- หน้าแรก
- หลังจากที่ผมจุติมาเป็นคุณชายปลอม ผมก็โด่งดังขึ้นมา
- บทที่ 12 มือที่ไร้โชคกับการรวมกลุ่มของเหล่าคนนอกสายตา
บทที่ 12 มือที่ไร้โชคกับการรวมกลุ่มของเหล่าคนนอกสายตา
บทที่ 12 มือที่ไร้โชคกับการรวมกลุ่มของเหล่าคนนอกสายตา
บทที่ 12 มือที่ไร้โชคกับการรวมกลุ่มของเหล่าคนนอกสายตา
หลังจากโปรดิวเซอร์ประกาศกฎกติกาเสร็จสิ้น เขาก็ได้รวบรวมเหล่าเด็กฝึกทุกคนมาอยู่รวมกันในทันที พร้อมกับเชิญเหล่าเมนเทอร์ขึ้นมาบนเวที
เหล่าเด็กฝึกยืนอยู่ด้านหลังเมนเทอร์ของตนเองตามการแบ่งทีม
เมื่อทุกคนเข้าประจำที่ หน้าจอขนาดใหญ่ก็เริ่มเล่นมิวสิกวิดีโอ
ทีมงานฝ่ายผลิตได้เปิดเพลงทั้งหมดสี่เพลง ซึ่งเป็นเพลงที่เหล่าเด็กฝึกจะต้องใช้แสดงในการขึ้นโชว์ต่อหน้าสาธารณชนเป็นครั้งแรก
หัวข้อสำหรับการประเมินในครั้งนี้คือการร้องและการเต้น ดังนั้นแม้ว่าทั้งสี่เพลงจะมีแนวเพลงที่แตกต่างกัน แต่ทุกเพลงล้วนต้องการทักษะการร้องไปพร้อมกับการเต้น
หลังจากรับชมวิดีโอจบ เด็กฝึกจากกลุ่มอื่นเริ่มปรึกษาหารือกับเพื่อนร่วมทีมแล้วว่าการเต้นแบบไหนที่เหมาะกับกลุ่มของตน และกำลังพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่าจะเลือกเพลงใดสำหรับการแสดง
อย่างไรก็ตาม เหล่าเด็กฝึกในกลุ่มของหลินยานหรันกลับได้แต่เพียงมองหน้ากันไปมา เนื่องจากไม่มีใครอยากเป็นคนเริ่มออกความคิดเห็น
นั่นเป็นเพราะนอกจากเซี่ยซิงซิงแล้ว เด็กฝึกที่เหลืออีกสิบสี่คนในกลุ่มล้วนเป็นคนที่ถูกบังคับให้มารวมตัวกันหลังจากถูกคัดออกจากกลุ่มอื่น
แม้ว่าพวกเขาจะมีทั้งสายร้อง สายเต้น และสายแร็ป แต่ทุกคนต่างก็มีความเชี่ยวชาญเพียงด้านเดียวเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น สไตล์ของคนทั้งกลุ่มยังดูไม่เข้าพวกและขาดความสามัคคี ดูเหมือนจะไม่มีเพลงไหนเลยที่เหมาะสมกับพวกเขา
หลังจากดูวิดีโอจบ ทีมงานรายการได้นำกล่องสุ่มสี่ใบมาวางไว้กลางเวทีทันที โดยแจ้งว่าแต่ละกลุ่มต้องส่งตัวแทนหนึ่งคนขึ้นมาเพื่อจับสลากจากกล่องสุ่ม
หากสองทีมจับได้สีเดียวกัน พวกเขาจะต้องทำการประชันฝีมือกันสดๆ บนเวทีในการแสดงต่อหน้าสาธารณชน
ไม่มีใครกล้าบุ่มบ่ามลองเสี่ยง เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับโชคชะตาของทีม
ท้ายที่สุดแล้ว หากพวกเขาโชคร้ายและจับไปโดนทีมที่มีความสามารถโดดเด่นเป็นพิเศษ นั่นจะไม่เท่ากับเป็นการหยิบยื่นความตายให้ตัวเองหรอกหรือ
แต่ทว่า ไม่ว่าพวกเขาจะไม่อยากจับสลากเพียงใด อย่างไรเสียก็ต้องมีคนออกไป
หลังจากหารือกันเองในกลุ่ม แต่ละกลุ่มก็ได้ส่งตัวแทนออกมา
กลุ่มของเผยลั่วส่งสวนอี้หาน ส่วนกลุ่มของหลินยานหรันส่งเกาอวี่ออกมา
เมื่อสิ้นคำสั่งของโปรดิวเซอร์ ตัวแทนเด็กฝึกทั้งสี่คนก็รีบวิ่งไปยังกล่องสุ่มที่ตนเองเล็งไว้
เกาอวี่วิ่งเร็วที่สุดและไปถึงเป็นคนแรก
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งต่อหน้ากล่องสุ่มทั้งสี่ใบ ก่อนจะหันไปมองเพื่อนร่วมทีม
"จับอันกลางเลย อันกลาง!"
