เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 404 ห้ามลูบหัว

ตอนที่ 404 ห้ามลูบหัว

ตอนที่ 404 ห้ามลูบหัว


"เจ้าเองก็สำคัญ"

เสิ่นเยียนไม่คุ้นชินกับการกอดเป็นเวลานานเช่นนี้ นางจึงตอบกลับไปประโยคหนึ่ง

เฟิงสิงเหยาจึงยอมผละออกด้วยความพึงพอใจ เขาจูงมือเสิ่นเยียนไปนั่งลงบนเก้าอี้หินภายในศาลา

เขามีสีหน้าจริงจังพลางกล่าวว่า

"ฟังนะ เสิ่นเยียน"

เสิ่นเยียนเห็นเขามีสีหน้าเคร่งเครียดเช่นนี้ ก็นึกว่าเขาจะพูดถึงเรื่องราวของตนเอง จึงพยักหน้าเล็กน้อย

ใครจะคาดคิดว่าประโยคแรกที่เขาเอ่ยปากก็คือ

"เจ้าหอมข้าทุกวันได้หรือไม่?"

เสิ่นเยียน "..."

นางมองดูบุรุษเบื้องหน้าที่หล่อเหลาจนคนและเทพยังต้องเคียดแค้น  จู่ๆ ก็เกิดความรู้สึกอยากจะยื่นเท้าออกไปถีบเขาให้กระเด็น สีหน้าของนางดำคล้ำลงเล็กน้อย

"เจ้าจริงจังหน่อยสิ!"

น้ำเสียงของเสิ่นเยียนเย็นชาลงหลายส่วน

"ขอโทษ"

เฟิงสิงเหยายอมรับผิดอย่างถูกจังหวะ จากนั้นก็ไม่กล้าทำตัวเป็นปีศาจ  อีก เขารีบยกมือขึ้นกางค่ายกลอาคมป้องกันการแอบฟังเอาไว้ภายในศาลาแห่งนี้ทันที

จากนั้นเขาจึงค่อยๆ เอ่ยปาก

"ข้ามาจากพิภพปีศาจ เคยเป็นจักรพรรดิปีศาจ แต่ตอนนี้คงเป็นไม่ได้แล้ว บนโลกใบนี้ มีคนนับไม่ถ้วนที่อยากจะฆ่าข้า เพื่อแย่งชิงเลือดในกายข้า หากอยู่กับข้า ย่อมหมายความว่าในอนาคตจะต้องเผชิญกับอันตรายมากมายนับไม่ถ้วน เจ้า..."

เขาจ้องมองเสิ่นเยียนด้วยแววตาจริงจัง ในระหว่างที่เล่าเรื่อง เขาก็ไม่พลาดที่จะสังเกตความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของนางเลยแม้แต่น้อย

"ยังยินดีที่จะอยู่กับข้าหรือไม่?"

เสิ่นเยียนย่อย  คำพูดของเขา นางไม่ได้ตอบคำถามของเขา ทว่ากลับถามขึ้นมาประโยคหนึ่งว่า

"เจ้าเป็นปีศาจจิ้งจอกหรือ?"

เฟิงสิงเหยาชะงัก พยักหน้า

"ใช่"

เสิ่นเยียนหลุบตาลง ไม่รู้ว่ากำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่

ส่วนเฟิงสิงเหยายื่นมือออกไปประคองพวงแก้มของนาง เอ่ยถามอย่างจริงจังว่า

"เจ้าไม่ชอบจิ้งจอกหรือ?"

"ไม่ได้รู้สึกอะไร"

เสิ่นเยียนส่ายหน้า นางเพียงแค่กำลังครุ่นคิดว่า จะทำอย่างไรให้ท่านพ่อของนางยอมรับปีศาจจิ้งจอกตนหนึ่งมาเป็น... ว่าที่ลูกเขยในอนาคต?

