เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 70 : หวังลี่และหลิวเฟิงมาถึงโรงเรียน

บทที่ 70 : หวังลี่และหลิวเฟิงมาถึงโรงเรียน

บทที่ 70 : หวังลี่และหลิวเฟิงมาถึงโรงเรียน


บทที่ 70 : หวังลี่และหลิวเฟิงมาถึงโรงเรียน

ฉู่เซิงบ่นกระปอดกระแปดอยู่ในใจอย่างบ้าคลั่ง

แต่พอลองมาคิดดูดีๆ แล้ว…ที่ระบบพูดมามันก็มีเหตุผลอยู่เหมือนกันแฮะ

เฮ้อ ช่างมันเถอะ

ถึงคำพูดมันจะแทงใจดำไปหน่อย แต่อย่างน้อยเขาก็มีช่องทางหาแต้มวิวัฒนาการเพิ่มมาอีกตั้งสามช่องทาง

สมุนไพรวิญญาณ, ฆ่าข้ามเลเวล, และเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งจากจักรพรรดินี

ดูเหมือนว่าชีวิตจะเริ่มมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แล้วแฮะ!

แต่จะว่าไป...

ฉู่เซิงอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองกู่เยว่ซีด้วยสายตาตัดพ้อ

นี่เจ๊? พวกเราร่วมเป็นร่วมตายกันมาตั้งหลายรอบแล้วนะ! แต่ค่าความไว้วางใจที่นางมีให้ข้า เพิ่งจะผ่านเส้นยาแดงหกสิบแต้มมานิดเดียวเนี่ยนะ?

แบบนี้มันใจจืดใจดำเกินไปหน่อยไหมฮะ?!

ทางด้านกู่เยว่ซีที่กำลังหลับตาทำสมาธิอยู่นั้น

นางสัมผัสได้อย่างชัดเจนเลยว่า ทันทีที่ฉู่เซิงวิวัฒนาการเสร็จ พลังงานอันบริสุทธิ์และมหาศาลยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว ก็ถูกส่งผ่านมาทางพันธสัญญาสายเลือด เข้าสู่ร่างกายของนางอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย!

นี่คือพลังโลหิตหนึ่งในสิบส่วน ที่ได้รับเป็นผลตอบแทนจากสัตว์อสูร

แม้ว่าค่าพลังโลหิตของเจ้ายุงตัวนี้ จะไม่ได้เพิ่มขึ้นตามการวิวัฒนาการ

แต่กู่เยว่ซีก็รู้สึกได้ว่า คุณภาพของพลังโลหิตที่ถูกส่งผ่านมานั้น บริสุทธิ์กว่าเดิมไม่รู้ตั้งกี่เท่า!

ดูเหมือนว่า…ระดับสายเลือดของมันจะเลื่อนขั้นอีกแล้วสินะ...

หากเปรียบเทียบว่า ก่อนหน้านี้คุณภาพพลังโลหิตของมัน เทียบเท่ากับจอมยุทธ์ที่ฝึกฝนเคล็ดวิชาระดับเหลือง ตอนนี้มันก็คงเทียบเท่ากับพลังโลหิตที่ได้จากการฝึกฝนเคล็ดวิชาระดับลึกลับขั้นกลางเป็นอย่างน้อย!

ในระดับขั้นเดียวกัน ยิ่งคุณภาพของพลังโลหิตสูงเท่าไหร่ พลังรบก็จะยิ่งสูงตามไปด้วย

กู่เยว่ซีแอบดีใจอยู่ลึกๆ หากเจ้ายุงตัวนี้สามารถวิวัฒนาการแบบไร้ขีดจำกัดได้เรื่อยๆ จริงๆ ล่ะก็...

ในอนาคต หากมันวิวัฒนาการไปจนถึงสายเลือดระดับจักรพรรดิ…ผลตอบแทนที่นางจะได้รับจากมัน คงจะไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ามังกรที่นางเคยทำสัญญาร่วมด้วยในชาติก่อนเลยกระมัง?

