เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

106 เตรียมสอบสวนด้วยตัวเอง

106 เตรียมสอบสวนด้วยตัวเอง

106 เตรียมสอบสวนด้วยตัวเอง


ณ เมืองทริสตินยามค่ำคืน

ภายในคฤหาสน์เจ้าเมือง ดันเต้นั่งด้วยสีหน้าสงบนิ่งอยู่ในห้องรับแขกสไตล์คลาสสิกที่ตกแต่งอย่างหรูหราภูมิฐาน

ทว่า จู่ๆ บางสิ่งก็ดึงดูดความสนใจของเขา

เขาปิดหนังสือในมือลง แล้วมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่สูงตระหง่านหลายเมตร ทอดสายตาไปยังแสงไฟวูบไหวในสวนหย่อม

เสียงกีบม้าที่ดังกึกก้องเป็นจังหวะใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับแสงสว่างจ้าที่โดดเด่นสะดุดตา มันคือรถม้าสั่งทำพิเศษขนาดใหญ่กว่ารถม้าทั่วไป ทาด้วยสีทองอร่าม โคมไฟที่ประดับอยู่รอบรถม้าทำจากเปลือกผลึกน้ำแข็งนิรันดร์เจียระไน โดยใช้แกนผลึกสัตว์อสูรระดับสูงเป็นไส้ตะเกียง

ดูเหมือนว่าวิสเคานต์แลมพาร์ด ท่านเจ้าเมืองจะกลับมาถึงแล้ว

หลังจากทำทีเป็นจับกุมดันเต้เมื่อตอนเที่ยง ท่านเจ้าเมืองก็รีบร้อนไปจัดการเรื่องวุ่นวายและรับรององค์หญิงอลิซทันที

ส่วนดันเต้ถูกเชิญตัวมายังคฤหาสน์เจ้าเมือง โดยมีเหล่าข้าราชบริพารของท่านเจ้าเมืองต่างผลัดกันเข้ามาสอบถามเขาด้วยท่าทีเป็นมิตรสุดๆ ทุกคนดูเกรงใจและให้เกียรติดันเต้มาก ดูออกเลยว่าท่านเจ้าเมืองต้องกำชับมาเป็นพิเศษแน่ๆ

ดันเต้พอจะดูออกแล้วว่าเจ้าเมืองคนนี้เป็นคนรอบคอบและหนักแน่นแค่ไหน เขายอมลดตัวลงมาจนแทบไม่เหมือนกับขุนนาง เพื่อสร้างความประทับใจที่ดีให้กับว่าที่นักสร้างการ์ดขั้นพิเศษอย่างเขา หรืออาจเป็นเพราะในเขตปกครองของท่านวิสเคานต์มีนักสร้างการ์ดขั้นพิเศษตัวจริงอาศัยอยู่ ท่านจึงแหงนหน้ามองด้วยความเคารพจนชิน และรู้ซึ้งดีว่าตัวตนระดับนักสร้างการ์ดขั้นพิเศษนั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหน แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ถ้ามีเรื่องต้องขอความร่วมมือจากเจ้าเมือง คงจะคุยกันง่ายขึ้นเยอะ

หลังจากเล่าเหตุการณ์บนเรือเหาะเวทมนตร์ให้เจ้าหน้าที่ฟังจนครบถ้วน ดันเต้ก็ถูกพามานั่งรอที่ห้องรับแขกแห่งนี้

ความจริงเขาเป็นอิสระแล้ว ถ้าเขาจะไป คนของคฤหาสน์เจ้าเมืองก็ไม่ห้าม แถมยังพร้อมไปส่งทุกที่ที่ต้องการ แต่พ่อบ้านแจ้งว่าท่านเจ้าเมืองอยากจะเลี้ยงต้อนรับเขา และประจวบเหมาะกับที่ดันเต้เองก็มีเรื่องอยากไหว้วานท่านเจ้าเมืองอยู่พอดี เขาเลยตัดสินใจรออยู่ที่นี่

เขานั่งรออยู่ที่นี่มาได้สักหนึ่งถึงสองชั่วโมงแล้ว การรอคอยอาจจะดูยาวนาน แต่ดันเต้ไม่รู้สึกเบื่อเลยสักนิด เนื่องจากในคฤหาสน์แห่งนี้มีหนังสือเวทมนตร์ที่น่าสนใจเพียบ แถมบรรยากาศก็ดี นั่งสบายสุดๆ อีกทั้งเขาอยากกินขนมหรือเรียกเมดก็สั่งได้ทันที

บอกตามตรง...ดันเต้เริ่มไม่อยากกลับแล้ว ที่นี่มันสวรรค์ชัดๆ เทียบกับหอพักชั่วคราวที่สถาบันทริสตินจัดให้แล้วมันคนละเรื่องเลย!

