- หน้าแรก
- เกมของไกซาร์
- บทที่ 1 เกมของไกซาร์
บทที่ 1 เกมของไกซาร์
บทที่ 1 เกมของไกซาร์
"ถอยไป! ถอยไป! พวกเจ้าทุกคนอยู่ห่างจากคมหอกครึ่งฟุต!"
บนถนนสายหลักที่สะอาดและเหยียดตรงของเมือง ทหารสองแถวใช้หอกยาวกันฝูงชนที่มามุงดูออกจากกัน เปิดทางกว้างขวางพอที่รถม้าสองคันจะวิ่งขนานกันได้
ชาวเมืองไม่ได้มีความไม่พอใจใดๆ เพราะวันนี้เป็นวันที่กองอัศวินวายุอินทรีมีชัยกลับมา พวกเขาได้รับชัยชนะเหนือราชรัฐมูเรย์ที่บังอาจท้าทายจักรวรรดิซูอา ทำให้ชายแดนที่วุ่นวายกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง
นอกจากนี้ จักรพรรดิไกซาร์ผู้ยิ่งใหญ่จะเสด็จมาที่นี่เพื่อประทานรางวัลให้แก่เหล่าผู้กล้าที่มีผลงานการรบอันโดดเด่นด้วย!
"แต่ว่า... สงครามครั้งนี้มันเริ่มขึ้นได้อย่างไรกันนะ?" ชาวบ้านคนหนึ่งถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ได้ยินว่าตัวประกันของราชรัฐมูเรย์ชนะหมากรุกจักรพรรดิไกซาร์ เลยถูกพระองค์ใช้กระดานหมากรุกฟาดจนตาย ดยุคมูเรย์โศกเศร้าเสียใจอย่างยิ่ง ก็เลยยกทัพมาทำสงคราม"
"อะไรนะ? ช่างโอหังเกินไปแล้ว!"
ชาวบ้านที่ถามขมวดคิ้ว จักรพรรดิไกซาร์ทรงมุ่งมั่นบริหารบ้านเมือง รักราษฎรดั่งบุตรหลาน ตัวประกันของราชรัฐเล็กๆ กล้าดียังไงมาอวดเก่งบนกระดานหมากรุก นั่นไม่ใช่การตบหน้าประเทศมหาอำนาจหรอกหรือ?
"มาแล้ว มาแล้ว! พวกเขามาแล้ว!"
ไม่รู้ว่าใครตะโกนขึ้นมา ชาวเมืองต่างหันไปมองพร้อมกัน ใบหน้าเผยให้เห็นความปิติยินดี
ที่สุดปลายถนน ขบวนอัศวินในชุดเกราะเงินหรูหรา สลักลายวายุอินทรี เดินเข้ามาจากประตูเมือง
ชุดเกราะของแม่ทัพผู้นำขบวนนั้นหรูหราที่สุด นกอินทรีที่หน้าอกเป็นงานแกะสลัก ดวงตาคมกริบดูราวกับมีชีวิต และบนไหล่ขวาของเขามีวายุอินทรีตัวจริงเกาะอยู่!
"นั่นท่านมาร์ควิสคอนเนอร์! เขายังคงดูสง่างามและหล่อเหลาเช่นเคย"
"รูปร่างของท่านเอิร์ลแวนเดอร์ช่างกำยำล่ำสัน ราวกับเทพสงครามเลย ทุกครั้งที่ข้าเห็นเขา ข้าอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอยากกราบไหว้"
"ท่านวิสเคานต์ดอนน์ ข้ารักท่าน!"
เมื่อได้ยินเสียงชื่นชมจากฝูงชนอย่างไม่ขาดสาย แม่ทัพหลายคนที่ได้รับชัยชนะกลับมาต่างก็เผยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจออกมาพร้อมกัน
สมณะที่ร่วมขบวนมาด้วยร่ายเวทมนตร์เสียงเบา ไม่นานนักสายลมเอื่อยๆ ก็พัดมาปะทะหน้า พัดผ้าคลุมของเหล่าแม่ทัพให้ปลิวไสว และทำให้ธงของกองทัพวายุอินทรีโบกสะบัด
นกอินทรีที่ดูสง่างามบินขึ้นจากไหล่ของมาร์ควิสคอนเนอร์ เพิ่มบรรยากาศแห่งมหากาพย์ให้กับการกลับมาอย่างมีเกียรติครั้งนี้
ท่ามกลางบรรยากาศครึกครื้นที่ทั่วทั้งแผ่นดินร่วมยินดี หนูแฮมสเตอร์ในมือของเด็กชายคนหนึ่งกลับถูกนกอินทรีทำให้ตกใจและวิ่งหนีออกไปอย่างลนลาน
"เสี่ยวไป๋!"
เด็กชายตะโกนด้วยความตกใจ ก้มตัวมุดผ่านหอกของทหารแล้ววิ่งไปทางด้านหน้าของขบวน
ทหารที่กั้นทางอยู่เดิมทีพลังใจกำลังจดจ่ออยู่กับความรื่นเริง เมื่อเห็นคนวิ่งผ่านไปก็ตกใจจนตัวสั่นเทา
ต้องรู้ว่าในโอกาสสำคัญเช่นนี้ หากปล่อยให้สามัญชนเข้าไปขวางทาง นั่นคือโทษประหารชีวิต!
"กลับมานี่!"
ทหารหวาดกลัวสุดขีด เงื้อหอกขึ้นแล้วฟาดลงไปที่เด็กชาย
ในเวลาเดียวกัน ม้าศึกของมาร์ควิสคอนเนอร์เป็นม้าที่เย่อหยิ่งอย่างยิ่ง เมื่อเห็นใครบางคนบังอาจมาขวางหน้าในโอกาสสำคัญเช่นนี้ มันก็เกิดอารมณ์ขึ้นมาทันที
มันชูขาหน้าขึ้นสูง ทำท่าทางเหมือนจะพุ่งเข้าใส่ หมายจะเหยียบมดปลวกที่อยู่ข้างหน้าให้กลายเป็นเศษเนื้อ
"ไม่อย่านะ!"
