เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 401 มอบหมายภารกิจ

บทที่ 401 มอบหมายภารกิจ

บทที่ 401 มอบหมายภารกิจ


บทที่ 401 มอบหมายภารกิจ

การประชุมถูกกำหนดขึ้นในวันรุ่งขึ้น

ในช่วงบ่าย ขณะที่เจียงชิ่นกำลังเตรียมเอกสารอยู่ในห้องทดลอง เธอก็ได้รับสายจาก อวี๋เฟิ่งเจีย

"เสี่ยวชิ่นจ๊ะ ข้อมูลติวสอบเข้า ม.ปลาย ที่เธออยากได้ พี่จัดการส่งไปตามที่อยู่ที่เธอให้ไว้เรียบร้อยแล้วนะ สัปดาห์หน้าเธอช่วยถามเพื่อนดูหน่อยนะว่าได้รับหรือยัง"

ข้อมูลการสอบที่อวี๋เฟิ่งเจียพูดถึง คือสิ่งที่เจียงชิ่นเอ่ยปากขอไว้ตอนที่นำของฝากไปให้เธอ เดิมทีเจียงชิ่นตั้งใจจะไปส่งเองแต่อวี๋เฟิ่งเจียอาสารับงานนี้ไปทำ โดยบอกว่ารอให้เธอรวบรวมข้อมูลให้ครบก่อนแล้วจะจัดการส่งให้ เจียงชิ่นเห็นว่าเข้าท่าดีจึงทิ้งที่อยู่ของ เหอชุนผิง ไว้ให้อวี๋เฟิ่งเจีย ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน อวี๋เฟิ่งเจียก็จัดการเรื่องนี้จนเสร็จสรรพ

"ขอบคุณมากค่ะพี่สะใภ้ใหญ่ ทางโน้นถ้าได้รับของแล้วคงจะโทรมาบอกฉันเองล่ะค่ะ พี่วางใจได้เลย"

"จ้ะ ดีแล้วล่ะ ข้อมูลที่พี่ส่งไปน่ะครบถ้วนสุด ๆ เลยนะ ทั้งคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ภาษาจีน ประวัติศาสตร์ มีครบหมด รับรองว่าพอใช้ติวได้ทั้งปีเลยล่ะ ถ้าอ่านจนจบหมดนี่นะ รับรองว่าสอบติดมัธยมปลายดี ๆ แน่นอน ! " อวี๋เฟิ่งเจียเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น

เจียงชิ่นถือหูโทรศัพท์พลางอมยิ้มฟังเธอพูด นิสัยชอบโอ้อวดผลงานของพี่สะใภ้ใหญ่ยังคงไม่เปลี่ยนไปเลย แต่ตอนนี้เจียงชิ่นรู้จักตัวตนของเธอดีแล้ว เธอไม่ได้เป็นคนคิดร้ายอะไร แค่มีนิสัยเสียเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไรนัก

หลังจากวางสาย เจียงชิ่นก็กลับไปหมกมุ่นกับงานสำคัญของเธอต่อ

วันรุ่งขึ้น การประชุมจัดขึ้นที่ห้องทำงานห้องหนึ่งในกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีหวังเหิง เป็นประธานในที่ประชุม

ผู้เข้าร่วมประชุมนอกจากสมาชิกทีมผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์แล้ว ก็มีเพียงเจียงชิ่นเท่านั้น เพื่อรักษาความลับขั้นสูงสุด การประชุมครั้งนี้จึงจำกัดวงอยู่เพียงเท่านี้ แม้แต่พนักงานจดบันทึกก็ยังไม่มี หวังเหิงจึงต้องรับหน้าที่จดบันทึกการประชุมด้วยตัวเอง

เมื่อบรรดาผู้เชี่ยวชาญเห็นเจียงชิ่น ทุกคนต่างพากันเดินเข้ามาจับมือทักทายเธออย่างกระตือรือร้น ก่อนหน้านี้เจียงชิ่นเคยเชิญพวกเขาเข้าร่วมประชุมมาแล้วหลายครั้ง ทุกคนจึงสนิทสนมกันเป็นอย่างดี

คนกลุ่มนี้ล้วนเป็นผู้อาวุโสในวงการ เจียงชิ่นจึงไม่กล้าเสียมารยาท เธอรีบลุกขึ้นทักทายทันที แต่บรรดาผู้อาวุโสกลับไม่ยอม "สหายเสี่ยวเจียง รีบนั่งลงเถอะ ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอก"

เจียงชิ่นไม่ได้ดึงดันเกินไปนัก แต่ในใจเธอนั้นให้ความเคารพผู้อาวุโสเหล่านี้อย่างยิ่ง

เมื่อทักทายกันเสร็จสิ้น การประชุมก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ เจียงชิ่นก้าวขึ้นไปยืนด้านหน้าเพื่อนำเสนอโครงร่างโพรโทคอลเครือข่ายที่เธอจัดทำขึ้น พร้อมทั้งอธิบายถึงความสำคัญมหาศาลของมัน

