- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 401 อดีตของท่านพ่อ
ตอนที่ 401 อดีตของท่านพ่อ
ตอนที่ 401 อดีตของท่านพ่อ
เขาชะงักไปเล็กน้อย หัวใจคล้ายถูกขบกัดเบาๆ ชวนให้รู้สึกคันยุบยิบ แววตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนขึ้นเรื่อยๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
สายตาของเขาราวกับสามารถมองทะลุบานประตู ทอดมองไปยังใครบางคนได้
"ในที่สุดเจ้าก็ตอบสนองข้าแล้ว"
...
เสิ่นเยียนที่อยู่ภายในห้องลมหายใจปั่นป่วนเล็กน้อย
ยิ่งไปกว่านั้น นางดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงสายตาอันร้อนแรงจากด้านหลัง ทำให้รู้สึกราวกับว่าอุณหภูมิในร่างกายของนางพุ่งสูงขึ้น
พวงแก้มของนางร้อนผ่าว คล้ายกับต้องการปกปิดบางสิ่ง นางจึงรีบสาวเท้าเดินไปที่ข้างเตียงของเสิ่นเทียนเฮ่า
เสิ่นเทียนเฮ่ามองปราดเดียวก็เห็นว่าแก้มของเสิ่นเยียนแดงระเรื่อขึ้นมา ในใจพลันรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง ราวกับว่าแก้วตาดวงใจกำลังจะถูกควักเอาไป หรือว่าเยียนเอ๋อร์จะชอบบุรุษผู้นั้นมากถึงเพียงนี้?
บุรุษผู้นั้นมีดีอันใดกัน?
เสิ่นเทียนเฮ่ายิ่งรู้สึกไม่ชอบใจเฟิงสิงเหยามากขึ้นไปอีก
เสิ่นเยียนประคองเสิ่นเทียนเฮ่าลุกขึ้น ให้เขาพิงขอบเตียงเอาไว้
ทว่าเสิ่นเทียนเฮ่ากลับนึกบางสิ่งขึ้นมาได้ สีหน้าพลันดูไม่ได้ จิตใจยิ่งหนักอึ้ง เขาช้อนตาขึ้นมองเสิ่นเยียน
"เยียนเอ๋อร์ พ่อสืบพบเบาะแสของหวายเอ๋อร์แล้ว เขาไม่ได้อยู่บนทวีปกุยหยวนอีกต่อไป"
"ไม่ได้อยู่บนทวีปกุยหยวนหรือ? นี่หมายความว่าอย่างไร?"
เสิ่นเยียนแววตาหม่นลงเล็กน้อย
"เยียนเอ๋อร์ พ่ออยากจะเล่าเรื่องราวในอดีตทั้งหมดของพ่อให้เจ้าฟัง และถึงเวลาแล้วที่จะต้องบอกเจ้าเรื่องชาติกำเนิดของเจ้ากับหวายเอ๋อร์"
เสิ่นเทียนเฮ่ามีสีหน้าท้อแท้ แววตาของเขาหม่นหมองลง ก่อนจะเอ่ยต่อ
"สถานที่ที่เราอยู่ในตอนนี้เรียกว่าทวีปกุยหยวน จัดอยู่ในดินแดนเบื้องล่าง และเหนือดินแดนเบื้องล่างขึ้นไป ยังมีดินแดนเบื้องกลาง พ่อเคยเป็นเด็กหนุ่มที่เย่อหยิ่งจองหองในวัยเยาว์เบาปัญญาและเคยไร้พ่ายในทวีปกุยหยวน ต่อมา พ่ออยากจะออกไปท่องโลกกว้าง จึงเดินทางไปยังดินแดนเบื้องกลางเพียงลำพัง ดินแดนเบื้องกลางนั้นมีอีกชื่อหนึ่งว่า ดินแดนฉางหมิง"
ดินแดนฉางหมิง?
เมื่อเสิ่นเยียนได้ยินเช่นนั้น กลับนึกถึงสถานที่แห่งหนึ่งที่ผู้พิทักษ์ทั้งสี่เคยกล่าวถึง... ดินแดนต้านอวิ๋น
เรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่?
