เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - คู่หูล่าเหยื่อ

บทที่ 4 - คู่หูล่าเหยื่อ

บทที่ 4 - คู่หูล่าเหยื่อ


บทที่ 4 - คู่หูล่าเหยื่อ

ในห้องสวีทของโรงแรม เจียงเซี่ยนั่งอยู่บนเตียงทรงกรงนก ตรงหน้าของเขาคือหัวหน้าห้องดีกรีดาวโรงเรียนกำลังถอดเสื้อผ้าภายใต้แสงไฟสลัวสีชมพู เสื้อโค้ทกันหนาวถูกถอดออก เผยให้เห็นเสื้อไหมพรมคอเต่าสีขาวที่ขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าอย่างชัดเจน

ถึงแม้ว่าหลี่ซือถงจะเพิ่งอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ แต่รูปร่างของเธอก็พัฒนาไปได้ดีมาก มีส่วนโค้งส่วนเว้าครบถ้วนตามแบบฉบับผู้หญิง

เจียงเซี่ยนั่งเรียบร้อยอยู่ปลายเตียง แผ่นหลังของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น

ในหัวของเขาคิดอะไรต่างๆ นานา พยายามคิดว่าหลี่ซือถงคือตัวอะไรกันแน่? เป็นเพราะร่างกายของหลี่ซือถงถูกตัวประหลาดสูบกินจนกลวงแล้วเข้ามาสิงสู่แทนที่? หรือมีตัวประหลาดฆ่าหลี่ซือถงแล้วจำแลงกายเป็นเธอ?

"แล้วตัวฉันล่ะ? ฉันก็เป็นตัวประหลาดแบบเดียวกับเธอหรอ?"

หลี่ซือถงเตะรองเท้าผ้าใบออก ดึงผ้าพันคอสีแดงออก ปลายเท้าแตะลงบนหน้าอกของเจียงเซี่ย ค่อยๆ ดันตัวเจียงเซี่ยให้เอนหลังลงนอน

เจียงเซี่ยใช้มือทั้งสองข้างขยุ้มผ้าปูที่นอนแน่น ในหัวรู้สึกเหมือนมีค้อนทุบดังปึงๆๆ!

ซวยแล้ว! ซวยแล้ว!!

อยู่สองต่อสองในห้องเดียวกันกับหัวหน้าห้องดีกรีดาวโรงเรียน และกำลังจะเกิดเรื่องที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ ฟังดูแล้วน่าดึงดูดใจสุดๆ ชวนให้จินตนาการไปได้ไกลลิบใช่ไหมล่ะ?

แต่เจียงเซี่ยกลับไม่มีอารมณ์เลยสักนิด พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าหลี่ซือถงเป็นตัวประหลาดแบบไหน! แล้วโครงสร้างร่างกายจะเหมือนกับคนปกติไหมล่ะนั่น?

หลี่ซือถงคุกเข่าข้างหนึ่งอยู่ปลายเตียง ค่อยๆ คลานขึ้นมาบนตัวเจียงเซี่ย สายตาหยาดเยิ้มส่งแววตาหวานซึ้ง มือขาวเนียนลูบไล้จากหน้าอกของเจียงเซี่ยเลื่อนต่ำลงไปเรื่อยๆ

ผ่านไปไม่กี่วินาที เธอก็เปลี่ยนสีหน้า "นายคิดว่าฉันเป็นตัวประหลาด ก็เลยไม่มีอารมณ์กับฉันงั้นหรอ?"

"ปะ... เปล่า... ฉันแค่ไร้น้ำยามาตั้งแต่เกิดแล้วต่างหาก" เพราะกลัวว่าหลี่ซือถงจะรู้สึกว่าถูกดูหมิ่น เจียงเซี่ยเลยต้องยอมทิ้งศักดิ์ศรีลูกผู้ชายชั่วคราว แกล้งโกหกหน้าตายไป

"ไร้สาระ" หลี่ซือถงมองด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะแค่นหัวเราะ "ความจริงแล้ว ฉันมีวิธีทำให้เตะปี๊บดังได้ถมเถไป แต่ทำแบบนั้นมันจะดูเหมือนฉันร่านเกินไป!"

