เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 - ถูกมารวิปริตตามติดแจ

บทที่ 5 - ถูกมารวิปริตตามติดแจ

บทที่ 5 - ถูกมารวิปริตตามติดแจ


บทที่ 5 - ถูกมารวิปริตตามติดแจ

ตลอดช่วงเช้า เจียงเซี่ยใช้ชีวิตด้วยความมึนงงเบลอๆ

ครูสอนอะไรเขาไม่ได้ฟังเลยสักนิด ดูเหมือนเขาจะไม่มีความจำเป็นต้องตั้งใจเรียนอีกต่อไปแล้ว

เที่ยงตรง 11:40 น. กริ่งเลิกเรียนดังขึ้น ครูสอนคณิตศาสตร์ลากเวลาสอนต่อไปอีก 5 นาที ถึงจะยอมปล่อยนักเรียน

ทันทีที่ครูเดินพ้นประตูห้องเรียน หวังเฟยที่นั่งอยู่ข้างหลังก็เดินเข้ามาคล้องคอเจียงเซี่ย "ป่ะ ไปกินข้าวด้วยกัน"

หวังเฟยมีใบหน้าที่ดูสดใส มีมาดแมนๆ แบบลูกผู้ชาย มองจากภายนอกดูไม่ออกเลยสักนิดว่ามีความผิดปกติ

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงของร่างกายหรือเปล่า ประสาทรับกลิ่นของเจียงเซี่ยตอนนี้ไวมาก เขาได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ แทบจะเรียกได้ว่าเบาบางจนแทบไม่ได้กลิ่น ลอยมาจากตัวหวังเฟย

"เจียงเซี่ย ไปเถอะ ไปกินข้าวกัน!" หลี่ซือถงยืนอยู่หน้าโพเดียม มือทั้งสองข้างซุกอยู่ในกระเป๋าน้ำร้อน

พอคำพูดนี้หลุดออกมา ห้องเรียนที่เคยเสียงดังเซ็งแซ่ก็เงียบกริบลงทันที

ทุกคนมองหน้าหลี่ซือถงที่ชวนเจียงเซี่ยไปกินข้าวอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา แล้วก็หันไปมองเจียงเซี่ยด้วยสีหน้าช็อกพอๆ กัน

หวังเฟยที่คล้องคอเจียงเซี่ยอยู่ดูเหมือนจะไม่อยากปล่อยมือ เขามองหลี่ซือถงด้วยสายตาหยอกล้อ "นี่หัวหน้าห้อง ฉันหูฝาดไปหรือเปล่า เธอชวนเจียงเซี่ยไปกินข้าวเนี่ยนะ?"

หลี่ซือถงไม่ตอบ เอาแต่มองไปที่เจียงเซี่ย

เจียงเซี่ยตบมือที่คล้องคอเขาอยู่เบาๆ แล้วกระซิบ "โทษทีนะหวังเฟย ความเป็นเพื่อนมันก็สำคัญแหละ แต่คำเชิญที่เต็มไปด้วยความจริงใจของหัวหน้าห้อง ฉันก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่ะ"

"เชี่ย! จริงดิ อย่าบอกนะว่าพวกนายสองคนกิ๊กกันน่ะ?"

พอหวังเฟยพูดแบบนี้ ห้องเรียนก็กลับมาส่งเสียงฮือฮากันอีกครั้ง นอกจากพวกที่ชอบผสมโรงแซวแล้ว ยังมีนักเรียนชายอีกหลายคนที่แอบชอบหลี่ซือถง ตอนนี้สีหน้าของพวกนั้นดูไม่ได้เลย

"หวังเฟย นาย..." หลี่ซือถงดูเหมือนจะโกรธจนหน้าแดง คว้าหนังสือบนโต๊ะทำท่าจะปาใส่หวังเฟย แต่ก็ไม่ได้ปาออกไป หน้ากลับยิ่งแดงระเรื่อขึ้นไปอีก

หวังเฟยแกล้งทำเป็นหลบซ่อนตัวอยู่หลังเจียงเซี่ย หัวเราะชอบใจ "เขินล่ะสิ หน้าแดงเชียว พวกนายสองคนต้องแอบกิ๊กกันแน่ๆ สารภาพมาซะดีๆ เริ่มคบกันตั้งแต่เมื่อไหร่?!"

