- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 105 คุณถูกจับแล้ว
105 คุณถูกจับแล้ว
105 คุณถูกจับแล้ว
ถึงแม้ว่าดันเต้จะสามารถหาข้ออ้างปัดความรับผิดชอบให้พ้นตัวได้ไม่ยาก อย่างเช่นรออธิบายทีหลังว่านักบินเมาแล้วซิ่งอะไรทำนองนั้น แต่ถ้าเขาทำแบบนั้นจริง นักบินคงน่าสงสารแย่ เพราะจริงๆ แล้วนักบินเองก็ได้รับผลกระทบจาก สามศพคลุ้มคลั่ง เหมือนกัน ถือว่าเขาเองก็เป็นผู้เสียหายด้วยเช่นกัน
ดันเต้ไม่คิดจะเล่นงานคนธรรมดาอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ก็แค่ขู่ให้นักบินกลัวเล่นๆ เท่านั้น เพื่อให้นักบินตระหนักถึงอันตรายของการเมาแล้วขับ และจำไว้เป็นบทเรียน แน่นอนว่าการแกล้งนักบินรอบนี้ถือเป็นการแก้แค้นเล็กๆ น้อยๆ ด้วย ถือเป็นบทลงโทษที่การขับขี่สุดจะงงงวยของนักบินทำเอาดันเต้ต้องมาทำงานล่วงเวลาแบบถูกบังคับ
แต่แค่เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว หากต้องทำให้นักบินต้องตกงาน แถมยังต้องติดคุกติดตาราง ดันเต้ทำเรื่องพรรค์นั้นไม่ลงหรอกนะ ถ้าอย่างนั้น ปัญหาเล็กๆ ต่อมาก็จะตกมาอยู่ที่ฝั่งเขาแทน
ในฐานะที่เป็นทั้ง เป้าหมายการลักพาตัวของผู้ร้าย พลเมืองดีที่แค่เดินผ่านมาแต่ดันจัดการผู้ร้ายซะเรียบ และ ยอดนักบินจำเป็นที่เข้ามารับช่วงต่อในสถานการณ์วิกฤต ไม่ว่ายังไงดันเต้ก็ต้องถูกนำตัวไปสอบสวนอย่างละเอียดอย่างแน่นอน
ดังนั้น ดันเต้จึงรีบให้ผู้กองดันเต้น้อย ช่วยพาตุ๊กตาตัวแทนจากห้องโดยสารกลับมาที่ห้องนักบินตั้งแต่เนิ่นๆ เขาไม่ได้คิดจะกลับไปที่ห้องโดยสารเพื่อแกล้งทำตัวเป็นผู้โดยสารที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไร
นอกจากชายชุดสูทที่โดนอัดจนเละเป็นดอกไม้ไฟไปแล้ว ผู้ร้ายอีกสองคนก็ถูกดันเต้จับเป็นได้ทั้งหมด เขาจำเป็นต้องส่งมอบตัวประกัน...อ้อ ไม่สิ เชลยศึกจากลัทธิคืนชีพสองคนนี้อย่างรัดกุม
หลังจากเรือเหาะเวทมนตร์ลงจอดอย่างนิ่มนวล ดันเต้ก็เรียกกวีผู้เสื่อมสลายออกมา เพื่อปลุกสาวกลัทธิคืนชีพที่หมดสติอยู่ให้ตื่นขึ้นมา แล้วค่อยทำให้สลบไปอีกรอบ เขาต้องทำให้มั่นใจว่าพวกเขาจะหลับสบายหายห่วง ดันเต้ถึงจะยอมลงจากเรือได้อย่างสบายใจ
อีกทั้ง ดันเต้เองก็ไม่ค่อยแน่ใจในมาตรการรักษาความปลอดภัยของเมืองทริสตินสักเท่าไหร่ ดังนั้นเขาจึงจัดยาสลบแบบชุดใหญ่ไฟกระพริบให้เชลยทั้งสองคนไปเลยน่าจะชัวร์กว่า เพราะถึงยังไง พนักงานสอบสวนผู้อ่อนโยนของอาณาจักรก็คงจะรีดข้อมูลอะไรออกมาไม่ได้อยู่ดี...