เธอลูบแก้มของเจียงเซี่ยอย่างเบามืออีกครั้ง "จะบอกให้นะ ฉันชอบนายจริงๆ ตั้งแต่เมื่อก่อน... ตอนที่ฉันยังเป็นคนปกติ ฉันก็แอบมีใจให้นายนิดๆ..."

"ตกลงแล้ว... พวกเราคือตัวอะไรกันแน่? ฉันก็เป็นตัวประหลาดแบบเดียวกับเธอใช่ไหม?"

เจียงเซี่ยหายใจหอบถี่ เขาไม่อยากจะเป็นตัวประหลาดทำร้ายผู้คนแบบหลี่ซือถงเลย แต่จากปฏิกิริยาหลายๆ อย่างของร่างกาย เขาและหลี่ซือถงในตอนนี้——คือพวกเดียวกัน!

หลี่ซือถงใช้นิ้วชี้วาดเป็นวงกลมบนหน้าอกเจียงเซี่ย "ยังไงซะนายกับฉันก็ไม่ใช่คนปกติอีกต่อไปแล้ว ที่ตอนนี้นายยังรับไม่ได้ ก็เพราะนายเพิ่งจะเริ่มเปลี่ยนแปลง ค่อยๆ ปรับตัวไปเดี๋ยวก็ชินเอง"

จู่ๆ ก็มารู้ว่าตัวเองไม่ใช่คน เจียงเซี่ยรู้สึกยากที่จะทำใจยอมรับ

มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมจู่ๆ ถึงไม่ใช่คนล่ะ?

โดยเฉพาะไอ้คำว่า 'สายลับ' ในหัวเขามันคืออะไรกันแน่?

ตัวเองกับหลี่ซือถงเป็นตัวประหลาดเหมือนกัน แต่ในหัวกลับมีคำว่า [ลำดับเทพ 001——สายลับ]

ความหมายของคำว่าสายลับนี่ หรือว่า... เขาจะเป็นสายลับที่แฝงตัวอยู่ในหมู่ตัวประหลาดพวกนี้งั้นหรอ?

เจียงเซี่ยถามต่อ "ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ แล้วรอบตัวเรามีคนแบบพวกเราเยอะไหม?"

"เยอะสิ ตอนนั่งรถมาโรงแรม นายก็น่าจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพวกเดียวกันเยอะแยะเลยนี่ ส่วนที่ว่าทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ ฉันก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน" หลี่ซือถงพูดจบก็เปลี่ยนเรื่องทันที "นายควรจะดีใจซะมากกว่านะ ถ้านายยังเป็นคนปกติอยู่ล่ะก็ ไม่ช้าก็เร็ว นายก็ต้องกลายเป็นอาหารอยู่ดี"

ถ้าพูดแบบนี้ แสดงว่านี่เป็นเรื่องที่น่ายินดีงั้นหรอ? จากเหยื่อกลายเป็นผู้ล่า?

"ทำไมถึงอยากให้ฉันเป็นแฟนนายล่ะ?" เจียงเซี่ยถามคำถามเป็นร้อยเป็นพันข้อ แต่ตอนนี้มีเรื่องให้เขาสงสัยเยอะแยะไปหมดจริงๆ

"เมื่อกี้ก็บอกไปแล้วไง ว่าฉันแอบมีใจให้นายมาตั้งนานแล้ว" หลี่ซือถงยิ้มมุมปาก ไม่รู้ว่าพูดจริงหรือโกหก ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าจริงจัง "แน่นอนว่าเหตุผลสำคัญกว่านั้นก็คือ ฉันต้องการคู่หูออกล่าเหยื่อด้วยกัน และนายก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลย"

เจียงเซี่ยหรี่ตาลง

คู่หูล่าเหยื่อ? เหมือนที่เธอเพิ่งทำกับสวี่คุนเมื่อกี้นี้น่ะหรอ?

