- หน้าแรก
- สัปยุทธ์พิภพเทวะ
- ตอนที่ 98 จุดสูงสุดของขั้นชักนำปราณ
ตอนที่ 98 จุดสูงสุดของขั้นชักนำปราณ
ตอนที่ 98 จุดสูงสุดของขั้นชักนำปราณ
ตอนที่ 98 จุดสูงสุดของขั้นชักนำปราณ
เมื่อเทียบกับฝีเท้าของผู้สมัครคนอื่นๆ ฝีเท้าของอี้อวิ๋นดูจะยากลำบากและโซเซยิ่งกว่า ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าความเร็วของเขาจะช้ากว่าคนอื่นมาก
ในเวลานี้ ผู้สืบทอดที่ชนเผ่าขนาดเล็กบ่มเพาะขึ้นมา รวมถึงเหล่าอัจฉริยะของชนเผ่าเถา ต่างก็เดินมาถึงระยะภายในยี่สิบก้าวแล้ว
ยังมีผู้ที่แย่กว่านั้นอีกเล็กน้อย ซึ่งยังคงดิ้นรนเพื่อให้ผ่านเกณฑ์
"เจ้าบ่าวรับใช้น้อยนี่ ขยับแล้วจริงๆ ด้วย ทว่าสภาพห่วยแตกเช่นนี้ คงเดินไปได้ไม่ไกลนัก"
เหลียนเฉิงอวี้เหลือบมองอี้อวิ๋นแวบหนึ่ง แล้วก็ไม่ได้มองอีก เขาเงยหน้าขึ้นมองภาพเงาอสูรบรรพกาลขนาดใหญ่บนท้องฟ้า กัดฟันแน่น โดยไม่สนใจที่จะเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก แล้วเดินหน้าต่อไป
ยิ่งเข้าใกล้เขาอสูรเสี้ยวเทียนหู่ แรงกดดันก็ยิ่งมหาศาล ฝีเท้าของเหลียนเฉิงอวี้ก็เริ่มหนักอึ้งและยากลำบาก
เขาลองกะระยะห่างระหว่างตนเองกับเขาอสูร ดูเหมือนจะยังเหลืออีกประมาณสิบสองก้าว เขารู้ดีว่าเมื่อก้าวเข้าสู่ระยะสิบก้าว เขาจะต้องแบกรับแรงกดดันที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างกะทันหันและน่าหวาดกลัว หากไม่มีการเตรียมใจไว้ล่วงหน้า เขาจะถูกพลังนั้นผลักจนกระเด็นออกไปทันที
เมื่อครู่อัจฉริยะคนหนึ่งของชนเผ่าเถาก็เพิ่งจะพ่ายแพ้ไปเช่นนี้เอง
และท่ามกลางผู้คนทั้งหมด มีเพียงคนเดียวที่ก้าวเข้าสู่ระยะสิบก้าวได้อย่างราบรื่น นั่นคือเถาอวิ๋นเซียว!
เหลียนเฉิงอวี้จำต้องยอมรับว่า เถาอวิ๋นเซียวไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งหรือพลังฝีมือ ล้วนเหนือกว่าตนเอง
เถาอวิ๋นเซียวในฐานะเด็กชายวัยสิบสี่ปี เขานั้นอวดดีอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทว่าความอวดดีนี้เอง ก็คือการแสดงออกถึงพลังฝีมือเช่นกัน!
และในเวลานี้ อี้อวิ๋นที่ความเร็วช้าที่สุด ก็ค่อยๆ เข้าใกล้ระยะยี่สิบก้าว
"ท่านอาจารย์ เขาใกล้จะผ่านเกณฑ์แล้ว"
หลินซินถงเอ่ย ตาเฒ่าซูลูบหนวดพลางกล่าวว่า "เป็นเพียงการคัดเลือกเบื้องต้นครั้งแรกของงานประลองอาณาจักรเทพ การผ่านเกณฑ์ที่นี่นับว่ามีความสามารถอะไรกัน แต่ว่า..."
ตาเฒ่าซูรวบรวมสมาธิ จ้องมองอี้อวิ๋นอย่างละเอียด "เจ้าเด็กนี่ ดูเหมือนกำลังเล่นตุกติกอะไรบางอย่าง..."
"หือ?" หลินซินถงชะงักไป
"ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้น!"
ตาเฒ่าซูกล่าวอย่างไร้ที่มาที่ไป "ตั้งแต่เขาเริ่มเดินไปทางเขาอสูร ฐานพลังของเขาก็ค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้น แปลกนัก..."