ช่างเป็น…พันธมิตรที่แข็งแกร่งซะจริงๆ!

กู่เยว่ซีเองก็จำใจต้องยอมรับว่า นางเริ่มจะรู้สึกชอบเจ้ายุงตัวนี้ขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ

มันมีคุณสมบัติมากพอที่จะมาเป็นคู่หูที่แท้จริงของนางแล้ว!

ทว่าในตอนนั้นเอง จู่ๆ นางก็สัมผัสได้ถึงกระแสความรู้สึกบางอย่างที่ส่งผ่านมาทางสายสัมพันธ์แห่งเลือด มันรุนแรงและชัดเจนมาก ราวกับเป็น…ความตัดพ้อ?

กู่เยว่ซี: "?"

…หืม?

มันน้อยใจเรื่องอะไรของมันอีกล่ะเนี่ย?

กู่เยว่ซีหันไปมองยุงมารเพลิงนรกที่กำลังบินโฉบไปมากลางอากาศด้วยความงุนงง คิดยังไงก็คิดไม่ออก

เจ้านี่เพิ่งจะวิวัฒนาการเสร็จ พลังพุ่งปรี๊ดขนาดนี้ ก็น่าจะดีใจสิ? ทำไมจู่ๆ ถึงซึมเป็นหมาหงอยไปได้ล่ะ?

หลังจากด่าทอความไร้เยื่อใยของจักรพรรดินีในใจจนพอใจแล้ว อารมณ์ของฉู่เซิงก็ค่อยๆ สงบลง

แม้จะโดนระบบเอามีดแทงใจดำรัวๆ แต่อย่างน้อยเขาก็ได้รู้ช่องทางหาแต้มวิวัฒนาการเพิ่มมาอีกสามทาง อนาคตข้างหน้าก็มีทางเลือกมากขึ้น ชีวิตมีหวังมากขึ้น

ก็ดี…ถือว่ารับได้...

และจากการอ่านใจกู่เยว่ซี ฉู่เซิงก็ได้รับรู้ข่าวสารที่ว่าพรุ่งนี้พวกเขาจะออกเดินทางไปยังเมืองตูหนาน

เมืองตูหนานงั้นเหรอ...

เมืองหลวงของมณฑลซุ่ยหมิง ว่ากันว่าเป็นมหานครระดับซูเปอร์ที่สูบกินทรัพยากรทั้งหมดของมณฑลไปจนเกลี้ยง เป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ติดอันดับท็อปเท็นของต้าเซี่ยเลยทีเดียว

ที่นั่น จะต้องมีอัจฉริยะและผู้แข็งแกร่งเดินกันให้ขวักไขว่แน่ๆ!

แถมพวกสัตว์อสูรทรงพลัง หรือสายเลือดหายาก ก็คงจะมีให้เพียบ ไม่เหมือนเมืองกระจอกๆ อย่างเจียงเฉิงนี่หรอก!

ถึงตอนนั้นล่ะก็...

ท่านยุงปู่จะสูบ สูบ สูบ สูบให้เหี้ยนเลยคอยดู!!!

...

ในขณะเดียวกัน

ที่บริเวณหน้าประตูโรงเรียนมัธยมปลายวิญญาณยุทธเจียงเฉิง

ร่างสองร่างที่ดูเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง ก้าวลงมาจากรถแท็กซี่คันหนึ่ง พวกเขาก็คือหวังลี่และหลิวเฟิง ที่เดินทางมาจากโรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งแห่งตูหนานนั่นเอง

"ถึงสักที เมืองกันดารแบบนี้ แม้แต่รถบริการดีๆยังเรียกไม่ได้เลย ให้ตายเถอะ"

ตลอดทางที่นั่งรถมา หวังลี่เอาแต่บ่นกระปอดกระแปดไม่หยุดปาก

ในขณะนี้ นางตวัดสายตามองสภาพประตูโรงเรียนที่ดูทรุดโทรม คิ้วของนางก็ยิ่งขมวดเข้าหากันแน่นขึ้นไปอีก

"ดูสิ! นี่มันยุคไหนสมัยไหนกันแล้ว โรงเรียนมัธยมปลายประจำเมืองแท้ๆ แต่สภาพเหมือนโรงเรียนวัดในชนบทไม่มีผิด!"