นางไม่ได้เอ่ยขัดจังหวะการเล่าเรื่องของเสิ่นเทียนเฮ่า ทว่ายังคงรับฟังต่อไปอย่างเงียบๆ
"ในดินแดนฉางหมิงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังปราณวิญญาณ เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ล้วนสามารถทะลวงผ่านไปสู่ระดับพลังที่สูงขึ้นได้ ดังนั้น ตอนที่พ่อไปถึงดินแดนฉางหมิง พ่อจึงกลายเป็นผู้อ่อนแอ ทว่าพ่อก็ไม่ได้รู้สึกหดหู่ใจเพราะความตกต่ำนี้ พ่อชอบการฝึกฝนและการผจญภัยในดินแดนฉางหมิงมาก และยังได้รู้จักเพื่อนฝูงไม่น้อย ทว่าในปีที่สี่ที่พ่อไปอยู่ดินแดนฉางหมิง พ่อก็ได้พบกับสตรีผู้หนึ่ง"
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ น้ำเสียงของเสิ่นเทียนเฮ่าก็เริ่มสั่นเครือ ในแววตาปรากฏร่องรอยของความรู้สึกรักและเกลียดชังปะปนกัน
"นางชื่อเฮ่อเหลียนซาง พ่อรวมทีมกับนางตอนที่ไปฝึกฝนกับกลุ่มเพื่อน พ่อกับนางเกิดความรู้สึกดีๆ ต่อกันเมื่อวันเวลาผ่านไป และในตอนนั้นเองที่พ่อมีความคิดอยากจะแต่งงานกับนาง ตอนนั้นพ่อถามถึงครอบครัวของนาง แต่นางมักจะปิดปากเงียบ ไม่ก็เอาแต่บอกว่า นางเป็นเพียงเด็กกำพร้า"
"พ่อเชื่อคำพูดนั้น"
เขาหลุบตาลง
ดังนั้นเขาจึงยิ่งรักนาง และยิ่งสงสารนางมากขึ้น
พรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์ของนางนั้นแสนธรรมดา เขาจึงเดินทางไปยังสถานที่ฝึกฝนต่างๆ หรือแม้กระทั่งกรงขังห้วงลึก เพื่อแย่งชิงของวิเศษและยาวิญญาณมาให้นาง ช่วยให้นางเลื่อนระดับ และเสริมสร้างรากฐานของนางให้มั่นคง
"ความรักในเวลานั้นเป็นเรื่องจริง แต่การหลอกลวงก็เป็นเรื่องจริงเช่นกัน ในเดือนที่สามหลังจากที่เราแต่งงานกัน คนในตระกูลของนางก็มาตามหา โดยบอกว่านางเพียงแค่หนีออกจากบ้าน และต้องการพานางกลับไปอย่างแข็งกร้าว นางจับมือพ่อ ร้องไห้พลางบอกว่า นางไม่อยากกลับไป ดังนั้น พ่อจึงพานางต่อสู้ฝ่าวงล้อมฆ่าฟันเพื่อเปิดเส้นทางเลือดออกมา และนั่นก็ทำให้พ่อได้รับบาดเจ็บสาหัส จนรากฐานเสียหาย"
"เราถูกตระกูลของนางไล่ล่ามาโดยตลอด พ่ออยากพานางกลับมายังทวีปกุยหยวนเพื่อหลบหนีผู้ที่ตามล่า ทว่ากลับถูกนางปฏิเสธ นางบอกว่า นางไม่อยากเป็นคนของดินแดนเบื้องล่าง"
"สุดท้าย พ่อก็ปกป้องนางไว้ไม่ได้ ตระกูลของนางพานางกลับไปได้สำเร็จ ส่วนพ่อกลับถูกผู้อาวุโสในตระกูลของนางซัดตกลงไปในหน้าผา พวกเขาต่างคิดว่าพ่อตายไปแล้ว พ่อได้รับบาดเจ็บสาหัสมากๆ มีหญิงชราคนหนึ่งช่วยชีวิตพ่อไว้ พ่อป่วยจนสติเลอะเลือน กว่าจะรู้สึกตัวก็ผ่านไปกว่าครึ่งเดือนแล้ว วินาทีแรกที่ลืมตาตื่นขึ้นมา สิ่งที่คิดถึงก็ยังคงเป็นนาง พ่ออยากไปช่วยนาง..."
เมื่อเล่าถึงตรงนี้ เสิ่นเทียนเฮ่าก็หยุดชะงัก เขาช้อนตาขึ้นมองเสิ่นเยียน ขอบตาเริ่มมีน้ำตารื้น
"ท่านพ่อ"
เสิ่นเยียนสามารถรับรู้ได้ถึงความโศกเศร้าของเขา นางมองเขาด้วยความปวดใจ
"เป็นเพราะพ่อไร้ความสามารถ หากพ่อเก่งกาจกว่านี้อีกสักหน่อย บางทีอาจจะมอบครอบครัวที่สมบูรณ์ให้เจ้ากับหวายเอ๋อร์ได้ เฮ่อเหลียนซางคือ... มารดาของเจ้าและหวายเอ๋อร์ ปีนั้น พ่อลอบเร้นเข้าไปในตระกูลเฮ่อเหลียน จึงได้รู้ว่าเฮ่อเหลียนซางกำลังตั้งครรภ์ ในใจพ่อทั้งตกใจ ทั้งดีใจ และเป็นกังวล พ่อหาโอกาสไปพบนาง หวังจะพานางหนีไป ทว่ากลับได้ยินนางเอ่ยเช่นนี้: 'เทียนเฮ่า ตอนนี้ข้าตั้งครรภ์อยู่ ท่านจะให้ข้าหนีเอาชีวิตรอดไปกับท่านได้อย่างไร? หากกระทบกระเทือนถึงครรภ์ แล้วลูกแท้งไป จะทำอย่างไร?' "
