- หน้าแรก
- เกมจิ๊กซอว์วันสิ้นโลกกับระบบคำใบ้สุดกวน
- บทที่ 21 เปิดฉากบอสไฟต์
บทที่ 21 เปิดฉากบอสไฟต์
บทที่ 21 เปิดฉากบอสไฟต์
บันทึกจำนวนมากยิ่งขึ้นถูกส่งตรงเข้าสู่สมองของไป๋อู้ในรูปแบบของความทรงจำ
ตอนนี้ไป๋อู้เข้าใจแล้ว ว่าทำไมหมายเหตุถึงเรียกหงอินว่า 'เจ้าตัวเล็กผู้น่าสงสาร'
เด็กน้อยผู้น่าสงสารคนนี้ต้องแบกรับแรงอาฆาตและความเจ็บปวดของทุกคนเอาไว้ ลำพังแค่ความเจ็บปวดและแรงอาฆาตของคนเพียงคนเดียว ก็มากพอที่จะทำให้มนุษย์ที่มีจิตใจปกติคนหนึ่ง กลายร่างเป็นผู้ร่วงหล่นเพราะอารมณ์เชิงลบอันรุนแรงได้แล้ว
แต่นี่คือตัวอย่างทดลองทั้งหมดในโรงพยาบาลหมายเลขเก้ารวมกัน มันจะให้กำเนิดสัตว์ประหลาดที่น่าสะพรึงกลัวขนาดไหนกันล่ะ?
เนื้อหาในบันทึกช่วงหลังๆ สติสัมปชัญญะของหงอินก็เริ่มปั่นป่วนแล้ว
ถึงแม้ร่างกายจะกลายพันธุ์ไปถึงขั้นนั้น แต่เธอก็ยังคงเป็นเหมือนเด็กน้อยที่แสนดี เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพวกหมอที่เคยทรมานเธอ ลึกๆ แล้วหงอินก็ยังไม่อยากจะฆ่าพวกเขาอยู่ดี
แต่ทุกอย่างมันสายไปแล้ว โรงพยาบาลกลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตอันมหาศาล ทุกคนในที่นี้ต่างก็หวาดกลัวหงอิน
ถ้าไม่มีอารมณ์เชิงลบพวกนั้น หงอินก็อาจจะยังพอสะกดกลั้นสัญชาตญาณการฆ่าฟันเอาไว้ได้
แต่อารมณ์เชิงลบพวกนั้นมันรุนแรงเกินไป รุนแรงจนทำให้ทั้งโรงพยาบาล ไม่มีใครรอดชีวิตเลยสักคนเดียวยกเว้นผู้ร่วงหล่นอย่างอีไลจาห์
จุดศูนย์กลางของจิ๊กซอว์แห่งความทรงจำทั้งหมดนี้ ก็คือพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของหงอิน
น้องสาวข้างบ้านที่แสนน่ารักคนนั้น เพื่อที่จะลบเลือนความเจ็บปวดของคนอื่นๆ ในโรงพยาบาล เธอได้ดูดซับแรงอาฆาตที่รุนแรงเกินไปเข้ามา จนร่างกายเริ่มกลายพันธุ์ไปทีละนิดๆ...
จุดสีดำที่ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น ดวงตาที่ค่อยๆ งอกออกมาบนหน้าผาก ทุกครั้งที่เธอพาใครไป หงอินก็จะเข้าใกล้การเป็นสัตว์ประหลาดรูปร่างพิลึกพิลั่นนั่นเข้าไปอีกก้าว
จนกระทั่งในตอนสุดท้าย...
ไป๋อู้มองเห็นสัตว์ประหลาดที่ไม่มีรูปร่างตายตัว ร่างกายทั้งหมดของมันซ่อนอยู่ภายใต้หมอกสีดำขนาดมหึมา ดวงตานับร้อยๆ ดวงส่องประกายสีแดงฉาน จ้องมองสิ่งรอบตัวอย่างเงียบๆ
"เสียดายที่ดวงตาของเพลเยอร์ใช้ในที่แบบนี้ไม่ได้..."