การบริการระดับวีไอพีขนาดนี้ ดันเต้รู้สึกประหนึ่งตัวเองเป็นเจ้าเมืองทริสตินเสียเอง ถ้าเขามีแอปฯ วงใน หรือ Google Maps อยู่ในมือ รับรองว่าจะกดให้คะแนนคฤหาสน์เจ้าเมือง 5 ดาวเต็มอย่างแน่นอน

เวลานี้พวกคนรับใช้ส่วนใหญ่ต่างกำลังยุ่งอยู่ในครัวและห้องอาหาร พอเห็นเจ้าเมืองกลับมา ข้ารับใช้บางส่วนก็ละมือจากงานรีบวิ่งออกไปต้อนรับ

"กลับมาซะดึกดื่นเชียว...อ่า จริงสิ อลิซน่าจะเมาเรือเหาะจนอ้วกพุ่งเป็นสายรุ้ง แล้วก็คงร้องไห้หนักมากแน่ๆ ต้องคอยปลอบอลิซที่กำลังร้องไห้ฟูมฟาย ท่านเจ้าเมืองคงจะปวดหัวจนหน้าชาไปหมดแล้วมั้ง แต่เอาเถอะ ทั้งหมดเป็นความผิดของลัทธิคืนชีพ ไม่เกี่ยวกับผมสักหน่อย"

ดันเต้ส่ายหน้าถอนหายใจ

ในขณะที่ดันเต้กำลังก่นด่าลัทธิคืนชีพในใจ ข้ารับใช้จากด้านนอกก็ผลักประตูคฤหาสน์เข้ามา แล้วรีบเดินตรงมาหาดันเต้พร้อมโค้งคำนับ

"คุณดันเต้ครับ ท่านเจ้าเมืองขอเชิญคุณรับประทานอาหารค่ำด้วยกัน คุณจะรอตรงนี้ก่อน หรือจะให้ผมนำทางไปที่ห้องจัดเลี้ยงเลยดีครับ?"

"อื้ม รบกวนนำทางด้วยครับ"

ดันเต้พยักหน้ารับแล้วลุกขึ้นเดินตามข้ารับใช้ไปยังห้องอาหาร

เห็นได้ชัดว่าท่านเจ้าเมืองสั่งให้คนจัดเตรียมห้องจัดเลี้ยงไว้ล่วงหน้าแล้ว อาหารมื้อค่ำถูกเตรียมไว้อย่างเพียบพร้อม รอแค่ท่านเจ้าเมืองมานั่งประจำที่ เหล่าข้ารับใช้ก็จะทยอยเสิร์ฟอาหารทันที

เมื่อประตูถูกเปิดออกและท่านเจ้าเมืองเดินเข้ามา

ทั้งดันเต้และท่านเจ้าเมืองต่างส่งยิ้มให้กันราวกับเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนาน ท่าทีระแวดระวังตัวเพื่อเลี่ยงข้อครหาตอนอยู่ลานจอดเรือเหาะหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความต้องการที่จะผูกมิตรอย่างเปิดเผย

"ขอบคุณท่านเจ้าเมืองที่ดูแลรับรองและเลี้ยงต้อนรับเป็นอย่างดีครับ"

ดันเต้โค้งคำนับอย่างสง่างาม

ท่านเจ้าเมืองกระแอมเบาๆ แล้วรีบโบกมือห้าม

"รอคุณได้ใบรับรองนักสร้างการ์ดขั้นพิเศษเมื่อไหร่ ใครจะต้องเรียกใครว่า ท่าน ก็ยังไม่รู้เลย เรามาเรียกชื่อกันตรงๆ ดีกว่า"

ตอนนี้คุณเรียกผมว่าท่าน แต่ในอนาคตผมเรียกคุณว่าท่าน เดี๋ยวจะกระดากปากกันเปล่าๆ

"พวกขุนนางให้เกียรตินักสร้างการ์ดขั้นพิเศษกันขนาดนี้เลยเหรอครับ? ทั้งที่ผมยังไม่ได้เป็นเนี่ยนะ"

ดันเต้เอ่ยถามด้วยความสงสัย

ในความทรงจำของเขา ก็มีลูกหลานขุนนางที่กล้ามาหาเรื่องเขาอยู่เหมือนกัน อย่างเช่นเจ้าฟลาต้าที่เคยท้าดวลแล้วโดนดันเต้อัดจนหมดสภาพ ตอนนั้นหมอนั่นไม่ได้เกรงกลัวสถานะ ว่าที่นักสร้างการ์ดขั้นพิเศษ ของดันเต้เลยสักนิด

