เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 65 ยาปลุกสวาท

ตอนที่ 65 ยาปลุกสวาท

ตอนที่ 65 ยาปลุกสวาท 


ตอนที่ 65 ยาปลุกสวาท

พวกเขาจริงๆ สามารถไม่ลงมือหนักขนาดนี้ก็ได้ หากวางแผนให้ดีอาจจะสู้ได้ง่ายกว่า แต่เมื่อสู้มาถึงขั้นนี้แล้ว ทุกคนต่างก็เป็นผู้มีชื่อมีเสียง จะให้ถดหัวเป็นเต่าอยู่ก็คงจะเสียหน้าเกินไป

เฟยซิงสะกดกลั้นอารมณ์ใคร่ที่รุ่มร้อน มาถึงอย่างล่าช้า เมื่อมองเห็นภาพอันน่าอเนจอนาถเบื้องหน้า จิตใจก็ดิ่งวูบ ปฏิกิริยาของบุปผามารในกายรุนแรงยิ่งขึ้น เขาจึงครางในลำคอแล้วทรุดเข่าลงกับพื้นทันที ชิงเฉินเหลือบมองเขา นางไม่ได้คาดหวังว่ารุ่นเยาว์ที่ไม่รู้จักผู้นี้จะทำอะไรได้

หยางชุนยันกายลุกขึ้นอย่างสั่นเทา พลางทอดถอนใจ "ในที่สุดก็ฆ่ามันได้เสียที"

คำพูดยังไม่ทันขาดคำ มารร้ายตนนั้นก็เหมือนสัตว์จนตรอกที่ดิ้นรนครั้งสุดท้าย พลันพุ่งทะยานขึ้นมา ตะปบกรงเล็บเข้าหาเฟยซิงที่มีไอเทพหนาแน่นที่สุดในยามนี้

"เฟยซิง!" หยางชุนตะโกนก้อง ทว่ายามนี้เฟยซิงจะเหลือเรี่ยวแรงที่ไหนไปหลบหลีก

ก็ดีเหมือนกัน ตายด้วยน้ำมือมันเพื่อให้ข้าออกจากแดนมายานี้ เฟยซิงคิดเช่นนั้นพลางลอบทอดถอนใจ ผลสุดท้ายตัวเขาเองก็ไม่ได้ทำอะไรเลย ทว่าอึดใจต่อมา เขาไม่ได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดจากกรงเล็บที่กรีดผ่านร่างกาย

เขาลืมตาขึ้น พบว่าหยางชุนขวางอยู่เบื้องหน้าเขา กรงเล็บทะลวงผ่านหน้าอกของนาง โลหิตไหลซึมจากมุมปากของนาง หยดลงบนใบหน้าของเฟยซิง ยังดีที่เป็นเพียงแดนมายา หยางชุนคิดเช่นนั้น "เจ้าต้องฆ่ามันให้ได้นะ... กู้หน้าให้พวกเราหน่อย..."

หยางชุนกล่าวจบก็สิ้นลมหายใจ จิตเซียนแยกออกจากแดนมายาไป หลังจากจู่โจมครั้งนี้ ปีศาจก็ล้มลงบนพื้น ทว่ากลับยังไม่ตาย เห็นเพียงร่างกายที่พังยับเยินของมันกำลังค่อยๆ สมานตัว! ไอมารยังคงวนเวียนรอบกายมัน ทำให้ผู้อื่นไม่อาจเข้าใกล้

ชิงเฉินหน้าซีดเผือด หรี่ตาลง หากตนเองยังพอมีไอเทพเหลืออยู่บ้าง... นางไม่ยินยอม เฟยซิงเองก็เช่นกัน ความรู้สึกไร้กำลังที่ทำอะไรไม่ได้เลยเอ่อล้นในใจ ตามมาด้วยความปรารถนาที่จะแข็งแกร่งขึ้น ทว่าความปรารถนาที่เชี่ยวกรากก็ถาโถมเข้ากลบอารมณ์เหล่านั้นจนมิดในทันที...