ภายในใจของเฟิงสิงเหยาบอกไม่ถูกว่าเป็นรสชาติเช่นไร น่าจะเป็นความเสียใจกระมัง

ก่อนหน้านี้ที่อาศัยอยู่ในมิติพลังพิเศษของนางมาตั้งเนิ่นนาน กลับลืมถามนางไปว่า ตกลงแล้วนางชอบจิ้งจอกหรือไม่?

เขาถามอย่างไม่ยอมตัดใจ

"แล้วเจ้าเกลียดหรือไม่?"

เสิ่นเยียน

"ไม่เกลียด ขอแค่ขนไม่ร่วงก็พอ"

ในความไร้รูปร่าง กลับมีกระบี่อันแหลมคมเล่มหนึ่งเสียบทะลุลงกลางใจของเขา

เขาซักไซ้ต่อ

"แล้วเจ้าชอบสัตว์อะไรเล่า?"

"ไม่ได้มีอะไรที่ชอบเป็นพิเศษ"

เสิ่นเยียนตอบตามความเป็นจริง เมื่อนางเห็นว่าสีหน้าของเฟิงสิงเหยาค่อยๆ ดีขึ้น จึงเพิ่งค้นพบว่าความจริงของตนเองอาจจะทำร้ายจิตใจของเขาเข้าแล้ว นางจึงยกมือขึ้นลูบหัวเขา เอ่ยปลอบโยนว่า

"ข้าน่าจะค่อยๆ ชอบจิ้งจอกมากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน"

ความรู้สึกที่ถูกนางลูบหัว ทำให้เฟิงสิงเหยารู้สึกแปลกประหลาดในใจ แม้จะรู้สึกสบายมาก และอยากให้นางลูบต่อไปก็ตาม

ทว่า เขาไม่ใช่สัตว์วิญญาณของนางเสียหน่อย

เขายื่นมือไปดึงมือของเสิ่นเยียนลงมา ปรับสีหน้าให้เป็นปกติพลางกล่าวว่า

"ห้ามลูบหัว"

"ได้"

เสิ่นเยียนไม่รู้ว่าเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่จึงรับคำ จากนั้นก็มองเขาแล้วถามว่า

"คนที่อยากจะฆ่าเจ้านั้น มีใครบ้าง?"

"มากมายนับไม่ถ้วน นับกันไม่หวาดไม่ไหว"

เฟิงสิงเหยากล่าวพร้อมกับกุมมือของนางมาแนบไว้ที่ข้างแก้มของตน

เขาเอ่ยต่อ

"ดังนั้น ตอนนี้ยังไม่อาจเปิดเผยความสัมพันธ์ของเจ้ากับข้าได้ มิฉะนั้นจะดึงเจ้าเข้ามาพัวพันด้วย"

เสิ่นเยียนไม่มีความเห็นแย้งใดๆ ต่อเรื่องนี้

นางยังคงอ่อนแอเกินไป อย่าว่าแต่จะปกป้องเขาเลย แม้แต่จะปกป้องตนเองก็ยังยากลำบาก

นางพยักหน้ารับคำ

แววตาของเฟิงสิงเหยาแข็งกร้าวขึ้น

"แต่ทว่า ตอนที่ข้าไม่ได้อยู่ข้างกายเจ้า หากมีบุรุษที่คิดไม่ซื่ออยากจะเข้าใกล้เจ้า เจ้าก็ใช้มีดสั้นแทงพวกเขาให้ตาย เหมือนกับตอนที่เจ้าแทงเข้ากลางใจข้าอย่างไรเล่า"

เสิ่นเยียนชะงักไปเล็กน้อย นางเคยใช้มีดสั้นแทงเขามาก่อนจริงๆ

นางถามกลับ

"แล้วเจ้าเล่า?"

เฟิงสิงเหยาหัวเราะ ดวงตาอันเปี่ยมรักคู่นั้นยิ่งดูงดงามมากขึ้นไปอีก เพิ่มพูนกลิ่นอายแห่งความเย้ายวนใจขึ้นมาหลายส่วน เขากล่าวว่า

"ข้าก็จะรักษาร่างกายให้บริสุทธิ์เช่นกัน"

"อืม"

เสิ่นเยียนขานรับคำหนึ่ง นั่นก็คือเห็นด้วย

เฟิงสิงเหยาถามขึ้น

"เจ้าอยากไปกับข้าหรือไม่?"