"ในตอนนั้น พ่อถูกคำถามของนางทำให้สับสนมึนงงไปหมด นางพูดต่อว่า จะขออยู่คลอดลูกที่ตระกูลเฮ่อเหลียน อย่างไรเสีย คนในครอบครัวก็ย่อมไม่ทำร้ายนาง พ่อเป็นห่วงสภาพร่างกายของนาง จึงเห็นด้วยกับคำพูดนั้น พ่อบอกกับนางว่า 'ข้าจะซ่อนตัวอยู่ในเมือง หากเจ้ามีเรื่องอันใดก็ส่งข่าวมาหาข้า รอจนลูกคลอดออกมาแล้ว พวกเราค่อยไป' ภายนอกนางพยักหน้ารับคำ แต่ทว่าเมื่อพ่อจากมา นางกลับแจ้งให้คนตระกูลเฮ่อเหลียนมาไล่ล่าพ่อทันที"
"พ่อหลบหนีหัวซุกหัวซุน ราวกับหนูข้ามถนนที่ใครเห็นเป็นต้องตี ทว่าในเวลานั้น พ่อกลับไม่ได้สงสัยนางเลยแม้แต่น้อย แต่สุดท้าย... นางก็เป็นคนบอกความจริงกับพ่อด้วยตัวเอง"
เฮ่อเหลียนซางในตอนนั้น ทอดสายตามองความตกต่ำและต่ำต้อยของเขาจากเบื้องบน นางแค่นเสียงหัวเราะเยาะ ก่อนจะกล่าวว่า
"เสิ่นเทียนเฮ่า การที่ข้าเคยคบหากับท่าน นับเป็นเรื่องที่โง่เขลาที่สุดของข้า ข้าเป็นถึงคุณหนูรองแห่งตระกูลเฮ่อเหลียน ทว่าท่านเล่า เป็นเพียงคนจากดินแดนเบื้องล่าง หากท่านมีน้ำยาจริง ก็มาสู่ขอข้าอย่างเปิดเผยสง่างามสิ ไม่ใช่พาข้าหลบๆ ซ่อนๆ ท่านมีอะไรบ้าง? ท่านไม่มีอะไรเลย! ลืมบอกท่านไป การแต่งงานของเราถือเป็นโมฆะ รอให้ข้าคลอดลูกเสร็จ ปีหน้าข้าก็จะแต่งงานกับนายน้อยลู่แห่งตระกูลลู่"
ถ้อยคำอันโหดร้ายเหล่านี้ เปรียบเสมือนใบมีดอันแหลมคม ที่กรีดคว้านหัวใจของเขาทั้งเป็น
"ซางเอ๋อร์ เป็นเจ้า เป็นเจ้าที่จับมือข้าไว้ แล้วบอกว่าไม่อยากกลับไปตระกูลเฮ่อเหลียน ข้าถึงได้พาเจ้าหนีมา!"
ดวงตาของเสิ่นเทียนเฮ่าแดงก่ำ ภายในใจเจ็บปวดเจียนตาย กระทั่งน้ำเสียงยังสั่นสะท้าน
หากไม่ใช่เพราะนางบอกว่า ไม่อยากกลับไปที่ตระกูลของตน เขาคงไม่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับตระกูลเฮ่อเหลียน และคงไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปเนิ่นนานเพียงนี้เพราะเรื่องนี้
ส่วนนาง ก่อนที่จะแต่งงานกัน ก็ไม่เคยบอกเขาเลยว่า นางมาจากตระกูลเฮ่อเหลียน และนางหนีออกจากบ้านมาเพราะเรื่องบางอย่าง
นางปิดบังทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ตอนนี้กลับมากล่าวโทษเขากลับ
เฮ่อเหลียนซางหลบสายตาของเขาด้วยความรู้สึกผิดในใจ ทว่ากลับเอ่ยออกไปอย่างเย็นชาเพียงว่า
"เสิ่นเทียนเฮ่า พวกเราพบกันด้วยดีก็จากกันด้วยดีเถิด "
"ฮ่าฮ่าฮ่า จากกันด้วยดีงั้นหรือ"
เสิ่นเทียนเฮ่าหัวเราะออกมาอย่างขื่นขม ภายในใจมีเลือดรินไหลอาบ น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าวขึ้น
"ได้ เจ้าจะแต่งก็แต่งไป แต่เด็กต้องเป็นของข้า!"
ในเวลานั้นเฮ่อเหลียนซางตั้งครรภ์ได้สิบเดือนแล้ว ใกล้จะถึงกำหนดคลอด เหลือเวลาอีกเพียงสามวันเท่านั้น
ดวงตาของเฮ่อเหลียนซางวูบไหว
"ตกลง"
"อีกสามวันให้หลัง ท่านเข้ามาทางประตูข้าง ข้าจะมอบเด็กให้ท่าน"
วันแห่งคำสัญญามาถึง
เสิ่นเทียนเฮ่ารู้ดีว่านี่คืองานเลี้ยงหงเหมิน แต่ก็ยังคงมา