"ข้าล่ะไม่เข้าใจจริงๆ ว่าพวกผู้บริหารโรงเรียนของเราอนุมัติคำร้องขอย้ายโรงเรียนจากที่แบบนี้มาได้ยังไง? นี่มันเป็นการลดมาตรฐานของโรงเรียนอันดับหนึ่งแห่งตูหนานของเราชัดๆ!"

บนใบหน้าของหลิวเฟิงฉายแววเหนื่อยล้า เขาคลึงหัวคิ้วเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเตือน

"อาจารย์หวังครับ เพลาๆลงหน่อยเถอะ ไหนๆ พวกเราก็มาถึงแล้ว เลิกบ่นได้แล้วครับ รีบไปหาตัวนักเรียนคนนั้น แล้วพานางกลับไปตูหนาน ภารกิจของพวกเราจะได้จบๆ ไปสักที!"

"หึ! แน่นอนอยู่แล้ว เดี๋ยวพอเจอหน้านักเรียนคนนั้น ข้าจะต้องสั่งสอนให้รู้สำนึกเลย! จะได้เลิกฝันกลางวันสักที!" หวังลี่เบ้ปาก

"จะปล่อยให้มีค่านิยมแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด! ไม่งั้นต่อไปใครหน้าไหนก็แห่กันมาขอโอนย้ายกันหมด แล้วพวกเราจะทำงานกันยังไงไหว?"

หลิวเฟิงฟังแล้วก็ขมวดคิ้ว รู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก

การยื่นคำร้องเป็นสิทธิ์ของเขา ส่วนจะผ่านเกณฑ์หรือไม่ มันเป็นหน้าที่การตัดสินใจของทางโรงเรียน

คุณเป็นแค่อาจารย์คุมสอบ จะมาทำตัวเบ่งอำนาจบาตรใหญ่ไปเพื่ออะไร?

แต่เขาก็รู้ฤทธิ์เดชของหวังลี่ดี จึงขี้เกียจจะต่อปากต่อคำด้วย ทำเพียงแค่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะติดต่อไปยังผู้บริหารของโรงเรียน

แต่พอกดโทรออกไปตั้งหลายสาย กลับไม่มีใครรับสายเลย แถมสัญญาณยังขึ้นว่าติดต่อไม่ได้อีกต่างหาก

"แปลกแฮะ ทำไมโทรไม่ติดเลย? หรือว่าที่นี่สัญญาณไม่ดี?" หลิวเฟิงพึมพำด้วยความสงสัย

"ห๊ะ?"

หวังลี่ทำหน้าประหลาดใจ ราวกับไม่อยากจะเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้จะล้าหลังได้ถึงขนาดนี้

"เอาจริงดิ? ที่นี่กันดารขนาดสร้างเสาสัญญาณดีๆ สักต้นยังไม่ได้เลยเหรอ?"

ในตอนนั้นเอง ก็มีร่างของใครบางคนเดินจ้ำอ้าวมาจากทางไกล

ผู้มาเยือนสวมชุดคลุมสีขาว ท่าทางภูมิฐาน แต่หว่างคิ้วกลับแฝงไปด้วยรัศมีแห่งอำนาจที่ทำให้ผู้คนต้องยำเกรง

หวังลี่หันไปมองโดยสัญชาตญาณ แล้วนางก็ถึงกับอึ้งไปเลย วินาทีต่อมา บนใบหน้าของนางก็ปรากฏรอยยิ้มกว้างด้วยความดีใจและตื่นเต้นสุดขีด!

"ทะ…ท่านรองประธานหวัง?!"

นางไม่เคยคาดคิดเลยว่า ตัวเองจะได้มีโอกาสพบกับไอดอลตัวเป็นๆที่นี่!

รองประธานสมาคมผู้ใช้พลังจิตแห่งมณฑล ผู้แข็งแกร่งระดับเจ็ด หวังจิ่งหมิง!

นางเคยได้เห็นความสง่างามของท่านประธานตามงานประชุมใหญ่ๆ หรือในข่าวทีวีมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ใบหน้านั้น ท่วงท่าแบบนั้น นางไม่มีทางจำผิดคนแน่นอน!

เขา…เขายังไม่กลับไปอีกเหรอเนี่ย?!

หัวใจของหวังลี่เต้นรัวราวกับตีกลอง

ท่ามกลางความตื่นเต้นดีใจ นางก็ตระหนักได้ถึงบางสิ่งบางอย่างทันที…นี่มันเป็นโอกาสทองที่หาได้ยากยิ่งเลยนะเนี่ย!

นางต้องใช้โอกาสนี้ทำผลงานต่อหน้าไอดอลให้ดีที่สุด เพื่อสร้างความประทับใจให้จงได้!

ใครจะไปรู้ล่ะ…เผื่อว่าถ้านางเกิดเตะตาท่านรองประธานหวังขึ้นมา แล้วเขาอนุญาตให้นางเข้าร่วมสมาคมผู้ใช้พลังจิตแห่งมณฑลเป็นกรณีพิเศษล่ะ?!

นั่นมันคือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้ใช้พลังจิตทั่วทั้งมณฑลซุ่ยหมิงต่างก็ใฝ่ฝันอยากจะเข้าไปเหยียบเลยนะ!

ถ้าได้เข้าไปล่ะก็ ถือว่าก้าวขึ้นสวรรค์ในพริบตาเลย!

"หืม?" หวังจิ่งหมิงเองก็มีสีหน้าประหลาดใจเช่นกัน

เดิมทีเขาตั้งใจจะมาจัดการเรื่องของอาจารย์สองคนนี้อยู่แล้ว ไม่คิดว่าจะมาบังเอิญเจอกันตั้งแต่หน้าประตูเลย

เขายังไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไร ก็เห็นอาจารย์สาววัยรุ่นคนนั้นวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาเขาด้วยความตื่นเต้นดีใจซะแล้ว

"สวัสดีค่ะท่านรองประธานหวัง! ข้าชื่อหวังลี่ เป็นอาจารย์จากโรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งแห่งตูหนาน และยังเป็นผู้ใช้พลังจิตระดับสามด้วยค่ะ! ข้า…ข้าชื่นชมท่านมานานแล้วค่ะ!" หวังลี่พูดรัวเร็วด้วยความตื่นเต้นจนเสียงสั่น

หวังจิ่งหมิงพยักหน้ารับแกนๆ ถือว่าเป็นการทักทายตอบ น้ำเสียงของเขาเจือแววหงุดหงิดนิดๆ

"พวกเจ้าคืออาจารย์จากโรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งแห่งตูหนานที่ถูกส่งมาประเมินการโอนย้ายใช่ไหม?"

"เอ๊ะ? ท่านรู้ได้ยังไงคะ?" หวังลี่ตกใจมาก

บุคคลระดับบิ๊กเบิ้มอย่างท่านรองประธานหวัง ทำไมถึงล่วงรู้ตารางงานของคนธรรมดาอย่างนางได้ล่ะ?

"อ๋อ ข้าเดาเอาน่ะ" หวังจิ่งหมิงตอบปัดๆ

หวังลี่ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดแค่ว่าท่านคงสังเกตจากชุดฟอร์มของโรงเรียนที่นางใส่อยู่ จึงรีบพยักหน้ารับ

"ใช่ค่ะท่านรองประธานหวัง พวกเราเดินทางมาเพื่อจัดการเรื่องคำร้องขอย้ายโรงเรียนของนักเรียนคนหนึ่งจริงๆ ค่ะ!"

พูดจบ นางก็แกล้งทำเป็นถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปั้นหน้าเหนื่อยล้าและอัดอั้นตันใจได้อย่างแนบเนียน ก่อนจะเริ่มสาธยายความยากลำบาก:

"ท่านประธานคะ ท่านไม่รู้หรอกค่ะ ว่าพวกเราต้องลำบากตากตรำแค่ไหนกว่าจะเดินทางมาถึงเมืองเจียงเฉิงนี่ได้! นั่งรถไฟความเร็วสูงมาตั้งวันเต็มๆ พอลงสถานีก็เรียกรถบริการไม่ได้เลย ต้องทนเบียดเสียดมากับแท็กซี่โทรมๆ นั่งกระบักกระบอมมาตลอดทางกว่าจะถึงที่นี่!"

หวังจิ่งหมิง: "?"

เดี๋ยวสิ ใครถามหล่อนกัน?

ประสาทปะเนี่ย?

หล่อนจะเหนื่อยยากลำบากอะไร มันไปเกี่ยวอะไรกับข้าฟะ?

หลิวเฟิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็หนังตากระตุกยิกๆ รู้สึกอับอายขายขี้หน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนี

เจ๊ครับ พวกเรานั่งรถไฟชั้นเฟิร์สคลาสมานะครับ แล้วแท็กซี่มันก็สะอาดสะอ้านดีออก…เจ๊จะเล่นใหญ่ไปไหนเนี่ย?

หวังลี่ไม่ได้สังเกตเห็นปฏิกิริยาของทั้งสองคนเลยแม้แต่น้อย นางยังคง 'พรีเซนต์ตัวเอง' ต่อไปอย่างเมามัน

จู่ๆ นางก็เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจังและเด็ดเดี่ยว

"แต่ทว่า! ถึงแม้การเดินทางจะยากลำบาก และสภาพแวดล้อมจะกันดารแค่ไหน แต่ในฐานะของแม่พิมพ์ของชาติที่น่าภาคภูมิใจ ต่อให้ต้องเหนื่อยยากกว่านี้ พวกเราก็สามารถฟันฝ่ามันไปได้ค่ะ!"

นางยืดอกขึ้น ทำท่าทางขึงขังราวกับกำลังทำภารกิจกู่ชาติ:

"ด้วยเหตุนี้แหละค่ะ พวกเราถึงยอมดั้นด้นเดินทางมาไกลเป็นพันๆ ลี้ เพื่อมาทำการประเมินนักเรียนที่ยื่นเรื่องขอย้ายโรงเรียนคนนั้นด้วยตัวเอง เพื่อรักษามาตรฐานการรับนักเรียนของโรงเรียนเรา ให้มีความยุติธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน!"

หวังจิ่งหมิง: "..."

หลิวเฟิง: "..."

เขาหมดคำจะพูดแล้วจริงๆ ได้แต่หันหน้าหนีไปทางอื่น นิ้วเท้าจิกพื้นจนแทบจะทะลุรองเท้าด้วยความอับอาย

การต้องมาร่วมงานกับคนบ้าบอแบบนี้ มันคือเวรกรรมแท้ๆ...

แต่หวังลี่กลับยิ่งพูดยิ่งอิน นางรู้สึกว่าตัวเองแสดงบทบาทได้อย่างไร้ที่ติ

จู่ๆ นางก็ตบหน้าขาตัวเองดังฉาด

"ท่านรองประธานหวัง พอพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ข้าล่ะของขึ้นจริงๆเลยค่ะ! ที่พวกเราต้องถ่อมาถึงที่นี่ ก็เพราะยัยเด็กนักเรียนที่ชื่อกู่เยว่ซีนั่นแหละ!

“การที่หล่อนมายื่นเรื่องขอย้ายไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งแห่งตูหนานของเรา มันคือเรื่องไร้สาระสิ้นดี!”

………

จบบทที่ บทที่ 70 : หวังลี่และหลิวเฟิงมาถึงโรงเรียน

คัดลอกลิงก์แล้ว