- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 393 การพบปะกับครอบครัวของเหอชุนผิงอีกครั้ง
บทที่ 393 การพบปะกับครอบครัวของเหอชุนผิงอีกครั้ง
บทที่ 393 การพบปะกับครอบครัวของเหอชุนผิงอีกครั้ง
บทที่ 393 การพบปะกับครอบครัวของเหอชุนผิงอีกครั้ง
โชคดีที่ตลอดเส้นทางเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานที่เจียงชิ่นจินตนาการไว้ไม่ได้เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย ในตอนนี้เจียงชิ่นยังไม่รู้เลยว่า เพื่อให้การเดินทางครั้งนี้ราบรื่นที่สุด อู๋ไป่กวงได้นำทีมกวาดล้างรังลับของสายลับต่างชาติตลอดเส้นทางล่วงหน้าไปจนหมดสิ้นแล้ว ถ้าการเดินทางครั้งนี้ยังไม่ราบรื่นอีก ก็คงจะเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดที่สุดในโลกแล้วล่ะ
เมื่อรถจี๊ปขับมาถึงบริเวณใกล้กับหน่วยที่ 7 ของฟาร์มตงอัน ฟู่เส้าตั๋วก็บอกให้คนขับหยุดรถ เขาหันมาพูดกับเจียงชิ่นว่า "พวกเราลงเดินเท้ากันต่อดีไหมครับ แถวนี้รถยนต์วิ่งน้อย พวกเราทำตัวให้ดูเรียบง่ายหน่อยจะดีกว่า"
เจียงชิ่นเข้าใจความหมายของเขาดี ขืนนั่งรถคันใหญ่โตเข้าไปแบบนี้ มันจะไม่เหมือนการกลับมาเยี่ยมเพื่อนเก่า แต่มันจะดูเหมือนการมาอวดฐานะเสียมากกว่า
"ฟังคุณค่ะ ไปกันเถอะ"
พวกเขาทั้งคู่ลงจากรถ ฟู่เส้าตั๋วหิ้วสัมภาระของทั้งสองคนมุ่งหน้าไปยังทิศทางของย่านที่พักอาศัยของหน่วยที่ 7 โดยมีเสี่ยวเฉินและเสี่ยวติงเข้ามาช่วยถือของให้
ไม่นานนัก ทั้งสี่คนก็ก้าวเท้าเข้าสู่เขตหน่วยที่ 7 ของฟาร์มตงอัน
ในตอนนี้เป็นเวลาโพล้เพล้พอดี พนักงานในหน่วยต่างเลิกงานแล้ว ทุกคนทยอยกลับบ้านไปก่อไฟเตรียมทำอาหารมื้อเย็น
เมื่อเจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วเดินมาถึงย่านที่พัก ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือความเปลี่ยนแปลงที่ดูใหม่เอี่ยมไปหมด
ตึกแถวอิฐแดงตั้งเรียงรายเป็นระเบียบ แต่ละตึกมีความสูงเท่ากันคือสี่ชั้น พื้นถนนไม่ใช่ทางดินทรายเหมือนเก่า แต่ถูกปูทับด้วยหินเกล็ด ถึงแม้จะเดินแล้วรู้สึกเจ็บเท้าไปบ้าง แต่ก็ยังดีกว่าทางทรายเดิมที่เดินทีไรทรายเข้าเต็มรองเท้าทุกที
ตลอดทาง พวกเขาเห็นว่าสำนักงานหน่วยถูกขยายให้กว้างขึ้น มีการสร้างสนามบาสเกตบอล สนามวอลเลย์บอล และอุปกรณ์ออกกำลังกายเพิ่มขึ้นมาใหม่
