- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 375 ร่วมมือธุรกิจเสื้อผ้าสตรี
บทที่ 375 ร่วมมือธุรกิจเสื้อผ้าสตรี
บทที่ 375 ร่วมมือธุรกิจเสื้อผ้าสตรี
บทที่ 375 ร่วมมือธุรกิจเสื้อผ้าสตรี
ย้อนกลับไปตอนที่ต่งเหยี่ยมาหาฟู่เส้าตั๋ว หนึ่งในข้อเสนอที่ดึงดูดใจที่สุดก็คือคำมั่นสัญญาที่ว่าจะช่วยให้เขากลับเข้ากรมทหารได้ในอนาคต
เพื่อให้ได้กลับไป ฟู่เส้าตั๋วทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานอย่างสุดความสามารถ และผลงานที่เขาทำไว้ก็ประจักษ์แก่สายตาของผู้นำกระทรวงเครื่องจักรกลที่เจ็ดและผู้บังคับบัญชาในกองทัพ อาวุธล้ำสมัยหลายชนิดที่ถูกนำไปใช้ในสงครามกับประเทศ Y ล้วนเป็นผลงานการวิจัยของฟู่เส้าตั๋วทั้งสิ้น
ทันทีที่ได้รับการยืนยันเรื่องการกลับเข้ากรม คืนนั้นพอกลับถึงบ้าน ฟู่เส้าตั๋วก็รีบบอกข่าวนี้แก่เจียงชิ่นทันที ภรรยาคือคนสำคัญที่ต้องรู้เป็นคนแรก เขาไม่อยากมีความลับใด ๆ กับเธอ
"คุณจะกลับเข้ากรมเหรอคะ ? "
ความจริงตั้งแต่ตอนที่ฟู่เส้าตั๋วไปทำงานที่กระทรวงฯ เจียงชิ่นก็แอบเตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่พอได้ยินชัด ๆ แบบนี้ เธอก็ยังอดประหลาดใจไม่ได้
"อืม ทางกองทัพอยากให้ผมไปเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยการทหารหลังจากเรียนจบ และควบคู่ไปกับการทำงานวิจัยต่อไปครับ"
มหาวิทยาลัยการทหารคือสถาบันชั้นนำที่เป็นที่สุดในด้านการทหาร การได้เป็นอาจารย์ที่นั่นถือว่ามีระดับฐานะไม่ธรรมดา อย่างน้อยต้องเริ่มที่ตำแหน่งระดับผู้บังคับการกรมขึ้นไป
"ดีเลยค่ะ ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจยังไง ฉันก็พร้อมจะสนับสนุนคุณเสมอ" เจียงชิ่นพูดพร้อมรอยยิ้มสดใส
การได้กลับเข้ากรมคือความปรารถนาสูงสุดของฟู่เส้าตั๋ว และเจียงชิ่นก็อยากให้เขาได้เติมเต็มความฝันของตัวเอง
"ภรรยาครับ... ขอบคุณนะ"
ฟู่เส้าตั๋วดึงเจียงชิ่นเข้ามากอด ลูบไล้เส้นผมสีดำสนิทของเธอด้วยความรัก ในใจเขารู้สึกผิดต่อภรรยาอยู่ลึก ๆ เพราะการกลับเข้ากรมหมายความว่าในอนาคตเขาจะต้องห่างบ้านบ่อยขึ้น และแทบไม่มีเวลาช่วยดูแลครอบครัว ซึ่งภาระทั้งหมดนี้จะต้องตกมาอยู่ที่เจียงชิ่นเพียงคนเดียว
"ผมขอโทษนะ"
ฟู่เส้าตั๋วระบายความในใจออกมาพร้อมเอ่ยคำขอโทษด้วยความรู้สึกผิด
เจียงชิ่นเงยหน้าขึ้นจากอ้อมอกเขา สบตาแล้วหัวเราะเบา ๆ
"จะขอโทษทำไมกันคะ พวกเราต่างก็มีหน้าที่การงานของตัวเอง ต่างคนต่างต่อสู้เพื่อเป้าหมายของตัวเอง มันไม่ใช่เรื่องผิดซะหน่อย ส่วนเรื่องที่บ้านก็มีคุณแม่คอยช่วยดู แถมตอนนี้ยังมีป้าจาง พี่ชุนเฟิน และพี่เหมียวหลานมาเพิ่มอีก ทั้งเรื่องบ้านและลูก ๆ พวกเราไม่ต้องห่วงเลยค่ะ"
พูดจบเธอก็ยื่นหน้าเข้าไปงับริมฝีปากเขาเบา ๆ ทีหนึ่งแล้วรีบผละออก
"อีกอย่าง เบื้องบนต้องไม่ปล่อยให้เรามีภาระกังวลใจหรอกค่ะ เขาอยากให้เราทุ่มเทกับงานเต็มที่ มีปัญหาอะไรเราก็แค่แจ้งไป เดี๋ยวเขาก็จัดการแก้ให้หมดนั่นแหละ"
สำหรับเรื่องขอความช่วยเหลือจากเบื้องบน เจียงชิ่นไม่มีความเกรงใจอยู่แล้ว อะไรที่ควรใช้สิทธิ์เธอก็ต้องใช้ ฟู่เส้าตั๋วมองภรรยาตัวน้อยด้วยรอยยิ้ม รู้สึกว่าท่าทางเจ้าเล่ห์นิด ๆ ของเธอนั้นน่ารักเหลือเกินจนมองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ เขาโน้มตัวลงจุมพิตริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเจื้อยแจ้วนั่นทันที...