เมื่อได้ยินเสียงของทุกคน เกาอวี่จึงเอื้อมมือไปยังกล่องสุ่มใบกลางโดยตรง
ใครจะรู้ว่าตัวแทนจากกลุ่มของถังถังจะรวดเร็วขนาดนั้น พวกเขาแย่งชิงกล่องใบกลางไปทันทีที่มาถึงจุดหมาย
ใครบางคนจากกลุ่มของหานเจ๋อก็เดินเข้ามาและหยิบไปอีกใบหนึ่ง
เกาอวี่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องคว้ากล่องที่เหลือจากสองใบสุดท้ายขึ้นมาแบบสุ่ม
จากนั้นเขาจึงเปิดกล่องสุ่มในมือและพบว่าตนเองจับได้ลูกบอลสีแดงลูกเล็ก
ในขณะเดียวกัน สวนอี้หานที่อยู่ข้างๆ เขาก็เปิดกล่องสุ่มของตนเองเช่นกัน
ทันทีที่เขาเห็นสีของลูกบอล ดวงตาของสวนอี้หานก็เป็นประกาย
เขาค่อยๆ หยิบลูกบอลออกมาและโบกมันไปมาให้เพื่อนร่วมทีมดูราวกับเป็นการโอ้อวด
เมื่อเห็นสีของลูกบอล เหล่าเด็กฝึกจากกลุ่มของเผยลั่วก็ส่งเสียงเชียร์ออกมาอย่างกึกก้องด้วยความประหลาดใจ
"ว้าว สีแดง!!!!!"
"หานหานสุดยอดไปเลย!"
"นี่มันคือโชคระดับเทพในตำนานชัดๆ!!"
เมื่อได้ยินเสียงเชียร์จากกลุ่มของเผยลั่ว เกาอวี่ก็กุมศีรษะแล้วย่อตัวลงด้วยความรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง
จากคนทั้งหมด ทำไมเขาต้องจับมาเจอกับทีมที่แข็งแกร่งที่สุดด้วย
กลุ่มของเผยลั่วเป็นที่รู้จักกันในนาม "ครึ่งหนึ่งของดินแดน" แห่งคลาสเอ ประกอบไปด้วยตัวท็อปจากคลาสเอและคลาสบีเป็นส่วนใหญ่ ความสามารถของพวกเขานั้นไม่อาจปฏิเสธได้
ส่วนองค์ประกอบในกลุ่มของเขาเอง แม้จะมีเด็กฝึกบางคนที่มีฝีมือพอใช้ได้ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับอีกฝ่ายแล้ว ความแข็งแกร่งโดยรวมก็เหมือนกับการนำห้องคิงที่ถูกคัดสรรมาอย่างดีไปเปรียบเทียบกับห้องเรียนแบบผสมปนเปที่เอาแต่บอกให้ "พยายามต่อไป"
ความแตกต่างนั้นไม่ใช่เพียงแค่เล็กน้อยเลย
โชคร้ายอะไรขนาดนี้!
เกาอวี่เดินกลับไปยังทีมด้วยความหดหู่และก้มศีรษะขอโทษทุกคน
"ขอโทษนะ..."
