- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 73 : ห้องมังกรซ่อน! เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากแปดยอดอัจฉริยะระดับท็อปของมณฑล!
บทที่ 73 : ห้องมังกรซ่อน! เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากแปดยอดอัจฉริยะระดับท็อปของมณฑล!
บทที่ 73 : ห้องมังกรซ่อน! เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากแปดยอดอัจฉริยะระดับท็อปของมณฑล!
บทที่ 73 : ห้องมังกรซ่อน! เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากแปดยอดอัจฉริยะระดับท็อปของมณฑล!
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ฉู่เซิงถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลยทีเดียว
ให้ตายเถอะ! ตอนอยู่ที่เมืองเจียงเฉิง นักเรียนที่อยู่ระดับหนึ่งขั้นสูงสุดมีแค่จ้าวชิงเทียนกับหลี่เยว่เหยาแค่สองคนเท่านั้น ซึ่งนั่นก็ถือว่าเป็นสุดยอดอัจฉริยะระดับท็อปที่สุดของเมืองเจียงเฉิงแล้ว!
ทว่าที่นี่…ระดับหนึ่งขั้นสูงสุด กลับเป็นแค่เกณฑ์ขั้นต่ำในการเข้าเรียนห้องหัวกะทิเท่านั้นเอง...
หัวหน้าฝ่ายจ้าวหัวเราะเบาๆ ก่อนจะกล่าวต่อ
“ตามคำสั่งที่เบื้องบนจัดเตรียมไว้ นักเรียนกู่ได้รับโควตาเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยหัวชิงและจิงต้า ดังนั้นจึงถูกจัดให้อยู่ใน 'ห้องมังกรซ่อน' อย่างไม่ต้องสงสัย”
“บังเอิญจริงๆ ที่วันนี้เดิมทีนักเรียนทั้งแปดคนในห้องมังกรซ่อนไม่มีความจำเป็นต้องมาโรงเรียน
“แต่พอเมื่อวานพวกเขาได้ยินว่าจะมีนักเรียนใหม่ย้ายมา ดูเหมือนทุกคนจะอยากรู้อยากเห็นกันมาก วันนี้เลยพากันมาโรงเรียนจนครบทุกคนเลยล่ะ”
“คาดว่าคงอยากจะมาต้อนรับคุณนั่นแหละครับ วัยรุ่นก็แบบนี้แหละ ชอบความคึกคักกันทั้งนั้น”
“เอาอย่างนี้ดีไหมนักเรียนกู่ เจ้าเข้าไปทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ในห้องก่อน ส่วนข้าจะไปที่ห้องธุรการ เพื่อเบิกทรัพยากรที่ทางสหพันธ์และโรงเรียนจัดเตรียมไว้ให้เจ้า!”
‘หึ่งๆ! (ต้อนรับงั้นเหรอ? ข้าว่าพวกนั้นคงอยากจะมาดูหน้ามากกว่ามั้ง ว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่มาจากไหน! ดีไม่ดีคงคิดว่าเป็นทายาทของคนใหญ่คนโตที่ใช้เส้นสายกระโดดร่มลงมาแน่ๆ!)’
ฉู่เซิงอดไม่ได้ที่จะค่อนขอดอยู่ในใจ
ในขณะที่กู่เยว่ซีไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนี้นัก
สำหรับนางแล้ว จะไปอยู่ที่ไหนก็เหมือนกัน ขอแค่มีทรัพยากรมากพอที่จะทำให้นางฟื้นฟูความแข็งแกร่งกลับมาได้โดยเร็วที่สุดก็พอแล้ว
...