【ไฮ้~ ที่รัก คิดถึงเค้าไหมเอ่ย? อึดอัดแทบแย่เลย โดนพลังจิตของเจ้าตัวเล็กผู้น่าสงสารกดทับไว้ซะมิดเชียว อีกเดี๋ยวเค้าก็จะหายไปอีกแล้วนะ รีบใช้โอกาสนี้ดูข้อมูลให้เต็มที่ซะล่ะ เริ่มนับถอยหลังได้เลย】
เอ้า เฮ้ย...
ตอนที่ไป๋อู้นึกอยากใช้ดวงตาของเพลเยอร์อยู่ในใจ หมายเหตุสุดกวนนี่ก็โผล่ขึ้นมาจริงๆ ด้วย
แต่ดูเหมือนว่าดวงตาของเพลเยอร์จะใช้งานได้แค่สามสิบวินาทีเท่านั้น
ไป๋อู้ไม่รอช้า รีบเพ่งความสนใจไปที่ศูนย์กลางของจิ๊กซอว์ขนาดยักษ์ จ้องมองไปที่หงอินซึ่งตอนนี้กลายร่างเป็นผู้ร่วงหล่นที่ไม่มีรูปร่างตายตัวไปอย่างสมบูรณ์แล้ว
【ผู้ร่วงหล่นระดับ 9 คำอธิบายการกลายพันธุ์: พลังจิต*12 คำอธิบายการกลายพันธุ์ระดับหายาก: เขตแดนแรงอาฆาต; แรงอาฆาตก่อตัว คำอธิบายการกลายพันธุ์ระดับสมบูรณ์แบบ: แรงอาฆาตก่อตัวขั้นสุดยอด
ยินดีด้วยนะที่ได้เห็นร่างจริงของเจ้าตัวเล็กผู้น่าสงสาร ฉันอธิบายให้ฟังไม่ถูกหรอกนะว่าผู้ร่วงหล่นระดับ 9 มันน่ากลัวขนาดไหน โดยเฉพาะตอนนี้นายดันเข้ามาอยู่ในระยะโจมตีของเธอซะด้วยสิ แต่ฉันพอจะแนะนำนายได้สามข้อนะ: เลียแข้งเลียขา เลียแข้งเลียขา หรือไม่ก็เลียแข้งเลียขา; อย่าได้ริอ่านไปสู้กับเธอเชียว เธอก็เหมือนกับไอ้เตี้ยนั่นแหละ เป็นพวกอัปสเตตัสแบบเทไปทางเดียวสุดๆ; จุดอ่อนน่ะเหรอ? ไม่ควรมีนะ ฉันมันก็เป็นแค่หมายเหตุตัวน้อยๆ ที่น่าสงสารและไร้ทางสู้เท่านั้นเอง】
พลังของดวงตาของเพลเยอร์หมดลง กล่องข้อความในสายตาก็ถูกลบหายไปในพริบตา
ไป๋อู้เดาว่า การใช้เจตจำนงของตัวเอง น่าจะสามารถบังคับใช้งานดวงตาของเพลเยอร์ได้หนึ่งครั้ง
แต่เมื่ออยู่ในเขตแดนของหงอิน สุดท้ายแล้วมันก็ถูกสะกดเอาไว้อยู่ดี
...
...