เธอไม่อาจบอกตรง ๆ ได้ว่าประเทศ M จะประกาศโพรโทคอลของตัวเองในปีหน้า เธอจึงเลือกเน้นย้ำว่าการเป็นประเทศแรกที่ประกาศโพรโทคอลเครือข่ายสู่โลกนั้นมีความหมายลึกซึ้งอย่างไร

บรรดาผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ล้วนเป็นตัวจริงในวงการคอมพิวเตอร์ ไม่จำเป็นต้องให้เจียงชิ่นอธิบายอะไรมาก พวกเขาก็ตระหนักถึงความสำคัญได้ทันที บรรยากาศที่เคยผ่อนคลายเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความตึงเครียดที่แผ่ซ่านไปทั่วห้องประชุม

ทุกคนมีสีหน้าเคร่งขรึม เจียงชิ่นกวาดสายตามองไปรอบห้องช้า ๆ "ผู้อาวุโสทุกท่านคะ ภารกิจครั้งนี้สำคัญและเร่งด่วนมาก จำเป็นต้องพึ่งพาแรงกายแรงใจจากทุกท่านเพื่อทำให้สำเร็จในเวลาที่สั้นที่สุด ลำบากทุกท่านแล้วจริง ๆ ค่ะ"

ถังอี้หลี่ หัวหน้าทีมผู้เชี่ยวชาญเอ่ยขึ้น "ลำบากอะไรกันล่ะครับ ในวันที่วงการคอมพิวเตอร์ของเรายังว่างเปล่า ต่อให้พวกเราลำบากแทบตายก็คงวิจัยสิ่งที่ล้ำหน้ากว่าประเทศ M ออกมาไม่ได้ แต่ในตอนนี้ โอกาสมาวางอยู่ตรงหน้าแล้ว ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต พวกเราก็ต้องชิงประกาศโพรโทคอลเครือข่ายออกไปก่อนประเทศ M ให้ได้ ! "

"ใช่ครับ ต้องชิงตัดหน้าประเทศ M ให้ได้ ! "

"พวกเราต้องกุมสิทธิ์ในการกำหนดกฎเกณฑ์ไว้ในมือตัวเอง จะยอมให้ใครมาชักจูงไม่ได้เด็ดขาด"

"สหายเจียง มอบหมายงานมาได้เลยครับ"

ผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ ต่างพากันรับคำด้วยอารมณ์ฮึกเหิม เจียงชิ่นรู้สึกขอบตาเริ่มร้อนผ่าว เธอพยายามสะกดอารมณ์แล้วเอ่ยต่อ "ผู้อาวุโสทุกท่านคะ แม้ภารกิจนี้จะเร่งด่วน แต่ฉันก็ไม่ต้องการให้ใครต้องไปเสี่ยงชีวิตนะคะ ทุกท่านคือสมบัติล้ำค่าของชาติ ต้องรักษาสุขภาพให้ดีด้วยค่ะ ภารกิจนี้ฉันแบ่งส่วนไว้เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวฉันจะขออธิบายรายละเอียดให้ทุกท่านฟังอีกครั้งค่ะ"

การประชุมครั้งนี้ลากยาวไปจนถึงช่วงโพล้เพล้ ทุกคนถกเถียงกันอย่างลืมกินลืมนอน ไม่มีใครเอ่ยถึงเรื่องอาหารเลยสักคน หวังเหิงเองความจริงก็หิวจนแสบท้องแล้ว แต่ในบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์เช่นนี้ เขารู้สึกว่าความหิวเพียงเท่านี้ไม่ได้สลักสำคัญอะไรเลย

ในใจของเขามีเพียงความตื้นตันใจอย่างที่สุด

เมื่อการประชุมสิ้นสุดลง ทุกคนจึงแยกย้ายไปทานมื้อค่ำ ถึงตอนนี้ทุกคนถึงได้รู้สึกหิวโซขึ้นมาจริง ๆ เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าไปครึ่งดวงแล้ว

คืนนั้นเมื่อเจียงชิ่นกลับถึงบ้าน เธอรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ในขณะเดียวกันก็ตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ฟู่เส้าตั๋วสังเกตเห็นว่าสภาพของภรรยาไม่เหมือนวันปกติ เมื่อทั้งคู่กลับเข้าห้องนอน เขาจึงเอ่ยถาม "เป็นอะไรไปครับ วันนี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า ? "

เจียงชิ่นขยับเข้าไปโอบกอดคอเขาพลางยิ้มกว้าง "มีเรื่องจริง ๆ ค่ะ แถมยังเป็นเรื่องใหญ่มากด้วย แต่ตอนนี้ฉันยังบอกไม่ได้ ไว้ถึงเวลาแล้วคุณจะรู้เองค่ะ"

ฟู่เส้าตั๋วรู้ดีว่าภรรยาคงจะมีผลงานวิจัยชิ้นใหม่เกิดขึ้นอีกแล้ว เขาจึงฉลาดพอที่จะไม่ซักไซ้ต่อ แต่เมื่อเห็นความเหนื่อยล้าที่ฉายชัดบนใบหน้าของเธอ เขาก็อดที่จะปวดใจไม่ได้