"ตอนนี้หน่วย 7 พัฒนาไปไกลมากเลยนะเนี่ย แค่ไม่ได้กลับมาปีกว่า ๆ เปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้เลย" เจียงชิ่นเอ่ยขึ้นขณะยืนอยู่หน้าตึกที่พัก
ฟู่เส้าตั๋วพยักหน้าเห็นด้วย เขากำลังทึ่งกับความเปลี่ยนแปลงนี้เช่นกัน "ตั้งแต่เริ่มใช้เมล็ดพันธุ์ซูเปอร์ ฟาร์มทุกแห่งในมณฑลเฮยหลงเจียงต่างก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้มหาศาลทุกปี หลังจากส่งมอบธัญพืชให้รัฐและหักส่วนของตัวเองไว้กินแล้ว ก็ยังเหลือส่วนเกินอยู่อีกมาก ผมได้ยินพี่รองบอกว่า ทางฟาร์มเอาธัญพืชส่วนเกินพวกนี้ไปขายแล้วทำเงินได้เยอะมากเลยล่ะ"
"พี่รองรู้ละเอียดขนาดนี้เลยเหรอคะ ? "
ฟู่เส้าตั๋วยิ้มตอบ "อย่าลืมสิครับว่าเขาต้องเดินทางไปทั่วประเทศ ตงเป่ยนี่เขามานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว โดยเฉพาะมณฑลเฮยหลงเจียง เขาแวะมาบ่อยยิ่งกว่าที่อื่นเสียอีก"
"เอ๊ะ ทำไมเรื่องพวกนี้ฉันไม่ยักจะเคยได้ยินล่ะ ? "
"ทุกครั้งที่มีงานรวมญาติ ผมกับพี่รองมักจะคุยกันเสมอ ผมสนใจเรื่องเกษตรกรรม ส่วนพี่รองก็เป็นคนคุยสนุก เลยได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกันพอดีครับ"
เจียงชิ่นพยักหน้าพลางนึกในใจว่า ไม่ใช่พี่รองที่เป็นคนช่างจ้อคนนั้นหรอกหรือที่ดึงตัวฟู่เส้าตั๋วไปคุยไม่หยุดน่ะ
ขณะที่พวกเขายืนอยู่ใต้ตึกที่พัก ก็ดึงดูดความสนใจจากกลุ่มเด็ก ๆ ได้ในทันที
เด็ก ๆ เหล่านี้มักจะใช้เวลาช่วงที่คนในบ้านวุ่นอยู่กับการทำกับข้าว ออกมารวมตัวกันเล่นเกมจำลองการรบอยู่ที่ลานกว้าง เมื่อเห็นกลุ่มของเจียงชิ่นสี่คนยืนอยู่ด้วยเสื้อผ้าที่ดูแตกต่างจากผู้ใหญ่ทั่วไปที่พวกเขาเคยเห็น จึงพากันกรูเข้ามามุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"น้าเจียง น้าฟู่ ! " เด็กชายคนหนึ่งเบียดตัวออกมาจากกลุ่มเพื่อน ยืนอยู่ตรงหน้าฟู่เส้าตั๋วและเจียงชิ่นด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดี
เจียงชิ่นก้มมองเด็กชายคนนั้น และจำเขาได้ในทันที "จางเผิง ! จางเผิงใช่ไหมจ๊ะ"
เด็กชายพยักหน้าอย่างแรง "น้าเจียง ผมเองครับจางเผิง ผมจะรีบไปบอกแม่เดี๋ยวนี้เลยว่าพวกน้ากลับมาแล้ว ! "
จางเผิงทำท่าจะออกตัววิ่ง แต่ถูกฟู่เส้าตั๋วคว้าตัวไว้ได้ทันเสียก่อน
"เสี่ยวเผิงอย่าเพิ่งวิ่ง ตอนนี้บ้านเราอยู่ห้องไหน พาพวกน้าไปหน่อยสิ พวกน้าตั้งใจกลับมาเยี่ยมพ่อกับแม่เราโดยเฉพาะเลยนะ"