"หวังเฟย นาย... นายอย่าพูดจาเหลวไหลนะ ฉันกับเจียงเซี่ยไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย แค่ฉันแพ้พนันเขาเมื่อก่อน เลยต้องเลี้ยงข้าวเขาอาทิตย์นึง ฉันแค่จะไปสแกนบัตรอาหารจ่ายค่าข้าวให้เขาแค่นั้นเอง!"

หลี่ซือถงรีบแก้ตัวพัลวัน ทุกคนดูจะกึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ ระหว่างการแพ้พนัน กับเรื่องที่หัวหน้าห้องคบกับเจียงเซี่ย คนส่วนใหญ่เลือกที่จะเชื่ออย่างแรกมากกว่า โดยเฉพาะพวกที่แอบชอบหลี่ซือถง

หยางเจี๋ย เพื่อนร่วมโต๊ะของเจียงเซี่ยจับมือเขาไว้แน่น สีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก "นี่ อาเซี่ย นายทำแบบนี้ไม่ได้นะ! ถึงนายจะมีแฟนแล้ว ป๊าคนนี้จะดีใจด้วยจากใจจริงก็เถอะ แต่การที่เห็นนายคบกับหัวหน้าห้อง มันปวดใจยิ่งกว่าโดนฆ่าซะอีก! เลิกกันเถอะนะ ขอร้องล่ะ เลิกกับเธอเถอะ เดี๋ยวเดือนนี้ฉันกัดฟันเลี้ยงข้าวนายเอง เอาไหม?"

หลี่ซือถงรีบแทรกขึ้นมาทันที "หยางเจี๋ย นายอย่ามาผสมโรงแซวมั่วซั่วสิ ก็บอกแล้วไงว่าฉันกับเจียงเซี่ยไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย"

เจียงเซี่ยลูบหัวหยางเจี๋ยเหมือนพ่อลูบหัวลูกชายตัวน้อย กระซิบเสียงเบา "รอให้พ่อจีบเธอติดเมื่อไหร่ เดี๋ยวจะแนะนำเพื่อนสนิทเธอให้นะ"

ที่สนามหญ้า เจียงเซี่ยกับหลี่ซือถงเดินเคียงคู่กันไป

เอาจริงๆ นะ ตอนที่สัมผัสได้ถึงสายตาอิจฉาริษยาของคนรอบข้างที่ส่งมา เจียงเซี่ยก็แอบรู้สึกตัวลอยอยู่เหมือนกัน

"ไหนเธอบอกว่าห้ามให้ใครรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเราง่ายๆ ไง?"

น้ำเสียงของหลี่ซือถงเปลี่ยนไปอีกแล้ว คราวนี้แฝงไปด้วยความเกรี้ยวกราด "นายคิดว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่? ฉันเพิ่งช่วยชีวิตนายไว้ครั้งนึงรู้ไหม?"

"ช่วยชีวิตฉัน? เธอหมายถึงหวังเฟยหรอ?"

หลี่ซือถงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ฉันเดาว่า นายคงโดนหมอนั่นหมายหัวเข้าให้แล้วล่ะ"

เจียงเซี่ยไม่เข้าใจ "ถูกหมายหัว? ฉันก็ไม่ใช่คนปกติแล้วนี่ ทำไมถึงโดนมันหมายหัวอีกล่ะ?"

"พวกผู้ปลุกพลังแห่งลำดับเทพ ที่มีโอกาสเกิดแค่หนึ่งในแสนนั่นน่ะ ส่วนใหญ่ชอบเรียกพวกเราว่า เผ่ามาร!"

หลี่ซือถงอธิบายต่ออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเหมือนเป็นคุณครู พยายามบอกเรื่องที่เธอรู้ให้เจียงเซี่ยฟังทั้งหมด

"ถึงดูเหมือนพวกเราทุกคนจะเป็นพวกเดียวกัน แต่เอาเข้าจริงถ้าแยกย่อยลงไป ก็มีหลายประเภท หวังเฟยก็คือหนึ่งในประเภทที่แปลกแยก พวกเราเรียกตัวประหลาดแบบนี้ว่า มารวิปริต! เขาสามารถลงมือกับคนปกติแบบพวกเราได้ แถมพวกเรายังให้พลังงานกับเขาได้มากกว่าคนปกติหลายเท่าตัว!"

เจียงเซี่ยตาเป็นประกาย!

เดี๋ยวนะ!

หลี่ซือถงพูดคำว่า "ผู้ปลุกพลังแห่งลำดับเทพ"!

