู่จิ่วเท่านั้น ที่ช่วยกู้หน้าให้กองกำลังสำรวจได้บ้างในช่วงสองปีที่ผ่านมา

แต่สิ่งที่น่าคิดจริงๆ ก็คือ... ทำไมกองกำลังรักษาการณ์หอคอย ถึงมียอดฝีมือที่มีพรสวรรค์ลำดับระดับหายากอยู่มากมายขนาดนั้น?

ดูเหมือนว่าชั้นห้า... หรืออาจจะรวมถึงชั้นหก จะมีพลังอำนาจบางอย่างที่สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินซ่อนอยู่สินะ?

ในระหว่างที่ไป๋อู้กำลังครุ่นคิดถึงปัญหาเหล่านี้ ลิฟต์ก็เดินทางมาถึงชั้นสามพอดี

(จบบท)

(หมายเหตุผู้แปล: ขอเปลี่ยนชื่อ "อวิ๋นซวง" เป็น "อิ่นซวง" ให้ตรงตามพินอินและจะใช้เป็นหลักนับจากนี้ บทเก่าๆ จะทยอยแก้ทีหลัง ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ)

จบบทที่ บทที่ 61 ความลับของกองกำลังรักษาการณ์หอคอย

คัดลอกลิงก์แล้ว