"เมื่อกี้กินอิ่มไปหน่อย ชักจะง่วงแล้วสิ ฉันนอนก่อนนะ"

หลี่ซือถงหาวหวอด ขาข้างหนึ่งพาดทับร่างเจียงเซี่ย เอาหัวหนุนไหล่ กอดเขาแน่น แล้วหลับตาลง ปล่อยให้เจียงเซี่ยนอนคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ อยู่คนเดียว

ตอนแรก สมองของเจียงเซี่ยตื่นตัวมาก ความตกใจกลัวขั้นสุดทำให้เขาลืมความหิวไปเลย ถึงแม้ว่าหลี่ซือถงจะดูเหมือนไม่ได้อยากทำร้ายเขา แต่โลกที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนไปแบบนี้ ทำให้เขาไม่อาจยอมรับได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ

รอบตัวมีตัวประหลาดเยอะขนาดนี้ ครอบครัวเขาจะเป็นอันตรายไหม? แม่ น้องสาว แล้วก็พ่อจอมเจ้าชู้นั่น... ในบรรดาพวกเขา จะมีใครสักคนที่กลายเป็น 'พวกเดียวกัน' กับเขาบ้างไหมนะ?

เจียงเซี่ยไม่กล้าคิด แค่คิดว่าอาจจะมีใครในครอบครัวที่เป็น 'พวกเดียวกัน' เขาก็มือสั่นไม่หยุด

ค่อยๆ ผ่านไป... ท่ามกลางความหวาดกลัวขั้นสุด ความหิวโหยทำให้สมองเขาตื้อไปหมด ไม่นานเขาก็เผลอหลับไปอย่างสะลึมสะลือ

ตอนเช้า เสียงนาฬิกาปลุกดังบาดแก้วหู

เจียงเซี่ยลืมตาโพลง นัยน์ตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย

หลี่ซือถงที่นอนทับแขนเขาอยู่ หลับปุ๋ยเงียบๆ เหมือนกระต่ายน้อย พอได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกเธอก็ร้อง "อื้อ" ออกมาเบาๆ มุดหัวเข้าไปในผ้าห่ม แล้วซุกไซ้หาไออุ่นในอ้อมอกของเจียงเซี่ย

เจียงเซี่ยค่อยๆ เลิกผ้าห่มขึ้นดู ไม่ว่าจะมองมุมไหน เธอก็ไม่เหมือนสัตว์ประหลาดกินคนเลยสักนิด...

สิบนาทีต่อมา หลี่ซือถงลุกจากเตียง เข้าไปล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำพร้อมกับคุยโทรศัพท์กับพ่อไปด้วย

"หนูอยู่โรงแรมค่ะ... หนูอยู่คนเดียว... พ่อไม่ไว้ใจหนูหรือไง?"

เจียงเซี่ยยืนขาสั่นอยู่หน้าห้องน้ำ พอหลี่ซือถงวางสาย เขาก็ถามขึ้น "ถ้าฉันยังปล่อยให้หิวอยู่แบบนี้ต่อไป จะเกิดอะไรขึ้น?"

"นายจะสูญเสียสติสัมปชัญญะ จนกว่าจะได้กินอะไรเข้าไปให้อิ่มท้อง และคนแรกที่จะซวย ก็คือครอบครัวของนาย! แต่นายไม่ต้องห่วงหรอก นายไม่ตายหรอก ต่อให้ไม่กินอะไรเลยสักเดือนนึงก็ไม่ตาย!"

เจียงเซี่ยเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ "หมายความว่าถ้าฉันทนหิวต่อไป ฉันจะสติแตก แล้วจับคนในครอบครัวกินเป็นอาหารมื้อแรกงั้นหรอ?"

"ก็ไม่แน่หรอกนะ แต่ถึงตอนนั้น ครอบครัวนาย คนที่มีสายเลือดเดียวกันกับนาย จะมีแรงดึงดูดสำหรับนายมากที่สุด!"

หลี่ซือถงวางผ้าขนหนูลง หันกลับมาเดินตรงหน้าเจียงเซี่ย ยกแขนทั้งสองข้างคล้องคอเขา ระยะห่างระหว่างพวกเขาสองคนใกล้กันมาก ปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกันอย่างชัดเจน

"อย่าไปป่าวประกาศเรื่องที่เราคบกัน แล้วก็อย่าทำตัวตื่นตระหนกจนเปิดเผยความผิดปกติของเรา เมื่อก่อนนายเคยใช้ชีวิตยังไง ตอนนี้ก็ใช้ชีวิตแบบนั้นไปเถอะ ถ้าขืนนายทำตัวมีพิรุธจนถูกพวกนั้นจับตาดู พวกเขาจะมาตามฆ่านาย!"

"พวกนั้นที่ว่า คือใครหรอ?" เจียงเซี่ยถาม

หลี่ซือถงเอื้อมมือไปลูบแก้มเจียงเซี่ยเบาๆ "พวกเขาก็คืออาหารชั้นเลิศที่สุดของพวกเรา ไม่มีอะไรที่จะให้พลังงานกับพวกเราได้มากเท่าพวกเขาอีกแล้ว และในขณะเดียวกัน สำหรับพวกเขา... พวกเราก็คือพลังงานของพวกเขาเหมือนกัน!"

"นายจะมองว่ามันเป็นเกมซ่อนหาก็ได้ ถ้าเราหาพวกเขาเจอตัวก่อน คนตายก็คือพวกเขา แต่ถ้าพวกเขาหาเราเจอตัวก่อน คนตายก็คือพวกเรา!"

"แน่นอนว่านายก็ไม่ต้องกังวลไปหรอก พวกนั้นมีจำนวนไม่เยอะ เรียกได้ว่ามีน้อยจนน่าสงสารเลยล่ะ ในจำนวนคนแสนคนยังไม่แน่ว่าจะมีสักคน แต่ระวังตัวไว้ก่อนก็ดี"

พูดจบ หลี่ซือถงก็เขย่งปลายเท้า จุ๊บหน้าผากเจียงเซี่ยเบาๆ หนึ่งที

"เพื่อไม่ให้มีคนเห็นเราสองคนเดินออกจากโรงแรมม่านรูดนี่พร้อมกัน เดี๋ยวฉันจะไปโรงเรียนก่อน นายก็ค่อยๆ ตามมาก็แล้วกัน"

แกร๊ก!

หลี่ซือถงเดินออกจากห้องพักโรงแรม เจียงเซี่ยพิงประตูห้องน้ำอย่างหมดแรง

เจียงเซี่ยรู้สึกว่า ตอนนี้เขากับหลี่ซือถงน่าจะจัดอยู่ในหมวดหมู่สัตว์ประหลาดหรือพวกมารร้ายอะไรเทือกนั้นสินะ?

ส่วน 'พวกนั้น' ที่เธอพูดถึง คงจะเป็นพวกนักล่าปีศาจแบบในหนังล่ะมั้ง?

ถ้าเขาคือ 'สายลับ' ที่แฝงตัวอยู่ในหมู่สัตว์ประหลาด นั่นแปลว่าจริงๆ แล้วเขาอยู่ฝั่งเดียวกับ 'พวกนั้น' งั้นหรอ?

แว่วๆ เหมือนเขาจะได้ยินเสียงกุกกักอะไรบางอย่าง พอก้มหน้าลงไปดู ม่านตาก็หดเกร็งอย่างรุนแรง มือของเขากำลังเปลี่ยนรูป!

มือซ้ายของเขา เริ่มกลายสภาพตั้งแต่ปลายนิ้ว เผยให้เห็นกรงเล็บแหลมคมสีดำ ฝ่ามือเปลี่ยนไปเหมือนมือของมนุษย์กิ้งก่า มีเกล็ดสีเขียวอมฟ้าปกคลุม แถมยังมีเมือกสีขาวลื่นๆ เคลือบอยู่อีกชั้น

การกลายสภาพลุกลามจากฝ่ามือลามขึ้นมาถึงข้อมือ ราวกับจะกลืนกินแขนของเขาทั้งท่อน และยิ่งความรู้สึกหิวโหยในช่องท้องรุนแรงขึ้นเท่าไหร่ ความเร็วในการกลายสภาพก็ยิ่งเพิ่มขึ้นทวีคูณ

แขนทั้งท่อนของเขากลายเป็นแขนสัตว์ประหลาดสีเขียวอมฟ้า ขนาดใหญ่กว่าแขนปกติถึงสองเท่า รู้สึกคันยิบๆ ที่ใบหน้าด้วย เจียงเซี่ยรีบพุ่งตัวเข้าไปส่องกระจกในห้องน้ำ

พอเห็นสภาพตัวเองในกระจก เจียงเซี่ยถึงกับช็อกตาค้าง!

ภาพในกระจก เบ้าตาซ้ายของเขากำลังกลายสภาพ ลูกตาเปลี่ยนเป็นสีเขียวเรืองแสง นัยน์ตาสีแดงเป็นขีดตั้งตรงเหมือนตาแมวตอนเที่ยงวัน รอบๆ เบ้าตามีเกล็ดสีเขียวอมฟ้าผุดขึ้นมา มองแวบแรก... เหมือนมีสัตว์ประหลาดซ่อนตัวอยู่ใต้ผิวหนังของมนุษย์ และกำลังพยายามพังทลายพันธนาการออกมา!

...

โรงเรียนมัธยมซิงเหอที่หนึ่ง

ห้องเรียน ม.6 ห้อง 1

หลี่ซือถงนั่งอยู่แถวแรกของกลุ่มที่สอง ดูเหมือนเธอจะแวะกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่มา

เจียงเซี่ยนั่งห่างจากเธอสองโต๊ะ เขามาไม่ทันคาบเช้า เพิ่งมาถึงก่อนคาบแรกจะเริ่ม

นักเรียนในห้องมีทั้งหมด 39 คน มีเพียงที่นั่งของสวี่คุนคนเดียวที่ว่างเปล่า

เจียงเซี่ยลอบสังเกตการณ์รอบๆ

ข่าวดี: เมื่อกี้เขาเพิ่งดื่มน้ำหวานที่หลี่ซือถงเอามาวางไว้บนโต๊ะไปจนหมด ทำให้เรี่ยวแรงกลับมานิดหน่อย เขาพอจะเดาออกลางๆ ว่าข้างในผสมอะไรลงไป แต่เขาหิวจนทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ต่อให้ทำใจยอมรับไม่ได้ ก็ต้องกินให้ท้องมันหยุดร้องก่อน ไม่งั้นถ้าสติแตกขึ้นมา เขาจับพลัดจับผลูปลดปล่อยสัตว์ประหลาดในตัวออกมาจริงๆ ล่ะแย่แน่

ข่าวร้าย: กลิ่นอาย 'พวกเดียวกัน' ในห้องเรียน... มีเยอะขึ้น

หวังเฟยที่นั่งอยู่ข้างหลังเขานั้นบ้านรวยมาก แถมยังเป็นหลานชายของหัวหน้าฝ่ายวิชาการของโรงเรียนอีกด้วย ปกติหมอนี่ชอบทำตัวเด่นในห้อง นอกจากจะมีแบคอัพดีแล้ว ส่วนสูงร้อยแปดสิบกว่าๆ ก็ยังทำให้เขาได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนนักกีฬาของห้องด้วย

เมื่อสองสัปดาห์ก่อน น้องชายของเขาเสียชีวิต เขาเลยลาหยุดยาวไปสองสัปดาห์

เพิ่งเดินเข้าห้องมาเมื่อกี้ เจียงเซี่ยก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอาย 'พวกเดียวกัน' จากตัวเขาแล้ว

ดูเหมือนหวังเฟยจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอาย 'พวกเดียวกัน' จากเจียงเซี่ยเหมือนกัน ก่อนที่กริ่งเข้าเรียนจะดังและครูจะเดินเข้ามา เขาปั้นกระดาษโยนมาที่โต๊ะของเจียงเซี่ย

เจียงเซี่ยคลี่กระดาษออกดู บนนั้นมีข้อความสั้นๆ เขียนไว้ว่า: ยินดีต้อนรับเข้าแก๊ง!