จางเผิงมองดูเจียงชิ่นกับฟู่เส้าตั๋ว สลับกับมองไปที่เสี่ยวเฉินและเสี่ยวติงด้านหลัง เห็นได้ชัดว่าเขาแอบเกรง ๆ คนแปลกหน้าสองคนนั้นอยู่บ้าง แต่พอหันมาหาเจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วเขากลับดูร่าเริงขึ้นมาทันที
จางเผิงนำทางกลุ่มของเจียงชิ่นขึ้นไปยังชั้นสาม เขาคล้องกุญแจไว้ที่คอจึงไม่จำเป็นต้องเคาะประตู เขาจัดการไขกุญแจเปิดประตูเข้าไปทันที
เสียงตะโกนอันคุ้นเคยของเหอชุนผิงดังแว่วออกมาจากข้างใน "เสี่ยวเผิง กลับมาแล้วใช่ไหม ? เร็วเข้า มาเอาขวดไปซื้อซีอิ๊วให้แม่หน่อย เอาสักครึ่งชั่งนะ"
สิ้นเสียงของเหอชุนผิง จางเผิงก็วิ่งจู๊ดเข้าไปในครัวทันที "แม่ครับ น้าฟู่กับน้าเจียงมาหาครับ ! "
เหอชุนผิงที่อยู่ในครัวได้ยินเสียงลูกชายก็นึกว่าโดนแกล้ง "จะอ้างน้าฟู่น้าเจียงก็ไม่ได้ผลหรอกนะ บอกให้ไปซื้อซีอิ๊วก็รีบไปให้ไวเลย"
จางเผิงกำลังจะอ้าปากเถียงต่อ แต่จู่ ๆ ก็มีน้ำเสียงใสพริ้งที่แสนไพเราะดังขึ้นที่ข้างหู
"พี่ชุนผิงคะ ฉันกับฟู่เส้าตั๋วกลับมาหาแล้วค่ะ"
เจียงชิ่นไม่ได้ทำตัวเป็นคนอื่นคนไกล เธอเดินตรงดิ่งเข้าไปในครัวทันที
เหอชุนผิงที่กำลังผัดอาหารอยู่ในกระทะถึงกับชะงักงันไปทั้งตัว เธอวางตะหลิวลงแล้วค่อย ๆ หันหน้ากลับมามองเจียงชิ่นที่ยืนอยู่ที่ประตูอย่างเลื่อนลอย เธอจ้องมองอยู่หลายวินาทีถึงจะมั่นใจว่าคนตรงหน้าคือเจียงชิ่นตัวจริง ไม่ใช่ภาพหลอนที่เธอคิดไปเอง
"เสี่ยวเจียง ! พวกเธอมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย ? "
เหอชุนผิงลืมกับข้าวในกระทะไปเสียสนิท เธอรีบก้าวออกจากครัวมาหาเจียงชิ่นที่ประตูด้วยความตื่นเต้นจนขอบตาเริ่มแดงระเรื่อ
"เพิ่งลงจากรถไฟก็ตรงมาที่นี่เลยค่ะ เพิ่งถึงหมาด ๆ เลย หน่วย 7 ของเราเปลี่ยนไปเยอะมากเลยนะคะ พวกฉันเกือบจะจำทางไม่ได้แล้ว" เจียงชิ่นกล่าว
เหอชุนผิงตื้นตันจนน้ำตาคลอเบ้า "เป็นเธอจริง ๆ ด้วยเสี่ยวเจียง พี่ก็นึกว่าพวกเธอจะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่า... พวกเธอจะกลับมาจริง ๆ "
"ต้องกลับมาสิคะ จริง ๆ ฉันอยากกลับมาตั้งนานแล้วแต่ไม่มีโอกาสประจวบเหมาะ พอดีครั้งนี้มีธุระต้องมาจัดการแถวนี้พอดี เลยถือโอกาสแวะกลับมาหาทุกคนค่ะ"
เหอชุนผิงรีบถามทันที "มีเรื่องอะไรเหรอ ? มีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่า ? "
เจียงชิ่นยิ้มตอบ "พี่ชุนผิงคะ พี่น่ะช่วยฉันได้เยอะแน่นอนค่ะ แต่เรื่องนั้นไว้ค่อยคุยกันก็ได้ พวกเรากลับมาครั้งนี้เพราะอยากจะมาเจอหน้าทุกคนให้หายคิดถึงน่ะค่ะ"