มารดาของเด็กชายหวาดโกนด้วยความหวาดกลัว แต่ถูกทหารองครักษ์ขวางไว้แน่น
ภายใต้การขนาบข้างของหอกทหารและม้าของแม่ทัพ แม้แต่ทหารที่เป็นผู้ใหญ่ก็ยากจะรอดพ้น แล้วเด็กตัวเล็กๆ จะรอดไปได้อย่างไร?
ชาวเมืองทุกคนต่างกลั้นหายใจ ราวกับได้เห็นชีวิตที่สดใสกำลังจะดับสิ้นลง
ทว่าในตอนนั้นเอง มีคนสังเกตเห็นดาวตกที่พุ่งขึ้นบนท้องฟ้าสูง
ในจักรวรรดิซูอาทั้งหมด มีเพียงคนเดียวที่ชอบปรากฏตัวเช่นนี้ นั่นคือจักรพรรดิไกซาร์!
"ตูม!"
แสงสีทองเจิดจ้ากระแทกลงมาจากท้องฟ้า หมอกเลือดพุ่งกระจายขึ้นสูง
ม้าศึกตกใจจนหยุดชะงัก ทหารองครักษ์ก็ถูกแรงกระแทกอันมหาศาลสั่นสะเทือนจนถอยกรูด
ภายใต้แสงอาทิตย์สีทองยามเช้า ไกซาร์เท้าสะเอวคุกเข่าอยู่บนพื้น แสงแดดพาดผ่านเส้นผมสีทองของเขา ทิ้งเงาประปรายไว้ที่หน้าผาก
ทุกคนราวกับถูกสาปให้เป็นหิน มองดูสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
มารดาของเด็กชายรู้สึกว่าใบหน้าของตนเหนียวเหนอะหนะ ทั้งยังมีกลิ่นเหม็นที่น่าสะอิดสะเอียน เธอเอามือลูบดูเบาๆ สิ่งที่ปรากฏในสายตาคือเลือดสีแดงฉาน!
"หืม?"
ไกซาร์ลุกขึ้นยืนตามปกติ แต่พอก้มลงมองกลับเห็นเศษเนื้อกระจายเต็มพื้น เลือดที่มีกลิ่นคาวเหม็นยังทำให้รองเท้าบูตสีทองของเขาเปื้อน จนเปรอะไปถึงชุดเกราะที่ขา
ดวงตาของเขาฉายแววขุ่นมัวอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับเหยียบกองขี้หมา แต่เมื่อนึกได้ว่าราษฎรกำลังรอให้เขาพูดอยู่ จึงเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่สดใส เงยหน้าขึ้นอย่างกระตือรือร้นและยกมือทั้งสองข้างขึ้นต่อหน้าทุกคน
มารดาของเด็กชาย: "อ๊ากกกกก!!!"
ฝูงชนรอบข้าง: "โอ้ววววว!!!"
เสียงกรีดร้องถูกกลืนหายไปในเสียงโห่ร้องยินดี มารดาของเด็กชายถูกทหารองครักษ์กดลงกับพื้น ทหารที่บกพร่องต่อหน้าที่ก็ถูกเพื่อนทหารรุมทุบตีและลากหายเข้าไปในฝูงชน
"เร็ว เข้า เร็วเข้า"
สมณะฝาแฝดคู่หนึ่งรีบก้าวออกมา ใช้ฝ่ามือเรียกหลุมลมออกมาทำความสะอาดซากศพบนพื้น
ชาวบ้านต่างพากันหันหน้าหนีอย่างรู้กัน แสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"องค์จักรพรรดิ!"
เหล่าแม่ทัพกองทัพวายุอินทรีรีบลงจากม้า แม้แต่ม้าก็คุกเข่าลงพร้อมกัน ร่วมกับชาวบ้านนับไม่ถ้วน ต้อนรับกษัตริย์ผู้สูงสุดของพวกเขา
"ฮ่าๆๆ ลุกขึ้นเถิด!"
ไกซาร์หัวเราะอย่างร่าเริง รอยเลือดบนตัวเหือดแห้งไปตามจังหวะการก้าวเดินของเขาโดยไม่ทิ้งร่องรอยไว้แม้แต่น้อย
เขาพยุงมาร์ควิสคอนเนอร์ขึ้นมา กุมมือเขาไว้แล้วกล่าวว่า "จักรวรรดิซูอาจะมีเกียรติยศเช่นวันนี้ได้ ล้วนต้องพึ่งพาพวกเจ้าทุกคน พวกเจ้าคือวีรบุรุษที่แท้จริง"
"เพื่อเกียรติยศของจักรวรรดิซูอา!"
คอนเนอร์คำนับด้วยรอยยิ้ม พยายามทำตัวให้ดูนอบน้อมที่สุด
ไกซาร์ตบไหล่เขาแล้วลากเขาเดินไปข้างหน้า พร้อมกับกล่าวว่า "ครั้งนี้เจ้าพิชิตราชรัฐมูเรย์ให้ข้า ทำให้บารมีของจักรวรรดิซูอาขจรขจายไปไกล ความดีความชอบครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ดังนั้นข้าจึงพาอัครเสนาบดี เสนาบดีการคลัง เสนาบดีกลาโหม และพระสนมเซเลียมาด้วย ไม่ว่าเจ้าจะต้องการยศถาบรรดาศักดิ์ เงินทอง อำนาจทหาร หรือหญิงงาม เจ้าขอมาได้เลย ข้าสนองให้เจ้าได้หมด!"