เพื่อนร่วมทีมที่รู้สึกห่อเหี่ยวใจอย่างถึงที่สุดและแอบรู้สึกอยู่เงียบๆ ว่าพวกเขาต้องจากไปในตอนหน้าอย่างแน่นอน ต่างปลอบโยนเขาไปตามมารยาท "เรื่องที่ต้องพึ่งโชคมันช่วยไม่ได้หรอก"
หลินยานหรันไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแต่ตบไหล่เกาอวี่เบาๆ เพื่อเป็นสัญญาณให้กำลังใจ
แต่ทันทีที่มือของเขาแตะตัว เกาอวี่กลับเบี่ยงตัวหลบ
ในเมื่ออีกฝ่ายไม่เต็มใจรับความปรารถนาดี หลินยานหรันก็ไม่ได้บังคับ
หลังจากจับคู่คู่ต่อสู้เสร็จสิ้น ทีมงานรายการก็ยังคงหาเรื่องมาสร้างความปั่นป่วนต่อ
โปรดิวเซอร์ประกาศกับทุกคนผ่านโทรโข่งว่า เพลงสำหรับการแสดงของแต่ละกลุ่มก็จำเป็นต้องใช้การจับสลากเช่นกัน
จากการที่เพิ่งผ่านประสบการณ์การจับกล่องสุ่มมา การที่ต้องทำมันอีกครั้งทำให้เกิดความรู้สึกไม่แน่นอน ซึ่งส่งผลให้เด็กฝึกบนเวทีกลับมาตื่นเต้นกันอีกครั้งทันที
"ครั้งนี้ เพลงที่ใช้แสดงจะถูกจับสลากโดยเหล่าเมนเทอร์"
หลังจากพูดจบ ทีมงานโปรดิวเซอร์ก็ขานชื่อของหลินยานหรัน
"ยานหรัน คุณออกมาจับก่อนคนแรกเลย"
หลินยานหรันที่ถูกเรียกชื่อเดินไปข้างโปรดิวเซอร์และกวาดสายตามองกล่องสุ่มทั้งสี่ใบตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นเขามองไปยังกล่องสุ่ม โปรดิวเซอร์จึงถามเขาว่า "คิดไว้หรือยังว่าอยากจะจับใบไหน?"
หลินยานหรันยิ้มแล้วหันไปมองเด็กฝึกในกลุ่มของเขา "ถามสมาชิกในทีมของผมดีกว่าครับ"
กล้องแพนไปหาเหล่าเด็กฝึก ซึ่งต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ขอแค่ไม่ใช่เพลง 'Notme' เพลงอื่นอะไรก็ได้หมดครับ"
หลังจากเล่นเพลงทั้งสี่เพลงจบ 'Notme' เป็นเพลงที่ทุกคนต่างเห็นพ้องตรงกันว่าเป็นเพลงที่พวกเขาไม่อยากเลือกมากที่สุด
เพลงนี้ไม่เพียงแต่ร้องยาก แต่ท่าเต้นยังโหดหินมากอีกด้วย
และสิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดคือ สำหรับเพลงที่ทำได้ยากขนาดนี้ ภาพรวมของการนำเสนอผลงานบนเวทีกลับไม่ดึงดูดสายตาเท่ากับอีกสามเพลงที่เหลือ
มันเป็นงานที่ลงแรงไปอย่างเหนื่อยเปล่าโดยแท้จริง
ไม่มีใครอยากโชคร้ายพอที่จะจับได้เพลงนี้
"กลุ่มของคุณไม่อยากจับได้เพลง 'Notme' สินะ" โปรดิวเซอร์มองไปที่หลินยานหรัน "ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้คุณโชคดี"
หลินยานหรันพยักหน้า และในขณะที่เขากำลังจะจับสลาก เขาก็สังเกตเห็นเซี่ยซิงซิงที่อยู่ด้านหน้ากำลังพนมมืออธิษฐานอย่างประหม่า
ในขณะที่อธิษฐาน เขาก็พึมพำเบาๆ ว่า "ไอดอลครับ สู้ๆ นะ อย่าเลือกได้เพลง 'Notme' เลย"
ไม่ใช่แค่เซี่ยซิงซิง แต่เด็กฝึกคนอื่นๆ อีกหลายคนก็จดจ้องมาที่เขาด้วยสายตาแห่งความหวัง ราวกับว่าเขาเป็นความหวังเดียวของหมู่บ้าน
ก่อนที่จะออกมาจับสลาก หลินยานหรันไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นปัญหาใหญ่อะไร ในมุมมองของเขา เพลงเหล่านี้ก็ดูใกล้เคียงกันหมด
แต่ในตอนนี้ที่ทุกคนดูตื่นเต้นกันมาก และต่างก็รังเกียจเพลง 'Notme' ขนาดนี้...