ข้อความที่อยู่ในหัวของเขา คำนำหน้าก็คือ "ลำดับเทพ" ไม่ใช่หรอ?

"ดูเหมือนจะยืนยันได้แล้วแฮะ ว่าฉันอยู่ในกลุ่มผู้ปลุกพลัง เป็นสายลับที่แฝงตัวอยู่ในหมู่ตัวประหลาดพวกนี้!" เจียงเซี่ยคิดในใจ พอแน่ใจแล้วว่าตัวเองไม่ใช่ตัวประหลาดแต่เป็นผู้ปลุกพลัง ใจของเจียงเซี่ยก็แอบตื่นเต้นขึ้นมาบ้างแล้ว

เมื่อรู้ว่าสถานะสายลับจะเปิดเผยไม่ได้ เจียงเซี่ยจึงแกล้งทำเป็นพูดเรียบๆ "เธอถึงได้เตือนฉันก่อนสินะว่าหวังเฟยมันอันตราย... แต่พวกเราเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันนี่นา กระต่ายยังไม่กินหญ้าใกล้รังเลย..."

"อย่าโลกสวยไปหน่อยเลย!" หลี่ซือถงมองเจียงเซี่ยด้วยสีหน้าจริงจัง "จำเอาไว้นะ พวกเราไม่ใช่คนปกติอีกต่อไปแล้ว นิสัยใจคอก็ไม่เหมือนคนปกติแล้ว นายรู้ใช่ไหมว่าหวังเฟยมีน้องชาย?"

"รู้สิ!"

"น้องชายหมอนั่นก็เป็นเผ่ามารเหมือนกัน แล้วจู่ๆ น้องชายเขาก็มาตายไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อน นายคิดว่าโดนใครฆ่าล่ะ?"

ม่านตาของเจียงเซี่ยหดเกร็ง "เธอหมายความว่า..."

"แน่นอน ฉันก็แค่เดาน่ะ พวกอย่างเราเนี่ย ถ้านิสัยไม่สุดโต่งจริงๆ ก็ไม่ลงมือกับคนใกล้ตัวหรอก..." หลี่ซือถงส่ายหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "แต่หวังเฟยเนี่ยบอกไม่ได้หรอก... เขาเป็นพวกที่ฉันเห็นว่าสุดโต่งที่สุดแล้ว สำหรับเขา นายคือพวกเดียวกันหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาฝูง ยังไม่มีพลังอะไรมาก ลงมือง่ายสุด!"

พอนึกถึงตอนนั่งเรียนอยู่ แล้วมีหมอนั่นที่มองตัวเองด้วยสายตาเหมือนกำลังมองอาหารนั่งอยู่ข้างหลัง เจียงเซี่ยก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

คิดดูอีกที มันก็จริงนี่นา กระต่ายไม่กินหญ้าใกล้รังที่ไหนกันล่ะ เมื่อคืนหลี่ซือถงก็เพิ่งจัดการสวี่คุนไปไม่ใช่หรอ?

เจียงเซี่ยถามต่อ "แล้วพวกผู้ปลุกพลังที่เธอพูดถึง... ถ้าอิงตามนิยาย พวกเขาก็ควรจะเป็นฝ่ายธรรมะ ส่วนพวกเราเป็นฝ่ายอธรรมใช่ไหม?"

"จะแบ่งฝ่ายธรรมะฝ่ายอธรรมไปทำไม สุดท้ายก็เพื่อเอาชีวิตรอดเหมือนกันนั่นแหละ" หลี่ซือถงพูดต่อ "อีกไม่นาน โลกใบนี้จะต้องเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ สิ่งที่เราต้องทำก็คือ พยายามทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นให้ได้มากที่สุดก่อนหน้านั้น!"

เจียงเซี่ยพยักหน้า แล้วถามต่อ "เธอเป็นแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว?"

"บอกได้แค่ว่า ตอนที่ฉันเพิ่งกลายเป็นแบบนี้ กลิ่นอายของพวกเดียวกันที่อยู่รอบๆ ตัวยังน้อยมาก" หลี่ซือถงพูดจบก็ยิ้ม ขยับเข้ามาใกล้หูเจียงเซี่ยแล้วกระซิบเบาๆ "จะบอกให้เอาบุญนะ ฉันก็เป็นมารวิปริตเหมือนกัน!"

หัวของเจียงเซี่ยวิ้งไปเลย สีหน้าแข็งค้าง!

มาเตือนฉันว่าหวังเฟยอันตราย แต่ตัวเธอเองก็ไม่ได้อันตรายน้อยไปกว่ากันเลยนี่หว่า?

พอเห็นสีหน้าแข็งค้างของเจียงเซี่ย หลี่ซือถงก็หัวเราะคิกคัก น้ำเสียงยั่วยวน "โอ๋ๆ ที่รัก อย่ากลัวไปเลย ถ้าฉันอยากจะทำร้ายนาย นายก็ตายไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ ฉันชอบนายจริงๆ นะ ขอนายแค่เชื่อฟังฉัน อย่าทำให้ฉันอารมณ์เสีย ฉันจะปกป้องนายเอง"

เห็นสีหน้าของหลี่ซือถงที่ดูเหมือนพวกยันเดเระคลั่งรัก เจียงเซี่ยก็มีความรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลย เขารู้สึกว่านิสัยของหลี่ซือถงนี่แหละที่สุดโต่งที่สุดแล้ว!

ข่าวดี: แฝงตัวเข้าไปในกลุ่มศัตรูได้สำเร็จ

ข่าวร้าย: ได้แฟนสาวสุดโรคจิตมาคนนึง

ที่โรงอาหาร พอหลี่ซือถงสแกนบัตรจ่ายค่าข้าวให้เจียงเซี่ยเสร็จ เธอก็ไปนั่งกินข้าวกับเพื่อนสนิทห้องข้างๆ

ถึงแม้อาหารในปากจะกินไม่อิ่ม แต่เจียงเซี่ยก็ยัดเข้าปากคำโตๆ

สมมติว่ามีผู้ปลุกพลังอยู่ใกล้ๆ แล้วเห็นว่าเขากินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม ดีไม่ดีอาจจะจับเขาเป็นมอนสเตอร์แล้วฟาร์มทิ้งซะเลย

ถึงตอนนั้นจะไปบอกผู้ปลุกพลังที่กำลังจะฆ่าเขาว่าตัวเองเป็นสายลับก็คงไม่ช่วยอะไร ในเมื่อเขามีสภาพเหมือนพวกเผ่ามารทุกระเบียบนิ้ว แถมยังกลายร่างเป็นตัวประหลาดได้จริงๆ อีก ใครมันจะไปเชื่อ?

"ต้องปิดบังไม่ให้พวกเผ่ามารที่อยู่รอบตัวรู้เด็ดขาดว่าฉันเป็นผู้ปลุกพลัง หลี่ซือถงก็บอกอยู่ไม่ใช่หรอ ว่าเทียบกับคนปกติแล้ว ผู้ปลุกพลังให้พลังงานกับพวกมันได้มากกว่า อุดมสมบูรณ์กว่า ถ้าขืนความลับเรื่องเป็นผู้ปลุกพลังหลุดออกไปล่ะก็ พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าจะมีเผ่ามารแห่กันมาตามล่าจับฉันไปทำเป็นมื้อค่ำมากแค่ไหน"

"พอคิดแบบนี้ ตำแหน่งสายลับของฉันนี่มันโคตรจะบัดซบเลย! เข้าข้างไหนก็ไม่ได้สินะ?"

"ลำดับเทพ 001 สายลับ มองเผินๆ เหมือนให้ฉันมาเป็นสายลับ แต่จริงๆ แล้ว นี่น่าจะเป็นพลังอย่างนึงของฉัน ที่ทำให้ตัวฉันดูเหมือนเผ่ามารทุกระเบียบนิ้ว"

นี่คือบทวิเคราะห์เบื้องต้นของเจียงเซี่ยที่มีต่อข้อความในหัว ไม่รู้เหมือนกันว่านอกจากจะทำให้เขาเหมือนเผ่ามารแล้ว มันยังมีประโยชน์อย่างอื่นอีกไหม

เจียงเซี่ยไม่ได้รู้สึกดีใจที่สามารถทำตัวกลมกลืนกับเผ่ามารได้ เพราะเขาก็ต้องทำตัวเหมือนเผ่ามาร คือต้องลงมือกับคนปกติถึงจะอิ่มท้อง แต่นิสัยของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนไป ซึ่งจุดนี้มันทำให้เขารับไม่ได้ทั้งสภาพจิตใจและร่างกาย

เจียงเซี่ยตักข้าวเข้าปากคำโต ถึงจะไม่อิ่ม แต่รสชาติก็อร่อยดี ช่วยเยียวยาจิตใจได้บ้าง ความรู้สึกที่ว่ากินไปเท่าไหร่ท้องก็ยังว่างอยู่แบบนี้ ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองไปลงแข่งกินจุก็น่าจะชนะเลิศ ขอแค่ไม่กลัวท้องแตกตายไปซะก่อน

โรงอาหารมีสองชั้น นักเรียนที่มากินข้าวมีไม่ต่ำกว่าสองพันคน บางทีอาจจะเพราะพลังของเขายังอ่อนแอเกินไป พออยู่ไกลเกินไป เจียงเซี่ยก็จะไม่สามารถรับรู้ถึงกลิ่นอายพวกเดียวกันได้ แต่ถ้ามีพวกเดียวกันปรากฏตัวในรัศมีร้อยเมตร เขาก็จะสัมผัสได้อย่างชัดเจน

นักเรียนสองพันกว่าคน เท่าที่เขาเจอพวกเดียวกันตอนนี้ รวมหลี่ซือถงกับหวังเฟยเข้าไปด้วย จำนวนก็ปาเข้าไปเกินสิบคนแล้ว

สิบคน ถ้าออกล่าเหยื่อครึ่งเดือนครั้ง เดือนนึงก็ต้องมีเหยื่อเคราะห์ร้ายอย่างน้อยๆ ยี่สิบคน ถ้าสัปดาห์ละครั้งล่ะก็...

นี่แค่ในโรงเรียนมัธยมซิงเหอที่หนึ่งนะ นี่แค่สิ่งที่เขาเห็นตอนนี้ แล้วทั้งเมืองซิงเหอที่มีประชากรเกือบสิบล้านคนล่ะ ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะมีพวกเดียวกันมากแค่ไหน

"ที่หลี่ซือถงพูดก็ถูก โลกใบนี้จะต้องเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่แน่ บางทีตอนนี้อาจจะอยู่ในช่วงใกล้ล่มสลายแล้วก็ได้ เพียงแต่คงมีคนกลุ่มนึง ที่พยายามรักษาระเบียบเอาไว้อยู่"

"ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจให้ได้ก็คือ วิธีการพัฒนาความแข็งแกร่งของฉันคืออะไร จากความหมายของหลี่ซือถง พวกเผ่ามารแบบเธอ จะแข็งแกร่งขึ้นได้จากการดูดซับพลังงานจากคนปกติ"

"คงไม่ใช่ว่าวิธีทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้นก็คือแบบเดียวกันหรอกนะ ถ้าเป็นงั้นมันจะไปต่างอะไรกับพวกเผ่ามารล่ะวะ?"

ถึงแม้ในหัวจะมีข้อความ [ลำดับเทพ 001——สายลับ] แต่ตอนนี้เจียงเซี่ยก็แยกไม่ออกด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นคนหรือผีกันแน่

"ถ้าฉันจัดอยู่ในกลุ่มผู้ปลุกพลัง วิธีพัฒนาความแข็งแกร่งของฉัน ก็ควรจะเป็นแบบเดียวกับผู้ปลุกพลังสิ?"

"นอกจากนั้น ก็มีวิธีอื่นที่ทำให้ท้องอิ่มได้ไหม ยังไงซะฉันก็ไม่ใช่เผ่ามารของแท้สักหน่อย เป็นแค่สายลับเอง"

ช่วงค่ำ 21:00 น. เลิกเรียนคาบเรียนรู้ด้วยตนเองรอบค่ำ

เจียงเซี่ยนั่งรถเมล์ที่หน้าประตูโรงเรียน เพื่อเดินทางไปยังที่พักปัจจุบันของน้องสาว เมื่อเทียบกับตัวเองแล้ว ตอนนี้เขาเป็นห่วงครอบครัวมากกว่า

แต่พอเขาก้าวเท้าขึ้นไปบนรถเมล์ แล้วหาที่นั่งได้ หวังเฟยก็เดินตามขึ้นมาติดๆ

ทั้งๆ ที่ทางกลับบ้านของหมอนั่น ไม่ได้ผ่านรถเมล์สายนี้เลยสักนิด!

จบบทที่ บทที่ 5 - ถูกมารวิปริตตามติดแจ

คัดลอกลิงก์แล้ว