ท่านเจ้าเมืองผายมือเชิญดันเต้นั่งลง เขายิ้มแห้งๆ แล้วตอบว่า

"เรื่องนี้มันก็นานาจิตตัง เป็นเรื่องของวิจารณญาณส่วนบุคคลน่ะ แต่ในสายตาของผมแล้ว คุณไม่ต่างอะไรกับนักสร้างการ์ดขั้นพิเศษระดับ 8 และในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า คุณจะต้องกลายเป็นตัวตนที่ผมมิอาจเอื้อมถึงแน่นอน ส่วนพวกขุนนางจอมหยิ่งยโสที่ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง มันก็มีอยู่ทุกที่นั่นแหละ เรื่องนี้มันช่วยไม่ได้จริงๆ"

พอได้ฟังคำอธิบายของท่านเจ้าเมืองแล้ว ดันเต้ก็พยักหน้าเห้นด้วย

สมเหตุสมผล เป็นกลางสุดๆ

ท่านเจ้าเมืองคนนี้คงเป็นขั้วตรงข้ามของพวกขุนนางขี้โอ่ เป็นประเภทขุนนางสายตื่นรู้และเน้นเพลย์เซฟชัดๆ

"ผมมีเรื่องอยากจะรบกวนหน่อยครับ"

พอนั่งลง ดันเต้ก็ขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้แล้วมองหน้าท่านเจ้าเมือง ก่อนจะเอ่ยปากทันที

ในเมื่อมั่นใจในทัศนคติของอีกฝ่ายแล้ว ดันเต้ก็ไม่เกรงใจอีกต่อไป

"รอเดี๋ยวนะ"

ท่านเจ้าเมืองที่ยังไม่ทันได้นั่ง หันไปโบกมือไล่ข้ารับใช้ในห้องออกไปจนหมด จากนั้นก็หยิบขวดไวน์บนโต๊ะขึ้นมา

รอจนประตูปิดสนิท ท่านเจ้าเมืองก็เดินมาข้างๆ ดันเต้ รินไวน์ให้เขาด้วยตัวเอง แล้วมองดันเต้ด้วยสายตาคาดหวัง กระซิบถามว่า

"มีอะไรให้ผมช่วยงั้นเหรอ?"

โอกาสที่จะได้สร้างบุญคุณกับดันเต้มาถึงแล้ว มีหรือท่านเจ้าเมืองจะพลาด การลงทุนกับดันเต้ในตอนนี้ ไม่แน่ว่าในอนาคตเขาอาจจะได้ผลตอบแทนกลับมาเป็นพันเป็นหมื่นเท่าก็เป็นได้

"ผมอยากจะขอสอบสวนสมาชิกลัทธิคืนชีพสองคนที่ผมจับมาด้วยตัวเองครับ"

ประโยคที่ดันเต้พูดออกมาอย่างเรียบง่าย ทำเอามือที่ถือขวดไวน์ของท่านเจ้าเมืองสั่นกึกๆ

การให้ดันเต้ไปสอบสวนนักโทษ มันผิดกฎระเบียบอย่างร้ายแรงชัดๆ ถึงแม้นักโทษสองคนนั้นดันเต้จะเป็นคนจับมาเองก็เถอะ แต่กฎก็ต้องเป็นกฎ ยิ่งไปกว่านั้น สองคนนี้เป็นอาชญากรคนสำคัญของลัทธิคืนชีพ แม้แต่ทางเมืองทริสตินเองยังไม่มีอำนาจในการสอบสวนด้วยซ้ำ พวกเขาต้องส่งตัวไปที่เมืองหลวง หรืออาจต้องส่งต่อไปถึงสมาพันธ์ราชอาณาจักรเลยทีเดียว

แต่ท่านเจ้าเมืองก็รีบเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ของตัวเอง ยกแก้วไวน์ขึ้นชูมาทางดันเต้

"เรียกว่าสอบสวนที่ไหนกัน...ตอนรายงานคดีเมื่อกี้ คุณแค่จำรายละเอียดสำคัญบางอย่างไม่ค่อยได้ เลยต้องไปดูตัวคนร้ายเพื่อ ยืนยันข้อมูล ให้ชัดเจนต่างหาก แบบนี้สมเหตุสมผลจะตายไป ไม่มีปัญหาหรอก"

เมื่อได้ยินคำตอบของท่านเจ้าเมือง ดันเต้ก็ยิ้มกริ่ม เขาชูแก้วตอบรับทันที แล้วกระดกไวน์รวดเดียวหมดแก้ว

ในเมื่อท่านเจ้าเมืองเปิดทางให้ขนาดนี้...

เชลยศึกสองคนนั้น ดันเต้คงต้องจัดคอร์ส กล่อมเกลาจิตใจ ชุดใหญ่ให้พวกเขาเสียหน่อยแล้ว

จบบทที่ 106 เตรียมสอบสวนด้วยตัวเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว