- หน้าแรก
- ทะลุมิติแดนโต้วหลัว วิญญาณยุทธ์มังกรอัคคีของข้ามีหน้าจอโหลดด้วยล่ะ
- บทที่ 24: ถึงป่าซิงโต่ว, ตู๋กูป๋อกับลูกชายงั้นรึ?
บทที่ 24: ถึงป่าซิงโต่ว, ตู๋กูป๋อกับลูกชายงั้นรึ?
บทที่ 24: ถึงป่าซิงโต่ว, ตู๋กูป๋อกับลูกชายงั้นรึ?
ระยะทางจากเมืองวิญญาณยุทธ์มายังป่าซิงโต่วนั้นไม่ได้ไกลหรือใกล้จนเกินไป
ภายในรถม้า เชียนกู๋หยวนถามหยินจางว่าวงแหวนวิญญาณสองวงแรกของเขามาจากสัตว์วิญญาณชนิดใด และทักษะวิญญาณมีผลอย่างไร
หยินจางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เพราะตอนนี้วงแหวนวิญญาณวงแรกของเขามีอายุถึงเก้าร้อยยี่สิบปีแล้ว
แต่วานรมังกรเพลิงตัวนั้นมีอายุแค่ห้าร้อยยี่สิบปี ถ้าเขาพูดความจริงออกไป...
เชียนกู๋หยวนจะต้องจับผิดได้อย่างแน่นอน ซึ่งดูเหมือนจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่
แต่พอหยินจางนึกถึงความผูกพันระหว่างพวกเขา และหลังจากที่เขามาถึงสำนักวิญญาณยุทธ์ ผู้อาวุโสแห่งหอบูชาทั้งหลาย กุ่ยเม่ย เยว่กวน และปี่ปี่ตง...
พวกเขาก็น่าจะสังเกตเห็นเรื่องนี้กันหมดแล้ว แต่ไม่มีใครใส่ใจเลย
หรือพูดให้ถูกคือ พวกเขาใส่ใจแต่ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงเขา
ท้ายที่สุดแล้ว ในทวีปโต้วหลัว ไม่มีเรื่องอะไรที่จะแปลกประหลาดเกินกว่าจะเกิดขึ้นได้
ตอนที่กุ่ยเม่ยยังเด็ก เขาถูกพ่อแม่รังเกียจ แต่สุดท้ายเขาก็ได้รับโอกาสที่ทำให้วิญญาณยุทธ์ของเขากลายายพันธุ์เป็นสุดยอดวิญญาณยุทธ์ กุ่ยเม่ย
ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติ พรหมยุทธ์กระดูก กู่หรง ก็ไม่ได้ปลุกวิญญาณยุทธ์ตอนอายุหกขวบเช่นกัน หลังจากที่ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ตอนที่เขาปลุกวิญญาณยุทธ์ในวัยหกขวบ เขาก็ใช้ชีวิตเป็นขอทานข้างถนนอยู่นานเท่าไรก็ไม่อาจทราบได้
แล้วก็ยังมีปี่ปี่ตง ซึ่งนางเองก็กำลังเข้ารับการทดสอบเก้าบทแห่งหลัวชา จึงไม่แปลกที่นางจะเห็นอายุวงแหวนวิญญาณเพิ่มขึ้น
เชียนเต้าหลิว ในฐานะมหาปุโรหิตของเทพธิดาทูตสวรรค์ก็เช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้น หยินจางยังมีจระเข้ทองคำเป็นผู้หนุนหลัง ความกังวลของเขาจึงเป็นเรื่องไม่จำเป็นเลย
สรุปก็คือ ตอนนี้หยินจางเป็นคนของสำนักวิญญาณยุทธ์แล้ว ดังนั้นต่อให้เขาเปิดเผยเรื่องนี้ออกไปก็คงไม่เป็นไร
เมื่อเข้าใจจุดนี้อย่างถ่องแท้ หยินจางก็ตอบกลับไปตามความจริง
เมื่อได้ยินดังนั้น เชียนกู๋หยวนก็เพียงแค่ก้มหน้าและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นเขาก็ถามต่อ
"แล้วเสี่ยวจาง เจ้าคาดหวังว่าวงแหวนวิญญาณวงที่สามของเจ้าจะมีอายุประมาณเท่าไหร่? เจ้าคิดเรื่องประเภทของสัตว์วิญญาณไว้หรือยัง?"
"ถ้าเป็นวิญญาจารย์ทั่วไป เราก็แค่ทำตามบันทึกแล้วหาสัตว์วิญญาณที่คล้ายๆ กัน"
"แต่ในเมื่อเป็นเจ้า อัจฉริยะที่ดูดซับวงแหวนวิญญาณเกินขีดจำกัดอายุได้ง่ายเหมือนดื่มน้ำ ข้าก็ย่อมต้องถามความเห็นของเจ้าเสียก่อน"
พูดไปได้ครึ่งประโยค เชียนกู๋หยวนก็สังเกตเห็นความประหลาดใจของหยินจางและอธิบายอย่างจนใจ
"อ๋อ เข้าใจแล้ว สมกับที่เป็นท่านลุงเชียนกู๋ ท่านช่างเข้าใจข้าจริงๆ! ฮ่าๆ"
หยินจางหัวเราะเบาๆ และคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ในความทรงจำของเขา อายุที่ดีที่สุดสำหรับวงแหวนวิญญาณวงที่สามคือหนึ่งพันเจ็ดร้อยหกสิบปี
แต่เรื่องการดูดซับเกินขีดจำกัด หยินจางมีแผนอยู่ในใจแล้ว
วงแหวนวิญญาณวงที่สองของเขามีอายุถึงหนึ่งพันสองร้อยปีแล้ว นับประสาอะไรกับวงแหวนวงที่สาม
ดังนั้นเขาจึงกล่าวกับเชียนกู๋หยวนว่า
"อายุวงแหวนวิญญาณวงที่สามที่ข้าคาดหวังไว้คือสามพันปี แต่ถ้ามากกว่านั้นสักสองสามร้อยปีก็คงไม่เป็นปัญหา ถ้าสายพันธุ์ของสัตว์วิญญาณเหมาะสมกับข้ามากๆ ต่อให้อายุมากกว่านี้ก็รับไหวขอรับ"
"ส่วนสายพันธุ์ของสัตว์วิญญาณ ที่ดีที่สุดย่อมต้องเป็นสัตว์วิญญาณประเภทมังกรแท้ แต่นั่นเป็นไปไม่ได้ ท้ายที่สุดแล้ว ในทวีปโต้วหลัวปัจจุบัน สัตว์วิญญาณประเภทมังกรแท้นั้นสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว (หรืออย่างน้อยก็ในสายตาของเชียนกู๋หยวนและคนอื่นๆ) ดังนั้นตัวเลือกที่ดีที่สุดของข้าก็น่าจะเป็นพวกมังกรสายเลือดรอง รองลงมาก็คือสัตว์วิญญาณสายเลือดมังกร และตัวเลือกที่แย่ที่สุดก็คือสัตว์วิญญาณธาตุไฟ"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เชียนกู๋หยวนก็ตกใจกับอายุที่หยินจางคาดหวังในตอนแรก และหัวเราะอย่างจนใจหลังจากที่เขาพูดจบ
"เจ้าพูดถึงสัตว์วิญญาณประเภทมังกรแท้เชียวรึ ดูเหมือนว่าถ้ามันมีอยู่จริง เจ้าคงจะบอกว่าตัวเลือกที่ดีที่สุดของเจ้าคือสัตว์วิญญาณประเภทมังกรแท้สินะ?"
หยินจางยิ้มยิงฟัน "ท่านลุงเชียนกู๋ ท่านช่างรู้ใจข้าจริงๆ! แต่สำหรับสัตว์วิญญาณประเภทมังกรแท้ ข้าเกรงว่าแม้แต่ตัวที่เพิ่งเกิดใหม่ก็น่าจะมีอายุเกินสามพันปีไปแล้วไม่ใช่หรือขอรับ? ต่อให้ข้าอยากจะดูดซับมัน ข้าก็คงไม่มีปัญญาหรอก! ข้าหยิ่งยโสก็จริง แต่ข้าไม่ได้โง่นะ"
อันที่จริง ในมุมมองของหยินจาง สัตว์วิญญาณประเภทมังกรแท้เพียงสองตัวที่ยังหลงเหลืออยู่ในทวีปโต้วหลัวตอนนี้น่าจะเป็นสองตัวที่อยู่ลึกเข้าไปในป่าซิงโต่ว
เมื่อล้อรถม้ายังคงหมุนต่อไป ในที่สุดรถม้าก็มาถึงเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งนอกป่าซิงโต่ว
เวลานี้ก็ใกล้จะพลบค่ำแล้ว หากพวกเขาเข้าไปในป่าซิงโต่วตอนนี้ พวกเขาคงจะหาสัตว์วิญญาณที่เหมาะสมไม่เจอและต้องนอนค้างคืนในป่าแน่ๆ
ดังนั้น หยินจางและเชียนกู๋หยวนจึงตกลงที่จะพักค้างคืนในเมืองนี้ก่อน
แม้จะเรียกว่าเมืองเล็กๆ แต่ขนาดของมันก็ใกล้เคียงกับเมืองนั่วติงบ้านเกิดของหยินจางเลยทีเดียว หรืออาจจะใหญ่กว่าเล็กน้อยด้วยซ้ำ
เมื่อลองคิดดูแล้วก็สมเหตุสมผล นี่เป็นที่ราบลุ่มเล็กๆ เพียงแห่งเดียวในบริเวณโดยรอบที่สามารถเข้าไปในป่าซิงโต่วได้ ส่วนพื้นที่อื่นๆ ล้วนถูกปิดกั้นด้วยเทือกเขา คนโง่เท่านั้นแหละที่จะพยายามเข้าไปทางเทือกเขา
ส่วนเรื่องที่จะไปไกลกว่านี้ก็ไม่จำเป็นเลย
"ไอ้หนู มาถึงที่นี่แล้วก็ทำตัวให้ไม่เป็นที่สะดุดตาหน่อย ถึงที่นี่จะเล็ก แต่ก็มีวิญญาจารย์แวะเวียนมาไม่ขาดสาย เจ้าอาจจะได้เห็นกระทั่งมหาปราชญ์วิญญาณหรือวิญญาณพรหมยุทธ์เลยด้วยซ้ำ"
"ถึงสำนักวิญญาณยุทธ์ของเราจะแข็งแกร่งที่สุดในทวีปโต้วหลัว แต่เมื่อเดินทางออกมาข้างนอก มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอคนบ้าที่ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ถ้าแค่โดนสั่งสอนนิดหน่อยก็ยังพอทน แต่ถ้าเจ้าเป็นอะไรไป ต่อให้พ่อข้าจะเป็นผู้อาวุโสลำดับที่เจ็ดแห่งหอบูชา และท่านลุงข้าจะเป็นผู้อาวุโสลำดับที่หก ข้าก็คงรับมือกับผลที่จะตามมาไม่ไหวหรอก..."
ในขณะที่คนขับรถม้าข้างหน้ายังคงหวดแส้อย่างต่อเนื่อง รถม้าก็เคลื่อนตัวเข้าสู่เมืองเล็กๆ แห่งนั้น
เสื้อผ้าของผู้คนที่เดินผ่านไปมามีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นมากมาย หลังจากที่เชียนกู๋หยวนเตือนหยินจางเสร็จ เขาก็ให้คนขับรถม้าพามุ่งหน้าไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งในเมือง
"โธ่ ท่านลุงเชียนกู๋ ข้ารู้เรื่องพวกนี้ดีน่า ข้าดูเหมือนคนประเภท 'หยิ่งยโสเพราะมีพรสวรรค์' ในสายตาท่านขนาดนั้นเลยหรือขอรับ?"
หยินจางชำเลืองมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างและอดไม่ได้ที่จะบ่นอุบ
เมื่อเห็นสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของเชียนกู๋หยวน หยินจางก็รู้สึกขำและพูดขึ้นอีกครั้ง
"ท่านลุงเชียนกู๋ ข้าเป็นคนแบบนั้นจริงๆ หรือในใจท่าน?"
"ไอ้หนู เจ้าไม่รู้หรือไงว่าตอนอยู่โรงเรียนเจ้าเป็นยังไง? ถ้าเจ้าไม่หยิ่งยโส บนโลกนี้ก็ไม่มีใครหยิ่งยโสแล้ว!"
เชียนกู๋หยวนปรายตามองหยินจางและพูดขึ้น
เมื่อมาถึงโรงแรม ทั้งสองก็พบว่าคนเยอะมากและดูเหมือนจะไม่มีห้องว่างเหลือเลย
แต่เชียนกู๋หยวนโบกมือปัด "ตามข้ามาถามสิ แค่เราเปิดเผยตัวตน ต่อให้ไม่มีห้องว่าง พวกเขาก็ต้องหาห้องให้เราจนได้นั่นแหละ"
เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปถาม แน่นอนว่าแม้พนักงานต้อนรับจะดูสุภาพมากเมื่อมองจากภายนอก แต่พวกเขาก็ยืนกรานว่าไม่มีห้องว่าง
ทันทีที่เชียนกู๋หยวนเปิดเผยตัวตน พนักงานต้อนรับก็รีบก้มหัวและยื่นคีย์การ์ดห้องสวีทสุดหรูให้พวกเขาอย่างประจบประแจงทันที
หลังจากเช็คอิน หยินจางก็ออกจากโรงแรมไปเดินเล่น เพราะเขายังไม่ได้กินอะไรเลย
หลังจากมาถึงร้านอาหารใกล้ๆ และกินอาหารจนอิ่ม หยินจางก็เห็นชายชราท่าทางหยิ่งยโส รูปร่างสูงใหญ่ ผมสีเขียวเข้ม เดินตามมาด้วยชายวัยกลางคนท่าทางอมโรคเมื่อพวกเขามาถึงชั้นนี้
นั่นตู๋กูป๋อหรือเปล่า?
หยินจางตกใจ จากนั้นเขาก็คำนวณเวลาในหัว
ถังซานอายุเกือบจะสามขวบแล้ว ตามไทม์ไลน์ในเนื้อเรื่องต้นฉบับ ตู๋กูป๋อน่าจะกลายเป็นราชทินนามพรหมยุทธ์ในช่วงสองปีนี้
และชายวัยกลางคนท่าทางอมโรคคนนั้น จะใช่ลูกชายของตู๋กูป๋อหรือเปล่า?