"ไปที่ใดหรือ?"

"ไปแดนเบื้องบน"

เมื่อเสิ่นเยียนได้ยินเช่นนั้น ก็ส่ายหน้า

เฟิงสิงเหยาขมวดคิ้ว

"ทำไมเล่า?"

จากนั้น เสิ่นเยียนก็เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเสิ่นหวยและตระกูลเฮ่อเหลียนให้เขาฟัง

เมื่อฟังจบ เฟิงสิงเหยาก็กล่าวว่า

"ข้าสามารถช่วยเจ้าไปช่วยเสิ่นหวยออกมาได้ และจะทำให้ตระกูลเฮ่อเหลียนต้องชดใช้"

เขากล่าวออกมาอย่างง่ายดายยิ่งนัก

เสิ่นเยียนชักมือของตนเองกลับมา สีหน้าเคร่งเครียดลงเล็กน้อยพลางกล่าวว่า

"หากเป็นไปได้ เจ้าช่วยข้าสืบดูสถานการณ์ในตอนนี้ของเสิ่นหวยก่อน หากมีความผิดปกติ ก็จงช่วยเขาออกมาทันที ส่วนเรื่องทำลายล้างตระกูลเฮ่อเหลียนนั้น ปล่อยให้ข้าเป็นคนจัดการเอง"

เฟิงสิงเหยาพยักหน้าพลางเอ่ย

"ได้ ข้าจะส่งคนไปช่วยเจ้าสืบให้"

เมื่อพูดถึงตรงนี้ เสิ่นเยียนก็ลุกขึ้นยืน

นางกล่าวกับเขาว่า

"ข้าจะต้องกลับไปที่สถาบันจงยวี่สักครา เพื่อไปดูสถานการณ์ของพวกเขา เฟิงสิงเหยา เจ้าอยู่ที่นี่ ช่วยดูแลสถานการณ์ของท่านพ่อข้าให้หน่อยนะ"

เดิมทีเฟิงสิงเหยาอยากจะตามไปด้วย ทว่าเมื่อได้ยินประโยคหลัง สีหน้าก็หม่นลงเล็กน้อย เขาทำได้เพียงพยักหน้ารับคำ

"เดี๋ยวก่อน เจ้าจะไปดูใคร?"

เสิ่นเยียนมองเขา พลางกล่าวว่า

"สหายของข้า กลุ่มอสูร"

เมื่อเฟิงสิงเหยาได้ยินเช่นนั้น จึงนึกถึงการมีอยู่ของพวกเขาขึ้นมาได้ แววตาของเขาหม่นลงเล็กน้อย อยากจะถามว่าในหมู่พวกเขามีคนที่ชอบนางหรือไม่ ทว่าเขาก็ยังคงอดกลั้นเอาไว้ และไม่ได้เอ่ยถามออกไป

ในจังหวะที่เสิ่นเยียนหันหลังเตรียมจะจากไป เฟิงสิงเหยาก็ยื่นมือออกไปรั้งท่อนแขนของนางเอาไว้ เมื่อนางหันกลับมามองด้วยความไม่เข้าใจ เขาก็มองนางด้วยแววตาลึกล้ำ เอ่ยขึ้นมาประโยคหนึ่ง

"ข้าหอมเจ้าได้หรือไม่?"

เขาอยากจะใกล้ชิดกับนางมากเหลือเกิน

เสิ่นเยียนปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

"ไม่ได้"

เฟิงสิงเหยา "..."

อันที่จริง เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองเป็นอะไรไป เขาอยากจะเข้าใกล้นางมาก อยากจะอิงแอบแนบชิดนาง อยากจะกอดนาง

ในหัวของเขามีความคิดหนึ่งสว่างวาบขึ้นมา

หรือว่าเขาจะถึงฤดูติดสัดแล้วกระมัง?!