"ยุ่งมาทั้งวันแล้ว รีบพักผ่อนเถอะครับ" ฟู่เส้าตั๋วจัดที่นอนให้เรียบร้อย เมื่อเห็นเจียงชิ่นใช้นิ้วนวดคลึงที่ขมับ เขาจึงดึงเธอมานั่งลงที่ขอบเตียง

"ปวดหัวเหรอครับ ? " เขาถามเสียงนุ่ม

เจียงชิ่นพยักหน้าเบา ๆ "อื้ม นิดหน่อยค่ะ"

คงเป็นเพราะสภาพจิตใจที่ตื่นตัวตลอดทั้งวัน พอได้ผ่อนคลายลงเธอก็เริ่มรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมา ฟู่เส้าตั๋วนั่งลงด้านหลังเธอ ปล่อยให้เธอพิงเข้าหาอ้อมอกของเขา สองมือหนาแตะลงที่บริเวณขมับแล้วเริ่มนวดคลึงให้อย่างแผ่วเบา

เจียงชิ่นรู้สึกสบายจนเคลิ้มหลับไปในเวลาไม่นาน เธอเอนตัวพิงน้ำหนักทั้งหมดลงบนตัวฟู่เส้าตั๋วโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นว่าเธอหลับตาพริ้มไปแล้ว ฟู่เส้าตั๋วจึงค่อย ๆ ขยับร่างกายเพื่อให้เธอนอนพิงได้สบายขึ้น

เขานวดต่ออีกพักหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเจียงชิ่นหลับสนิทแล้วจริงๆ เขาถึงค่อย ๆ ประคองเธอวางลงบนเตียงอย่างระมัดระวังแล้วห่มผ้าให้ เจียงชิ่นเหนื่อยเกินไปจริง ๆ เธอไม่รู้ตัวเลยว่าหลับไปตอนไหน รู้เพียงว่าคืนนั้นเธอนอนหลับรวดเดียวจนถึงเช้าโดยไม่ฝันอะไรเลย

ผ่านไปอีกสองวัน ทางมหาวิทยาลัยแจ้งให้นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ทุกคนมาโรงเรียน เจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วจึงเดินทางไปมหาวิทยาลัยหลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ เมื่อไปถึงจึงได้รู้ว่าที่เรียกมาวันนี้ เพื่อชี้แจงขั้นตอนการสอบวิทยานิพนธ์สำหรับนักศึกษาจบการศึกษา แต่ละคณะจะแยกกันไปฟังคำชี้แจง เจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วจึงแยกย้ายกันไปตามคณะของตนเอง

คณะฟิสิกส์รวมตัวนักศึกษาปี 4 ไว้ในห้องบรรยายขนาดใหญ่ นักศึกษาที่จะจบการศึกษาทุกคนมากันพร้อมหน้า จนห้องที่จุคนได้หลายร้อยคนนั้นดูแน่นขนัด เจียงชิ่นไปถึงช้าไปนิดหน่อย ที่นั่งด้านหน้าถูกจองเต็มหมดแล้ว เหลือเพียงที่ว่างไม่กี่ที่ในแถวหลังสุด เธอจึงเดินไปนั่งลงที่นั่น

นับตั้งแต่วินาทีที่เจียงชิ่นก้าวเข้าห้อง ทุกสายตาต่างก็จับจ้องมาที่เธอเป็นจุดเดียว ไม่ใช่แค่เหล่านักศึกษาเท่านั้น แม้แต่บรรดาอาจารย์ก็ยังอดที่จะมองเธอหลาย ๆ ครั้งไม่ได้

หลังจากขึ้นปี 4 มา เจียงชิ่นปรากฏตัวเพียงแค่ช่วงเปิดเทอมครู่เดียวเท่านั้น หลังจากนั้นเธอก็ไม่เคยโผล่หน้ามาให้เห็นอีกเลย สำหรับนักศึกษาปี 4 คณะฟิสิกส์แล้ว เจียงชิ่น "ตัวตึง" แห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่งคนนี้ คือบุคคลระดับตำนานอย่างแท้จริง สอบข้ามชั้นสองปีรวด เข้าเรียนเพียงแค่ปีครึ่งก็สามารถจบการศึกษาพร้อมรุ่นพี่ปี 4 ได้

ถ้าไม่เรียกว่าตำนาน ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น รูปลักษณ์ภายนอกของเจียงชิ่นยังงดงามสะดุดตาเอามากๆ ทั่วทั้งมหาวิทยาลัยปักกิ่งหาผู้หญิงที่สวยระดับนี้แทบไม่ได้เลย ความลึกลับในตัวเธอจึงยิ่งเพิ่มเสน่ห์ในสายตาของทุกคนให้มากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

จบบทที่ บทที่ 401 มอบหมายภารกิจ

คัดลอกลิงก์แล้ว