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น... ก็ได้
หลินยานหรันชักมือที่กำลังจะจับกล่องสุ่มกลับ และยกมือขึ้นหาโปรดิวเซอร์
"ท่านโปรดิวเซอร์ครับ ผมขอไปล้างมือก่อนได้ไหม?"
โปรดิวเซอร์อึ้งไปครู่หนึ่งแล้วถามกลับว่า "ล้างมือทำไม?"
หลินยานหรันอธิบายด้วยใบหน้าจริงจัง "เพื่อล้างโชคร้ายออกไปครับ"
โปรดิวเซอร์: ... เหล่าเด็กฝึก: ???
ทีมงานที่กำลังถ่ายทำอยู่ใต้เวที: ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า
โปรดิวเซอร์ซึ่งในที่สุดก็เข้าใจความหมายของหลินยานหรันหลังจากได้ยินเสียงหัวเราะ ก็ปฏิเสธเสียงแข็ง "ไม่อนุญาต"
"ตกลงครับ"
หลินยานหรันตอบรับ แต่เขาก็ไม่ได้จับสลากในทันที เขากลับหยิบทิชชู่เปียกแบบซองที่พกติดตัวออกมาจากกระเป๋าแทน
โปรดิวเซอร์: ????
หลินยานหรันก้มหน้าลง แกะทิชชู่เปียกออกมา แล้วเช็ดมืออย่างตั้งอกตั้งใจและจริงจัง ก่อนจะหยิบกล่องสุ่มใบหนึ่งขึ้นมาเปิด
สมาชิกในกลุ่มของหลินยานหรัน เมื่อเห็นเมนเทอร์ของพวกเขาพยายามอย่างหนักเพื่อไม่ให้จับได้เพลง 'Notme' ก็อดไม่ได้ที่จะเกิดประกายแห่งความหวังขึ้นในใจ
กลุ่มของพวกเขาโชคร้ายมามากพอแล้วในวันนี้ คงจะไม่โชคร้ายซ้ำซ้อนจนต้องไปเจอเพลง 'Notme' หรอกใช่ไหม?
ทุกคนจึงต่างกลั้นหายใจเพื่อรอคอยคำตอบสุดท้าย
ความจริงพิสูจน์ให้เห็นเป็นอย่างอื่น เรื่องที่ว่าคนเราจะโชคร้ายยิ่งกว่าเดิมนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จริงๆ
ท้ายที่สุดแล้ว การไม่ล้างมือก็คือการไม่ล้างมือ การใช้ทิชชู่เปียกนั้นเปล่าประโยชน์
เมื่อมองไปที่ตัวอักษรตัวใหญ่คำว่า 'Notme' ในมือของหลินยานหรัน สมาชิกทั้งกลุ่มของหลินยานหรันต่างพากันสิ้นหวังจนเหลือเพียงคำพูดเดียวในใจ
เอาเถอะ... พวกเราจบสิ้นแล้ว
แม้แต่สวรรค์ก็ยังจัดเตรียมบทสรุปแห่งการถูกคัดออกไว้ให้กลุ่มที่เป็นเพียงตัวประกอบกลุ่มนี้
หลังจากจับสลากเสร็จสิ้น การบันทึกเทปในวันนี้ก็จบลง
เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะมีเวลาฝึกซ้อมสามวัน ทีมงานรายการไม่ได้มอบวิดีโอสาธิตให้แก่เด็กฝึกในทันที แต่จะแจกจ่ายให้พร้อมกันในเวลาแปดโมงเช้าของวันพรุ่งนี้
เมื่อเห็นว่าทุกคนอยู่ในสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ และรู้ดีว่าคำพูดลอยๆ คงไม่สามารถปลอบใจพวกเขาได้จริงๆ หลินยานหรันจึงบอกให้ทุกคนกลับไปพักผ่อนให้เต็มที่
เซี่ยซิงซิงเป็นเด็กดี เมื่อกลับมาถึงหอพัก เขาก็เริ่มแช่เท้าอย่างมีความสุข โดยปฏิบัติตามเคล็ดลับการรักษาสุขภาพของไอดอลของเขา
อย่างไรก็ตาม เกาอวี่และจินเล่อเทียนจากกลุ่มเดียวกัน เมื่อเห็นเซี่ยซิงซิงแช่เท้า ก็เตะถังแช่เท้าที่หลินยานหรันเคยให้ไว้จนคว่ำ
เซี่ยซิงซิงโกรธมากเมื่อเห็นดังนั้น และรีบเข้าไปเก็บถังแช่เท้าทั้งสองใบขึ้นมา
"นี่เป็นของขวัญจากอาจารย์ยานหรันนะ พวกคุณทำแบบนี้หมายความว่ายังไง?"
เกาอวี่ซึ่งตอนนี้รู้สึกว่าตนเองถือไพ่ที่แย่ที่สุดและคิดว่าอย่างไรเสียก็ต้องถูกคัดออกแน่ๆ จึงไม่สนใจที่จะแสร้งทำเป็นมิตรอีกต่อไป และสวนกลับเซี่ยซิงซิงโดยตรง
"มันเป็นของของฉัน ฉันจะทำอะไรกับมันก็ได้ ทำไมแกต้องยุ่งด้วย? พวกเราจับได้เพลงห่วยๆ แบบนี้ ฉันระบายอารมณ์หน่อยไม่ได้หรือไง?"
จินเล่อเทียนก็เยาะเย้ยเช่นกัน "กลุ่มอื่นเขาเริ่มซ้อมกันแล้ว แต่กลุ่มเรากลับถูกบอกให้พักผ่อนก่อน แกคิดจริงๆ เหรอว่าการแช่เท้าจะทำให้เราได้อยู่ต่อ?"
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาทั้งสองกำลังนำอารมณ์โกรธทั้งหมดจากเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ไปลงที่หลินยานหรัน
เด็กฝึกคนอื่นๆ ในหอพักเห็นได้ชัดว่าไม่อยากให้บรรยากาศมันแย่ขนาดนี้ จึงช่วยกันปลอบทั้งสองคน "อาจารย์ยานหรันเขาก็ไม่ได้อยากจับได้เพลงนี้ให้พวกเราหรอก"
"อย่าพูดแบบนั้นเลย พวกคลาสเอในกลุ่มอื่นเรียนรู้ได้เร็วมาก ฉันเห็นหลายคนเต้นตามได้ตั้งแต่ตอนดูวิดีโอแล้ว พวกเราไม่มีพื้นฐานแบบนั้นไปเทียบเขาไม่ได้หรอก พักผ่อนกันก่อนเถอะ เราต้องสะสมพลังไว้จะได้มีแรงฝึกพรุ่งนี้"
"ใช่ อย่าทะเลาะกันเลย"
ด้วยการไกล่เกลี่ยของเด็กฝึกคนอื่นๆ ประกอบกับทีมงานโปรดิวเซอร์นำกล้องเข้ามาถ่ายทำเก็บข้อมูลอีกครั้ง ทั้งสองคนจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศที่ไม่รื่นรมย์นี้ไม่ได้จางหายไป และยังคงแผ่ขยายต่อไปจนถึงวันรุ่งขึ้น
ในเวลาแปดโมงเช้าของวันถัดมา ทีมงานรายการได้มอบวิดีโอเพลง 'Notme' ให้ และปล่อยให้เหล่าเด็กฝึกฝึกซ้อมกันเอง
หลังจากได้รับวิดีโอ พวกเขาก็ได้รับแจ้งจากทีมงานว่าต้องเรียนรู้ด้วยตนเองก่อน และเหล่าเมนเทอร์จะได้รับอนุญาตให้เข้ามาให้คำแนะนำในช่วงบ่ายเท่านั้น
เหล่าเด็กฝึกที่เดิมทีไม่ได้มีความหวังในตัวหลินยานหรันอยู่แล้ว ต่างพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ
เกาอวี่ยังหัวเราะออกมาโดยตรงกับจินเล่อเทียนว่า "เขาจะอยู่หรือไม่อยู่ มันมีความแตกต่างกันตรงไหน?"
ความกดอากาศในห้องซ้อมนั้นต่ำมาก
นอกจากเสียงเพลง 'Notme' ที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว แทบจะไม่มีเด็กฝึกคนไหนยอมปริปากพูดเลย พวกเขาเพียงแต่ฝึกซ้อมตามวิดีโอไปอย่างเครื่องจักรซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หลังจากฝึกซ้อมซ้ำๆ แบบนี้มาทั้งวัน ผลลัพธ์กลับไม่ดีนัก
ปัญหาของทีมที่ถูกบังคับมารวมตัวกันนั้นถูกเปิดเผยออกมาอย่างสมบูรณ์
เนื่องจากแทบไม่มีการสื่อสารกันเลยตลอดการฝึก ทุกคนต่างคนต่างซ้อม
ดังนั้นในตอนนี้ เมื่อนำมาแสดงร่วมกัน ทุกคนจึงดูเหมือนคนที่ถูกดึงมาจากข้างถนนเพื่อมาตั้งทีม พวกเขาทำได้เพียงสิ่งที่ตนเองถนัด แต่ในฐานะกลุ่ม กลับไม่มีความเข้าใจที่ตรงกัน และไม่สามารถประสานงานกันได้เลย
สายเต้นจำท่าเต้นได้แล้ว แต่การร้องเพลงเป็นปัญหาใหญ่
สายร้องไม่มีปัญหากับการร้องเลย แต่พวกเขายังไม่สามารถจำท่าเต้นได้
ไม่ต้องพูดถึงสายแร็ปที่ไม่โดดเด่นในด้านใดเลย และทุกอย่างสามารถอธิบายได้เพียงว่าพอถูไถไปได้เท่านั้น
คนทั้งสิบห้าคนเต้นมาทั้งวันด้วยความคืบหน้าที่ช้ามาก พวกเขาไม่สามารถเต้นร่วมกันให้จบเพลงได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
ทุกคนลงแรงไปอย่างเปล่าประโยชน์มาทั้งวัน และในที่สุดก็เริ่มตระหนักถึงปัญหา
พวกเขาดูเหมือนทรายที่แตกละเอียด ขาดความสามัคคีโดยสิ้นเชิง
"ทำไมเราไม่ตัดสินใจเลือกตำแหน่งเซนเตอร์กับหัวหน้าวงกันล่ะ" ในช่วงพักระหว่างการฝึก มีคนเสนอให้คัดเลือกทั้งสองตำแหน่งนี้ เพื่อที่ทุกคนจะได้รวมตัวกันได้ดีขึ้นอีกนิด
เซี่ยซิงซิงส่ายหน้าไม่เห็นด้วย "ทีมงานรายการไม่ได้บอกเหรอว่าให้รอจนกว่าเมนเทอร์จะเห็นผลงานก่อนแล้วค่อยมาหารือกัน? อีกเดี๋ยวอาจารย์ยานหรันก็จะมาแล้ว รอเขาก่อนเถอะ"
เกาอวี่เยาะเย้ยและขว้างสมุดเนื้อเพลงในมือทิ้ง "เขามาแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร? ทั้งร้องทั้งเต้นเขาก็ทำไม่ได้เรื่องสักอย่าง แกคิดจริงๆ เหรอว่าเขาจะช่วยพวกเราได้?"
หลินยานหรันเดินมาถึงหน้าประตูห้องซ้อม และประจวบเหมาะกับที่ได้ยินคำพูดของเกาอวี่พอดี