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ สีหน้าของเฟิงสิงเหยาก็ดำคล้ำลงทันที

ทันใดนั้น กลิ่นหอมสดชื่นขุมหนึ่งก็โชยมาปะทะ ริมฝีปากอันอ่อนนุ่มประทับลงบนพวงแก้มของเขาอย่างแผ่วเบา กว่าเขาจะตั้งสติกลับมาได้ เสิ่นเยียนก็วูบกายหายไปแล้ว

เฟิงสิงเหยายกมือขึ้นลูบตรงพวงแก้มที่ยังคงหลงเหลือไออุ่นอยู่ ชะงักเหม่อลอยไปเล็กน้อย แววตาแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนถึงขีดสุด

นี่เป็นครั้งแรกที่นางเป็นฝ่ายเริ่มหอมเขาก่อน

และในเวลานี้ที่เมืองจงอวี้

สามขุมกำลังชั้นนำอย่าง เทียนเหมิน, จ่วนเซิงเทียน และ สถาบันจงยวี่ ต่างก็ส่งคนไปซ่อมแซมหรือชดเชยความเสียหายของเมืองจงอวี้

ส่วนทรัพย์สินทั้งหมดของ สมาพันธ์กุยหยวน, เซิ่งเป่า และ ซานชิงเต้า ล้วนตกเป็นของ เทียนเหมิน, จ่วนเซิงเทียน และ องค์กรซานทง

และยังแบ่งทรัพย์สินส่วนหนึ่งไว้ให้ กลุ่มอสูร ด้วย

ทรัพย์สินส่วนนี้ สำหรับขุมกำลังหนึ่งแล้ว ล้วนนับว่ามากมายมหาศาลอย่างยิ่ง

ส่วนทรัพย์สินที่สองขุมกำลังชั้นนำอย่างเทียนเหมินและจ่วนเซิงเทียนได้รับมานั้น ส่วนหนึ่งนำไปใช้ในการปูนบำเหน็จตามความดีความชอบ ส่วนหนึ่งนำไปซ่อมแซมเมืองจงอวี้รวมถึงสิ่งก่อสร้างที่ศูนย์บัญชาการของขุมกำลังตนเอง ที่เหลือล้วนถูกนำไปสมทบเข้าคลังสมบัติของขุมกำลัง

และในยามนี้ หัวข้อที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันมากที่สุดภายในเมืองจงอวี้ก็คือ 'การกลับมาของยอดฝีมืออันดับหนึ่งเสิ่นเทียนเหมิน', 'กลุ่มอสูรสังหารสี่ผู้พิทักษ์แห่งสมาพันธ์กุยหยวน', 'บุตรีของเสิ่นเทียนเหมิน... เสิ่นเยียน', 'ผู้อัญเชิญอัจฉริยะเสิ่นเยียน', 'เฟิงสิงแห่งจ่วนเซิงเทียนสังหารจูเยี่ยน', 'สมาพันธ์กุยหยวนล่มสลายโดยสมบูรณ์' เป็นต้น

ผู้คนต่างรู้สึกแปลกหน้ากับกลุ่มอสูรนี้มากที่สุด ทว่ากลุ่มอสูรกลุ่มนี้กลับไม่ได้เพียงแค่สังหารสี่ผู้พิทักษ์แห่งสมาพันธ์กุยหยวนเท่านั้น ทว่ายังสังหารกองทัพศัตรูไปไม่น้อยอีกด้วย

สิ่งที่ทำให้พวกเขาตกตะลึงเป็นพิเศษก็คือ เสิ่นเทียนเหมินกลับมีบุตรี อีกทั้งบุตรีของเขายังสามารถอัญเชิญฝูงอสูรและภูตผีวิญญาณนับหมื่น เพียงอาศัยพลังของคนผู้เดียวก็สามารถต้านทานกองทัพม้าทหารนับหมื่นพันได้!

และเสิ่นเยียนในเวลานี้ ก็ได้เดินทางไปยังสถาบันจงยวี่เพียงลำพัง

จบบทที่ ตอนที่ 404 ห้ามลูบหัว

คัดลอกลิงก์แล้ว