"อ๊ะ!"
ใจของคอนเนอร์สั่นสะท้าน เขารีบเงยหน้ามองไปข้างหน้าทันที
เหล่าขุนนางที่ไกซาร์เอ่ยถึงปรากฏตัวบนรถม้าที่ตามมาทีหลัง ใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดี
นั่นทำให้ใบหน้าของเขาซีดเผือดยิ่งกว่าเดิม
ถูกพบเข้าแล้ว!
พระสนมเซเลียคือพี่สาวของเขา ทั้งคู่เป็นสมาชิกในตระกูลเดวิดสัน
ด้วยเหตุผลบางประการที่ยากจะเอ่ยออกมา เขาเกิดความหลงใหลในตัวพี่สาวของตนเอง
แต่เซเลียเป็นคนที่มีหลักการอย่างยิ่ง หลังจากพบพิรุธเธอก็ได้ปฏิเสธเขาไปแล้ว และทั้งคู่ไม่เคยล่วงเกินกัน
ต่อมานางแต่งงานกับไกซาร์ เขาจึงทำได้เพียงฝังความรักที่ยังไม่ดับมอดนี้ไว้ในใจ คอยนำทัพอัศวินปกป้องสันติภาพของจักรวรรดิซูอา
เขาคิดว่าความลับนี้จะถูกเก็บงำไว้ได้ตลอดกาล แต่คำพูดของไกซาร์เมื่อครู่กลับเหมือนน้ำเย็นจัดที่ราดลงมาตั้งแต่หัวจรดเท้าจนเขารู้สึกหนาวไปถึงขั้วหัวใจ!
เพราะอัครเสนาบดีคู่กับอำนาจ เสนาบดีการคลังคู่กับความมั่งคั่ง เสนาบดีกลาโหมคู่กับอำนาจทหาร แล้วพระสนมล่ะ?
นางมีสิทธิ์ในการประทานหญิงงามงั้นหรือ?
หากไม่มี ความหมายของการประทานให้นั่นไม่ได้หมายถึงตัวนางเองหรอกหรือ?
ไกซาร์ต้องการจะทำอะไรกันแน่?
"ใจเย็นๆ คอนเนอร์ อาจจะเป็นแค่เจ้าที่คิดมากไปเอง"
คอนเนอร์ผ่อนลมหายใจให้ช้าลง พยายามทำให้ตัวเองสงบใจ
เหล่าเสนาบดีและพระสนมที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ต่างพากันเดินเข้ามากล่าวคำยินดีกับเขา
"มาร์ควิสคอนเนอร์ช่างมีความกล้าหาญเหนือคนจริงๆ" อัครเสนาบดีกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา
"อายุน้อยแต่มีความสามารถ! คอนเนอร์ อนาคตของเจ้าประเมินค่าไม่ได้เลย!"
"ยินดีกับท่านมาร์ควิสด้วยจริงๆ"
เสนาบดีสองท่านเดินตามมาติดๆ ทำความเคารพตามมารยาท
"เกียรติยศเป็นของพระราชา"
คอนเนอร์ตอบกลับเป็นเสียงเดียว นอบน้อมแต่ไม่เสียสง่าราศี
ทว่าเมื่อสบตากับเซเลียที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ หัวใจของเขาก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกวูบ
เขาเริ่มหวาดกลัวแล้ว
ถ้าหากเขาไม่ได้คิดมากไปเองล่ะ?
ถ้าไกซาร์โกรธมากจริงๆ และพาลไปถึงเซเลียล่ะ?
เขาไม่กล้าเสี่ยง ดังนั้นจึงแสดงออกอย่างระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ แม้แต่พิธีจุมพิตมือก็ไม่กล้าทำ เพียงแต่พยักหน้าแล้วกล่าวว่า "ไม่ได้พบกันนานนะขอรับ พระสนมเซเลีย"
"อืม ขอบคุณพระบิดาแห่งสรวงสวรรค์ที่ทำให้เจ้ากลับมาอย่างปลอดภัย"
เซเลียไม่ได้พบความผิดปกติใดๆ และกุมมือขอบคุณพระเจ้าด้วยความจริงใจที่ตอบรับคำอธิษฐานของนาง
นางดูเหมือนเทวทูตผู้บริสุทธิ์ที่จุติลงมาบนโลก ทั่วทั้งร่างแผ่ซ่านด้วยรัศมีแห่งความศักดิ์สิทธิ์ งดงามจนคนไม่กล้าล่วงเกิน
"เฮ้อ..."
หัวใจของคอนเนอร์สั่นสะท้านอย่างรุนแรง พยายามข่มความอาลัยและตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
เขาจะกลับเมืองหลวงไม่ได้!
เขาต้องอยู่ห่างจากคนที่เขารักที่สุด เพื่อให้นางรักษาความสุขเอาไว้ได้
"ฝ่าบาท..."
"เอ้อ..."
ไกซาร์ขัดจังหวะคอนเนอร์ ใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้มที่เป็นกันเองเช่นเดิม เสียงของเขาราวกับเสียงกระซิบของปีศาจที่ดังก้องอยู่ในหูของฝ่ายหลัง
"บอกข้ามาสิว่าเจ้าต้องการสิ่งใดที่สุด ข้าจะบันดาลให้เจ้าทุกอย่าง"
"ข้า..."
ใจของคอนเนอร์สั่นสะท้าน เขากล่าวอย่างเด็ดเดี่ยวว่า "ฝ่าบาท ข้าต้องการอยู่ที่ชายแดนต่อไป เพื่อปกป้องเกียรติภูมิของจักรวรรดิสืบไป!"
หลังจากพูดคำที่ไม่ตรงกับใจออกมา หน้าอกของเขาก็พลันเกิดความเจ็บปวดแปลบขึ้นมา
เขาไม่เข้าใจ!
ยิ่งคิดยิ่งไม่ตก!
เขาเคยมีความคิดแปลกแยกต่อพระสนมจริง นั่นใช่
แต่แค่คิดก็มีความผิดด้วยหรือ!
เขาไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด ทั้งยังสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ให้กับจักรวรรดิ ทำไมจักรพรรดิต้องมาลงโทษเขาในโอกาสเช่นนี้?
เขาไม่ยอมรับ!
"นี่คือสิ่งที่เจ้าต้องการอย่างนั้นหรือ?"
ใบหน้าของไกซาร์เริ่มมืดครึ้มลง
ดูเหมือนเขาจะไม่พอใจกับคำตอบนี้อย่างยิ่ง สายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อได้ เขาชี้ไปที่ปลายจมูกของคอนเนอร์แล้วกล่าวว่า "ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง พูดในสิ่งที่เจ้าต้องการจริงๆ ออกมา ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ตราบใดที่เจ้าต้องการมันจริงๆ ข้าจะประทาน 'นาง' ให้กับเจ้า!"
"คอนเนอร์?"
เซเลียเริ่มตระหนักว่าคำพูดของไกซาร์มีความนัยแอบแฝง นางรีบส่งสายตาเตือนไปที่คอนเนอร์ทันที สื่อให้เขาทำตามที่จักรพรรดิบอก
แต่ท่ามกลางราษฎรมากมายเช่นนี้ คอนเนอร์จะยอมให้พี่สาวของตนถูกผู้คนนินทาได้อย่างไร
เขายืดอกอย่างเข้มแข็งท่ามกลางแรงกดดันราวกับราชสีห์ของไกซาร์ และกล่าวคำปฏิญาณอย่างสง่างาม "อินทรีล่าสัตว์ไม่เคยอาลัยอาวรณ์รัง พวกเรากองอัศวินวายุอินทรีจะกลายเป็นเหยี่ยวแห่งชายแดน มุ่งมั่นล่าศัตรูที่บังอาจท้าทายอำนาจของจักรวรรดิ!"
"ดี!"
ชาวบ้านคนหนึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากคำปฏิญาณจนอดไม่ได้ที่จะตะโกนชมออกมา
คำพูดนี้เหมือนหินก้อนเดียวที่ทำให้เกิดคลื่นนับพันชั้น ชาวเมืองต่างพากันโห่ร้องยินดีตามไปด้วย
แต่เหล่านักรบของกองอัศวินวายุอินทรีกลับมีสีหน้ามึนงง สายตาที่มองคอนเนอร์เต็มไปด้วยความสงสัย
เกิดอะไรขึ้น?
ชนะสงครามแล้วไม่ใช่ควรกลับเมืองหลวงไปเสวยสุขหรือ?
จะไปที่ชายแดนทำไม?
"ข้าผิดหวังมาก คอนเนอร์ จริงๆ นะ"
รอยยิ้มบนใบหน้าของไกซาร์หายไปอย่างสิ้นเชิง เขากระซิบข้างหูคอนเนอร์อย่างเย็นชาว่า "เดิมทีข้าเชื่อใจเจ้ามาก และหวังว่าเจ้าจะเชื่อใจข้าเหมือนที่ข้าเชื่อใจเจ้า แต่ตอนนี้ เจ้ากลับสงสัยว่าข้าจะทำร้ายเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า"
"ข้า..."
ลำคอของคอนเนอร์ขยับขึ้นลง เหงื่อค่อยๆ ซึมออกมาที่หน้าผาก
ไกซาร์เป็นคนที่ยากจะคาดเดา
ความแข็งแกร่งของเขาคาดเดาไม่ได้ และนิสัยของเขาก็คาดเดาไม่ได้เช่นกัน
บางคนตบหน้าเขา แต่กลับได้รับคำชมจากเขา แต่บุตรชายของดยุคมูเรย์แค่เดินหมากรุกชนะเขาเพียงตาเดียว กลับต้องจบชีวิตและประเทศก็พินาศ
ดังนั้นต่อให้ไกซาร์จะพูดชัดเจนขนาดนี้ เขาก็ยังฟังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า ตกลงพระองค์จะให้เขา 'เอา' หรือ 'ไม่เอา'?
"เจ้ารู้ไหม? แม้แต่สามัญชนชั้นต่ำที่สุดยังรู้จักขอร้องได้ดีกว่าเจ้า"
ไกซาร์กระซิบเป็นคำสุดท้าย ก่อนที่ใบหน้าจะเผยรอยยิ้มออกมาอีกครั้ง เขาหันไปปรบมือให้ชาวเมืองเงียบเสียงลง และประกาศเสียงดังว่า "ความจงรักภักดีของมาร์ควิสคอนเนอร์ทำให้ข้าซาบซึ้งใจยิ่งนัก ดังนั้นข้าจะทำตามความปรารถนาของเขา โดยการย้ายกองอัศวินวายุอินทรีทั้งหมดไปที่มณฑลนารู เพื่อปกป้องดินแดนของซูอาต่อไป!"
"อะไรนะ?!"
สมาชิกของกองอัศวินวายุอินทรีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก
มณฑลนารูเป็นสถานที่ที่แห้งแล้งที่สุดในจักรวรรดิซูอา ที่นั่นแม้แต่นกยังไม่ไปถ่ายมูล การจะได้ดื่มเหล้าร้อนๆ สักจอกถือเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย
พวกเขาหลั่งเลือดเนื้อเพื่อจักรวรรดิ แต่สิ่งที่ได้รับตอบแทนคือสิ่งนี้หรือ?
นี่หรือคือการประทานรางวัล!
"ท่านหัวหน้า! เพราะอะไรกัน!"
วิสเคานต์ดอนน์ที่เป็นหนุ่มเจ้าสำราญ ไม่สามารถยอมรับเรื่องนี้ได้อย่างยิ่ง
แต่คอนเนอร์ก็ไม่สามารถอธิบายได้ เขาคุกเข่ารับพระบัญชา "ตามพระประสงค์ ฝ่าบาท"
ในวินาทีนั้น เหล่าอัศวินต่างมีสีหน้าซีดเผือดราวกับตายไปแล้ว!
"รางวัลเช่นนี้เมื่อเทียบกับความดีความชอบของมาร์ควิสคอนเนอร์แล้วยังน้อยเกินไป ดังนั้นข้าจะร่วมยินดีกับราษฎรด้วย!"
ร่างของไกซาร์ค่อยๆ ลอยขึ้น ผ้าคลุมสีแดงพริ้วไหวตามลม
สายตาของเขากวาดมองไปยังทุกคน และกล่าวอย่างลึกลับว่า "ข้าจะเลือกผู้โชคดีจากพวกเจ้ามาหนึ่งคน และจะเติมเต็มความปรารถนาของเขาหนึ่งอย่างเช่นกัน!"
"อะไรนะ?"
"นี่เรื่องจริงหรือ?"
"องค์กษัตริย์ทรงพระเจริญ!"
ชาวเมืองตื่นเต้นอย่างยิ่ง ต่างพากันโห่ร้องสรรเสริญความปรีชาสามารถของฝ่าบาท
ไกซาร์ยิ้มแล้วยกมือขึ้นอีกครั้ง ประกาศว่า "ตอนนี้ จงอธิษฐานเถิด! รับพระมหากรุณาธิคุณจากข้า!"
ทุกคนต่างมีสีหน้าคาดหวัง กุมมือทั้งสองข้างอธิษฐานต่อฟ้าดิน หวังว่าตนเองจะเป็นผู้โชคดีที่เขาพูดถึง
ไกซาร์มองดูสิ่งเหล่านี้ด้วยความพอใจ หลับตาฟังเสียงอธิษฐาน
ทว่าคนละโมบเหล่านี้กลับไม่ทำให้เขารู้สึกสนใจ เขาจึงทอดสายตาไปไกล ค้นหาบางคนที่ไม่ได้มาร่วมงานในที่นี้
ในจำนวนนั้นมีคนแก่ที่เคลื่อนไหวไม่ได้ คนป่วยที่กำลังจะอดตาย และชายหนุ่มคนหนึ่งที่นอนขดตัวปกป้องศีรษะอยู่บนพื้น ซึ่งขณะนี้กำลังถูกคนสี่คนรุมทำร้าย
"หืม?"
ดวงตาของไกซาร์เป็นประกาย ร่างกายของเขาหายวับไปในชั่วพริบตา และปรากฏตัวขึ้นที่เดิมในทันที พร้อมกับพาชายหนุ่มที่ถูกทุบตีออกมาด้วย
หลังจากรู้สึกว่าการถูกทำร้ายหยุดลง ชายหนุ่มก็ค่อยๆ เอามือที่บังอยู่ออก และเงยหน้ามองไปรอบๆ
ในวินาทีที่เห็นไกซาร์ เขารีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาคำนับ "ถวายบังคมฝ่าบาท!"
ฝูงชนที่ได้ยินต่างก็ลืมตาขึ้น มองดูชายหนุ่มที่อยู่ตรงกลางด้วยความผิดหวังและอิจฉา
"ลุกขึ้นเถิด"
ไกซาร์ประคองเขาขึ้นมาแล้วถามว่า "ในโอกาสสำคัญเช่นนี้ ทำไมเจ้าถึงถูกคนรุมทำร้าย?"
"รายงานฝ่าบาท ข้าชื่อแลนสล็อต พูล"
เดิมทีข้าก็อยากจะมายืนต้อนรับเสด็จริมทางในโอกาสสำคัญเช่นนี้ แต่เพื่อนที่ติดเงินข้าแล้วไม่คืนกลัวว่าข้าจะมาฟ้องร้อง จึงส่งคนมาดักทำร้ายข้า"
น้ำเสียงของชายหนุ่มดูประหม่ามาก และคำพูดก็ดูมีความเป็นวิชาการอยู่บ้าง ต่างจากนิสัยของคนทั่วไป
แต่ไกซาร์ไม่ได้สนใจ เขายิ้มอย่างผู้ที่อยู่สูงกว่าและกล่าวว่า "ในเมื่อเมื่อครู่เจ้าไม่ได้ยิน ข้าจะทวนอีกรอบ วันนี้ข้าตัดสินใจนิรโทษกรรมทั่วแผ่นดิน และจะเลือกผู้โชคดีหนึ่งคนเพื่อมอบสิ่งที่เขาต้องการให้ และเจ้าก็คือผู้โชคดีคนนั้น ดังนั้น เจ้าสามารถขออะไรจากข้าก็ได้ ข้าจะมอบให้เจ้าทั้งหมด"
"ขอ... อะไรก็ได้งั้นหรือ?"
แลนสล็อตอ้าปากค้างเล็กน้อย แสดงสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ
"แน่นอน แต่นี่ไม่ใช่การให้เปล่าๆ มาร์ควิสคอนเนอร์ต้องปราบกบฏให้เราถึงจะได้รับรางวัลเช่นนี้ หากเจ้าต้องการได้รับรางวัลในระดับเดียวกับเขา เจ้าก็ต้องสร้างผลงานด้วยเช่นกัน" ไกซาร์ยิ้ม
"โอ้?"
แลนสล็อตที่ได้ยินดังนั้นไม่ได้รู้สึกตื่นเต้น แต่กลับถอนหายใจด้วยความโล่งอกและถามว่า "แล้วข้าต้องทำอย่างไรหรือขอรับ?"
ร่างของไกซาร์ลอยขึ้นเบาๆ เอนหลังนั่งบนบัลลังก์ของเกี้ยวแล้วกล่าวว่า "ข้าอยากรู้ว่าสิ่งที่มาร์ควิสคอนเนอร์ต้องการที่สุดคืออะไร แต่เขาไม่ยอมบอกข้า ตราบใดที่เจ้าสามารถหาคำตอบที่ถูกต้องได้ ข้าจะประทานรางวัลที่เจ้าต้องการให้ แต่หากเจ้าเดาสุ่ม เจ้าก็ต้องรับผลของการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เจ้ากล้ารับคำท้าไหม?"
"นี่มันจะ..."
ร่างกายของคอนเนอร์สั่นสะท้านอย่างรุนแรง
แลนสล็อตหันไปมองเขาแวบหนึ่ง แล้วกวาดสายตามองไปยังบุคคลสำคัญในที่นั้น จากนั้นก็ยิ้มออกมา "มีอะไรไม่กล้าเล่า?"
"โอ้?"
ไกซาร์มีสีหน้ายินดีอย่างยิ่ง กล่าวว่า "งั้นข้าให้เวลาเจ้าห้านาที หาคำตอบที่เจ้าต้องการมา"
"ไม่จำเป็นแล้วขอรับฝ่าบาท ข้าได้คำตอบแล้ว" แลนสล็อตกล่าวอย่างมั่นใจ
"เจ้าหาเจอแล้ว?"
ไกซาร์หรี่ตาลง สายตาเริ่มมีความเฉียบคมขึ้นเล็กน้อย และกล่าวว่า "เจ้าคงได้ยินชัดเจนแล้วนะถึงผลของการทายคำตอบผิด?"
"ข้าได้ยินชัดเจนแล้วขอรับ" แลนสล็อตกล่าว
"งั้นดี บอกข้ามาสิว่าท่านมาร์ควิสต้องการอะไรกันแน่!" ไกซาร์กล่าวอย่างเย็นชา
"รางวัลที่ท่านมาร์ควิสต้องการที่สุด ก็คือพระสนมที่อยู่ข้างกายฝ่าบาทขอรับ" แลนสล็อตกล่าว
"อะไรนะ?"
"พระสนมกับท่านมาร์ควิสจริงๆ หรือ..."
"แต่พวกเขาเป็นพี่น้องกันไม่ใช่หรือ?"
พอคำพูดนี้ออกมา ฝูงชนในที่นั้นก็พากันฮือฮา
สีหน้าของเซเลียเต็มไปด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่ง หลังจากสบตากับคอนเนอร์แล้ว เธอก็เปลี่ยนเป็นหวาดกลัวอย่างรวดเร็ว
มิน่าล่ะไกซาร์กับคอนเนอร์ถึงได้แสดงท่าทางแปลกๆ ที่แท้ก็... เกี่ยวพันกับเรื่องแบบนี้งั้นหรือ!
นี่มันโทษประหารเชียวนะ!
"เจ้าเหลวไหล!"
คอนเนอร์ขวัญหนีดีฝ่อจนแทบจะบินหนีไป ชักดาบอัศวินออกมาหมายจะฟันแลนสล็อตให้ตาย
แต่เขารู้สึกเพียงสายตาพร่ามัวไปวูบหนึ่ง ไกซาร์ก็คว้าคมดาบของเขาไว้ได้แล้วจ้องมองเขาอย่างดุดัน "เจ้าคิดจะทำอะไร?"
"ข้า..."
น้ำเสียงของคอนเนอร์ติดขัด ตะกุกตะกักว่า "เขากล่าวร้ายพระสนมก็คือกล่าวร้ายฝ่าบาท เขาควรค่าแก่ความตายนับหมื่นครั้ง!"
"เขาจะตายหรือไม่ เจ้าไม่มีสิทธิ์ตัดสิน ถอยไป!" ไกซาร์กล่าวเสียงเข้ม
"ขอรับ..."
คอนเนอร์ถอยหลังอย่างสั่นเทา พร้อมกับมองไปที่ดาบในมือ
ดาบของเขาเป็นสมบัติล้ำค่าของตระกูล เมื่อปะทะกับดาบธรรมดาสามารถฟันขาดได้ในฉับเดียว ผลปรากฏว่าถูกไกซาร์บีบจนงอด้วยมือเปล่า...
เจ้านี่เหมือนอย่างที่ตำนานบรรยายไว้จริงๆ หรือ ที่ว่าเคยเอาชนะพระเจ้ามาแล้ว?
"บอกข้ามาถึงเหตุผลในการอนุมานของเจ้า"
ไกซาร์มองไปที่แลนสล็อตด้วยรอยยิ้ม
ฝ่ายหลังยืนตัวตรงอย่างนอบน้อมแล้วกล่าวว่า "ปัญญาของฝ่าบาทไม่มีใครในโลกเทียบเทียมได้ ดังนั้นในวินาทีที่ได้รับคำท้า ข้าจึงคิดว่าการที่ฝ่าบาทจัดแจงคนมาต้อนรับเช่นนี้ ย่อมต้องมีจุดประสงค์พิเศษบางอย่าง เมื่อครู่ตอนที่ข้าสบตากับมาร์ควิสคอนเนอร์ ข้าจับแววตาที่รู้สึกผิดในดวงตาของเขาได้ ดังนั้นคำตอบจึงควรจะชัดเจนแล้ว ฝ่าบาทต้องการจะเติมเต็มความปรารถนาของขุนนางที่ทรงโปรดปรานที่สุดอย่างใจกว้าง แต่ขุนนางของท่านกลับเข้าใจท่านผิด ฝ่าบาทจึงทรงเสียพระทัย"
"โอ้?"
คำประจบประแจงนี้ช่างฟังดูรื่นหูนัก สีหน้าของไกซาร์พลันเปลี่ยนเป็นรื่นรมย์อย่างยิ่ง หัวเราะเสียงดังลั่น "ฮ่าๆๆ! ได้ยินไหมคอนเนอร์! ข้าบอกแล้วว่าสามัญชนคนหนึ่งยังฉลาดกว่าเจ้า!"
ใบหน้าของคอนเนอร์เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีขาว ไม่รู้ว่าเป็นความอัปยศหลังจากความลับถูกเปิดโปง หรือว่ากำลังเสียใจที่เมื่อครู่ไม่กล้าพูดชื่อนั้นออกมาอย่างอาจหาญ
"แต่เจ้าไม่มีโอกาสแล้ว คอนเนอร์!"
ไกซาร์มองคอนเนอร์เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันไปทางแลนสล็อตแล้วยิ้มกล่าวว่า "เจ้าฉลาดมาก สามัญชน ตอนนี้ข้าจะทำตามคำมั่นสัญญา ไม่ว่าเจ้าจะต้องการยศถาบรรดาศักดิ์ ความมั่งคั่ง หรือผู้หญิง ข้าบันดาลให้เจ้าได้หมด"
พอคำพูดนี้ออกมา ทุกคนก็แสดงสายตาอิจฉาแลนสล็อตอีกครั้ง
ช่างเป็นชายหนุ่มที่โชคดีอะไรอย่างนี้ เพียงแค่ใช้สมองนิดหน่อยก็สามารถหลุดพ้นจากความยากจนและกลายเป็นขุนนางได้ในพริบตา
แลนสล็อตเองก็ตกอยู่ในภวังค์ความนึกคิด ถามว่า "บันดาลให้ได้ทุกอย่างเลยหรือขอรับ?"
"แน่นอน"
ไกซาร์เท้าคางมองด้วยความสนใจ คาดเดาว่าชายหนุ่มที่ฉลาดคนนี้ต้องการอะไรกันแน่
หางตาของเขาเหลือบไปมองพวกนักเลงเจ้าหนี้เหล่านั้น ซึ่งตอนนี้กำลังสั่นท้วมไปทั้งตัว
หากแลนสล็อตเอ่ยปาก เขาจะช่วยทวงหนี้ให้ หรือแม้แต่จะฆ่าพวกมันทิ้งเสียก็ได้
แน่นอนว่าแลนสล็อตสามารถขอเงินสักก้อนหนึ่ง เพื่อให้ครึ่งชีวิตหลังของเขาอยู่อย่างไร้กังวล และยังสามารถซื้อสามัญชนบางส่วนมาคอยปกป้องตนเองได้ด้วย
แต่เมื่อเทียบกับความต้องการที่มองการณ์ใกล้เหล่านี้ ไกซาร์คิดว่าแลนสล็อตจะต้องการยศถาบรรดาศักดิ์มากกว่า
หากได้เป็นขุนนางของจักรวรรดิ เขาก็จะได้รับสองสิ่งแรกมาอย่างง่ายดาย
ทว่าสายตาของแลนสล็อตกวาดมองไปยังเหล่าขุนนางหลายท่าน และจู่ๆ ก็ชี้ไปที่พระสนมของไกซาร์ แล้วกล่าวว่า "ข้าต้องการนาง"
"ฝ่าบาท!"
สีหน้าของเซเลียเปลี่ยนไปอย่างมาก รีบหันไปมองไกซาร์ทันที
แต่สิ่งที่ทำให้นางรู้สึกสิ้นหวังก็คือ สีหน้าของไกซาร์ไม่ได้มีท่าทีว่าจะโกรธเลยแม้แต่น้อย กลับเผยรอยยิ้มออกมา "เจ้าต้องการพระสนมของข้าอย่างนั้นหรือ?"
"นี่มันจะไม่เป็นการลบหลู่เบื้องสูงเกินไปหน่อยหรือ?"
"แต่ทำไมองค์จักรพรรดิถึงดูเหมือนจะยิ้มล่ะ?"
"คิดอะไรอยู่? ถ้าจะยิ้มก็น่าจะเป็นยิ้มด้วยความโกรธสิ เจ้าเด็กที่บังอาจล่วงเกินคนนี้ตายแน่ๆ"
ชาวเมืองต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ คาดเดาถึงจุดจบของเจ้าเด็กที่บังอาจล่วงเกินคนนี้
ทว่าแลนสล็อตกลับตอบอย่างสงบว่า "ใช่แล้วขอรับ ฝ่าบาท"
"ฮ่าๆๆๆๆ น่าสนใจ! เจ้าช่างน่าสนใจจริงๆ!"
จักรพรรดิไกซาร์ตบโต๊ะลุกขึ้นด้วยความขบขัน ชี้นิ้วไปที่เขาไม่หยุด
นี่เป็นคำตอบที่เขาคาดไม่ถึงจริงๆ!
การเลือกผู้หญิงเป็นการตัดสินใจที่โง่เขลายิ่งกว่าการฆ่าคน พระสนมที่ตกยากคนหนึ่งจะทำอะไรได้ในที่พักพิงผู้ลี้ภัย? เพียงเพื่อจะสัมผัสชีวิตส่วนตัวของจักรพรรดิอย่างนั้นหรือ?