ในตอนนี้เหอชุนผิงเริ่มตั้งสติได้ เธอรีบเชิญเจียงชิ่น ฟู่เส้าตั๋ว และคนอื่น ๆ ไปนั่งพักที่ห้องรับแขก "พวกเธอนั่งพักกันก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปผัดกับเอาจานสุดท้ายออกมาก่อน" ขืนไม่รีบกลับไปผัด กับข้าวในกระทะคงได้ไหม้เกรียมแน่นอน
หลังจากผัดจานนั้นเสร็จ เหอชุนผิงก็จัดจานอย่างคล่องแคล่ว แล้วเธอก็นึกขึ้นได้ จึงไปรื้อวัตถุดิบจากในตู้มาผัดเพิ่มอีกสองอย่างอย่างรวดเร็ว เธอสั่งให้จางเผิงยกกับข้าวไปวางที่โต๊ะ ส่วนตัวเธอเองไปล้างมือล้างไม้และจัดเผ้าผมให้เข้าที่ก่อนจะกลับออกมาที่ห้องรับแขก
ในช่วงที่รออยู่ในห้องรับแขก เจียงชิ่นกวาดสายตาสำรวจบ้านใหม่ของครอบครัวเหอชุนผิง ตัวห้องมีพื้นที่ประมาณ 70 ตารางเมตร ประกอบด้วยสองห้องนอน หนึ่งห้องนั่งเล่น แม้ในห้องจะยังไม่มีห้องน้ำส่วนตัวแต่ก็มีระบบน้ำประปาเดินเข้าถึงแล้ว เมื่อครู่ตอนอยู่ในครัว เจียงชิ่นยังได้ยินเสียงน้ำจากก๊อกไหลลงอ่างอยู่เลย
"ดีจังเลยนะคะ ทุกคนได้อยู่บ้านที่สะดวกสบายขึ้นมากเลย" เจียงชิ่นกระซิบกับฟู่เส้าตั๋ว
ฟู่เส้าตั๋วเองก็กำลังสำรวจอยู่เช่นกัน เขาตอบรับในลำคอเบา ๆ
เมื่อเห็นแผ่นทำความร้อนในห้อง เจียงชิ่นก็เปรยขึ้นว่า "ถ้าในอนาคตเปลี่ยนจากแผ่นพวกนี้เป็นระบบทำความร้อนใต้พื้นได้ล่ะก็ บ้านจะยิ่งอุ่นกว่านี้อีกนะคะ"
"ทำความร้อนใต้พื้น ? "
"อ๋อ... ก็คือการวางท่อทำความร้อนไว้ใต้พื้นบ้านน่ะค่ะ ฉันแค่ลองจินตนาการดูเฉย ๆ ว่าถ้าความร้อนแผ่ขึ้นมาจากพื้น มันจะกระจายตัวได้ทั่วถึงและสม่ำเสมอกว่า" เจียงชิ่นแต่งเรื่องแถไปเรื่อย ๆ
"นั่นน่าจะเป็นโครงการใหญ่พอดูเลยนะ การจะทำให้เป็นจริงได้คงไม่ง่ายนัก"
เจียงชิ่นเองก็รู้ว่ามันไม่ง่าย ฟาร์มเกษตรอย่างฟาร์มตงอันเพิ่งจะเริ่มลืมตาอ้าปากได้ไม่นาน ยังห่างไกลจากความฟุ่มเฟือยขนาดที่จะติดตั้งระบบทำความร้อนใต้พื้นได้ แต่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าก็ไม่แน่หรอก ด้วยความเร็วในการพัฒนาของฟาร์มในตอนนี้ อะไร ๆ ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น
เสี่ยวเฉินและเสี่ยวติงดูจะสนใจบรรยากาศรอบตัวอยู่ไม่น้อย แต่ด้วยระเบียบวินัยที่เคร่งครัด ทั้งคู่จึงแทบไม่ได้สนทนากันเลย
จังหวะนั้นเอง เหอชุนผิงที่จัดการในครัวเสร็จก็เดินกลับเข้ามาในห้องรับแขก พร้อม ๆ กับที่จางเจี้ยนจวินเลิกงานกลับมาถึงบ้านพอดี