เจียงเซี่ยไม่ได้ตอบกลับ เขาฉีกกระดาษเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วยัดใส่ลิ้นชัก

8:21 น.

หยางรั่วเสวี่ย ครูประจำชั้นและครูสอนวิชาภาษาจีนเดินเข้ามาในห้องเรียน มองไปที่ที่นั่งของสวี่คุน พอเห็นว่าว่างเปล่า เธอก็ขมวดคิ้ว

จากนั้นเธอก็หันไปถามหลี่ซือถง "หลี่ซือถง เมื่อคืนวันเกิดอายุครบ 18 ปีของเธอ สวี่คุนได้ไปร่วมงานหรือเปล่า?"

หลี่ซือถงพยักหน้า "ไปค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?"

"แล้วหลังจากเลิกงาน เขาไปไหนต่อ เธอรู้ไหม?"

"เรื่องนี้หนูไม่ทราบเลยค่ะ ทำไมคะ เขาเป็นอะไรหรือเปล่า?" น้ำเสียงของหลี่ซือถงราบเรียบไร้กังวล แต่ก็แฝงไปด้วยความสงสัย เจียงเซี่ยไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าเธอทำตัวเนียนเป็นคนไม่รู้เรื่องรู้ราวได้แนบเนียนขนาดนี้ได้ยังไง?

ดีไม่ดี คนที่ถูกเธอฆ่าตายแบบสวี่คุน คงมีไม่ใช่น้อยๆ แล้วล่ะมั้ง ถึงได้ทำตัวนิ่งเฉยได้ขนาดนี้

"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ แค่เขาไม่ได้กลับบ้านทั้งคืน คนที่บ้านตามหากันให้ควั่ก" ครูประจำชั้นพูดพลางหันไปมองนักเรียนคนอื่นๆ "มีใครในพวกเธอรู้บ้างไหมว่าสวี่คุนไปไหน หลังจากแยกย้ายกันเมื่อคืน เขาได้ติดต่อมาหาใครบ้างหรือเปล่า?"

ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ต่างคนต่างส่ายหน้า

นักเรียนชายที่สนิทกับสวี่คุนที่สุดพูดขึ้น "เมื่อคืนหลังจากงานวันเกิดหัวหน้าห้องเลิก ผมชวนสวี่คุนกลับด้วยกัน แต่เขาบอกว่าอยากเดินเล่นรับลมคนเดียว หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยครับ"

"โอเคจ้ะ เข้าใจแล้ว งั้นพวกเธอเรียนกันต่อเถอะ" ครูประจำชั้นยิ้มทักทายครูสอนภาษาอังกฤษที่ยืนรออยู่หน้าประตู ก่อนจะถือสมุดเตรียมการสอนเดินออกจากห้องไป

พอครูสอนภาษาอังกฤษเดินเข้ามาในห้อง หลี่ซือถงก็บอกทำความเคารพ "นักเรียน เคารพ!"

"Good morning..."

พอเจียงเซี่ยนั่งลง กระดาษปั้นเป็นก้อนก็ถูกโยนมาจากข้างหลังอีกแล้ว

พอคลี่ออกดู หวังเฟยเขียนไว้ว่า: รสชาติของสวี่คุนอร่อยไหมล่ะ?

เจียงเซี่ยหรี่ตาลง ภาพการตายอย่างสยดสยองของสวี่คุนผุดขึ้นมาในหัวของเขาอีกครั้ง

เขาไม่ได้สนใจ ฉีกกระดาษทิ้งแล้วยัดใส่ลิ้นชักตามเดิม

ไม่นานนัก ก็มีกระดาษปั้นถูกส่งมาจากข้างหน้า พอคลี่ออกดูก็พบว่า:

[ระวังหวังเฟยให้ดี หมอนั่นอันตรายมาก!]

ลายมือเขียนกดน้ำหนักจนกระดาษแทบทะลุ เป็นลายมือของหลี่ซือถง

จบบทที่ บทที่ 4 - คู่หูล่าเหยื่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว