- หน้าแรก
- บัญญัติสยองต้องสาป
- บทที่ 5 - เรียกผี (4)
บทที่ 5 - เรียกผี (4)
บทที่ 5 - เรียกผี (4)
บทที่ 5 - เรียกผี (4)
༺༻
"พวกเราจะรออยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว"
เวลากระชั้นชิด คนอื่นๆ ยังมีพิธีกรรมเรียกผีที่ต้องทำให้สำเร็จ พวกเธอทำได้เพียงออกจากบ้านหลังนี้เพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานที่ทำพิธีกรรมต่อไป
ซึ่งนี่ก็หมายความว่าพวกเธอต้องทิ้งหลินซูเย่ว์ไว้ที่นี่เพียงลำพัง
ทิ้งไว้ในบ้านที่มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะมีผีอยู่ และต้องอยู่คนเดียวอย่างน้อย 11 ชั่วโมง
ไม่มีใครมั่นใจได้เลยว่า เมื่อขบวนรถไฟขากลับมาถึง ในบรรดาคนที่จะขึ้นรถจะมีเธออยู่ด้วยหรือไม่
แต่ไม่มีใครเสนอข้อโต้แย้งใดๆ ในช่วงเวลานี้
"...พี่หลินยังไงซะก็เคยผ่านภารกิจที่ชานชาลามาสามครั้งแล้ว คงไม่มาพลาดท่าในที่แบบนี้หรอกมั้ง?"
ลู่จินเจาสังเกตเห็นว่าในแววตาของบางคนมีความไม่มั่นคงสั่นไหวอยู่ แต่ก็ยังพยายามเอ่ยปลอบใจออกมา ไม่รู้ว่าประโยคนี้เป็นการให้กำลังใจคนอื่น หรือเป็นการปลอบโยนตัวเองกันแน่
"ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นแหละ... ขอแค่ปฏิบัติตามกฎการเรียกผี อย่างน้อยก็น่าจะยื้อไปได้ถึงตอนสุดท้าย แถมพี่หลินยังมีของสิ่งนั้นอีก... การมีชีวิตรอดกลับมาได้ต้องไม่มีปัญหาแน่นอน!"
มีคนยืนยัน น้ำเสียงเริ่มเปลี่ยนจากความไม่แน่ใจในตอนแรกเป็นความมั่นคงมากขึ้น
ของสิ่งนั้น?
ลู่จินเจาสังเกตเห็นประโยคนี้ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ดีในการถามคำถาม เธอจึงทำได้เพียงกดความสงสัยไว้ในใจชั่วคราว
ก่อนจะจากไป เธอเหลือบมองผู้นำที่ในความทรงจำของเธอนับว่าไม่เลวคนนี้เป็นครั้งสุดท้าย สีหน้าของเธอภายใต้แสงไฟที่ค่อนข้างสลัวนั้นดูไม่ชัดเจนนัก แต่ก็พอดูออกว่าเธอได้เก็บอาการตื่นตระหนกไปแล้ว และกำลังเตรียมสภาพจิตใจบางอย่างให้ตัวเองอยู่
เมื่อพวกเธอก้าวพ้นประตูบ้านออกมา ลู่จินเจายังแว่วได้ยินเสียง "ผีถ้วยแก้ว ผีถ้วยแก้ว โปรดกลับไปเถิด" ดังมาจากข้างใน
"บางที... นี่แหละคือสิ่งที่อันตรายที่สุดของการสุ่มได้ภารกิจผีถ้วยแก้ว"
ทั้งที่ยังไม่เห็นเงาร่างของผี แต่ความกดดันที่มันสร้างกลับปกคลุมอยู่ในใจของทุกคนราวกับเมฆหมอกทมิฬ
แต่โชคดีที่ เป็นเพราะผียังไม่ปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน "จริงๆ" แม้จะเป็นเด็กใหม่ ก็ยังพอจะรักษาพละกำลังและสติเอาไว้ได้
คนที่ทำพิธีกรรมเรียกผีเป็นคนที่สองคือเด็กใหม่ เฉินตั่ว
เดิมทีนอกจากภารกิจส่วนน้อยแล้ว ภารกิจอื่นควรจะทำในช่วงกลางคืน แต่เมื่อพวกเธอเดินออกมาจากอาคารก็พบว่า ทั้งที่เพิ่งจะยังไม่ถึงห้าโมงเย็น แต่อากาศกลับมืดครึ้มราวกับเข้าสู่ยามดึกแล้ว
—ราวกับว่ากำลังอำนวยความสะดวกให้กับพิธีกรรมเรียกผีของพวกเธอ
"แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ถ้าต้องเป็นช่วงดึกกันหมด นอกจากจะกระชั้นชิดเรื่องเวลาแล้ว ทุกคนยังต้องแยกกันเคลื่อนไหวด้วย"
ในหนังสือ เงื่อนไขการเห็นผีส่วนใหญ่ไม่ได้เขียนเวลาที่แน่นอนไว้ แต่มองออกได้อย่างชัดเจนว่าต้องทำในตอนกลางคืน
สภาพอากาศในตอนนี้ กลับกลายเป็นเรื่องสะดวกที่ทำให้พวกเธอสามารถลงมือทำก่อนเวลาได้
ภารกิจเห็นผีที่เฉินตั่วสุ่มได้ดูจะง่ายมาก ก้มมองลอดใต้หว่างขา ลู่จินเจาจำได้ว่าในหนังสือเขียนไว้อย่างนี้:
[มีทางลัดที่นำไปสู่อีกโลกหนึ่งไหม?
เธออาจจะจำไม่ได้ว่าเธอมาที่โลกนี้ได้อย่างไร แต่เธอต้องรู้แน่นอนว่าเธอออกมาจากระหว่างขาของแม่
โน้มตัวไปข้างหน้า ก้มมองลอดจากระหว่างขาไปข้างหลัง เธอจะเห็นช่องทางสู่อีกโลกหนึ่ง
แต่เมื่อเธอดึงดูดความสนใจของ "แขกที่สัญจรผ่านไปมา" คนใดได้แล้ว เธอต้องหยุดการกระทำนี้ทันที
ผีจะคิดว่าเธอคือทารกที่กำลังจะเกิด และกำลังเชิญชวนให้มันมาเกิดใหม่...]
ในหนังสือเขียนไว้อย่างชัดเจนต่อจากนั้นว่า จำเป็นต้องหาสอยตันแห่งหนึ่ง หลังจากถอดรองเท้าแล้วให้ยืนหันหลังให้กำแพง จุดธูปเทียนที่ด้านล่างระหว่างขาและพยายามสูดดมกลิ่นธูปให้ได้มากที่สุด จากนั้นกลั้นหายใจ ก้มตัวมองลอดจากระหว่างขาไปยังกำแพงด้านหลัง
นี่ไม่ใช่พิธีกรรมที่ยากลำบากอะไร เพียงแต่ประโยคที่บรรยายไว้ในหนังสือนั้นทำให้รู้สึกไม่สบายใจ
ซอยตันหาไม่ยาก ไม่เหนือความคาดหมาย ที่นี่น่าจะสามารถหาสถานที่ที่จำเป็นสำหรับพิธีกรรมเรียกผีได้ครบทั้งหมด
ก่อนจะเข้าสู่ซอยตัน ทุกคนยกเว้นเฉินตั่วต่างก็หยุดฝีเท้าลง
ซอยสายนี้ไม่ยาวนัก ยืนอยู่ที่ปากซอยก็เพียงพอจะมองเห็นข้างในสุดได้ แม้ว่าตอนนี้อากาศจะมืดครึ้มราวกับยามดึก แต่ไฟถนนสีส้มสลัวที่ปากซอยก็พอจะช่วยส่องสว่างตำแหน่งทางเข้าได้เล็กน้อย
"เพื่อความปลอดภัย พวกเรายืนรออยู่ที่ปากซอยข้างนอกหน่อยแล้วกัน"
ไม่มีใครเต็มใจจะเข้าไปในซอยเล็กๆ แห่งนี้พร้อมกับเฉินตั่ว เฉินตั่วตระหนักถึงจุดนี้ สีหน้าของเธอจึงกลายเป็นขาวซีด
"เมื่อกี้ทุกคนยังอยู่ในห้องเดียวกันก็ไม่เห็นมีเรื่องอะไรเลยนี่นา"
"ถ้ามีแค่ฉันคนเดียวที่ทำพิธีกรรม ต่อให้พวกคุณอยู่ข้างๆ ก็ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?"
เฉินตั่วพยายามโน้มน้าวให้ทุกคนเข้าไปในซอยเล็กๆ พร้อมกับเธอ ถึงแม้พิธีกรรมจะมีแค่เธอคนเดียวที่ทำ แต่ถ้าในช่วงเวลานี้มีคนอยู่ข้างๆ อย่างน้อยมันก็น่าจะช่วยสร้างความรู้สึกปลอดภัยได้บ้าง
เพียงแต่ไม่มีใครตอบคำถามเธอเลย
"ถ้าพวกคุณไม่ไปพร้อมฉัน... งั้นฉันก็ไม่เข้าไปแล้ว!"
ด้วยความร้อนใจ เฉินตั่วจึงพูดประโยคแบบนี้ออกมา
เมื่อได้ยิน ลู่จินเจาส่ายหน้า
รีบร้อนเกินไป จนพูดประโยคที่ไม่มีแรงกดดันอะไรออกมาเลย
แน่นอนว่า ไม่มีใครเกิดความสั่นคลอนเพราะประโยคนี้ของเฉินตั่วเลยแม้แต่คนเดียว
"เธอไม่ไป งั้นพวกเราก็ไปสถานที่ทำพิธีกรรมต่อไปก่อนล่ะกัน เมื่อไหร่ที่เธออยากจะไปค่อยไปเองละกัน"
ในกลุ่มคนมีเสียงผู้ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา
เฉินตั่วเองก็ตระหนักได้จากเสียงเตือนนี้ว่า "คำขู่" ของเธอนั้นไร้ประโยชน์สิ้นดี สีหน้าของเธอยิ่งดูแย่ลงไปอีก แต่ก็ทำได้เพียงรีบเอ่ยปากว่า: "ไม่ อย่าไปนะคะ!"
ยืนอยู่ที่ปากซอยก็ยังดี ดีกว่าต้องทำพิธีกรรมเรียกผีบ้าๆ นี่อยู่คนเดียว
"ฉัน... ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ"
ประโยคที่สั่นเครือและสีหน้าที่ดูน่าสงสารทำให้เฉินตั่วดูน่าเวทนาอย่างยิ่ง ลู่จินเจามองดูสีหน้าของคนรอบข้าง และพบว่าไม่มีใครแสดงสีหน้าไม่สะทกสะท้านออกมาเลยสักคนเดียว
ดูเหมือนผู้โดยสารบนขบวนรถไฟเหล่านี้จะเคยชินกับเรื่องแบบนี้ไปเสียแล้ว เป็นไปตามที่เจียงอิ้งจือพูด พวกเขาจะไม่มีความสงสารและความช่วยเหลือใดๆ ที่ไม่ควรมีให้กับเด็กใหม่
แม้แต่อย่าว่าแต่เด็กใหม่เลย ต่อให้เป็นหลินซูเย่ว์ที่เป็นผู้นำทีมชั่วคราวที่ดูจะมีมิตรไมตรีกับคนอื่นอยู่บ้าง เมื่อเกิดเรื่องขึ้น พวกเขาก็จะไม่ลังเลแม้แต่น้อย
การเอาตัวรอด การอยู่ห่างจากอันตราย ดูเหมือนจะเป็นกฎเหล็กเพียงข้อเดียวของการมีชีวิตรอดบนขบวนรถไฟ
เฉินตั่วก้าวเข้าไปในซอยแล้ว ทุกๆ ไม่กี่ก้าว เธอจะหันกลับมามอง "เพื่อนร่วมทีม" ข้างหลัง พอเห็นเงาร่างของพวกเขาถึงจะพอใจที่จะเดินหน้าต่อไปได้อีกไม่กี่ก้าว โชคดีที่ซอยตันแห่งนี้สั้นมากจริงๆ ไม่นานเธอก็เดินไปจนสุดทาง
ตอนที่มองจากข้างนอก แม้อากาศจะมืดครึ้ม แต่เพราะมีไฟถนน จึงพอจะมองเห็นท้ายซอยได้อย่างรางๆ แต่พอเดินเข้ามาจริงๆ เฉินตั่วถึงพบว่า ข้างในนี้... มันมืดเกินไปจริงๆ
แม้แต่การหันกลับไปมองปากซอยจากตรงนี้ ก็กลายเป็นความพร่าเลือนจนดูไม่ชัดเจนไปเสียแล้ว
การค้นพบนี้ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ เธอรีบควักไฟแช็กออกมาจุดธูปเทียน แสงไฟจากธูปเทียนช่วยให้ซอยตันแห่งนี้สว่างขึ้นเล็กน้อย แต่มันไม่ได้สร้างความรู้สึกปลอดภัยให้กับเฉินตั่วมากนัก กลับยิ่งทำให้เธอรู้สึกไม่มั่นคงมากขึ้นไปอีก
ตอนนี้เธออยู่ใกล้กับกำแพงท้ายซอยมาก เปลวเทียนวูบไหวเล็กน้อย ส่องให้เห็นกำแพงราวกับมีเงาบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่
"อย่าตื่นเต้น อย่ากลัว ที่นี่ไม่มีอะไรทั้งนั้น"
"ต้องการแค่ห้าวินาที ฉันจะดูแค่ประมาณห้าวินาทีแล้วรีบลุกขึ้นทันที เวลาสั้นขนาดนี้ ไม่เกิดเรื่องหรอก"
เธอให้กำลังใจตัวเองอย่างต่อเนื่อง หลังจากเตรียมสภาพจิตใจพร้อมแล้ว ก็จัดแจงท่าทางตามที่หนังสือต้องการ สูบลมหายใจเอาลิ่นธูปเข้าไปเต็มปอด กลั้นหายใจ ก้มตัว ก้มหน้ามองลอดจากระหว่างขาไปยังกำแพงด้านหลัง
༺༻