โลกนอกหอคอย โรงพยาบาลจิตเวชหมายเลขเก้า ตึกที่ 3 ชั้นที่ 3
พวกของอู่จิ่วมองดูไป๋อู้ที่เข้าสู่สภาวะเข้าฌานนิ่งเงียบไปนานมากแล้ว
"นี่มันผ่านไปนานแค่ไหนแล้วเนี่ย... ไอ้เด็กนี่มันเป็นอะไรไป? ทำไมถึงยังไม่ขยับตัวอีก?" หลินอู๋โหรวเริ่มกระวนกระวาย
ไม่ใช่แค่หลินอู๋โหรว แม้แต่อวิ๋นซวง และสมาชิกในทีมคนอื่นๆ ต่างก็รู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
อู่จิ่วมองดูเวลา แล้วพูดว่า:
"พวกนายเตรียมปรับอารมณ์กันไว้ให้ดีเถอะ อีกแค่หนึ่งนาทีก็จะครบสี่ชั่วโมงที่เราอยู่นอกหอคอยแล้ว"
ทุกคนสะดุ้งตกใจ ก่อนจะรีบปรับสภาพร่างกายและจิตใจของตัวเองทันที
เมื่ออยู่นอกหอคอย ทุกๆ สี่ชั่วโมง ร่างกายจะถูกยัดเยียดสถานะผิดปกติแปลกๆ ให้ เพราะโลกใบนี้กำลังต่อต้านมนุษย์
เวลาหนึ่งนาทีอันแสนสั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว
อวิ๋นซวงรู้สึกเหมือนขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับโดนถ่วงด้วยตะกั่ว เธอลองยกขาดูหลายครั้ง เพื่อพยายามปรับตัวให้เร็วที่สุด 【คำอธิบายดีบัฟนอกหอคอย: เชื่องช้า】
ส่วนหวังซื่อก็รู้สึกว่าแขนทั้งสองข้างอ่อนแรง พละกำลังหายไปดื้อๆ 【คำอธิบายดีบัฟนอกหอคอย: พลังโจมตีลดลง】
ของหลินอู๋โหรวนี่หนักหน่อย เหมือนกับพวกชาวแอปคนเหงาที่พอถึงเวลาก็จะเริ่มเศร้าซึม ความทรงจำอันแสนรันทดในวัยเด็กเริ่มผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ในใจของเขาเริ่มเต็มไปด้วยความเศร้าโศก 【คำอธิบายดีบัฟนอกหอคอย: ความคิดเชิงลบ】
แต่ที่ซวยสุดคือซางเสี่ยวอี่ ภาพทุกอย่างในสายตาของเขาดับวูบลงทันที มองไม่เห็นอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว 【คำอธิบายดีบัฟนอกหอคอย: ตาบอด】
อู่จิ่วขมวดคิ้ว อาการเศร้าโศกเสียใจกับตาบอด ส่วนใหญ่จะไปโผล่เอาช่วงวันที่สามหรือวันที่สี่นู่น...
แต่พอนึกขึ้นได้ว่าหลินอู๋โหรวกับซางเสี่ยวอี่เป็นพวกแอฟริกันดวงซวยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อู่จิ่วก็เลยปลง
"พวกนายสองคนกลับเข้าหอคอยไปก่อน สภาพพวกนายตอนนี้มันเป็นตัวถ่วงชัดๆ" อู่จิ่วสั่งการอย่างเยือกเย็น
ดีบัฟนอกหอคอยที่อู่จิ่วได้รับ มีชื่อว่า 'ความบ้าคลั่งอันชั่วร้าย' ซึ่งมันจะไปเพิ่มความเร็วในการโจมตีให้กับผู้ร่วงหล่นรอบๆ ตัว
สำหรับอู่จิ่วแล้ว นี่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร ยังไงเขาก็รับมือได้สบายๆ อยู่แล้ว
แต่พอบวกลบคูณหารความสามารถที่ลดลงของลูกทีมเข้าไปแล้ว จะรับมือกับการโจมตีของผู้ร่วงหล่นได้ไหม นั่นก็พูดยากแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคนนึงสติแตก ส่วนอีกคนดันตาบอด
"เกิดมาเป็นคน ผมขอโทษครับหัวหน้า... คิดไม่ถึงเลยว่าผมที่เป็นทหารเก่า จะต้องถอนตัวก่อนทหารใหม่ซะอีก บางทีผมคงไม่เหมาะกับงานนี้จริงๆ แหละ ช่องว่างระหว่างคนเรานี่มันช่างกว้างใหญ่ ราวกับกระแสน้ำอันเย็นยะเยือกที่กำลังจะพัดพาผมให้จมดิ่งลงไปเลย..."
