- หน้าแรก
- จอมเวทย์สมปรารถนา จงอธิษฐานต่อข้า
- บทที่ 11 เด็กสาวขี้เมา
บทที่ 11 เด็กสาวขี้เมา
บทที่ 11 เด็กสาวขี้เมา
บทที่ 11 เด็กสาวขี้เมา
คนเยอะย่อมได้เปรียบ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการได้ค่าจ้างด้วยแล้ว
ด้วยความพยายามของเหล่าเพื่อนพ้อง ในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง คอลเลกชันหนังสือของกิลด์ที่ถูกเก็บไว้ลึกเข้าไปในโกดังก็ได้เห็นแสงสว่างอีกครั้ง พวกมันถูกทยอยขนออกจากโกดังและนำมาวางกองรวมกันไว้ชั่วคราวในห้องโถง
โนอาห์มองดูตั้งหนังสือเหล่านั้น เขานับคร่าวๆ และประเมินว่าน่าจะมีมากกว่า 300 เล่ม
ตามที่มาคาลอฟแนะนำก่อนหน้านี้ หนังสือเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกรวบรวมด้วยตัวเองโดยมาสเตอร์กิลด์รุ่นก่อน
นี่เป็นงานที่ยิ่งใหญ่มาก
โนอาห์หยิบหนังสือที่ชื่อว่า "ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเวทมนตร์" ขึ้นมา และดำดิ่งลงไปในเนื้อหาอย่างรวดเร็ว
ประเภทของเวทมนตร์ในโลกนี้มีความหลากหลายมาก
เวทมนตร์ "ธาตุ" ซึ่งเน้นไปที่คุณสมบัติเวทมนตร์เพียงอย่างเดียว
เวทมนตร์ "หล่อหลอม" ซึ่งสร้างรูปร่างให้กับเวทมนตร์
เวทมนตร์ "เทคโอเวอร์" ซึ่งใช้พลังของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว
เวทมนตร์ "มิติ" ที่ลึกลับและคาดเดาไม่ได้
"เวทมนตร์ที่สาบสูญ" ต่างๆ ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตกาล แต่ค่อยๆ ลดน้อยลงเนื่องจากข้อกำหนดที่สูงเกินไป
... มีเวทมนตร์หลากหลายประเภทมากเกินไป หากแบ่งตามวิธีการร่ายเวท เวทมนตร์สามารถแบ่งออกเป็นสองสายใหญ่ๆ
"สายความสามารถ" และ "สายอุปกรณ์"
เวทมนตร์สายความสามารถเพียงแค่ให้จอมเวทดึงพลังเวทของตนออกมา ก็สามารถร่ายเวทได้ทุกที่ทุกเวลา ความแข็งแกร่งของเวทมนตร์สายความสามารถนั้นเชื่อมโยงโดยตรงกับคุณภาพและปริมาณพลังเวทของตัวจอมเวทเอง
ตราบใดที่พลังเวทแข็งแกร่งพอ แม้แต่ลูกไฟธรรมดาที่สุดก็สามารถสร้างความเสียหายได้อย่างมหาศาล
ในทางตรงกันข้าม เวทมนตร์สายอุปกรณ์จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เวทมนตร์ที่สอดคล้องกันในการร่ายเวท และแม้ว่าพลังเวทของจอมเวทสายอุปกรณ์จะแข็งแกร่ง แต่ความสามารถของเขาก็จะถูกจำกัดด้วยขีดความสามารถในการรองรับของอุปกรณ์เวทมนตร์นั้นๆ
ด้วยความแข็งแกร่งที่ถูกจำกัดทั้งจากพลังเวทและอุปกรณ์เวทมนตร์ โดยทั่วไปแล้วจึงทำให้จอมเวทสายอุปกรณ์อ่อนแอกกว่าจอมเวทสายความสามารถ
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อพวกเขาสูญเสียอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางสำหรับเวทมนตร์ไป จอมเวทสายอุปกรณ์ก็แทบจะสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ไปโดยสิ้นเชิง
เว้นแต่ว่าเขาจะแอบฝึกฝนทักษะการต่อสู้ทางกายภาพมาอย่างลับๆ โดยตั้งใจที่จะเข้าปะทะกับศัตรูด้วยมือเปล่าอย่างดุเดือดหลังจากสูญเสียอุปกรณ์เวทมนตร์ไป
แม้ว่าเวทมนตร์สายอุปกรณ์จะด้อยกว่าขั้นหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีเวทมนตร์ที่ทรงพลังอยู่ในสายนี้เลย
เวทมนตร์ "อัญเชิญเทพแห่งดวงดาว" ถือเป็นจุดสูงสุดของเวทมนตร์สายอุปกรณ์ ผ่านการทำพันธสัญญา "กุญแจเทพแห่งดวงดาว" ผู้ใช้สามารถอัญเชิญเทพแห่งดวงดาวที่สอดคล้องกันจาก "โลกแห่งดวงดาว" ที่เป็นเอกเทศมาต่อสู้แทนตนได้
ว่ากันว่าเทพแห่งดวงดาวจาก "สิบสองนักษัตร" มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับจอมเวทระดับเอส น่าเสียดายที่กุญแจเทพแห่งดวงดาวสีทองนั้นประเมินค่าไม่ได้และยากที่จะหาพบ และการรวบรวมกุญแจสีทองให้ครบทั้ง 12 ดอกนั้นยากยิ่งกว่าการปีนขึ้นสวรรค์เสียอีก
รองลงมาจากเทพแห่งดวงดาวสีทองก็คือเทพแห่งดวงดาวสีเงิน ซึ่งมีระดับที่แตกต่างกันอย่างมาก บางตนสามารถต่อกรกับเทพแห่งดวงดาวสีทองได้เป็นร้อยกระบวนท่าโดยไม่พ่ายแพ้ ในขณะที่บางตนก็ทำได้แค่น่ารักไปวันๆ
นอกจากเวทมนตร์ "อัญเชิญเทพแห่งดวงดาว" ที่ต้องใช้อุปกรณ์เวทมนตร์เฉพาะเจาะจงแล้ว ก็ยังมีอุปกรณ์เวทมนตร์ทั่วไปอีกมากมาย
อุปกรณ์ทั่วไปสามารถใช้งานได้ด้วยพลังเวทเพียงอย่างเดียว แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วพวกมันจะมีประสิทธิภาพต่ำ แต่ก็ยังมีอุปกรณ์ "เวทมนตร์สงคราม" ที่ทรงพลังพอจะทำลายล้างเมือง หรือแม้แต่ประเทศได้
โนอาห์ไม่ได้มีความทะเยอทะยานที่จะทำลายล้างประเทศชาติ ในทางทฤษฎีแล้ว "ดรากอนคาวาลรี่" ของเขาเองก็สามารถทำเช่นนั้นได้
สิ่งที่โนอาห์ต้องการในตอนนี้คืออุปกรณ์เวทมนตร์ทั่วไปที่สามารถรับประกันความปลอดภัยของเขาได้ แน่นอนว่าถ้ามันจะแข็งแกร่งขึ้นอีกสักนิด โนอาห์ก็คงไม่ปฏิเสธ
เมื่อมองไปที่ชายที่กำลังหิ้วถังน้ำไปเปลี่ยน โนอาห์ก็ถามขึ้นว่า "รุ่นพี่มาคาโอ รู้ไหมครับว่าผมจะหาซื้ออุปกรณ์เวทมนตร์ดีๆ ได้ที่ไหน เวทมนตร์ของผมไม่ค่อยเหมาะกับการต่อสู้เท่าไหร่น่ะครับ"
มาคาโอที่ถูกโนอาห์ถามได้แต่เกาหัว เขาเป็นจอมเวทไฟที่ใช้เวทมนตร์ "เพลิงสีม่วง" แม้เขาจะรู้เรื่องอุปกรณ์เวทมนตร์อยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่รู้จริงๆ ว่าจะไปหาซื้ออุปกรณ์เวทมนตร์ที่เหมาะกับการต่อสู้ได้จากที่ไหน
อุปกรณ์ส่วนใหญ่ในร้านขายอุปกรณ์เวทมนตร์ตามท้องตลาดมักจะเป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน และอุปกรณ์ต่อสู้ที่มีอยู่น้อยนิดนั้นก็อ่อนแอเหลือเกิน
"คาน่า มานี่แป๊บนึงสิ"
ด้วยความที่ไม่อยากเสียหน้าต่อหน้ารุ่นน้อง มาคาโอจึงรีบหาคนที่สามารถตอบคำถามของโนอาห์ได้ "โนอาห์ คาน่าเป็นจอมเวทการ์ด แถมยังเป็นนักดื่มคอทองแดงที่สุดในบรรดาสมาชิกขาประจำของกิลด์ตอนนี้ด้วยนะ"
อันที่จริง ต่อให้มาคาโอไม่ได้พูดอะไร โนอาห์ก็พอจะรู้เรื่องความคอแข็งของคาน่าอยู่แล้ว
เมื่อมองดูเด็กสาวเดินโซเซออกมาจากโกดัง มือข้างหนึ่งถือขวดเบียร์ ส่วนอีกข้างถือผ้าขี้ริ้ว โนอาห์ก็ไม่รู้เลยว่าเธอสามารถทำงานต่อไปโดยไม่ติดขัดในสภาพแบบนั้นได้อย่างไร
หลังจากฟังมาคาโอกระซิบไม่กี่คำที่ข้างหู จู่ๆ คาน่าก็คว้าคอเสื้อของชายวัยกลางคนด้วยสีหน้าเดือดดาลและเขย่าเขาอย่างแรง
"มาคาโอ! นายกล้าดียังไงมาพูดเรื่องอุปกรณ์เวทมนตร์กับฉัน!"
"ก็นายกับวาคาบะไม่ใช่เหรอที่หลอกให้ฉันเดินเข้าสู่เส้นทางที่ไม่มีวันหวนกลับของการเป็นจอมเวทการ์ดน่ะ!"
"นายรู้ไหมว่าการ์ดพังๆ พวกนั้นมันราคาเท่าไหร่! เงินจำนวนนั้นพอให้ฉันดื่มเหล้าไปได้ตั้งหลายปีเลยนะ!"
เมื่อเผชิญหน้ากับคาน่าที่เริ่มจะเมา มาคาโอก็มีสีหน้าจนปัญญาเช่นกัน เขาและวาคาบะมีส่วนต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ทั้งหมดเสียทีเดียว
คาน่าเข้าร่วมกิลด์ตั้งแต่ยังเด็ก เพราะเธออยากรู้ล่วงหน้าว่าคนคนหนึ่งจะกลับมาเมื่อไหร่ เธอจึงเรียนรู้เวทมนตร์การ์ด ซึ่งสามารถใช้ในการทำนายได้ ตามคำแนะนำของมาคาโอและวาคาบะ
แน่นอนว่าในฐานะรุ่นพี่ของกิลด์ พวกเขาไม่ได้แนะนำแบบส่งเดช เพราะคาน่ามีพรสวรรค์ด้านการทำนายจริงๆ และวิธีที่เร็วและง่ายที่สุดในการทำนายก็คือเวทมนตร์การ์ด
ในตอนนั้น มาคาโอก็ได้อธิบายข้อเสียของจอมเวทสายอุปกรณ์ให้คาน่าฟังอย่างชัดเจนแล้ว
แต่เพื่อที่จะได้รู้ว่าคนคนนั้นจะกลับมาเมื่อไหร่ คาน่าในวัยเยาว์จึงยังคงเลือกเรียนเวทมนตร์การ์ดอย่างไม่ลังเลและทุ่มเทความพยายามไปกับมันอย่างมาก
ทว่าจนถึงตอนนี้ มาคาโอก็ยังไม่รู้เลยว่าคนคนหนึ่งที่คาน่าพูดถึงนั้นคือใคร คาน่าได้รอคอยเขาอยู่จริงหรือไม่ หรือเขาเป็นสมาชิกของกิลด์หรือเปล่า
ทุกครั้งที่มาคาโอถามคาน่า เธอก็จะปัดป่ายเปลี่ยนเรื่องไป บางครั้งมาคาโอก็รู้สึกว่าเหตุผลที่คาน่าชอบดื่มเหล้ามากขนาดนั้น แท้จริงแล้วก็เพื่อดับความเศร้าโศกในใจ
คาน่าปล่อยมือจากมาคาโอ และนั่งขัดสมาธิลงข้างๆ โนอาห์ราวกับเป็นเพื่อนเก่า โดยไม่ได้สนใจสายตาของโนอาห์ที่กำลังพิจารณาเธออยู่
"โนอาห์ นายต้องการอุปกรณ์เวทมนตร์สำหรับต่อสู้จริงๆ เหรอ"
โนอาห์พยักหน้า จากน้ำเสียงของคาน่า เธอเหมือนจะรู้ว่าจะไปหาซื้ออุปกรณ์ต่อสู้ดีๆ ได้จากที่ไหน
เมื่อได้รับคำตอบ คาน่าก็วางขวดเบียร์ลง มองโนอาห์อย่างจริงจัง จากนั้นก็ยื่นมือออกไป "งั้นก็จ่ายค่าให้คำปรึกษามาก่อน 10,000 จีเวล ขอบใจ"
"คุณคาน่าสร่างเมาหรือยังครับเนี่ย"
โนอาห์ถึงกับพูดไม่ออก เธอขอเงินก่อนที่จะพูดอะไรออกมาเสียอีก นี่เธอคิดว่ามีคำว่าหน้าโง่แปะอยู่บนหน้าเขาหรือไง... "10,000 ยังแพงไปงั้นเหรอ 8,000... ไม่สิ 5,000 ก็ได้เอ้า!" คาน่ายังคงพยายามต่อรอง ท้ายที่สุดแล้ว เด็กใหม่ตรงหน้าเธอก็ดูเหมือนจะเป็นคนที่หลอกง่าย
มุมปากของโนอาห์กระตุกเล็กน้อย แต่นั่นก็ต่อเมื่อเธอมีทักษะการแสดงที่ดีน่ะนะ... ผ่านการทำภารกิจแบบทีมกับนัตสึมาหนึ่งครั้ง โนอาห์ก็เข้าใจได้ว่าจอมเวทคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่จอมเวทระดับเอสต่างก็ไม่ได้มีรายได้ที่อู้ฟู่มากนัก จอมเวทสายอุปกรณ์อย่างคาน่าที่ชอบดื่มเหล้าเป็นชีวิตจิตใจ ก็คงมีสถานะทางการเงินไม่ได้ดีไปกว่านัตสึสักเท่าไหร่
"เอาอย่างนี้ดีไหมคาน่า"
"เธอพาฉันไปในที่ที่สามารถซื้ออุปกรณ์ต่อสู้ได้ ถ้าฉันซื้ออุปกรณ์ที่ถูกใจ ฉันจะแบ่งค่าคอมมิชชันให้เธอ 5 เปอร์เซ็นต์สำหรับแต่ละชิ้น"
"ตกลง!"
เมื่อมองดูคาน่าตอบตกลงอย่างกระตือรือร้น โนอาห์ก็รู้สึกว่าเขาประเมินความต้องการเงินของเธอต่ำไปมากจริงๆ
บทเรียนสุดท้ายของพ่อแก่ๆ ของเขานั้นถูกต้องที่สุด จิตใจมนุษย์นั้นยากแท้หยั่งถึง
ถ้ารู้แบบนี้ เขาควรจะบอกไปแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ก็พอ