เฟยซิงนอนตัวสั่นเทาอยู่บนพื้น ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีต่อสู้กับบุปผามาร ส่วนชิงเฉินนั้นสิ้นเปลืองไอเทพไปจนหมด ร่างกายก็เหนื่อยล้าถึงขีดสุด ยากจะฝ่าม่านป้องกันไอมารเข้าไปได้ ทั้งสองทำได้เพียงจ้องมองดูปีศาจค่อยๆ สมานแผลอย่างช้าๆ

"เจินเหริน..."

ในตอนนั้นเอง พลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางประตู ชิงเฉินหันไปมอง เป็นชายหนุ่มท่าทางลนลานผู้หนึ่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิง บนชุดผ้าไหมเปื้อนไปด้วยดิน เขามองโฉมหน้าของชิงเฉินจนเหม่อลอยไปชั่วครู่ ก่อนจะรีบคุกเข่าโขกศีรษะ

"ผู้น้อยซุนชิง คารวะเจินเหริน! คารวะเจินเหริน..."

"ไอเทพของข้าหมดสิ้นแล้ว เจ้ามีโอสถฟื้นฟูหรือไม่?" ชิงเฉินมองลงมาที่เขา ถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย เฟยซิงที่อยู่ข้างๆ ได้ยินแล้วก็ได้แต่ลอบส่ายหน้า

คำถามนี้ช่างไร้เดียงสาเกินไปนัก ในโลกสามัญต่อให้มีสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับไอเทพ ก็เป็นสิ่งที่เซียนมอบให้มนุษย์เมื่อตอนขึ้นมาปราบมารบนแผ่นดินเพื่อใช้ยืดอายุขัย มนุษย์สามัญจะมีโอสถฟื้นฟูไอเทพได้อย่างไร? แต่ชิงเฉินไม่เคยย่างกรายสู่โลกสามัญ จึงไม่ทราบเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ นี้

ซุนชิงอึ้งไปครู่หนึ่ง เหลือบมองปีศาจที่ล้มลงไปแล้ว ปีศาจตายแล้วหรือ? เขามองไปรอบๆ เจินเหรินคนอื่นๆ ต่างก็นอนราบอยู่บนพื้น เจินเหรินคนอื่นก็ตายหมดแล้วหรือ? เขาลอบกลืนน้ำลาย มองไปยังชิงเฉินที่มีสีหน้าเหนื่อยล้าถึงที่สุด

"สรุปว่ามีหรือไม่?!" ชิงเฉินเอ่ยอย่างรำคาญ

"มี... มีขอรับ..." เห็นเพียงซุนชิงสั่นเทาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบขวดเล็กสีขาวออกมาขวดหนึ่ง เหงื่อไหลย้อยลงจากขมับทั้งสองข้าง เขาเทออกมาเม็ดหนึ่งอย่างระมัดระวัง เพราะมือสั่นและออกแรงมากเกินไป จึงทำร่วงลงพื้นไปหลายเม็ด

ชิ...

ชิงเฉินส่งเสียงไม่พอใจในลำคอ เดินไปเบื้องหน้าเขา แย่งขวดมาแล้วเทโอสถในนั้นเข้าปากทันที จากนั้นก็รีดเร้นไอเทพสายสุดท้ายในกายเพื่อดูดซึมโอสถทั้งหมดในชั่วพริบตา ทว่า...นางกลับไม่รู้สึกถึงไอเทพเลย

ไม่เพียงเท่านั้น นางกลับรู้สึกแขนขาอ่อนแรง ความร้อนสายหนึ่งกำลังแผ่ซ่านจากท้องน้อยไปทั่วร่าง สีหน้านางเปลี่ยนไปทันที มองไปยังขวดในมือ บนขวดนั้นวาดภาพกามศิลป์ไว้รูปหนึ่ง

ในหมู่บ้านมักจะมีสตรีผู้รักษาพรหมจรรย์ที่ไม่ยอมศิโรราบต่ออำนาจใคร่ของเขา โอสถขวดนี้ซุนชิงจึงยอมจ่ายเงินมหาศาลซื้อมาเพื่อเตรียมไว้สำหรับพวกนางโดยเฉพาะ

"เจ้า...!" ชิงเฉินถลึงตาใส่ซุนชิงเบื้องหน้า ในดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและเจตนาสังหาร!