เมื่อนึกถึงตรงนี้ เขาก็เริ่มรู้สึกสงสัยขึ้นมา
เขาสงสัยว่าพระสนมผู้สง่างามจะมีปฏิกิริยาอย่างไรในสลัม ยิ่งสงสัยไปใหญ่ว่าชายที่แปลกประหลาดคนนี้จะมีสีหน้าอย่างไรหลังจากได้มีความสัมพันธ์กับนาง ระหว่างพวกเขาจะเกิดเรื่องราวอย่างไรขึ้นมานะ?
ดังนั้นเขาจึงชี้ไปที่แลนสล็อตอย่างตื่นเต้นและตัดสินใจว่า "ดี งั้นข้าจะประทานเซเลียให้เจ้า!"
"ฝ่าบาท!"
เซเลียรีบวิ่งกลับมาข้างกายไกซาร์ กล่าวด้วยอาการสั่นเทา "โปรดอย่าล้อเล่นเช่นนี้เลยเพคะ หม่อมฉันจะไม่ไปจากพระองค์"
ทว่าไกซาร์กลับทำหน้าเย็นชา สายตาที่มองนางราวกับกำลังมองนักโทษคนหนึ่ง "ข้าประทานเจ้าให้เขาแล้ว เจ้าไม่ได้ยินหรือ?"
เซเลีย: "แต่ว่า หม่อมฉัน..."
"หืม?"
ไกซาร์เหลือบมองนางแวบหนึ่ง
ร่างกายของเซเลียสั่นสะท้านทันที ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
นั่นคือไกซาร์นะ หากขัดคำสั่งของเขา อย่าว่าแต่นางกับคอนเนอร์เลย แม้แต่คนในตระกูลทั้งหมดก็อาจจะถูกร่างแหไปด้วย
"เพคะ... น้อมรับคำบัญชา..."
เซเลียใจสลาย เดินตรงไปหาแลนสล็อต
"ข้าจะฆ่าเจ้า!"
คอนเนอร์เสียสติ ชักอาวุธออกมาหมายจะสังหารสามัญชนที่บังอาจล่วงเกินคนนั้น
แต่ไกซาร์หายวับไปขวางหน้าอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้ สิ่งที่เขาคว้าไว้คือศีรษะของคอนเนอร์
"ตูม!"
แสงสีดำที่รุนแรงระเบิดออกจากฝ่ามือ หัวหน้ากองอัศวินวายุอินทรีผู้ยิ่งใหญ่ที่ชายแดนผู้นั้น ก็ล้มฟุบลงไปอย่างไร้เรี่ยวแรงเช่นนั้นเอง
ขุนนางต่างพากันอึ้ง
เหล่าอัศวินต่างพากันอึ้ง
ชาวเมืองโดยรอบก็ต่างพากันอึ้ง
พระสนมกรีดร้องวิ่งไปหาจักรพรรดิของนาง ฝ่ายหลังหันหน้ากลับมา สีหน้าท่าทางกลับดูอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "ทำตัวดีๆ นะ ตระกูลของพวกเจ้าจะไม่มีใครเป็นอะไรทั้งนั้น"
น้ำเสียงที่ดูเป็นกันเองทิ่มแทงหูของพระสนม และยิ่งทำลายความเด็ดเดี่ยวในใจของนางจนแหลกสลาย นางเดินจากจักรพรรดิมาด้วยสีหน้าซีดเผือดยิ่งกว่าคนตาย เดินไปอยู่ข้างกายสามัญชนที่นำภัยมาให้นาง ราวกับวิญญาณได้หลุดออกจากร่างไปแล้ว
"ฮ่าๆๆ..."
ไกซาร์เห็นดังนั้นก็พอใจอย่างยิ่ง ทั้งยังดูเหมือนยังไม่หนำใจ
ดังนั้นเขาจึงลอยตัวขึ้นอีกครั้งราวกับเทพเจ้า ในมือปรากฏการ์ดที่มีรูปภาพใบหน้าของตนเองเป็นหน้าปกขึ้นมาใบหนึ่ง จากนั้นก็โยนขึ้นไปบนท้องฟ้า การ์ดใบนั้นแยกออกเป็นสอง เป็นสี่ และสุดท้ายก็ปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้า ตกลงสู่มือของชาวเมือง
จากนั้นเขาจึงชี้ไปที่ทุกคนและประกาศก้องว่า "ชีวิตที่จืดชืดเช่นนี้ช่างน่าเบื่อสิ้นดี ข้าต้องการให้พวกเจ้าเขียนความปรารถนาที่อยู่ในใจส่วนลึกที่สุด สกปรกที่สุด และไม่อาจให้ใครล่วงรู้ได้ลงบนการ์ดในมือ! ข้าจะเลือกการ์ดที่น่าสนใจสุ่มแจกจ่ายไปในมือของพวกเจ้า ในกระบวนการบรรลุความปรารถนา ทุกความพยายามที่พวกเจ้าทำลงไปจะถูกตัดสินว่าไม่มีความผิด และตราบใดที่พวกเจ้าทำเหมือนแลนสล็อต คือทำให้ความปรารถนาที่เขียนบนการ์ดเป็นจริงได้ ข้าก็จะบันดาลความต้องการที่บ้าคลั่งที่สุดให้แก่พวกเจ้า! ตอนนี้ มาเริ่มความสำราญครั้งนี้กันเถิด!"
เสียงที่ดังก้องกังวานสะท้อนอยู่ในสมองของทุกคน ไม่ใช่แค่ในเมืองเซนาที่ห่างไกลแห่งนี้ แต่ยังรวมไปถึงเมืองหลวงที่อยู่ห่างออกไป และยิ่งไปกว่านั้นคือดังก้องอยู่ในหูของคนต่างชาติทุกคน
ในวินาทีนี้ ทุกคนบนโลกต่างก็ได้ยินแล้ว
กษัตริย์ที่ชื่อว่าไกซาร์ ต้องการจะเล่นเกมที่บ้าคลั่งเกมหนึ่ง