หลินอู๋โหรวเศร้าหนักมาก อุตส่าห์แขวะไป๋อู้ที่เป็นเด็กใหม่ไว้ซะเยอะ สุดท้ายตัวเองดันต้องกลับก่อนเด็กใหม่ซะงั้น... บวกกับผลจากดีบัฟความคิดเชิงลบ ยิ่งทำให้เขาเศร้าจับใจเข้าไปใหญ่
"รีบไสหัวกลับไปซะ"
อู่จิ่วพูดขัดอาการคร่ำครวญโหยหวนแบบไร้สาเหตุของหลินอู๋โหรว ก่อนจะกดเปิดใช้งานแผ่นรูเล็ตต์ส่งกลับของหลินอู๋โหรวให้ทันที
"งะ... งั้น หัวหน้ารักษาตัวด้วยนะครับ ผมกับรุ่นพี่หลินล่วงหน้าไปก่อน" ซางเสี่ยวอี่คลำทางท่ามกลางความมืดมิด
อู่จิ่วพยักหน้ารับ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าซางเสี่ยวอี่มองไม่เห็น เลยส่งเสียงบอกไปว่า:
"กลับไปก่อนเถอะ"
หนึ่งนาทีต่อมา ซางเสี่ยวอี่กับหลินอู๋โหรวก็ถูกแผ่นรูเล็ตต์ส่งกลับพาตัวไป
ทุกคนชินกับเรื่องแบบนี้ไปแล้ว ไม่มีทีมไหนหรอกที่รับประกันได้ว่า ออกไปนอกหอคอยด้วยกันทุกคน แล้วจะได้กลับมาพร้อมกันทุกคนน่ะ
ทหารผ่านศึกที่เคยออกสำรวจนอกหอคอยทุกคนรู้ดีว่า ผู้ร่วงหล่นน่ะเป็นแค่อุปสรรคระดับเบาะๆ สิ่งที่ขัดขวางพวกเขาจริงๆ คือตัวโลกนอกหอคอยนี่ต่างหาก
และนี่ก็คือหนึ่งในความยากของการเอาชีวิตรอดนอกหอคอย ต่อให้ตัวคุณจะเก่งกว่าครั้งก่อนๆ แค่ไหน แต่ถ้าดวงซวย พอครบสี่ชั่วโมงแรกดันเจอดีบัฟอย่างความคิดเชิงลบเข้าไป ดีไม่ดีอาจจะพาพังกันยกตี้เลยก็ได้
ตอนนี้สมาชิกหน่วย 1 ของกองกำลังสำรวจทีม 7 เหลือแค่สี่คนแล้ว
ไป๋อู้ก็ยังคงไม่ตื่นขึ้นมา
หวังซื่อแอบกังวล:
"พวกเราน่ะยังพอทนไหว แต่ไป๋อู้ล่ะ? ตอนนี้เขาติดดีบัฟอะไรอยู่?"
อวิ๋นซวงเองก็เริ่มกังวลเหมือนกัน จู่ๆ กองกำลังหลักก็หายไปตั้งสองคน นี่เป็นเรื่องที่เธอคาดไม่ถึงเลย ดีบัฟมันมีหลายรูปแบบมาก และมีดีบัฟที่รับมือยากสุดๆ อยู่รูปแบบหนึ่ง ชื่อว่า 'ความกระหายเลือด'
ดีบัฟนี้จะบังคับให้คนโดน ต้องทำการฆ่าฟันทุกๆ หกนาที
ไม่อย่างนั้น ร่างกายก็จะสูญเสียพลังชีวิตไปเรื่อยๆ
ถ้าดีบัฟที่ไป๋อู้โดนคือความกระหายเลือด ไป๋อู้ไม่มีทางรอดแน่ๆ แต่ปัญหาคือ มีแค่ไป๋อู้คนเดียวเท่านั้นที่จะรู้ว่าตัวเองโดนดีบัฟอะไร
ทว่าในเวลานี้ ความสนใจทั้งหมดของไป๋อู้ กลับพุ่งเป้าไปที่โลกในความฝันเพียงอย่างเดียว
ผีซ้ำด้ามพลอยจริงๆ
แฟ้มประวัติทุกเล่มในห้องเก็บแฟ้มประวัติ จู่ๆ ก็แผ่ไอหมอกสีดำออกมาพร้อมกัน
ศัตรูตัวฉกาจกำลังจะมา อู่จิ่วหน้าเครียด ลางสังหรณ์บอกเขาว่า ศัตรูที่พวกเขาต้องเจอในครั้งนี้ อาจจะแข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน
เขาเริ่มกังวลว่าจะปกป้องไป๋อู้ไว้ไม่ได้
ส่วนทางด้านไป๋อู้ก็กำลังกังวลอยู่เหมือนกันว่า ถ้าเขาไม่รีบจีบเจ้าตัวเล็กผู้น่าสงสารให้ติดไวๆ ล่ะก็ พวกหัวหน้าทีมจะต้องเจอเรื่องอันตรายแน่ๆ
(จบบท)