นับตั้งแต่เจียงชิ่นอยู่ไฟมา ทั้งคู่ก็ไม่ได้ใกล้ชิดกันอย่างจริงจังแบบนี้มานานแล้ว รสจูบทวีความดื่มด่ำและลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะแยกจากกันไม่ได้ เจียงชิ่นเผลอส่งเสียงครางแผ่วเบาราวกับลูกแมว ทำเอาฟู่เส้าตั๋วเกือบจะตบะแตกคุมตัวเองไม่อยู่ แต่สุดท้ายเขาก็ฝืนใจหยุดและผละออกจากเธออย่างยากลำบาก
เจียงชิ่นที่อารมณ์ยังค้างอยู่พยายามรั้งเขาไว้ไม่ยอมปล่อย จนฟู่เส้าตั๋วต้องอุ้มเธอไปวางบนเตียงแล้วกอดปลอบอยู่พักใหญ่เธอถึงได้สงบลง ฟู่เส้าตั๋วเดินเลี่ยงออกไปอาบน้ำเย็นในห้องน้ำ ทิ้งให้เจียงชิ่นนอนหน้ามุ่ยอยู่ใต้ผ้าห่มด้วยความหงุดหงิด
อะไรกันเนี่ย เมียก็นอนอยู่นี่แท้ๆ แต่ดันหนีไปอาบน้ำเย็น นี่เธอหมดเสน่ห์แล้วหรือไง ? ไอ้ผู้ชายบ้าเอ๊ย คิดจะทำอะไรของเขากันแน่
ฟู่เส้าตั๋วเองก็ทรมานไม่แพ้กัน ขณะที่ยืนอยู่ใต้สายน้ำเย็นฉ่ำ เขาคิดในใจว่าต้องรีบจัดคิวผ่าตัดทำหมันให้เร็วที่สุดแล้ว ถ้าขืนต้อง 'ถือศีล' ต่อไปแบบนี้เขาเองก็จะทนไม่ไหว และภรรยาก็คงจะโกรธเขาจริง ๆ แน่ พอคิดถึงสายตาตัดพ้อที่เปี่ยมไปด้วยความเงี่ยนง้ำ เอ้ย ความอาลัยอาวรณ์ของภรรยาเมื่อครู่ เขาก็รู้สึกปวดใจเหลือเกิน
ด้วยเหตุนี้ ในวันเดียวกันนั้นเอง ฟู่เส้าตั๋วจึงได้ทำการนัดหมายวันผ่าตัดกับทางโรงพยาบาลทันที เมื่อกำหนดวันได้แล้ว เขาจึงบอกเจียงชิ่นว่าต้องไปดูงานต่างจังหวัดหนึ่งสัปดาห์ถึงจะกลับ
แน่นอนว่าเจียงชิ่นไม่พอใจ เพราะพวกเขาสองคนไม่ได้แยกจากกันนานขนาดนี้มานานแล้ว แต่เธอก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรมาก ในเมื่อเป็นเรื่องงานเธอก็พร้อมจะสนับสนุน
"คุณสามีคะ ฉันต้องคิดถึงคุณแน่ ๆ เลย" เจียงชิ่นกะพริบตาปริบ ๆ มองเขาด้วยสายตาโหยหา
เห็นแบบนั้นฟู่เส้าตั๋วก็ใจอ่อนยวบแทบจะยกเลิกนัดผ่าตัดไปซะเดี๋ยวนี้ แต่สุดท้ายเหตุผลก็ดึงสติเขากลับมา "แค่สัปดาห์เดียวก็กลับแล้วครับ ผมเองก็ต้องคิดถึงคุณเหมือนกัน" เขาบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
แค่วันแรกที่ฟู่เส้าตั๋วจากไป เจียงชิ่นก็เริ่มคิดถึงเขาซะแล้ว แต่ก่อนไปเขาบอกว่าการเดินทางครั้งนี้เป็นความลับ ติดต่อสื่อสารกับคนภายนอกไม่ได้ เจียงชิ่นเลยทำได้แค่ทนคิดถึงไปเงียบ ๆ แต่โชคดีที่งานรัดตัวทำให้เธอเริ่มยุ่งจนลืมเวลา
ปีการศึกษาใหม่ใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว เจียงชิ่นตั้งใจจะสะสางงานในมือให้เสร็จก่อนเปิดเทอม โดยเฉพาะเรื่อง "ธุรกิจ" ยึดหลักการที่ว่า 'งานวิจัยต้องรุ่ง ธุรกิจต้องปัง' เธอไม่ยอมทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่งแน่นอน
ช่วงนี้เฮ่อหยางซานให้ฟู่ซานมาส่งข่าวว่าอยากขอพบเธอเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม พอดีกับที่เจียงชิ่นอยู่ไฟครบกำหนดพอดีและรู้สึกเบื่อจนอยากจะหาอะไรทำ เธอจึงตอบตกลงทันที
เมื่อได้พบกัน เฮ่อหยางซานเอ่ยถามสารทุกข์สุกดิบเรื่องสุขภาพของเธอก่อน จากนั้นก็เข้าประเด็นทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา
"ปีที่แล้วแบบเสื้อผ้าสตรีที่คุณให้มาขายดีถล่มทลายเลยครับ ฤดูใบไม้ผลินี้ผมเลยกะจะทำเสื้อโค้ทผู้หญิงออกมาขายสักสองรุ่น เลยอยากรบกวนให้คุณช่วยออกแบบให้หน่อยน่ะครับ"
การขายเสื้อผ้าได้กำไรดีกว่าพวกของกินของใช้จิปาถะตั้งเยอะ หลังจากได้ลิ้มรสความสำเร็จเมื่อปีกลาย เฮ่อหยางซานก็ติดใจจนถอนตัวไม่ขึ้น เจียงชิ่นพอจะเดาออกอยู่แล้วว่าเขามาหาด้วยเรื่องอะไร เธอจึงหยิบแบบร่างออกมาจากกระเป๋าด้วยรอยยิ้ม
"นี่ค่ะ แบบร่างเสื้อโค้ทผ้าเนี๊ยดสองสไตล์"
เฮ่อหยางซานถึงกับตาโตถลัน "นี่คุณเตรียมไว้พร้อมเลยเหรอ ? ผมเพิ่งจะอ้าปากพูดเองนะ ! "
จังหวะที่เขาจะยื่นมือมาหยิบแบบร่าง เจียงชิ่นก็ดึงมือกลับ "ตกลงกันก่อนนะคะ ครั้งนี้ฉันยังคงใช้ดีไซน์เป็นการร่วมหุ้นเหมือนเดิม และเราต้องมาคำนวณส่วนแบ่งกันใหม่ด้วย"
เรื่องนี้เฮ่อหยางซานไม่มีข้อโต้แย้ง "แน่นอนครับ เอาตามกติกาเดิม แบ่งแบบสามต่อเจ็ด (30/70)"
สัดส่วนเดิมคือเจียงชิ่นได้ 3 ส่วน และเฮ่อหยางซานได้ 7 ส่วน ซึ่งเจียงชิ่นพอใจกับสัดส่วนนี้มาก เพราะเธอทำธุรกิจแบบไม่ต้องควักทุน (ใช้สติปัญญาล้วน ๆ ) ในขณะที่เฮ่อหยางซานต้องแบกรับทั้งต้นทุนการผลิต ค่าเช่าร้าน ค่าแรงพนักงาน และค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่น ๆ ซึ่งพอกดเครื่องคิดเลขดูแล้ว กำไรสุทธิที่เธอได้รับกับที่เฮ่อหยางซานได้รับจริง ๆ ก็ถือว่าใกล้เคียงกัน
"ตกลงตามนี้ค่ะ" พูดจบเจียงชิ่นก็ส่งแบบร่างให้เขา
เฮ่อหยางซานเปิดดูเพียงแวบเดียว ใบหน้าก็แดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น ในฐานะนักธุรกิจโดยกำเนิดที่มีสัญชาตญาณเฉียบคมเหนือใคร เขาฟันธงได้ทันทีว่าเสื้อสองรุ่นนี้จะกลายเป็น "สินค้าขายดีถล่มทลาย" ประจำฤดูใบไม้ผลินี้แน่นอน เตรียมรับเงินเข้ากระเป๋าตุง ๆ ได้เลย
"เอาล่ะ ดูเสร็จแล้วคืนมาค่ะ สัญญายังไม่ได้เซ็นเลยนะ พี่น้องก็ส่วนพี่น้องแต่เรื่องเงินต้องเคลียร์ให้ชัด" เจียงชิ่นพูดด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ
เฮ่อหยางซานหัวเราะชอบใจพลางส่งคืนแบบร่างให้เธอ เขาชอบร่วมงานกับเจียงชิ่นก็ตรงนี้แหละ เพราะเธอแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานได้ชัดเจน มีอะไรก็พูดกันตรง ๆ ถูกจริตเขาที่สุด
"สัญญาผมจะรีบทำออกมาให้ดูนะครับ ถ้าไม่มีปัญหาเราจะได้เซ็นกันทันที ผมจะได้รีบไปสั่งโรงงานลงมือผลิต"
"โอเคค่ะ คุณไปจัดการเรื่องสัญญาเถอะ"
"จริง ๆ แล้วตอนหน้าหนาวที่ผ่านมา ผมแอบเล็งเสื้อนวมขนเป็ดที่เสี่ยวซานใส่ตัวนั้นไว้นะครับ แบบและเนื้อผ้าแบบนั้นในตลาดไม่มีเลยจริง ๆ ..."