ซุนชิงตกใจแทบคลานหนีไปข้างหลัง ทว่าด้านหลังกลับมีเสียงครางเบาๆ ดังขึ้น เขาหันกลับไปมอง เห็นเพียงชิงเฉินนอนฟุบอยู่บนพื้น ใบหน้าและลำคอแดงก่ำ หอบหายใจไม่หยุด

"เจินเหริน..." ซุนชิงหันกลับมา ความหวาดกลัวบนใบหน้าค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยรอยยิ้มหื่นกระหายและชั่วร้าย

"เจ้า... เจ้ากล้า..." ชิงเฉินอย่าว่าแต่จะขบลิ้นฆ่าตัวตายเลย แม้แต่แรงจะพูดยังแทบไม่มี นางจ้องมองดูซุนชิงเดินเข้ามาหาตนเองทีละก้าว รับรู้ถึงราคะที่เชี่ยวกรากในกาย ในใจสาบานว่าจะสับคนผู้นี้รวมถึงคนที่สร้างแดนมายานี้จากสำนักจิ้งฮวาให้เป็นหมื่นชิ้น!

ซุนชิงเดินเข้าหานางพลางเอ่ยเสียงเบาว่า "เจินเหรินไยต้องทำเป็นไม่เต็มใจเช่นนี้เล่า?"

"หากเจ้า... กล้าทำอะไร... ข้าจะต้อง... จะต้องฆ่าเจ้าแน่นอน!"

"หากเจินเหรินได้ลิ้มลองความสามารถของข้าแล้ว คงจะไม่พูดเช่นนี้แน่!" ซุนชิงถูกตัณหาเข้าครอบงำจนหน้ามืดตามัว เขามองดูร่างกายของชิงเฉินที่ห่อหุ้มด้วยชุดสีเขียว ค่อยๆ เผยธาตุแท้ที่ชอบระรานชาวบ้านออกมา "ยามปกติเจินเหรินช่างเย็นชานัก คงไม่เคยผ่านมือชายมาก่อนสินะ? ไม่รู้ว่าประเดี๋ยวเวลาท่านร้องออกมาจะเป็นเสียงอย่างไรกัน?"

เห็นเพียงเขาเยื้องกรายเร็วขึ้น ก้าวสั้นสลับยาวจนมาถึงเบื้องหน้าชิงเฉิน ในปากพร่ำบ่นพึมพำว่า "เจินเหริน... เจินเหริน..." อย่างอดร่อไม่ไหว ยื่นมือออกไปหวังจะคว้านางไว้

อย่า—! ชิงเฉินเบิกตากว้าง แผดร้องในใจอย่างเจ็บปวดรวดร้าว!

โฮก...

ในตอนนั้นเอง เสียงคำรามก็ดังขึ้น! มือของซุนชิงยังไม่ทันแตะต้องตัวชิงเฉิน ก็ต้องหดกลับด้วยความตกใจ เขาหันไปมองตามสัญชาตญาณ...เห็นเงาดำร่างหนึ่งผงาดขึ้น ปีศาจค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ไอมารในกายกำลังพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง!

"อ๊าก..."

อึดใจต่อมา เฟยซิงที่อยู่ไม่ไกลก็คำรามลั่น เมื่อครู่ในขณะที่กำลังต้านทานบุปผามาร สติสัมปชัญญะของเขากำลังจะดับสูญ สมองขาวโพลนยุ่งเหยิงไปหมด ทว่าไอมารอันเชี่ยวกรากที่มาจากร่างปีศาจกลับเรียกสติของเขากลับมาได้วูบหนึ่ง

"เจ้าต้องฆ่ามันให้ได้นะ... กู้หน้าให้พวกเราหน่อย..." คำพูดที่หยางชุนทิ้งไว้ผุดขึ้นในใจ ข้าจะ... ฆ่ามัน... การจะฆ่ามันต้องอาศัยความช่วยเหลือจากชิงเฉินเจินเหริน... ชิงเฉินเจินเหริน...

สติที่อุตส่าห์ปรากฏขึ้นมาประดุจตะเกียงกลางสายลมท่ามกลางทะเลแห่งตัณหา สมองของเฟยซิงไม่อาจประมวลผลสิ่งใดได้มากกว่านี้อีกแล้ว

ดังนั้น...ซุนชิงเห็นเพียงเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า อึดใจต่อมาเงาร่างนั้นก็หายไปพร้อมกับชิงเฉินบนพื้น เขายังไม่ทันตั้งตัว กรงเล็บสีดำทมิฬก็กรีดผ่านร่างกายของเขา แยกเขาออกเป็นสามส่วนในแนวตั้ง

---

ในป่าแถบชานหมู่บ้านตระกูลซุน เฟยซิงกำลังแบกชิงเฉินวิ่งหนีอย่างสุดชีวิต ปลีกตัวออกจากหมู่บ้านตระกูลซุนที่กำลังถูกปีศาจเข่นฆ่า กิ่งไม้ที่งอกขวางทางทำให้เขาสะดุดล้ม ทั้งสองคนกลิ้งไปหยุดลงที่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง

ความปรารถนาที่ปรากฏขึ้นบ่อยครั้งในช่วงหลายวันนี้ไม่เคยจางหายไป หลังจากถูกบังคับกดข่มไว้หลายครา ครั้งนี้เฟยซิงไม่อาจสะกดกลั้นได้อีกต่อไป

"เจ้า... เป็นอะไรไป...?" ชิงเฉินล้มลงบนพื้น มองดูสภาพของเฟยซิง ในดวงตาเต็มไปด้วยความตระหนกและสงสัย ตนน่ะกินยาปลุกกำหนัดไปขวดหนึ่งถึงเป็นเช่นนี้ แต่เขากลับดูเหมือนถูกกรอกเข้าไปหลายชั่ง

"ชิงเฉินเจินเหริน..." เฟยซิงหอบหายใจพลางเอ่ยด้วยสติสุดท้ายว่า "รีบ... ไป...!"

ชิงเฉินตระหนักได้ว่าเขาดูเหมือนกำลังจะขาดสติ จึงรีบเอ่ยลนลานว่า "ข้าสิ้นเรี่ยวแรง... ขยับไม่ได้!"

เฟยซิงตะโกนว่า "เร็ว...!"

"เจ้าตั้งสติหน่อย... ตั้งสติหน่อย!" ชิงเฉินร้องบอกด้วยความตระหนก นางไม่เพียงแต่ต้องทนทุกข์จากการทรมานของกามารมณ์เท่านั้น แต่ยังไร้เรี่ยวแรงทั่วร่าง คิดจะลุกขึ้นแต่กลับยกเท้าไม่ขึ้นแม้แต่น้อย

"อึก..."

เฟยซิงอ้าปากกว้าง ส่งเสียงคำรามแหบพร่าแทบไร้เสียง ทรวงอกกระเพื่อมขึ้นลงไม่หยุด ดวงตาแดงฉานราวโลหิต เห็นเพียงตราประทับบุปผาสีแดงเพลิงสว่างขึ้นที่หน้าอกของเขา อึดใจต่อมา หมอกสีแดงมวลหนึ่งก็พวยพุ่งออกมาจากร่างกาย...สติสัมปชัญญะของเขาพังทลายลงโดยสิ้นเชิง

...

จบบทที่ ตอนที่ 65 ยาปลุกสวาท

คัดลอกลิงก์แล้ว