ตาเฒ่าซูลูบคาง ดวงตาเล็กๆ คู่นั้นมีสายตาที่เหลือเชื่อ แม้จะอยู่บนท้องฟ้าสูงหลายสิบจั้ง และอยู่ห่างไกลเพียงนี้ เขาก็ยังสามารถมองเห็นสภาพของเนื้อหนังทุกนิ้วของอี้อวิ๋นได้อย่างชัดเจน จึงตรวจพบการเปลี่ยนแปลงของพลังงานภายในร่างกายอี้อวิ๋นได้อย่างเป็นธรรมชาติ
หากไม่ใช่เพราะผลึกม่วงมีความลึกลับเกินไป จนเกินขอบเขตการรับรู้ของตาเฒ่าซู ตาเฒ่าซูก็คงจะได้เห็นฉากที่ทำให้เขาต้องตกตะลึง นั่นคือมีจุดแสงนับไม่ถ้วนบนท้องฟ้า ราวกับฝูงนกนับร้อยบินเข้าหาพญาหงส์ พุ่งทะยานเข้าหาอี้อวิ๋น
ยี่สิบก้าว!
ในที่สุดอี้อวิ๋นก็เหยียบเข้าสู่เส้นยี่สิบก้าว เขาผ่านเกณฑ์แล้ว
ทุกคนที่ก้าวเข้าสู่เส้นยี่สิบก้าวจะดึงดูดความสนใจจากฝูงชน อี้อวิ๋นเองก็เช่นกัน
นักรบหลายคนจากค่ายเตรียมทหารของชนเผ่าเหลียน ในตอนนี้ได้ถอยออกไปไกลกว่าร้อยก้าวแล้ว ซึ่งเป็น "ระยะปลอดภัย" เมื่อเห็นว่าอี้อวิ๋นผ่านเกณฑ์ด้วยเช่นกัน พวกเขาก็รู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง
เจ้าเด็กนี่ เห็นชัดว่าทานทนไม่ไหวแล้ว ดูเหมือนเพียงก้าวเดียวก็จะทรุดลงกับพื้น แต่เขากลับผ่านเกณฑ์ไปได้เสียอย่างนั้น!
สวรรค์ช่างไร้ตา พลังฝีมือของไอ้คนชั้นต่ำนี่ กลับแข็งแกร่งกว่าพวกเขาทุกคน!
วิ้ง วิ้ง วิ้ง——
วิ้ง วิ้ง วิ้ง——
ในเวลานี้ พลังงานในร่างกายอี้อวิ๋นดูเหมือนจะสะสมจนถึงขีดสุด ผลึกม่วงในหัวใจของเขากำลังเต้นเป็นจังหวะครั้งแล้วครั้งเล่า ดูดซับพลังงานเหล่านี้และกดทับลงไป
มุมปากของอี้อวิ๋นมีโลหิตไหลซึมออกมา เส้นโลหิตในร่างกายปูดโปนขึ้นทีละเส้น ดูราวกับจะระเบิดออก!
อีกนิดเดียว ขาดอีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น!
อี้อวิ๋นกัดฟันกรอด กำลังจะก้าวเดินต่อไปอีกก้าว ทันใดนั้นเอง ในท้องฟ้าเบื้องบน อสูรยักษ์เสี้ยวเทียนหู่ตัวนั้น ก็พลันเบิกดวงตาสีอำพันกว้าง ราวกับกระบี่คมกริบที่กวาดไปทั่วสารทิศ!
"โฮก——"
เสี้ยวเทียนหู่แหงนหน้าคำรามก้องฟ้า ในชั่วพริบตานั้น พลังงานมหาศาลที่บรรจุอยู่ในเขาอสูร ก็ประทุออกมาดั่งภูเขาไฟระเบิด พุ่งทะยานขึ้นสู่หมู่เมฆ!
"อ๊าก!!"
เหลียนเฉิงอวี้แผดร้องด้วยความเจ็บปวด การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้แรงกดดันเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน เหลียนเฉิงอวี้รู้สึกราวกับมีค้อนหนักๆ กระแทกเข้าที่หน้าอก เขาครางในลำคอ ร่างกายปลิวละลิ่วออกไปทันที!
เสี้ยวเทียนหู่ ที่ได้ชื่อนี้มาก็เพราะเสียงคำรามของมันนั้นน่าหวาดกลัวยิ่งนัก สามารถคำรามจนท้องฟ้าสะเทือน!
นี่เป็นเพียงภาพเงาของเสี้ยวเทียนหู่เท่านั้น หากเป็นเสี้ยวเทียนหู่ตัวเต็มวัยที่ยังมีชีวิตอยู่ การคำรามเพียงครั้งเดียว ก็สามารถคำรามจนกองทัพนับหมื่นของเผ่ามนุษย์ตายสิ้น!
อัจฉริยะคนอื่นๆ ของชนเผ่าเถาก็อยู่ในสภาพที่มิต่างจากเหลียนเฉิงอวี้นัก ภาพเงาเสี้ยวเทียนหู่สำแดงเดชกะทันหัน แรงกดดันดั่งคลื่นกระแทกพุ่งกระจายไปรอบๆ พวกเขาตั้งตัวมิติด จึงไม่ทันได้ตอบสนอง ผลคือต่างก็ถูกคลื่นอากาศกระแทกจนปลิวไปตามๆ กัน!
บางคนที่ถึงขีดจำกัดอยู่แล้ว ถึงกับลำคอหวานฉ่ำและกระอักโลหิตออกมาเห็นๆ ซึ่งชัดเจนว่าไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้อีกแล้ว
ทว่าเถาอวิ๋นเซียวในเวลานี้กลับแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความมั่นใจอันยิ่งใหญ่ แม้เขาจะถอยร่นต่อเนื่องและมีสีหน้าซีดเผือด แต่เขาก็เพียงแค่คุกเข่าลงข้างเดียวและยืนหยัดไว้ไม่ให้ล้มลง!
"ดี! ดี! สะใจนัก! วันนี้ข้าต้องสยบเจ้าให้ได้!"
เถาอวิ๋นเซียวเช็ดโลหิตที่มุมปาก ดวงตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น ยามนี้ไม่มีใครมาแข่งขันกับเขาอีกแล้ว สิ่งที่เขาต้องเอาชนะก็คือตนเอง
เถาอวิ๋นเซียวตั้งใจจะลุกขึ้นยืนและเดินต่อไป ทันใดนั้นเอง ที่ด้านหลังของเขาไม่ไกลนัก ก็พลันมีเสียงกระดูกลั่นดังขึ้น!
"เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!"
ราวกับเสียงเปลือกไข่แตกกระจาย มันแจ่มชัดยิ่งนัก จนทำให้ผู้คนใจสั่น!
"หือ!?"
เถาอวิ๋นเซียวหันขวับกลับไป มองหาที่มาของเสียง
เขาเห็นเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่ร่างกายเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ ราวกับเพิ่งขึ้นมาจากน้ำ นั่งยองๆ อยู่บนพื้น กล้ามเนื้อทั่วร่างกำลังสั่นไหวและเต้นเป็นจังหวะเบาๆ!
การสั่นของกล้ามเนื้อนี้ ไม่ใช่เพราะความกลัวภายใต้แรงกดดันมหาศาล แต่เป็นเพราะภายในนั้นมีพลังงานมหาศาลบรรจุอยู่ กล้ามเนื้อจึงเต้นเร่าด้วยความตื่นเต้น
พลังงานในเส้นชีพจรของอี้อวิ๋นโคจรอย่างรวดเร็ว ในลมหายใจที่เสี้ยวเทียนหู่แหงนหน้าคำรามก้องเมื่อครู่ แรงกดดันพุ่งสูงถึงขีดสุด คลื่นกระแทกพลังงานอันรุนแรงกวาดผ่านร่างกายของอี้อวิ๋น ราวกับพุ่งชนเข้ากับกำแพงด้วยความเร็วที่สูงยิ่ง
พันธนาการพลังงานในร่างกายอี้อวิ๋นถูกทำลายลงในพริบตานี้!
วังวนเกิดขึ้นที่หัวใจของอี้อวิ๋น จุดแสงนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าหาอี้อวิ๋นดั่งวาฬดูดน้ำ
"ตูม!"
พลังงานระเบิดออก หินใต้เท้าอี้อวิ๋นแตกกระจาย เขาเบิกตากว้างทันที ดวงตาทอประกายดั่งสายฟ้าแลบ
จุดสูงสุดของขั้นชักนำปราณ ในที่สุดข้าก็ทะลวงเข้าสู่จุดสูงสุดของขั้นชักนำปราณแล้ว!
ถึงยามนี้ ข้าอยู่ห่างจากขอบเขตโลหิตม่วงเพียงก้าวเดียวเท่านั้น!
…….