- หน้าแรก
- เกมจิ๊กซอว์วันสิ้นโลกกับระบบคำใบ้สุดกวน
- บทที่ 32 การเตรียมตัวก่อนออกไปนอกหอคอย
บทที่ 32 การเตรียมตัวก่อนออกไปนอกหอคอย
บทที่ 32 การเตรียมตัวก่อนออกไปนอกหอคอย
ชั้นล่างสุด ท่าเรือเก็บตก
แม้จะเป็นช่วงเช้าตรู่ แต่ขอแค่มีไลฟ์สตรีมจัดขึ้นที่โซนกลางของท่าเรือ พวกคนงานขุดแร่ที่เพิ่งส่งมอบแร่เมื่อวานและพอจะมีเงินเหลือติดกระเป๋าอยู่บ้าง ก็จะพากันมาออกันอยู่หน้าจอยักษ์กันแล้ว
ไป๋อู้ก็มารอแต่เช้าเหมือนกัน พลางคิดหาวิธีเปลี่ยนยอดคนดูมหาศาลพวกนี้ให้กลายเป็นเงิน
เพราะรายได้จากการไลฟ์สตรีม ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การขายของอย่างเดียว เงินโดเนท หรือแม้แต่การเก็บค่าเข้าชม ก็ถือเป็นแหล่งรายได้หลักเหมือนกัน
กว่าหลิวเฉิงจื่อจะโผล่มา เวลาก็ปาเข้าไปสิบโมงเช้าแล้ว
ก็นะ ปกติแล้วเจ้าแม่บ่อปลามักจะนอนตื่นสายกว่าคนทั่วไปอยู่แล้วล่ะ
พอเห็นไป๋อู้ เธอก็พยักหน้าทักทาย ในใจแอบคิดว่าหมอนี่มันผลุบๆ โผล่ๆ มาได้จังหวะเป๊ะตลอดเลย เธอเพิ่งจะจัดการธุระที่เขาสั่งเสร็จหมาดๆ กำลังคิดอยู่เลยว่าจะติดต่อเขายังไง เขาก็โผล่มาพอดี
"อรุณสวัสดิ์" ไป๋อู้ทักทายตามมารยาท
"อรุณสวัสดิ์อะไรกันล่ะ ต้องบอกว่า 'ฉันรักเธอ' สิ" หลิวเฉิงจื่อเผลอพูดสวนกลับไปตามความเคยชิน
ไป๋อู้ไม่สนใจมุกจีบสาวของเธอ:
"เรื่องอุปกรณ์กับเอกสาร จัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?"
หลิวเฉิงจื่อยกยิ้มอย่างภาคภูมิใจ แล้วตอบว่า:
"ฉันเป็นใครล่ะ? เรื่องแค่นี้จะทำพลาดได้ไง ถ้าไอ้หมอนั่นทำไม่ได้ล่ะก็ ต่อให้เป็นหมาเลียก็ไม่มีสิทธิ์เป็นหรอกย่ะ แค่เที่ยงวันต่อมา เขาก็จัดการเรื่องอุปกรณ์ให้เสร็จสรรพแล้ว แถมยังไม่มีใครรู้เรื่องของพี่ด้วย"
ไป๋อู้ยอมรับในคอนเนกชันระดับรากหญ้าของหลิวเฉิงจื่อเลยจริงๆ หลิวเฉิงจื่อหยิบกุญแจมืออันนั้นออกมา:
"นี่คือรุ่นแรกสุดที่เขาเตรียมไว้ใช้สำหรับไลฟ์สตรีมในชั้นล่างสุด มีแค่สามอันเท่านั้นแหละ อีกสองอันอยู่ที่บริษัทไลฟ์สตรีมเจ้าอื่น แต่แฟนฉันเขาก็บอกนะว่าไม่ได้ให้มาเลยฟรีๆ หรอก ต้องขอดูผลตอบรับก่อน ถ้าไลฟ์ออกมาเวิร์ก เขาถึงจะยอมให้เราใช้ต่อยาวๆ"
เรื่องผลตอบรับน่ะ ไป๋อู้ไม่ห่วงเลยสักนิด ความแตกต่างระหว่างไลฟ์สตรีมของจริงกับของปลอมน่ะ มองแวบเดียวก็รู้แล้ว
เขาก้มมองกุญแจมือ:
【หน้าตาเหมือนกับอันที่นายเคยเห็นก่อนหน้านี้นั่นแหละ ต่างกันแค่ภาพจากกุญแจมืออันนี้ จะไม่ถูกส่งไปที่ชั้นสาม แต่จะส่งตรงไปที่จอยักษ์ตรงท่าเรือเก็บตกในชั้นล่างสุดแทน เป็นผู้ชายออกไปข้างนอกก็ต้องรู้จักป้องกันตัวเองนะจ๊ะ อย่าลืมใส่หน้ากากให้มิดชิดล่ะ จะได้ไม่มีใครจำหน้านายได้】
กุญแจมือไม่มีปัญหา แถมระบบส่งสัญญาณไลฟ์ก็ถูกตั้งค่าไว้เรียบร้อยแล้ว ไป๋อู้หันไปถามหลิวเฉิงจื่อ:
"แล้วเรื่องเวลาล่ะ?"
"พี่พร้อมเมื่อไหร่ก็จัดได้เลย ช่วงนี้พวกไลฟ์ขายของน่ะ มีแต่ของปลอมทั้งนั้นแหละ เพราะโลกนอกหอคอยมันอันตรายเกินไป คนที่ยอมเสี่ยงออกไปก็เลยน้อยลงเรื่อยๆ เอาจริงๆ ก็เหมือนที่พี่พูดนั่นแหละ พวกคนดูก็พอจะดูออกกันทั้งนั้นแหละ ไลฟ์สตรีมที่แม้แต่เงาผู้ร่วงหล่นสักตัวก็ยังไม่เห็นน่ะ ร้อยทั้งร้อยก็ของปลอมทั้งนั้น"
หลิวเฉิงจื่อนึกย้อนไปถึงไลฟ์สตรีมนอกหอคอยของจริงที่เธอเคยดู แล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า:
"ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา มีการจัดไลฟ์สตรีมนอกหอคอยของจริงแค่หกครั้งเองนะ แต่ในหกครั้งนั้น มีตั้งห้าครั้งที่สตรีมเมอร์โดนผู้ร่วงหล่นฉีกร่างเป็นชิ้นๆ พี่ลองจินตนาการภาพเหตุการณ์ทั้งในหอคอยและนอกหอคอยตอนนั้นดูสิ พวกคนดูในชั้นล่างสุดถึงจะกลัวหัวหด แต่พวกเขาก็รู้สึกสะใจสุดๆ เหมือนกัน เพราะงั้น พวกนายทุนตัวจริงที่คุมท่าเรือนี้อยู่ ต่างก็ตั้งตารอดูไลฟ์ครั้งแรกของพี่กันใจจดใจจ่อเลยล่ะ"
ไลฟ์สดคนตายงั้นเหรอ? หนังแนวนี้นี่เคยฮิตระเบิดอยู่ช่วงนึงเลยนะ แต่ก็นะ หนังมันก็คือหนัง เฟกอยู่ดี
แต่การไลฟ์สดจากโลกนอกหอคอย สำหรับคนพวกนี้แล้ว มันก็เหมือนกับการดูมวยเถื่อนใต้ดินในชาติก่อนนั่นแหละ มันคือความตื่นเต้นเร้าใจของจริง
"งั้นถ้าประเมินจากสถิติที่ผ่านมา โอกาสรอดชีวิตของฉันก็มีแค่สิบหกเปอร์เซ็นต์สินะ?"
"อืม พี่ต้องคิดให้ดีๆ นะ ถึงสัญชาตญาณของฉันจะบอกว่าพี่เก่งมากก็เถอะ แต่การออกไปนอกหอคอยน่ะ ไม่มีใครกล้าการันตีหรอกนะว่าจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์"
ในเมื่อตอนนี้คนชั้นล่างไม่มีวิธีหาเงินแบบเป็นกอบเป็นกำวิธีอื่นเลย ไป๋อู้ก็เลยตัดสินใจจะลองเสี่ยงดูสักตั้ง
ยังไงซะเขาก็มีบัฟต้านทานผู้ร่วงหล่นอยู่แล้ว ถ้าสถานการณ์มันจวนตัวจริงๆ กดวาร์ปกลับก็ยังทัน
หลิวเฉิงจื่อหยิบชุดออกมาหนึ่งชุด
"พี่ลองเอาไปใส่ดูสิ ว่าพอดีตัวหรือเปล่า นี่เป็นชุดสำหรับใส่ตอนไลฟ์สตรีมนอกหอคอยน่ะ"
【ชุดรัดรูปสไตล์ซูเปอร์ฮีโร่เมื่อเจ็ดร้อยปีก่อน ฉันขอแนะนำให้นายปฏิเสธนะ เพราะมันอุบาทว์เกินจะทนรับไหว~ ถึงมันจะเป็นไอเทมสถิตวิญญาณ ที่สามารถป้องกันการโจมตีได้ในระดับหนึ่งก็เถอะ】
ชุดรัดรูป...
ในชาติก่อน ไป๋อู้เคยมองชุดของซูเปอร์แมนแล้วรู้สึกว่ามันประหลาดพิลึกพิลั่นสุดๆ ชุดซูเปอร์แมนมีตัว S ตัวเบ้อเริ่มอยู่ตรงกลางอก ส่วนค้างคาวบนอกแบทแมนก็ดูเหมือนตัว M ตัวเบ้อเริ่ม...
พอฮีโร่สองคนนี้มายืนคู่กัน (S กับ M) นี่มันช่างบาดตาบาดใจซะเหลือเกิน
"มีเสื้อคลุมไหม? เอาแบบตัวใหญ่ๆ โคร่งๆ หน่อยนะ"
"ร้านฝั่งตรงข้ามมีขาย แต่ส่วนใหญ่น่าจะไม่ใช่ไอเทมสถิตวิญญาณนะ"
ไป๋อู้ไม่รอช้า เดินตรงดิ่งไปที่ร้านฝั่งตรงข้ามทันที แล้วก็ซื้อเสื้อคลุมสีดำตัวโคร่งที่สามารถคลุมมิดได้ทั้งตัวมา
พอสวมเสื้อคลุมทับชุดรัดรูปสถิตวิญญาณนั่น แล้วก็ใส่หน้ากากเข้าไปด้วย ดูๆ ไปแล้วก็ให้อารมณ์เหมือนพวกนักฆ่าจากลัทธิมืดอะไรเทือกนั้นเลย
หลิวเฉิงจื่อแอบคิดในใจว่า นี่แหละคือข้อเสียเปรียบของผู้ชาย ผู้ชายถ้าจะเอาดีทางสายไลฟ์สตรีมให้ดังเปรี้ยงปร้างได้ มันต้องมีของดีมีฝีมือจริงๆ ผิดกับผู้หญิง ที่ส่วนใหญ่แค่ 'หน้าอกบึ้ม' ก็หากินได้แล้ว
หลังจากจัดการเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมเสร็จเรียบร้อย หลิวเฉิงจื่อก็พูดขึ้นว่า:
"เรื่องชุดจัดการเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็เหลือขั้นตอนสุดท้าย ในเมื่อพี่เป็นคนของกองกำลังสำรวจ การลอบออกไปนอกหอคอยโดยพลการถือเป็นความผิดร้ายแรง แต่พี่สามารถไปลงทะเบียนเป็นทหารรับจ้างอิสระได้นะ พอได้สถานะนี้มาแล้ว การจะออกไปข้างนอกก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป"
ทหารรับจ้างอิสระ ก็อารมณ์ประมาณนักล่าค่าหัวนั่นแหละ
ถ้าได้สถานะนี้มา การจะออกไปนอกหอคอยก็คงจะสะดวกขึ้นจริงๆ
ไป๋อู้กับหลิวเฉิงจื่อทำงานกันอย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนมุ่งหน้าไปยัง 'ถนนคนบาป' เพื่อลงทะเบียนเป็นทหารรับจ้างทันที
ถนนคนบาปตั้งอยู่ใจกลางชั้นล่างสุด ถือเป็นย่านที่เจริญและคึกคักที่สุดในชั้นนี้แล้ว
ชื่อถนนก็บอกยี่ห้ออยู่แล้ว ที่นี่มีทั้งบ่อนพนัน โรงอาบน้ำ สถานเริงรมย์ แหล่งปล่อยเงินกู้ โรงรับจำนำ เรียกได้ว่ามีครบจบในที่เดียว
แต่ที่น่าแปลกคือ สถานที่ที่ควรจะวุ่นวายและอันตรายที่สุด กลับกลายเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยและสงบเรียบร้อยที่สุดซะงั้น นั่นก็เพราะที่นี่คือฐานที่มั่นหลักของ 'แก๊งมาเฟีย' ในชั้นล่างสุดยังไงล่ะ
เจ้าของร้านแต่ละร้านในย่านนี้ ล้วนมีเส้นสายเชื่อมโยงกับพวกชนชั้นสูงในสามชั้นบนทั้งนั้น
ทหารรับจ้างอิสระ ก็คือระบบที่พวกชนชั้นสูงผลักดันให้ตั้งขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาที่พวกเขาไม่สามารถเรียกใช้กองกำลังสำรวจเป็นการส่วนตัวได้ หลังจากผ่านร่างกฎหมายอนุมัติ คนชั้นล่างที่มีฝีมือหน่อย ก็สามารถมารับภารกิจต่างๆ จากที่นี่ได้
คนที่รับหน้าที่ทำเรื่องลงทะเบียนให้ไป๋อู้ เป็นชายวัยกลางคนร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์
หลังจากอธิบายกฎเกณฑ์ของทหารรับจ้างอิสระให้ไป๋อู้ฟังคร่าวๆ เขาก็เริ่มจัดการเรื่องเอกสารให้
เนื่องจากกองกำลังสำรวจใช้ระบบทีมละหกคน เพื่อเหตุผลด้านมนุษยธรรม ทหารรับจ้างอิสระก็เลยต้องลงทะเบียนเป็นทีมหกคนด้วยเหมือนกัน กฎข้อนี้ทำเอาพวกหมาป่าเดียวดายที่ชอบฉายเดี่ยวหลายคนไม่พอใจสุดๆ
แต่มีนโยบายมา ก็มีวิธีรับมือไป
ขอแค่ยอมจ่ายเงินทาวเวอร์คอยน์จำนวนหนึ่ง ต่อให้จะมาสมัครคนเดียว ก็สามารถลงทะเบียนเป็นทีมทหารรับจ้างได้ ส่วนเพื่อนร่วมทีมอีกห้าคนที่ขาดไป พวกชนชั้นสูงจากชั้นสามก็จะมีบริการสร้างตัวตนปลอมขึ้นมาสวมรอยให้เอง
แน่นอนว่าไป๋อู้ไม่มีเพื่อนร่วมทีม และเขาก็ไม่ต้องการด้วย เขาเลยต้องยืมเงินหลิวเฉิงจื่อมาห้าร้อยทาวเวอร์คอยน์เพื่อจ่ายเป็นค่าธรรมเนียม
"ตามธรรมเนียมแล้ว น้องชายต้องแต่ง... เอ้ย ต้องบอกชื่อเพื่อนร่วมทีมของน้องมาด้วยนะ จะใช้ฉายาก็ได้"
ทหารรับจ้างท่องยุทธภพ ถ้าชื่อจริงมันดูไม่เท่ อย่างพวก สมชาย สมหญิง อะไรทำนองนี้ จะตั้งฉายาเท่ๆ ให้ตัวเองก็ไม่ผิดกติกา
ไป๋อู้ใช้ชื่อจริงของตัวเองไม่ได้อยู่แล้ว เขาเลยตอบไปว่า:
"คอนสแตนติน (Constantine)"
ถ้ามองว่าผู้ร่วงหล่นก็คือปีศาจร้ายที่กลายร่างมาจากมนุษย์ ฉายานักล่าปีศาจอย่างคอนสแตนติน ก็ถือว่าเข้าท่าดีเหมือนกัน
"แล้วคนที่สองล่ะ?"
"สายฟรี"
"แน่ใจนะว่าจะเอาชื่อนี้? แล้วคนที่สามล่ะ?"
"ไว้คราวหน้า"
"..."
"คนที่สี่ชื่อ คราวที่แล้วก็ให้ไปแล้ว"
"นี่มัน..."
เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนเริ่มรู้สึกว่าไอ้หมอนี่มันตั้งชื่อได้ส่งเดชเกินไปแล้วนะ
แต่มันก็ไม่ได้ผิดกฎอะไร เมื่อก่อนก็เคยมีคนตั้งชื่อแปลกกว่านี้มาแล้วด้วยซ้ำ
ยังไงซะเบื้องบนก็ไม่ได้มานั่งตรวจสอบอยู่แล้ว
"คนที่ห้าชื่อ หลิวเฉิงจื่อ"
"อันนี้ค่อยฟังดูเป็นชื่อคนขึ้นมาหน่อย"
"คนที่หกชื่อ คราวหน้าก็ไม่แน่"
ตอนแรกหลิวเฉิงจื่อก็ยังแอบขำอยู่ว่า พี่ชายสุดหล่อคนนี้ตลกดีจัง ถึงแม้เพื่อนร่วมทีมพวกนี้จะไม่มีตัวตนอยู่จริง แต่ตั้งชื่อซะฮาแตกขนาดนี้ก็เกินไปหน่อยนะ
แต่พอได้ยินชื่อตัวเอง เธอก็ถึงกับชะงักไปเลย
นี่มันสถานการณ์แบบไหนกันเนี่ย ทำไมไป๋อู้ถึงเอาชื่อเธอไปแทรกอยู่กลางดงชื่อ 'สายฟรี' พวกนี้ด้วยล่ะ?
นี่กำลังแอบใบ้ว่าจะ 'ขอฟรี' ฉันงั้นเหรอ?
(จบบท)
•