ในขณะเดียวกัน ณ ห้องฝึกซ้อมส่วนตัวของห้องมังกรซ่อน
ภายในห้องที่กว้างขวางจนเรียกได้ว่าหรูหราหมาเห่า มีเพียงเบาะรองนั่งที่ทำจากหยกเย็นอายุนับพันปีวางอยู่แปดที่เท่านั้น
ผนังโดยรอบสลักลวดลายค่ายกลรวบรวมพลังเอาไว้หนาแน่น จนพลังวิญญาณภายในห้องเข้มข้นถึงขั้นแทบจะจับตัวเป็นก้อน
ร่างของคนหนุ่มสาวทั้งแปดคนกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะของตน
พวกเขาเหล่านี้ คือจุดสูงสุดของคนรุ่นเยาว์แห่งโรงเรียนมัธยมตูหนานที่หนึ่ง หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดสูงสุดของทั้งมณฑลซุยหมิงเลยก็ว่าได้
“เวลาป่านนี้แล้ว ยังมีนักเรียนย้ายเข้ามาแทรกกลางคัน แถมยังเข้าห้องมังกรซ่อนของเราโดยตรงอีก…ภูมิหลังคงไม่ธรรมดาเลยสินะ?”
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ท่าทางดูเย่อหยิ่งและเปิดเผยเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก
เขาชื่อ เซียวหราน เป็นทายาทสายตรงของตระกูลเซียวแห่งตูหนาน
ตระกูลเซียว คือตระกูลที่อยู่เบื้องหลังกลุ่มบริษัทเซียว ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ผูกขาดอุตสาหกรรมการปรุงยาและเวชภัณฑ์ทั้งหมดในตูหนานและทั่วทั้งมณฑลซุยหมิง เรียกได้ว่ามีอำนาจบารมีล้นฟ้า
ส่วนตัวเซียวหรานเองก็เป็นถึงผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับสองขั้นสูงสุด สัตว์อสูรในพันธสัญญาของเขาคือ 'สิงโตเพลิงชาดสามหัว' ซึ่งมีสายเลือดระดับราชา
“มันก็ดูเหลือเชื่อเกินไปจริงๆ นั่นแหละ” หญิงสาวผมยาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ผู้มีบุคลิกสงบนิ่งดั่งสายน้ำเอ่ยตอบเสียงเรียบ
นางชื่อ ฉู่อีหราน มาจากตระกูลฉู่ซึ่งเป็นตระกูลชั้นรองของตูหนาน พลังยุทธของนางอยู่ในระดับสองขั้นสูงสุดแล้วเช่นกัน
“แปลกจริงๆแฮะ อีกแค่สามวันก็จะถึงวันสอบวัดระดับแล้ว ดันมีเด็กใหม่กระโดดร่มลงมาตอนนี้เนี่ยนะ? แถมยังเข้าห้องพวกเราโดยตรงอีก? มันจะไม่เวอร์ไปหน่อยเหรอ? ตกลงแล้วเป็นใครกันแน่?” อัจฉริยะอีกคนเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
“เรื่องแค่นี้ยังต้องให้คิดอีกเหรอ?”
เซียวหรานเบ้ปาก น้ำเสียงแฝงความไม่แยแส
“ถ้าไม่ใช่พวกอัจฉริยะระดับสัตว์ประหลาดที่เก่งกาจซะจนโรงเรียนต้องยอมแหกกฎรับเข้ามา…ก็ต้องเป็นพวกที่มีเส้นสายระดับใหญ่คับฟ้าเท่านั้นแหละ!”
“หรือว่า…จะมีอัจฉริยะระดับสัตว์ประหลาดโผล่มาจากเมืองอื่นในมณฑลของเรา? เลยได้รับข้อยกเว้นให้เข้ามา?” เด็กสาวที่มัดผมหางม้าลองคาดเดา
“อัจฉริยะระดับสัตว์ประหลาด? จากเมืองอื่นเนี่ยนะ? เหอะ!”
เซียวหรานแค่นเสียงหัวเราะ แววตาเผยให้เห็นถึงความรู้สึกเหนือกว่าอย่างไม่ปิดบัง
“จะเป็นไปได้ยังไง? พวกเจ้าคิดว่าในมณฑลซุยหมิงของเราเนี่ย นอกจากเมืองตูหนานแล้ว ยังจะมีเมืองไหนสร้างอัจฉริยะขึ้นมาได้อีกงั้นเหรอ?”
ทันทีที่เขาพูดจบ ก็มีคนผสมโรงสนับสนุนทันที
“ก็จริงนะ เมืองเล็กๆพวกนั้น แค่ค่ายกลรวบรวมพลังระดับขั้นพื้นฐานยังไม่มีเลย พลังวิญญาณก็เบาบางจนน่าสงสาร แถมยังยากจนข้นแค้น จะไปมีทรัพยากรบ้าบออะไร?
“เกิดในที่แบบนั้น ต่อให้มีพรสวรรค์ดีแค่ไหนก็กลายเป็นเศษขยะอยู่ดี!”
“พูดกันตามตรง จุดเปลี่ยนของชีวิตคนเราน่ะ มันวัดกันตั้งแต่อยู่ในน้ำคร่ำแล้ว บางคนก็เกิดมาอยู่บนเส้นชัยเลยด้วยซ้ำ!”
แม้คำพูดเหล่านี้จะฟังดูแทงใจดำ แต่มันก็เป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้
ในบรรดาแปดคนที่อยู่ที่นี่ ยกเว้นเพียงคนเดียว อีกเจ็ดคนที่เหลือล้วนเกิดในตระกูลผู้ลากมากดีของเมืองตูหนาน ทรัพยากรที่พวกเขาได้รับมาตั้งแต่เด็กนั้น เป็นสิ่งที่คนต่างถิ่นไม่อาจแม้แต่จะจินตนาการถึง
ทว่าในตอนนั้นเอง...
อัจฉริยะคนหนึ่งที่กำลังไถโทรศัพท์ดูเว็บบอร์ดของโรงเรียน ก็ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
“เชี่ยเอ๊ย! พวกเจ้ารีบดูนี่เร็ว! มีคนขุดประวัติของเด็กใหม่คนนั้นมาแฉแล้ว!”
พริบตาเดียว สายตาทุกคู่ก็พุ่งความสนใจไปที่เขาทันที
บนหน้าเว็บบอร์ด มีกระทู้ไม่ระบุชื่อผู้ตั้งกระทู้หนึ่งกำลังถูกดันขึ้นเป็นกระทู้ยอดฮิตอย่างรวดเร็ว
[แฉยับ! เส้นสายของเด็กร่มชูชีพที่ได้เข้าห้องมังกรซ่อน! ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน?!]
เนื้อหาในกระทู้นั้นดุเดือดเผ็ดมันเป็นอย่างมาก ผู้เขียนใช้ถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและไม่ได้รับความเป็นธรรม เพื่อกล่าวหาถึงความอยุติธรรมของโรงเรียน
กระทู้นั้นระบุว่า นักเรียนใหม่ที่ใช้เส้นสายเข้ามาคนนี้มีชื่อว่า 'กู่เยว่ซี' มาจากเมืองเล็กๆ ห่างไกลความเจริญที่ชื่อว่า "เจียงเฉิง"!
พลังยุทธของนาง...อยู่แค่ระดับหนึ่งขั้นกลางเท่านั้น!
ยิ่งไปกว่านั้น นางยังเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูร และสัตว์อสูรในพันธสัญญาของนางก็คือ…ยุงลาย!
ในตอนท้ายของกระทู้ยังแฉอย่างมั่นอกมั่นใจว่า แท้จริงแล้ว กู่เยว่ซีคนนี้ เป็นลูกนอกสมรสของตระกูลใหญ่ระดับท็อปในเมืองหลวงที่ตกกระไดพลอยโจนไปอยู่ข้างนอก!
เพิ่งจะถูกรับตัวกลับเข้าตระกูลเมื่อไม่นานมานี้ และการที่ได้กระโดดร่มลงมาเรียนในห้องมังกรซ่อน ก็เป็นเพราะทางตระกูลใช้เส้นสายระดับพระกาฬ บีบบังคับให้ทางโรงเรียนจัดการให้ทั้งนั้น!
ความเงียบ...
เข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องฝึกซ้อมจนบรรยากาศเย็นเยียบ
เหล่ายอดอัจฉริยะทั้งแปดคนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
“ซี๊ดดด…กระทู้มืดแบบนี้ มันจะเชื่อถือได้สักแค่ไหนเชียว?”
ฉู่อีหรานเป็นคนแรกที่ดึงสติกลับมาได้ นางขมวดคิ้วพลางเอ่ย
“เจียงเฉิง ระดับหนึ่งขั้นกลาง ยุงลาย…ข้อมูลพวกนี้มันจะหลุดโลกเกินไปหน่อยมั้ง บางทีอาจจะมีคนจงใจปั่นกระแสเล่นๆ ก็ได้!”
“ปั่นกระแสงั้นเหรอ?”
เซียวหรานเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมา
“เดี๋ยวเช็กดูก็รู้แล้ว? ข้าจะให้คนของตระกูลใช้สิทธิ์พิเศษเจาะเข้าไปดูระบบทะเบียนนักเรียนของทางเจียงเฉิงซะ นาทีเดียวก็รู้เรื่อง!”
ภายในห้องฝึกซ้อมไม่มีใครพูดอะไรออกมา ต่างพากันรอคอยข่าวจากเซียวหราน
ไม่ถึงสามสิบวินาที โทรศัพท์ของเซียวหรานก็ดัง 'ติ๊ด' พร้อมกับได้รับไฟล์เอกสารฉบับหนึ่ง
เขากดเข้าไปดู ทว่าวินาทีต่อมา สีหน้าของเขาก็แข็งค้างไปในทันที ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกเหลือเชื่อและตลกขบขันอย่างสุดขีด
“เชี่ยเอ๊ย…เรื่องจริงว่ะ!” เซียวหรานอดไม่ได้ที่จะสบถออกมา
“โรงเรียนมัธยมเจียงเฉิง, กู่เยว่ซี! ประเมินพลังลมปราณ: ระดับหนึ่งขั้นกลาง! สัตว์อสูรในพันธสัญญา: ยุงลาย…โคตรบ้า! ข้อมูลตรงเป๊ะทุกตัวอักษร!”
คราวนี้ไม่มีใครสงสัยอีกต่อไป
ความจริง…กลับฟังดูหลุดโลกยิ่งกว่าข่าวลือเสียอีก!
“สุดยอดไปเลย!”
เซียวหรานเบิกตากว้างด้วยความมึนงง พลางเอ่ยอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“พลังระดับหนึ่งขั้นกลาง? แถมยังทำพันธสัญญากับยุงลายเนี่ยนะ? สมองนางมีปัญหาหรือเปล่า? นั่นมันยุงที่ขยะที่สุดเลยไม่ใช่รึไง? นับว่าเป็นสัตว์อสูรไม่ได้ด้วยซ้ำ!”
“เจียงเฉิง? มันคือที่ไหนกัน?” ฉู่อีหรานขมวดคิ้ว พลางกดค้นหาในโทรศัพท์
วินาทีต่อมา สีหน้าของนางก็แปลกประหลาดไป
“เมืองระดับอำเภอเล็กๆ ที่นับเป็นเมืองระดับสามยังไม่ได้ด้วยซ้ำ? เป็นเมืองรั้งท้ายของทั้งมณฑลซุยหมิงเลยเหรอ? มิน่าล่ะฝีมือถึงได้อ่อนหัดขนาดนี้...”
“สรุปแล้ว ที่แท้ก็เป็นเด็กเส้นแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มเลยสินะ?”
สีหน้าของทุกคนในห้องเริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางที่แตกต่างกัน
มีทั้งดูถูกเหยียดหยาม นึกสนุก และครุ่นคิด
ตอนแรกนึกว่าจะมีคู่แข่งที่แข็งแกร่งโผล่มา ที่ไหนได้ ดันเป็นแค่เศษขยะ
แต่ทว่าขยะชิ้นนี้ กลับแบกเอาภูมิหลังระดับบิ๊กบอสติดตัวมาด้วย...
ยัยเด็กบ้านนอกที่พึ่งพาสกิลการเกิดมาดีงั้นเหรอ?
“น่าเบื่อชะมัด” เซียวหรานเบ้ปากอย่างหมดความสนใจ
แม้ในใจจะแอบหวั่นเกรงภูมิหลังนั่นอยู่บ้าง แต่เขากลับไม่มีความสนใจในตัวของกู่เยว่ซีเลยแม้แต่น้อย
คนอื่นๆก็รู้สึกหมดสนุกเช่นกัน คนที่ใช้เส้นสายเข้ามา ไม่คู่ควรให้พวกเขาเสียเวลาด้วยเลยสักนิด
“เฮ้ย เซียวหราน อย่าเพิ่งรีบเมินสิ” เด็กหนุ่มสวมแว่นตากรอบทอง ท่าทางดูสุภาพเรียบร้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ ฉู่อีหรานเอ่ยขึ้น
ดวงตาของเขาเป็นประกายเจ้าเล่ห์
“ถึงตัวยัยนั่นจะเป็นขยะก็เถอะ แต่ในกระทู้ก็บอกไว้นี่ ว่านางเป็นถึงลูกนอกสมรสของตระกูลใหญ่ระดับท็อปในเมืองหลวง!
“เส้นสายระดับนี้ ต่อให้เราแค่ไปทำความรู้จักไว้เผื่อพึ่งพาในอนาคต มันก็เป็นประโยชน์ต่อการเติบโตของเรามากเลยนะ!”
คำพูดนี้ทำให้หลายคนหยุดชะงัก และรู้สึกว่ามันก็มีเหตุผล
แม้พวกเขาจะมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดา แต่ต่อให้เป็นตระกูลเซียวซึ่งเป็นตระกูลระดับท็อปของตูหนานที่หนุนหลังเซียวหรานอยู่ ก็ยังห่างชั้นกับตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงชนิดที่เทียบไม่ติด
เพราะที่นั่นมันคือศูนย์กลางอำนาจของประเทศ...
ทว่าในตอนนั้นเอง
เด็กหนุ่มที่นั่งเงียบมาตั้งแต่ต้นตรงมุมห้อง ก็ลุกพรวดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เด็กหนุ่มคนนี้มีรูปร่างค่อนข้างผอมบาง หน้าตาธรรมดา แต่แววตากลับเด็ดเดี่ยวอย่างประหลาด เขาสวมชุดนักเรียนเก่าๆที่ซักจนซีดจาง
ซึ่งเขาดูขัดหูขัดตากับพวกลูกคุณหนูที่แต่งตัวดูดีมีชาติตระกูลรอบๆ ตัวอย่างสิ้นเชิง
เขาชื่อ ฉินเจิง เป็นพวกแกะดำเพียงคนเดียวในห้องมังกรซ่อน และเป็นเพียงคนเดียวที่มาจากครอบครัวมนุษย์เงินเดือนธรรมดาๆ
ในเวลานี้ กำปั้นของเขากำแน่นจนข้อขาวซีด ร่างกายถึงกับสั่นเทิ้มเล็กน้อย
“นี่มัน…เกินไปแล้ว!”
เสียงของฉินเจิงแหบพร่า แต่แฝงไปด้วยความโกรธแค้นที่ไม่อาจสะกดกลั้น
“นี่มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด! ทำไมกัน?! ทำไมเด็กเส้นอย่างยัยนั่นถึงได้เข้ามาอยู่ในห้องมังกรซ่อนของเราได้หน้าตาเฉย?!”
ทุกคนหันไปมองเขาด้วยสายตาที่แตกต่างกันไป แต่ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรนัก
พวกเขาต่างก็รู้เรื่องราวชีวิตของฉินเจิงดี
หมอนี่คือคนจริงที่เด็ดเดี่ยว เป็นคนบ้าที่อาศัยความพยายามแทบตายบวกกับพรสวรรค์ เพื่อตะเกียกตะกายปีนป่ายขึ้นมาจากจุดต่ำสุดของสังคมอย่างแท้จริง
……..