"เฮ้อ ถึงจะพาโคลอิกซ์มาด้วย ก็คงแอบเอาสองคนนี้ไปทรมาน...เอ้ย สอบสวนเงียบๆ ไม่ได้อยู่ดี งั้นเอาไปแลกเป็นเงินสดเลยดีกว่า"
ชีวิตมันไม่ง่ายเลยจริงๆ ดันเต้ได้แต่ถอนหายใจ แต่หากคิดในแง่ดี อย่างน้อยเขาก็น่าจะได้เงินรางวัลไม่น้อย อย่างน้อยเขาไม่ได้เหนื่อยฟรี ในเมื่อเป็นแบบนี้ สู้รีบให้ความร่วมมือในการสอบสวน จะได้รีบรับเงินรางวัลเร็วขึ้นจะดีกว่า
ดันเต้เดินลงมาจากเรือเหาะพลางยกมือทักทายเหล่าอัศวินอย่างเป็นมิตร เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาไม่มีเจตนาร้าย ทว่าสีหน้าของเหล่าอัศวินกลับยิ่งดูตึงเครียดขึ้น แถมยังแฝงความหวาดผวา บางคนถึงกับกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่
พวกเขาคิดว่าท่าทีที่ดูสงบนิ่งและเยือกเย็นของผู้ร้ายคนนี้มันน่ากลัวจนเกินไป ดูเหมือนจะมั่นใจสุดขีดว่าสามารถลงมือฆ่าล้างบางพวกเขาทุกคนได้ง่ายๆ เพียงแค่พลิกฝ่ามือ ถึงกับมีอัศวินหลายนายเตรียมใจที่จะสละชีพไว้แล้วด้วยซ้ำ
…
"เดี๋ยวก่อน เขาไม่ใช่ผู้ร้าย"
ท่านเจ้าเมืองหรี่ตามองสำรวจดันเต้ครู่หนึ่งก่อนจะยกมือขึ้น สั่งให้เหล่าอัศวินรอคำสั่ง รูปลักษณ์ภายนอกและสไตล์การกระทำที่ดูพิลึกกึกกือแบบนี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าเขาน่าจะเป็นดันเต้ นักสร้างการ์ดมหัศจรรย์จากเมืองหลวงคนนั้น
ดันเต้ยิ้มและพยักหน้า เดินเข้าไปหาเจ้าเมืองที่เดินสวนขึ้นมาด้วยท่วงท่าที่สง่างามและมั่นคง
โชคดีที่เป็นเจ้าเมืองที่คุยรู้เรื่อง ไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความ เขาก็เดาตัวตนของดันเต้ได้แล้ว
"คุณคือดันเต้ใช่ไหม?"
ท่านเจ้าเมืองถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
ดันเต้ไม่ได้พูดอะไรมาก เขาเพียงแค่เรียก กวีผู้เสื่อมสลาย ออกมาเท่านั้น
ทันใดนั้น หมอกสีดำก็ม้วนตัวปกคลุมไปทั่วพื้น ทำเอาเหล่าอัศวินตาขวากระตุกด้วยความตกใจ เมื่อเทียบกับบัตรประจำตัวใดๆ แล้ว การ์ดระดับมหากาพย์สีส้มใบนี้สามารถยืนยันตัวตนของดันเต้ได้ดีที่สุด
นี่คือการ์ดซิกเนเจอร์ของดันเต้ และการ์ดระดับมหากาพย์นั้นไม่สามารถแย่งชิงไปได้ การผูกมัดวิญญาณของการ์ดสีส้มจะปลดออกได้ก็ต่อเมื่อผู้ใช้ยินยอมและจ่ายค่าตอบแทนจำนวนหนึ่งเท่านั้น
ต่อให้ไม่เคยเห็นบันทึกโลกเงาของดันเต้ด้วยตาตัวเอง แต่ใครที่เคยได้ยินวีรกรรมของดันเต้มาบ้างย่อมต้องรู้จักการ์ดไพ่ตายของเขาอย่าง กวีผู้เสื่อมสลาย ใบนี้ นี่คือสัญลักษณ์ยืนยันตัวตนที่ดีที่สุดของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
"ผมขอถามหน่อยสิ ว่าเกิดอะไรขึ้นบนเรือเหาะเวทมนตร์ลำนี้? แล้วเหล่าผู้โดยสารเป็นอย่างไรบ้าง?"
เจ้าเมืองท่านนี้ไม่มีการวางมาดขุนนางเลยแม้แต่น้อย เขาถามด้วยน้ำเสียงที่จริงใจมาก
"วางใจเถอะครับ ผู้โดยสารทุกคน...ปลอดภัยดี"
พูดถึงตรงนี้ ดันเต้ก็ชะงักไปนิดหนึ่ง เขาคิดดูดีๆ แล้ว คำว่า ปลอดภัย น่าจะเป็นคำที่รัดกุมที่สุด เพียงแต่สภาพจิตใจของผู้โดยสารอาจจะไม่ค่อยสู้ดีนักก็เท่านั้นเอง
"องค์หญิงอลิซก็ปลอดภัยดีครับ แต่เธออาจจะได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจมากไปหน่อย รบกวนช่วยดูแลเธอเป็นพิเศษด้วยนะครับ"
ดันเต้รู้ดีว่าเจ้าเมืองคนนี้เป็นห่วงเรื่องอะไรมากที่สุด แต่ดันเต้ก็คิดจริงๆ ว่าควรต้องดูแลอลิซหน่อย ขืนเดี๋ยวองค์หญิงอ้วกพุ่งเป็นสายรุ้งต่อหน้าทุกคน เธอคงได้ร้องไห้หนักอีกแน่ๆ
"ได้ครับ ไม่มีปัญหา"
เจ้าเมืองถอนหายใจด้วยความโล่งอก ราวกับว่าได้ยกภูเขาออกจากอก เขาอดที่จะชื่นชมอีกฝ่ายไม่ได้ ถึงแม้ในตอนนี้ดันเต้จะเป็นเพียงแค่นักศึกษา แต่ก็สมกับที่จะกลายเป็นนักสร้างการ์ดระดับขั้นพิเศษคนที่สิบสามในอนาคต แถมยังมีพรสวรรค์ที่โดดเด่นอีกต่างหาก การได้เขามาเป็นฝ่ายเดียวกันนี่มันช่างอุ่นใจจริงๆ
วิสเคานต์แลมพาร์ดผู้เป็นเจ้าเมืองเอ่ยถามต่อว่า
"ว่าแต่ทำไมถึงมาถึงเร็วกว่ากำหนดการตั้งขนาดนี้ได้ล่ะ?"
ดันเต้ตอบ: "หลังจากเก็บ...เอ้ย หลังจากเอาชนะพวกผู้ร้ายได้ นักบินก็ถูกรบกวนทางจิตจนไม่สามารถควบคุมเรือเหาะได้ ผมเลยจำเป็นต้องเข้าควบคุมเรือเหาะแทน เพื่อป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันมาคุกคามความปลอดภัยขององค์หญิงอลิซอีกครั้ง ผมเลยรีบบึ่งมาส่งองค์หญิงที่เมืองทริสตินด้วยความเร็วสูงสุดน่ะครับ"
"เอ่อ..."
เจ้าเมืองถึงกับพูดไม่ออก
ตามกฎหมายแล้ว หากเกิดเหตุภัยพิบัติทางอากาศและนักบินหมดสติ หากมีผู้โดยสารที่สามารถขับขี่เรือเหาะเวทมนตร์ได้อย่างปลอดภัย จะไม่มีความผิดใดๆ แถมยังสมควรได้รับคำชมเชยอีกต่างหาก
แต่...
มาถึงเมืองทริสตินก่อนเวลาตั้งขนาดนี้ คุณพี่ซิ่งเกินพิกัดไปหน่อยไหมครับ...
ในฐานะเจ้าเมืองแล้ว จะให้ทำเป็นหลับตาข้างหนึ่งก็คงไม่ได้ ยังไงเขาก็คงต้องจับกุมดันเต้ไว้ก่อน แต่ปัญหาคือจะใช้คำพูดแบบไหนดีล่ะ จะดุดันเต้ก็ดูจะใจจืดใจดำเกินไป เพราะเหตุผลที่เขาซิ่งมันก็ฟังดูสมเหตุสมผลดี แถมยังมีคีย์เวิร์ดที่เถียงไม่ออกอย่าง มาส่งองค์หญิงอลิซ อีกต่างหาก
แต่ถ้าไม่ว่ากล่าวเขาเสียหน่อยก็คงไม่ได้ เพราะมีอัศวินจำนวนมากคอยจับจ้องอยู่ ในฐานะเจ้าเมืองเขายังต้องรักษาความยุติธรรมออกมาให้เห็น หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เจ้าเมืองก็กระแอมไอเบาๆ สองที แล้วกล่าวว่า
"ทางเราจะทำการวิพากษ์วิจารณ์อย่างเข้มงวดและปรับเงินสำหรับพฤติกรรมการขับขี่เกินความเร็วของคุณหลังจากเสร็จสิ้นการสืบสวน แต่เมื่อพิจารณาจากวีรกรรมอันกล้าหาญและการตัดสินใจที่แม่นยำภายใต้สถานการณ์คับขัน ในฐานะเจ้าเมือง ผมขอยกย่องและแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจ รวมถึงจะทำเรื่องขอพระราชทานรางวัลจากฝ่าบาทให้แก่คุณด้วย"
หลังจากดันเต้ฟังจบ เขาก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ท่านเจ้าเมืองคนนี้ช่างเป็นคนที่ยุติธรรมจริงๆ พูดจาได้รัดกุม แถมยังสมเหตุสมผลอีก
"เฮ้อ เหนื่อยชะมัด"
ดันเต้แกล้งถอนหายใจยาวๆ เขาจัดการผู้ร้ายไปตั้งสามคน แถมยังต้องขับเรือเหาะเวทมนตร์มาตลอดทาง ดันเต้รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังแบกทีมโซโล่บอสแบบ 1 รุม 19 ยังไงยังงั้น ไหนบอกว่าจะมาเที่ยวไง
ได้ยินดังนั้น ท่านเจ้าเมืองก็เข้าใจความหมายของดันเต้ได้ในทันที
"ดันเต้รบกวนช่วยไปกับพวกเราหน่อยได้ไหม? เรายังมีเรื่องที่ต้องสอบสวนคุณอีกเยอะเลย"
หลังจากเอ่ยปากเรื่องการจับกุมอย่างอ้อมค้อม เจ้าเมืองก็เปลี่ยนโทนเสียงอย่างกระทันหัน
"แน่นอนว่า เมื่อเราคำนึงถึงระดับความปลอดภัยของคุณ เราจะให้การคุ้มครองคุณที่คฤหาสน์เจ้าเมือง พร้อมมอบการดูแลรับรองในระดับที่คุณสมควรได้รับ"
พอดันเต้ได้ฟังคำพูดของท่านเจ้าเมือง เขาก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจอีกครั้ง นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาได้ยินคนพูดคำว่า นายถูกจับแล้ว ได้ลื่นหูขนาดนี้
เจ้าเมืองคนนี้...ช่างใจกว้างและเปิดกว้างจริงๆ